บทที่ 6: เงาพรางตา ฆ่าไร้เสียง
รัตติกาลมาเยือนพร้อมกับความเงียบสงัด ดวงจันทร์คืนนี้ถูกเมฆหมอกบดบังจนเหลือเพียงแสงสลัวส่องกระทบหลังคากระเบื้องเก่าคร่ำคร่าของเรือนพักคนงาน
ลมหนาวพัดกรูเกรียว ใบไม้แห้งปลิวว่อนเสียดสีกับพื้นดิน เกิดเสียงแกรกกรากที่ชวนให้รู้สึกวังเวง
ยามจื่อ (23.00 - 01.00 น.)
เงาดำสามร่างเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบราวกับแมวป่า ลัดเลาะมาตามกำแพงเรือนพักคนงาน พวกมันสวมชุดดำรัดกุมปกปิดใบหน้ามิดชิด เหลือเพียงดวงตาที่ฉายแววอำมหิต
"แน่ใจนะว่าเป็ห้องนี้?" หนึ่งในเงาดำกระซิบถามเสียงเบาหวิว
"ไม่ผิดแน่ ห้องริมสุดที่ซ่อมซ่อที่สุด" อีกเสียงตอบกลับ "ไอ้เด็กเฟิงอู๋จี้มันนอนอยู่ที่นี่ ข่าวบอกว่ามันเพิ่งจะมีเื่กับจางหมาเมื่อตอนกลางวัน นายน้อยเฟิงหยางโกรธมาก สั่งให้มา 'เก็บกวาด' มันให้สิ้นซาก"
"เฮอะ! แค่เด็กเหลือขอคนเดียว ถึงกับต้องส่งยอดฝีมือขอบเขตปราณก่อกำเนิดขั้นสี่อย่างพวกเรามาถึงสามคน นายน้อยระแวงเกินไปหรือเปล่า?"
"อย่าประมาท จางหมาบอกว่ามันมีวิชาแปลกประหลาด... รีบลงมือ รีบกลับไปรับรางวัล"
ทั้งสามพยักหน้าให้กัน ก่อนจะแยกย้ายไปล้อมห้องพักไว้ สามทิศทาง หน้าประตู หน้าต่างซ้าย และหน้าต่างขวา
หัวหน้ากลุ่มนักฆ่าค่อยๆ สอดมีดสั้นบางเฉียบเข้าไปในร่องประตู เพื่องัดกลอนไม้ด้านในอย่างชำนาญ
กริ๊ก...
เสียงกลอนหลุดออกเบายิ่งกว่าเสียงยุงบิน ประตูไม้ค่อยๆ แง้มเปิดออกช้าๆ
ภายในห้องมืดสนิท เงียบเชียบจนได้ยินเสียงลมหายใจของตนเอง หัวหน้านักฆ่าส่งสัญญาณมือ ให้พรรคพวกอีกสองคนบุกเข้ามาพร้อมกัน
ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ!
สามร่างพุ่งเข้ามาในห้องอย่างรวดเร็ว พร้อมอาวุธในมือที่วาววับ เป้าหมายคือเตียงนอนที่ตั้งอยู่กลางห้อง
"ตายซะ!"
หัวหน้านักฆ่าแทงมีดลงไปที่กองผ้าห่มบนเตียงอย่างสุดแรง
ฉึก!
แต่ััที่ได้กลับไม่ใช่เนื้อหนังของมนุษย์ มันคือความว่างเปล่าและนุ่มยวบของฟางแห้ง!
"บัดซบ! กับดัก! มันไม่อยู่..."
คำพูดยังไม่ทันจบ เสียงของมันก็ขาดห้วงไป เมื่อจู่ๆ บรรยากาศในห้องก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน
วูบ...
เส้นแสงสีแดงฉานที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าในตอนแรก บัดนี้สว่างวาบขึ้นมาจากพื้นห้อง ผนัง และเพดาน ถักทอกันเป็ตาข่ายอักขระซับซ้อนที่ห่อหุ้มห้องทั้งห้องเอาไว้
"ค่ายกลเงาพรางตา... ทำงาน!"
