ยังไม่ได้ตรวจคำผิด
++++++++++++++++++
"ป้าว่าเราสั่งอาหารไปให้เด็กๆ กินตอนเย็นเถอะ"
"ขอรับท่านป้า"
ทั้งสามคนเดินเข้าไปที่ร้านอาหารภายในหอการค้า ถึงแม้ว่าชุดที่พวกเขาสวมใส่จะเป็เพียงผ้าธรรมดา
แต่ด้วยท่าทางการเดินของคนทั้งสามที่ดูองอาจราวกับเป็คนของยุทธภพ ซึ่งต่างจากชาวบ้านทั่วไป ทำให้หลงจู๊ออกมาต้อนรับด้วยตัวเอง
"นายท่านทั้งสามไม่ทราบว่ามาพักหรือทานอาหารดีขอรับ"
"ข้ามาสั่งอาหาร"
"เชิญทางนี้เลยขอรับ ไม่ทราบว่าท่านทั้งสามจะสั่งอะไรดีขอรับ โรงเตี๊ยมของเรามีของขึ้นชื่อคือขาหมูตุ๋น เป็ดอบน้ำผึ้ง และปลานึ่งซีอิ้ว"
"ข้าเอาทั้งหมดที่เ้าเอ่ยมา แล้วก็เพิ่มไก่แช่เหล้า หมูทอดราดน้ำเปรี้ยวหวาน และปลาทอดสามรส "
"ได้ขอรับ รอสักครู่เดียวข้าจะรีบทำให้ขอรับ…...เด็กๆ น้ำชาโต๊ะนี้ด้วย"
เวลาผ่านไปประมาณ 2 เค่อ อาหารทุกอย่างที่สั่งถูกใส่ปิ่นโตไม้มาสองเถา ลี่อิงเป็คนจ่ายเงินแล้วก็เดินออกมาทันที
พวกเขาต้องรีบกลับบ้าน เพราะเดี๋ยวมี่เอ๋อร์ตัวน้อยจะเตรียมทำอาหารเอาไว้
เมื่อหยางเจี้ยน ซ่งกงิและลี่อินมาถึงบ้านต่างก็นำม้าเข้าคอกแล้วนำปิ่นโตและขนมหวานไปเก็บไว้ในครัว
"เด็กๆ อยู่ไหนกันหมด พ่อ ท่านปู่ท่านย่ากลับมาแล้ว"
"ท่านพ่อ ท่านปู่ท่านย่าขอรับ เฉินเอ๋อร์อยู่หลังบ้านขอรับ"
เสียงเล็กๆ ของหยางเฉินะโเรียกหาด้วยความดีใจ
"อ้าวเฉินเอ๋อร์ของปู่มานั่งทำอะไรตรงนี้ล่ะ"
"พี่ใหญ่พี่สาวขุดดินอยู่ขอรับ"
"อ่อ..พลิกหน้าดินสินะ อื้ม..ทำได้เยอะแล้วหรือเร็วจริงๆ เลย"
"พี่ใหญ่เก่งมากเลยขอรับ"
"หึหึ..พี่ใหญ่ของเ้าแข็งแรงใช่น้อยที่ไหนล่ะ…เฉินเอ๋อร์ปู่ซื้ออาหารอร่อยๆ มาให้เ้าด้วยนะ"
"จริงหรือท่านปู่ท่านย่า"
"จริง...เฉินเอ๋อร์ต้องกินข้าวให้เยอะๆ นะ"
"ขอรับท่านปู่"
ระหว่างที่กำลังพูดคุยกับเฉินเอ๋อร์ หยางมี่ตัวน้อยที่ยิ้มแฉ่งวิ่งเข้ามาหาอย่างดีใจเช่นกัน
"ท่านพ่อ ท่านปู่ท่านย่ากลับมาแล้วหรือเ้าค่ะ"
"ปู่กับย่ากลับมาแล้ว พวกเ้าหิวกันหรือยัง"
"หิวแล้วขอรับ/ หิวแล้วเ้าค่ะ"
เมื่อเห็นว่าหลานตัวน้อยทั้งสองหิวกันมากแล้ว ลี่อิงจึงะโเรียกหยางจื่อทันที
"จื่อเอ๋อร์นี่มันเข้ายามโหย่วแล้วหยุดงานแล้วมากินข้าวเถอะ"
"ขอรับท่านย่า"
ทุกคนช่วยกันนำอาหารจากปิ่นโตเทใส่จานอย่างรวดเร็ว หยางมี่และหยางเฉินดวงตาเป็ประกายทันทีที่ได้เห็นอาหารมื้อนี้
"น่ากินมากเ้าค่ะ น่ากินทุกอย่างเลย โดยเฉพาะไก่ต้ม"
