การสลักรูนนั้นสามารถทำได้โดยการอาศัยองค์ประกอบทั้งสิ้นสี่อย่างอย่างแรกก็คือความรู้ความเข้าใจในตัวของอักษรรูนซึ่งแต่ละตัวมีความสามารถแตกต่างกันไปสองวัสดุที่ใช้ในการเขียนรูนซึ่งวัสดุดังกล่าวจะต้องเป้นของเหลวที่สามารถทนการปลุกเสกด้วยเวทมนต์ในที่นี้เืของมอนสเตอร์คือสิ่งที่ดีที่สุดในการเขียนรูนสามความคงทนของวัสดุที่รูนได้เขียนลงไปซึ่งก็คือเหล่ายุทธภัณฑ์ทั้งหลายส่วนอย่างสุดท้ายที่สำคัญทที่สุดก็คือโชคของผู้เขียนรูน
เอเลนกำลังเคร่งเครียดมือขวากำลังถือพู่กันที่จุ่มด้วยน้ำหมึกสีโลหิตเขากำลังเขียนรูนที่มีความหมายว่าไฟ ลงบนดาบยาวแรงค์ E เล่มหนึ่ง มานาของเขากำลังลดลงอย่างต่อเนื่องเพราะการเขียนรูนนั้นจำเป็ต้องใช้มานาเข้าร่วมด้วยตลอดเวลา 5 ปีเลเวลของเขาแม้จะยังค้างอยู่ท่เลเวล 25แค่ด้วยค่าสติปัญญาที่สุงกว่าค่าสถานะอื่นๆรองลงมาจากค่าความชำนาญการจะเขียนรูนสักตัวหนึ่งไม่ใช่เื่ที่เป็ไปไม่ได้
[ท่านเขียนรูนล้มเหลว]
[ค่าความทนทานของดาบยาวลดลง10 หน่วย]
[ทักษะเขียนอักษรรูน เพิ่มระดับเป็ 3]
ซู่ว
อักษรสีโลหิตที่เอเลนบรรจงเขียนด้วยความตั้งใจอยู่สี่ชั่วโมงสลายกลายเป็ฝุ่นในพริบตาเช่นเดียวกับค่าความทนทานของดาบยาวที่ลดลง เอเลนสูดลมหายใจเข้าปอดลึกเพื่อระงับอารมณ์หงุดหงิดก่อนจะวางพู่กันลง
“เฮ้อ.....”
เด็กหนุ่มทอดถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนแม้มานาที่ใช้เขียนรูนหนึ่งตัวจะไม่เหลือบ่ากว่าแรงของเอเลนแต่ด้วยดวงสุดบัดซบของเขาที่ทำให้แม้จะได้รับวิชาเขียนรูนมากว่า7 วันแล้วแต่เขายังไม่สามารถเขียนรูนได้เลยแม้แต่ตัวเดียว
“เคเรมเขียนรูนได้ยังไงทีละตั้ง10 ตัว”
เอเลนพูดลอยๆพลันนึกถึงดาบซันโทเรียนที่มีรูนสลักอยู่ทั้งสิ้นสิบตัวแม้ตัวดาบจะเสียหายแต่เมื่อเขาซ่อมแซมมันเสร็จแล้วตัวรูนกลับสมานและฟื้นฟูกันเองโดยที่เขาไม่จำเป้นต้องทำอะไรเลย
“หรือว่าแท้จริงๆแล้วทักษรเขียนรูนของเคเรมจะมีระดับสูงกว่าระดับของทักษะตีเหล็ก”
เด็กหนุ่มสันนิฐานซึ่งก็สมเหตุสมผลดีเพราะข้อมูลของดาบเองก็ระบุเอาไว้ชัดเจนว่าทักษะการตีเหลกของเคเรมนั้นยังไม่ถึงขั้นแค่ขึ้นรูปมิธริลเป็ใบดาบได้ก็เต็มกลืนแล้วเคเรมจึงใช้ความสามารถด้านการเขียนรูนชดเชยในส่วนของข้อเสียของดาบ
แม้ทักษะเพลิงจรัสจะมีข้อเสียที่รุนแรงแต่พลังที่แลกกันมานั้นนับว่าคุ้มค่าไม่แปลกใจเลยที่เซลีนผู้ถือครองซันโทเรียนจะถูกรุมห้าต่อหนึ่งแต่เซลีนกลับเอาชีวิตรอดมาได้
ตลอด 7วันที่ผ่นมาเซลีนก็ยังคงไม่ละความพยายามในการชักชวนเอเลนให้เข้ามารับใช้ตระกูลคริฟมอนด์หลังจากโดนรบเร้าเอามากๆเอเลนก็เลยถือโอกาสสอบถามเกี่ยวตระกูลครีฟมอนด์กับทางลูกค้าคนอื่นๆทำให้ได้รู้ว่าครีฟมอนด์เป็ตระกูลขุนนางยศเอิร์ลที่ได้รับพระราชทานนามสกุลจากองค์จักรพรรดิ