เสียงเย็นเยียบดังขึ้นมาจากมุมมืดของห้อง
นักฆ่าทั้งสามหันขวับไปมอง แต่พวกมันกลับมองไม่เห็นใคร! สิ่งที่พวกมันเห็นคือภาพลวงตา... พื้นห้องกลายเป็บ่อเืเดือดพล่าน ผนังห้องกลายเป็กรงเล็บปีศาจที่งอกเงยออกมา
"นี่มันวิชามารอันใดกัน!" นักฆ่าคนหนึ่งร้องลั่นด้วยความตื่นตระหนก มันเหวี่ยงดาบไปมั่วซั่วเพื่อป้องกันตัว
เคร้ง!
ดาบของมันไปฟันโดนขาเพื่อนข้างๆ โดยไม่ตั้งใจ
"โอ๊ย! ไอ้โง่! เ้าฟันข้าทำไม!"
"ข้า... ข้าเห็นปีศาจ! มันจะกินข้า!"
พวกมันเริ่มสับสนและหวาดกลัว ประสาทััถูกบิดเบือนโดยสิ้นเชิงด้วยฤทธิ์ของ 'หมึกิญญา' ที่ผสมเืสุนัขดำ (หยิน) และชาดแดง (หยาง) ซึ่งส่งผลต่อจิตใจโดยตรง
ในมุมมืด เฟิงอู๋จี้นั่งขัดสมาธิอยู่บนขื่อคาน้า มองดูภาพความวุ่นวายเบื้องล่างด้วยสายตาเรียบเฉย ราวกับกำลังดูละครลิง
"พวกเ้าเข้ามาในอาณาเขตของข้าแล้ว... คิดว่าจะออกไปได้ง่ายๆ งั้นรึ?"
เฟิงอู๋จี้ดีดนิ้วเบาๆ
เปาะ!
อักขระที่พื้นห้องเปลี่ยนรูปแบบ เส้นแสงสีแดงพุ่งขึ้นมาพันธนาการขาของนักฆ่าทั้งสามไว้แน่นราวกับเถาวัลย์เหล็ก พวกมันขยับตัวไม่ได้แม้แต่นิ้วเดียว
"อ๊ากก! ขยับไม่ได้! ช่วยด้วย!"
เสียงร้องของพวกมันดังลั่นห้อง แต่ทว่า... ไม่มีเสียงเล็ดลอดออกไปข้างนอกแม้แต่นิดเดียว เพราะอักขระที่หน้าต่างทำหน้าที่ 'ดูดซับเสียง' เอาไว้จนหมดสิ้น
เฟิงอู๋จี้ะโลงมาจากคานอย่างแ่เบา ร่อนลงตรงหน้าหัวหน้านักฆ่าที่กำลังเบิกตาโพลงด้วยความสยดสยอง
"จะ... เ้าเป็ใคร..." มันถามเสียงสั่น "เ้าไม่ใช่เฟิงอู๋จี้... เฟิงอู๋จี้เป็แค่ขยะ..."
"ข้าคือมัจจุราชที่พวกเ้าส่งเทียบเชิญมาหาไงเล่า"
เฟิงอู๋จี้ตอบเรียบๆ ก่อนจะยื่นมือออกไปแตะที่หน้าผากของมัน
"วิชาค้นิญญา!"
แม้วิชานี้จะเป็วิชาชั้นสูงและกินพลังปราณมหาศาล แต่เฟิงอู๋จี้ใช้เทคนิคดัดแปลง โดยใช้อักขระเจาะเข้าไปในสมองส่วนความทรงจำโดยตรงเพื่อดึงข้อมูลระยะสั้น
"อ๊ากกกกกก!" หัวหน้านักฆ่ากรีดร้องโหยหวน ร่างกายกระตุกเกร็ง ตาเหลือกถลน
ภาพความทรงจำไหลเข้ามาในหัวเฟิงอู๋จี้... ภาพเฟิงหยางนั่งจิบชาสั่งการ... ภาพแผนผังเรือนสมบัติของตระกูลเฟิงที่พวกมันคุยกัน... และภาพของ 'ถ้ำลับ' ที่เฟิงหยางใช้ซ่อนของมีค่าส่วนตัว
"หืม... เฟิงหยางแอบยักยอกสมุนไพรของตระกูลไปซ่อนไว้เองด้วยงั้นรึ? น่าสนใจ..."