หลังจากที่ปู่ซ่งคีบอาหารไปแล้ว ทุกคนที่รออยู่ต่างก็ยื่นมือออกมาคีบอาหารที่ตัวเองอยากกิน โดยเฉพาะหยางมี่ที่รวดเร็วมากเป็พิเศษ
"ไก่อร่อยมากเลยเ้าค่ะ หนังเด้งๆ เนื้อฉ่ำๆ หอมอะไรไม่รู้เ้าค่ะ"
"เข้าเรียกว่าไก่แช่เหล้า"
"อันนี้ก็อร่อยนะขอรับ"
"สิ่งนี้เข้าเรียกว่าเป็ดอบน้ำผึ้ง"
"อร่อยมากเลยเ้าค่ะ "
หยางมี่นั่งเอนหลังพร้อมกับลูบพุงป่องๆ ของตัวเองไปด้วย
"มี่เอ๋อร์รอให้อาหารย่อยก่อนนะ พ่อถึงจะอนุญาตให้กินขนมหวานได้"
"แหะๆ!!เ้าค่ะท่านพ่อ"
หยางเจี้ยนยกมือลูบไปที่แก้มของบุตรสาวเพื่อดูว่าลูกของเขาอ้วนขึ้นหรือยัง
"แก้มเริ่มออกแล้วนะมี่เอ๋อร์เฉินเอ๋อร์"
หลังจากนั้นหยางจื่อและหยางมี่ต่างก็ช่วยกันเก็บโต๊ะ และหยางมี่เดินเอาถ้วยชามไปล้างที่หลังบ้าน
"ท่านพ่อจะเริ่มสร้างบ้านวันไหนหรือขอรับ"
"ยังไม่รู้เลย วันพรุ่งนี้นายช่างจะมาดูพื้นที่ก่อนถึงจะได้ตกลงเื่วันและราคา"
หลังจากที่หยางมี่ล้างถ้วยชามแล้ว นางก็เดินแยกตัวออกมาเดินดูบ้านของตัวเองเพื่อดูว่ามีจุดไหนที่ต้องซ่องแซม
นางอยากทำห้องน้ำใหม่ทั้งหมด เพราะห้องน้ำตอนนี้มันน่ากลัวยิ่งนัก
นางแทบจะไม่กล้าเหยียบที่พื้นเลยสมัยนี้ไม่มีปูนและกระเบื้องปูพื้น แต่มีสิ่งหนึ่งที่นางคิดว่าน่าจะทดแทนได้นั้นก็คือหินที่เป็แผ่นใหญ่ๆ ไม่รู้ว่าที่แห่งนี้จะมีแผ่นหินที่นาง้าหรือไม่อย่างที่สองที่ต้องปรับปรุงก็คือหลังคา ประตู และรั้วหน้าบ้าน รวมถึงกำแพงบ้านด้วย
"ท่านพ่อ นายช่างจะมาซ่อมบ้านตอนไหนหรือเ้าค่ะ"
"ต้องให้นายช่างมาดูพื้นที่ก่อนน่ะ แล้วเ้าอยากต่อเติมตรงไหนอีกหรือไม่ นอกจากห้องน้ำ และห้องเก็บของเก่า พ่อจะได้บอกนายช่างที่เดียวเลย"
"ข้าอยากให้ห้องเสบียงมันกว้างกว่านี้เ้าค่ะ แล้วก็ห้องเก็บฟืนด้วย แล้วก็ทำรั้วบ้านให้มันมิดชิดและสูงกว่านี้อีเ้าค่ะ"
"ได้..พ่อจะบอกช่างให้นะ แล้วที่ดินข้างบ้านเ้าไม่ได้จะปลูกอะไรใช่หรือไม่"
"ไม่เ้าค่ะท่านพ่อ ท่านพ่อจะเอาไว้ทำอะไรหรือเ้าค่ะ"
"พ่อจะต่อบ้านออกไปเต็มพื้นที่ให้ติดกับรั้วบ้านของบ้านพี่อี้ เพราะอีกไม่กี่ปีพี่ใหญ่ของเ้าก็ถึงวัยแต่งงานแล้ว"
"ข้าก็เพิ่งจะ13หนาวเองนะขอรับ แล้วข้าจะไม่แต่งภรรยาเข้าบ้านจนกว่าน้องๆ ของข้าจะเติบโตดูแลตัวเองได้"
"หึหึ...พ่อก็แค่วางแผนไว้ล่วงหน้าเท่านั้นเอง"
เช้าวันต่อมา