นั่นทำให้เอเลนคาดเดาได้ว่าชื่อนักผจญภัยเซลีนนั้นเป็ชื่อที่ใช้ปกปิดตัวตนซึ่งไม่น่าแปลกใจเลยเพราะก็มีนักผจญภัยหลายคนที่ใช้ชื่อปลอมในการสมัครแม้ส่วนมากคนพวกนั้นจะเป็พวกโจรในคราบนักผจญภัยก็ตาม
“วันนี้ก็ล้มเหลวเหรอ”
คิดถึงเสือเสือก็มาเอเนพลันสะดุ้งเฮือกเมื่อเซลีนที่ไม่รู้เข้ามาในโรงหลอมั้แ่เมื่อไหร่พูดขึ้นด้วยความหงุดหงิดที่ทำงานล้มเหลวเอเลนจึงพูดขึ้นว่า
“ที่ตรงนี้ห้ามบุคคลภายนอกเข้านะครับได้โปรดออกไปรอข้างนอก”
แม้น้ำเสียงจะแข็งกระด้างแต่เซลีนหาได้สนใจไม่เ้าหล่อนยังคงชมความเป็ระเบียบของโรงหลอมหลังนี้ไม่ขาด
“ถึงทักษะการเขียนรูนของนายจะไม่ได้เื่แต่ทักษะการตีเหล็กของนายพัฒนาขึ้นมามากเลย”
เซลีนหยิบดาบยาวเล่มหนึ่งขึ้นมาด้วยความที่เป็ผู้ใช้ดาบเ้าหล่อนสามารถแยกแยะความแตกต่างระหว่างดาบยาวธรรมดากับดาบที่เอเลนสร้างได้แม้จะยังไม่เปิดหน้าต่างสถานะงานของเอเลนนั้นดูละเมียดละไมดุจงานศิลปะผิดกับงานของช่างตีเหล็กทั่วไปที่ดูหยาบก็ว่า
ดาบยาวทั่วไป
แรงค์ E
ประเภท อาวุธ
พลังโจมตี 200
ความทนทาน 200 / 200
ผู้สร้าง เอเลน
เงื่อนไขการสวมใส่ นักดาบ อัศวิน
ดาบยาวที่ผ่านการสร้างโดยช่างฝีมือผู้เปี่ยมด้วยพร์ทำให้คุณภาพของมันสูงกว่าดาบยาวทั่วไปเล่มอื่นๆมาก
- เพิ่มพลังโจมตีทักษะดาบ 10 %
เซลีนกล้ารับประกันได้เลยว่าหากดาบเล่มนี้ถูกนำออกขายนักผจญภัยต้องรีบกันแย่งซื้อมันมาอย่างแน่นอนด้วยคุณภาพของดาบที่สูงเทียบเท่ากับดาบแรงค์D แถมค่าความทนทานยังมากกว่าเยอะไม่แปลกเลยว่าสินค้าเล่มนี้จะต้องเป็ที่นิยมในอนาคต
“แน่นอนไว้ชั้นวางของมาถึงเมื่อไหร่ผมนำพวกมันออกวางขายแน่”
เอเลนรับคำก็จะเสตามองไปยังอาวุธสารพัดอย่างที่เขาสร้างเอาไว้ใน่เวลาที่ผ่านมาจนโรงหลอมแห่งนี้ใกล้จะล้นเต็มที
“สงสัยต้องขยายห้องเก็บของซักที”
“ไม่ต้องหรอกย้ายมาทำงานกับตระกูลคริฟมอนด์สิทรัพยากรต้องของทางเราจะส่งมอบเพื่อพัฒนานายอย่างเต็มที่”
“เลิกชักชวนแบบไร้สามัญสำนึกซะที”
เอเลนเอ่ยอย่างเหลืออด7 วันที่ผ่านมาเขาต้องคอยรับบมือกับการชักชวนชนิดที่ไม่สนสถานที่ เวลาหรือแม้แต่บริบทหากไม่ติดที่ว่าเ้าหล่อนมีองค์รักษ์กล้ามโตติดสอยห้อยตามมาด้วยสองคนเขาคงจับเธอโยนออกไปนอกร้านนานแล้ว
“เฮ้อ”
เอเลนถอนหายใจอีกหนึ่งคำรบก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบแร่เหล็กดิบในตะกร้าก่อนจะขมวดคิ้วเมื่อตะกร้าที่เขาใช้ใส่วัสดุนั้นตอนนี้กลับว่างเปล่า
“ให้ตายสิทำงานเพลินจนวัสดุหมดเลยเหรอเนี่ย”
เอเลนเกาหัวแกร่กๆดูท่าวันนี้จะต้องปิดร้านเร็วเสียแล้วเขาหยิบนาฬิกาพกขึ้นมาดู
“อืมยังพอมีเวลา”
“มีอะไรงั้นเหรอ?”