เฟิงอู๋จี้ถอนมือออก ร่างของหัวหน้านักฆ่าร่วงลงกองกับพื้น น้ำลายฟูมปาก สติแตกกลายเป็คนบ้าไปในทันที
อีกสองคนที่เหลือเห็นภาพนั้นก็เยี่ยวราดกางเกง ตัวสั่นงันงก "ยะ... ยอมแล้ว! ไว้ชีวิตพวกเราด้วย! พวกเราแค่รับเงินมา!"
เฟิงอู๋จี้ปรายตามอง "คนตายย่อมไม่โกหก และคนตายย่อมไม่กลับมาแก้แค้น"
เขาหยิบมีดสั้นของนักฆ่าขึ้นมา แล้วสะบัดข้อมือเพียงสองครั้ง
ฉึก! ฉึก!
มีดบินพุ่งปักเข้าที่ลำคอของนักฆ่าทั้งสองคนอย่างแม่นยำ เืสีแดงฉานพุ่งกระฉูดเป็สายน้ำพุ ก่อนที่ร่างทั้งสองจะล้มลงสิ้นใจตายคาที่
ส่วนหัวหน้าที่สติแตก... เฟิงอู๋จี้เดินเข้าไปหักคอทิ้งอย่างไม่ลังเล เพื่อจบความทรมาน
ห้องกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง เหลือเพียงกลิ่นคาวเืที่คละคลุ้ง
เฟิงอู๋จี้เริ่มค้นตัวศพอย่างใจเย็น เขาพบถุงเงินสามถุง รวมแล้วมีเหรียญเงินกว่า 50 เหรียญ (เทียบเท่า 5,000 เหรียญทองแดง) ยารักษาแผลระดับต่ำสองขวด และที่สำคัญที่สุด... ป้ายหยกผ่านทางเข้าออกจวนตระกูลเฟิงยามวิกาล
"รวยทางลัดจริงๆ..." เฟิงอู๋จี้เก็บของทั้งหมดเข้าอกเสื้อ
แต่ปัญหายังไม่จบ ศพสามศพนี้จะทิ้งไว้ไม่ได้
เฟิงอู๋จี้เดินไปหยิบขวด 'เืสุนัขดำ' ที่เหลืออยู่ก้นขวด เขาเทมันลงบนาแของศพ แล้วใช้นิ้ววาดอักขระ 'กัดกร่อน' (Corrosion Rune) ลงไปผสมกับเื
ฟู่... ซ่า...
เสียงเหมือนเนื้อย่างบนกระทะร้อนๆ ดังขึ้น เนื้อหนังและกระดูกของศพเริ่มละลายกลายเป็ของเหลวสีเหลืองขุ่นๆ ส่งกลิ่นฉุนกึก อักขระกัดกร่อนทำงานร่วมกับเอนไซม์ในเืสลายซากศพอย่างรวดเร็ว
ผ่านไปเพียงหนึ่งเค่อ (15 นาที) บนพื้นห้องก็เหลือเพียงกองน้ำเหลวๆ และเสื้อผ้าที่เปื่อยยุ่ย เฟิงอู๋จี้ใช้น้ำล้างพื้นและกวาดเศษซากทั้งหมดลงไปในร่องระบายน้ำใต้ถุนเรือน
"สะอาดเอี่ยม"
เฟิงอู๋จี้ยืนกอดอกมองผลงาน แววตาเป็ประกายวาวโรจน์
"เฟิงหยาง... เ้าส่งของขวัญมาให้ข้าถึงที่ ไม่เพียงให้เงิน ข้ายังได้ข้อมูลที่ซ่อนสมบัติของเ้าอีก... คืนนี้ข้าคงต้องไป 'เยี่ยมเยียน' คลังสมบัติส่วนตัวของเ้าสักหน่อยแล้ว"
เขากระชับชุดดำของนักฆ่าที่ริบมาสวมใส่ทับเสื้อผ้าเดิม หยิบป้ายหยกขึ้นมาพิจารณา แล้วพุ่งตัวออกจากห้องหายไปในความมืดมิด
เป้าหมายต่อไป... ปล้นคนรวยมาช่วยคนจน (ซึ่งก็คือตัวเขาเอง)!