หลังจากที่กินข้าวกลางเช้าเรียบร้อยแล้ว หยางมี่อุ้มน้องชายขึ้นหลังจางหลง แล้วพาน้องชายไปฝังเข็ม โดยมีสามตัวเดินตามไปเป็ขบวน
"ท่านลุงอี้เ้าคะ มี่เอ๋อร์มาแล้วเ้าค่ะ"
...แกร๊ก…
เจี้ยนหัวรีบเดินมาเปิดประตูให้กับหยางมี่ทันที เนื่องจากเวลานี้อากาศยังคงหนาวเย็นอยู่
"รีบเข้ามาเถอะ วันนี้ท่านพ่อไม่อยู่นะ"
"อ้าว..แล้วใครจะฝังเข็มให้เฉินเอ๋อร์ล่ะเ้าคะ"
"พี่จะฝังเข็มให้เสี่ยวเฉินเอง"
"พี่เจี้ยนหัวฝังได้หรือ"
เจี้ยนหัวที่เดินนำทางหยางมี่เข้าบ้าน แต่เมื่อได้ยินคำถามเช่นนี้คิ้วของเขาก็กระตุกทันที
"พี่สามารถฝังเข็มได้แล้ว"
"เ้าค่ะพี่เจี้ยนหัว"
'เก่งจังเลยนะ อายุเพียงเท่านี้ก็สามารถฝังเข็มได้แล้ว'
หยางมี่ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าสีหน้าท่าทางที่บ่งบอกถึงความชื่นชมปลาบปลื้มนั้นได้แสดงออกมาทั้งหมด ทำให้เจี้ยนหัวที่ลอบมองหยางมี่ถึงกับยิ้มที่มุมปากอย่างขำๆ
"เสี่ยวเฉิน เวลากลางคืนเ้ายังปวดขาอยู่หรือไม่"
"ไม่ปวดแล้วขอรับพี่เจี้ยนหัว"
"ดีแล้วๆ การรักษาเป็ไปด้วยดีนะ พี่กับลุงอี้ของเ้าตั้งใจรักษาขาและเส้นเอ็นของเ้าอย่างเต็มที่เลย แต่พี่ชายไม่สามารถบอกได้ว่าขาของเ้าจะหายดีเมื่อไหร่"
"ไม่เป็ไรขอรับ เฉินเอ๋อร์เข้าใจทุกอย่างเลย "
"เฉินเอ๋อร์ถ้าหากว่าขาของเ้าไม่หาย เ้าก็อย่าลืมว่าพี่ได้สัญญาไว้กับเ้าแล้วว่าพี่จะดูแลเ้าไปชั่วชีวิต จำไว้ให้ดีล่ะ"
"ขอรับพี่สาว"
หยางเฉินยิ้มแฉ่งให้พี่สาวอย่างน่ารัก หยางมี่ยิ่งเห็นน้องชายยิ้มเช่นนี้นางก็ยิ่งปวดใจ ทำไมนางจะไม่รู้ว่าน้องชายพยายามยิ้มเพื่อให้ทุกคนไม่ต้องเป็ทุกข์เป็กังวล
เจี้ยนหัวมองสองพี่น้องที่แสดงความห่วงใยต่อกัน จึงยกมือลูกหัวของหยางเฉินอย่างเอ็นดู
"เสี่ยวเฉินก็อย่าลืมว่ายังมีพี่ชายคนนี้อยู่ พี่จะหาทางรักษาเ้าต่อไปในเมื่อเ้าไม่ท้อใจพี่ชายก็ไม่ท้อใจเช่นกัน ตกลงหรือไม่"
"ตกลงขอรับ พี่ชายหมอดีที่สุด"
"หึหึ..มาฝังเข็มได้แล้ว"
"พี่เจี้ยนหัว ถ้าหากว่าข้าจะทำไม้พยุงให้เฉินเอ๋อร์เดินจะได้หรือไม่"
"ไม่พยุงหรือ อืม..รอดูอาการอีกสักพักเถอะ"
"เ้าค่ะพี่เจี้ยนหัว"
หยางมี่มองเจี้ยนหัวที่ตอนนี้กำลังฝังเข็มให้กับน้องชายของนางอย่างชำนาญ แววตามีแต่ความมั่นคง และความมั่นใจ ไม่มีแววตาของความลังเลหรือความกังวลเลยแม้แต่น้อย
หยางมี่พาน้องชายกลับบ้าน ตอนที่ท่านพ่อท่านปู่กับท่านย่าที่คุยกับนายช่างเสร็จแล้วพอดี
"ท่านพ่อขอรับตกลงว่าอย่างไรบ้าง"