เซลีนที่เห็นเอเลนกำลังจัดของเหมือนกำลังออกไปข้างนอกถามขึ้น
“วัสดุของผมหมดแล้วและกำลังจะออกไปหามาเพิ่มคงต้องปิดร้านเร็วหน่อยคุณเองก็ออกไปเถอะผมจะรีบปิดร้าน”
“นายจะไปที่เหมืองเมย์รี้ดใช่ไหม”
“ครับก็เหมืองนั่นอยู่ใกล้ลูมินัสที่สุดนี่เนอะ”
เอเลนตอบคำก่อนจะยกกระเป๋าเป้เวทมนต์ขึ้นพาดไหล่พร้อมกับคว้าจอบสองหัวที่ใช้สำหรับขุดแร่เขาเหยน้บมีดสั้นเหนือมาตรฐานไว้ข้างเอวก่อนจะเดินนำออกไป
“ออกไปได้แล้วผมไม่อยากกลับก่อนมืด....”
เอเลนชะงักเมื่อเซลีนนั้นกำลังหยิบดาบยาวทั่วไปที่เขาตีขึ้นมาเหน็บไว้ข้างเอวพร้อมทั้งหยิบพวกมันใส่กระเป๋าเวทย์ของเธออีกสี่เล่มก่อนที่เ้าหล่อนจะควักถุงใส่เงินออกมา
“ชั้นขอซื้อดาบสี่เล่มราคาของดาบยาวทั่วไปของร้านอื่นอยู่ที่ 1500 เหรียญทองแต่ดาบของนายพิเศษกว่านั้นเหนือชั้นกว่าชั้นตีราคาคร่าวๆเล่มละ 2500 เหรียญทองในถุงนี้คือหนึ่ง 10000 เหรียญทอง รับเอาไว้ซะ”
เด็กสาววางเงินหมื่นเหรียญทองลงในมือเอเลนที่กำลังอ้าปากค้างเมื่อได้สติกลับมาเขาก็ถามขึ้นเบาๆว่า
“....พวกลูกคุณหนูใช้จ่ายเงินมากขนาดนี้โดยไม่กระพริบตากันทุกคนรึเปล่า”
“ไม่หรอกมีแค่ชั้นคนเดียว”
เซลีนตอบง่ายๆก่อนจะดึงสายที่ใช้เหน้บดาบจนแน่น
“ต่อให้คุณอุดหนุนผมผมก็ไม่ใจอ่อนหรอกนะ”
เอเลนเอ่ยดักเอาไว้ก่อนส่งผลให้นักดาบสาวยิ้มร่า
“ชั้นซื้อเพราะดาบสำรองของชั้นมันพังและของนายมีคุณภาพต่างหากย่ะ”
“แล้วดาบซันโทเรียนไปไหนซะละ”
“ดาบเล่มนั้นทรงพลังมากชั้นอยากเก็บไว้เป้นไพ่ตายมากกว่าอีกอย่างชั้นไม่อยากเสี่ยงแสดงดาบมีค่าเพื่อล่อตาล่อใจวกโจรหรอกนะ”
“มีเหตุผล”
เอเลนพยักหน้าเห็นด้วยก่อนจะสะดุ้งราวกับนึกขึ้นได้
“ที่ทำแบบนี้คงไม่ได้คิดจะไปเหมืองเมย์รี้ดหรอกใช่มั้ย”
“อ่าวนึกว่ารู้อยู่แล้วซะอีก”
เซลีนพูดยิ้มๆก่อนจะเดินนำออกไป
“รีบไม่ใช่เหรอไปกันเถอะเดี๋ยวจะค่ำซะก่อน”
เอเลนที่ได้ยินดังนั้นพลันมีใบหน้าซีดเซียวบอกตามตรงแค่เธอมาหาเขาที่ร้านทุกวันก็พาลทำให้เพื่อนบ้านพากันเข้าใจผิดไปไกลแล้วหากมีข่าวลือว่าองค์หญิงเดียวดายผู้มีชื่อเสียงไปไหนมาไหนกับช่างฝีมือปริศนาเขาจะมิซวยหรอกหรือนี่ยังไม่รวมเื่ที่ตระกุลคริฟมอนด์คอยจับตาดูอีก
“ลแล้วพวกผู้ติดตาม”
“เดี๋ยวชั้นไล่ไปเอง”
“งานขุเดเหมืองมันน่าเบื่อนะคิดดีแล้วเหรอที่จะไปด้วย”
“ชั้นได้ข่าวว่ามอนสเตอร์ในเหมืองเมย์รี้ดนั้นให้ค่าประสบการณ์สูงดังนั้นชั้นไปด้วยนายได้แร่ชั้นได้ค่าประสบการณ์ คุ้มทั้งสองฝ่าย”
“แล้วทำไมไม่ไปกับกลุ่มนักผจญภัย”
“เ้าพวกนั้นมีแต่พวกเกะกะ”
“แล้วผมไม่เกะกะรึไง”
“ไม่เลยซักนิด”
“...”
เอเลนอับจนปัญญาในเมื่อไล่ยังไงก็ไม่ไปเขาก็ไม่มีสิทธิไปห้ามเ้าหล่อนหลังจากหมุนป้ายร้านขึ้นเขาก็ไหวไหล่แบบนี้ก็ดีเหมือนกันการขุดแร่จะได้ราบรื่นมากยิ่งขึ้น
“ตามมาเหมืองเมย์รี้ดอยู่ทางตะวันออกของลูมินัส ถ้าเดินเร็วหน่อยสักสองชั่วโมงก็ถึงแล้ว”
“ต้องแบบนั้นสิ”
เซลีนฉีกยิ้มเ้าเล่ห์การเดินทางครั้งนี้คงทำให้เธอดูดีขึ้นในสายตาของเอเลนไม่น้อยการเกลี้ยกล่อมให้เขามารับใช้ตระกูลครีฟมอนด์คงจะ
ง่ายขึ้นเยอะ เ้าหล่อนคิดเช่นนั้นก่อนจะเดินตามเ้าหนุ่มผมดำไป
“แฮ่กๆ”
หนึ่งชั่วโมงต่อมาทั้งสองก็เดินทางมาถึงบริเวณป่าที่ห่างจากเมืองราวห้ากิโลเมตรนับเนความเร็วในการเดินทางที่ค่อนข้างน่าทึ่งเมื่อเดินทางด้วยสองเท้าแม้ฝ่ายเซลีนจะเป็คนที่วิ่งไล่ตามเอเลนจนหอบตัวโยนก็ตาม
“ไปทางนั้นอีกสองกิโลสินะ”
ตรงกันข้ามกับเด็กสาวเอเลนนั้นยังคงสบายดีแม้จะออกวิ่งด้วยความเร็วเต็มกำลังตลอดหนึ่งชั่วโมงก็ตามใบหน้าได้รูปของเขาไม่ปรากฏเหงื่อแม้แต่หยดเดียวซ้ำสองเท้ายังก้าวฉับๆโดยไม่สนใจอาการของเพื่อนร่วมทางที่มีใบหน้าซีดขาว
“ด เดี๋ยวพักก่อน”
“พักทำไม อีกเดี๋ยวก็จะถึงแล้ว”
“หหายใจไม่ทัน...”