"นายช่างจะเริ่มมาสร้างบ้านให้พวกเราในวันพรุ่งนี้ จะแบ่งคนงานเป็สองส่วน ส่วนแรกสร้างบนเขา อีกส่วนมาทำบ้านให้เรา"
"ราคาเท่าไหร่หรือเ้าค่ะท่านปู่"
"บ้านของปู่กับย่าเป็บ้านที่ทำด้วยอิฐฉาบด้วยดินเหนียวแดงทั้งด้านในและด้านนอก แล้วทาทับด้วยน้ำยางจากต้นพญาพฤกษา ราคา70ตำลึงทอง
ทำรั้วรอบที่ดินและสร้างคอกเลี้ยงสัตว์ทั้งหมด15ตำลึงทอง"
"เออ..ดินเหนียวแดงกับยางไม้พญาพฤกษามันคืออะไรหรือเ้าคะ"
"เ้าไม่เคยได้ยินก็ไม่แปลกหรอก บ้านของย่าต้องฉาบด้วยดินเหนียวแดงและทาด้วยยางไม้เป็เพราะว่าสองสิ่งนี้ทำให้บ้านแข็งแรงมากขึ้นหลาย
เท่า แม้ว่ามีพายุฝน พายุหิมะก็ไม่สามารถทำอะไรบ้านหลังนี้ได้ มันไม่ค่อยเป็ที่รู้จักเท่าไหร่นัก เนื่องจากยางไม้พฤกษาและดินเหนียวแดงค่อนข้างที่จะหายากและราคาแพง "
"แล้วบ้านของเราต้องทำแบบท่านย่าหรือไม่ขอรับท่านพ่อ"
"ไม่ต้องหรอก บ้านเราไม่ได้มีความเสี่ยงแบบนั้น สร้างธรรมดาแต่ให้มันแข็งแรงก็ได้แล้ว ห้องแถว3ห้องของคนงานที่มี่เอ๋อร์ออกแบบ นายช่าง
คิดราคา 15ตำลึงทองนะ สร้างบ้านเพิ่มอีก1หลังตรงพื้นที่ข้างบ้าน และทำทางเชื่อมเข้าหากัน ซ่อมแซมบ้านหลังเก่า ทำห้องน้ำใหม่ แล้วก็สร้างรั้วขึ้นใหม่ ราคาทั้งหมด 75 ตำลึงทอง "
"แพงมากเลยเ้าค่ะ"
"หึหึ...ราคาก็อยู่ประมาณนี้แหละมี่เอ๋อร์ เพราะบ้านของเราใช้อิฐสร้างมันถึงได้แพงเช่นนี้ ถ้าเป็บ้านของชาวบ้านทั่วไปส่วนมากจะใช้ไม้ไผ่สร้าง
และฉาบด้วยดินเหนียว แต่มันไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไหร่นัก"
"เออ..ท่านพ่อขอรับ เรามีตำลึงพอหรือ"
"อาจื่อปู่จะจ่ายให้พ่อของเ้าแล้วนะ แต่พ่อของเ้าก็ไม่เอา ดื้อดึงจริงๆ "
"โถ่ท่านลุง ที่ผ่านมาข้ารบกวนพวกท่านมากเกินไปแล้วนะขอรับ ท่านลุงท่านป้าเองก็ชดใช้ให้ข้ามากเกินพอแล้ว และที่สำคัญนะขอรับ ข้ามีป้ายหยกดำสามารถขอลดราคาได้"
"อาเจี้ยนเ้าฟังลุงนะ ครอบครัวของลุงกับป้าอยู่รอดมาได้ทุกวันนี้ก็เป็เพราะการเสียสละของพ่อเ้า ต่อให้ตายพวกเราไม่มีวันลืมเื่ราวของพ่อ
เ้า อย่าปฏิเสธความหวังดีจากลุงอีกเลยนะ"
หยางเจี้ยนคิดอยู่นานว่าจะรับความช่วยเหลือเป็เงินจากท่านลุงดีหรือไม่ เขาไม่้าให้เื่ที่ท่านพ่อเสียสละชีวิตนำมาเป็บุญคุณกับคนอื่นเช่นนี้เพราะที่ผ่านมาท่านลุงท่านป้าก็เสียสละอนาคตของตัวเองเพื่อเลี้ยงดูเขามันก็มากเกินพอแล้ว
++++ขอบคุณมากๆค่ะ+++