สิ้นคำร่างขององค์หญิงเดียวดายก็ล้มลงอย่างหมดสภาพร้อนถึงเด็กหนุ่มที่มาด้วยกันต้องพุ่งไปประคองตัวเธอเอาไว้ก่อนจะรีบป้อนเธอด้วยน้ำสะอาดแล้วพาเธอมาพักใต้ร่มไม้
“นักผจญภัยอะไรกันวิ่งแค่นี้ก็หมดสภาพไม่ต้องรอพวกมอนสเตอร์หรอกแค่เดินเท้าคุณก็ไม่รอดแล้ว”
เอเลนส่ายหน้าด้วยความระอาเขาคาดหวังว่านักผจญภัยระดับเงินจะมีความถึกทนมากกว่านี้กลับกันเซลีนมองเขียวปัดส่งผลให้เด็กหนุ่มจำต้องหุบปากลงทั่วทั้งลูมินัสคงมีแต่เอเลนเท่านั้นที่สามารถต่อปากต่อคำกับเซลีนได้ราวกับเพื่อนสนิท
พละกำลังบ้าบออะไรกัน
เซลีนคิดในใจด้วยสีหน้าหวาดๆความร้อนของฤดูใบไม้ผลินั้นส่งผลต่อการเดินทางอย่างมากผนวกกับที่เด็กสาวสวมเกราะทำให้อุณหภูมิร่างกายพุ่งขึ้นไวมากผิดกับเอเลนที่แม้ตอนนี้เขาจะสวมเกราะเบาแต่การเดินทางไกลด้วยเวลาสั้นๆไม่ได้สร้างภาระให้กับเขาเลย
นั่นทำให้ความสงสัยในตัวตนของช่างฝีมือหนุ่มผู้นี้สูงมากกว่าเดิมไม่มีทางเลยที่คลาสสายผลิตจะมีค่าสถานะสูงมากไปกว่าคลาสสายต่อสู้
[นักผจญภัยเซลีนส่งคำเชิญปาร์ตี้มาให้แก่ท่าน]
“หืม ปาร์ตี้”
เอเลนเลิกคิ้วด้วยความสนใจ
“แม้การเก็บค่าประสบการณ์จะเป็เป้าหมายรองแต่การตั้งปาร์ตี้ไว้ก่อนก็ไม่ใช่เื่เสียหายจริงไหม?”
เซลีนเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบที่เธอชักชวนเอเลนให้เข้าสู่ปาร์ตี้เดียวกันมีจุดประสงค์เพื่อแบ่งปันค่าประสบการณ์เพราะในโลกนี้การกระทำใดๆในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงย่อมได้ค่าประสบกาณ์ด้วยกันทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็ค่าขุดแร่หรือล่ามอนสเตอร์ก็ตาม
“...แบบนี้ก็ดีรบกวนด้วยนะ”
เอเลนรับคำเพราะค่าประสบกาณ์ดีๆที่มีคนอื่นมาเสริฟให้ถึงที่ฟรีๆแบบนี้มีหรือที่ใครจะไม่้าโดยไม่ทันสังเกตเซลีนนั้นกำลังฉีกยิ้มอย่างมีเลศนัย
[เอเลนตอบรับคำเชิญของท่าน]
“ซื่อบื้อซะจริง”
เซลีนส่ายหน้าด้วยความระอาเพราะแม้ระบบปาร์ตี้จะดีแต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีช่องโหว่เพราะในระบบปาร์ตี้หัวหน้าปาร์ตี้คือผู้ที่มีอำนาจสั่งการสูงสุดนอกจากอำนาจในการไล่ใครก็ตามออกจากปาร์ตี้แล้วข้อดีอีกหอย่างหนึ่งของมันก็คือการตรวจสอบหน้าต่าสถานะของสมาชิกได้
ตามปกติการจะตั้งปาร์ตี้ได้นั้นคนกลุ่มนั้นจะต้องไว้ใจกันในระดับหนึ่งแต่เนื่องจากเอเลนไม่เคยปาร์ตี้มาก่อนบวกกับไม่ค่อยใส่ใจเื่ราวของโลกภายนอกเว้นเสียแต่เป็เื่ของการตลาดเขาจึงตกหลุ่มพลางตื้นๆของเซลีนโดยง่าย
ไหนดูสิว่านายซ่อนอะไรไว้
เซลีน
ตำแหน่งหัวหน้าปาร์ตี้
เลเวล 45
พลังชีวิต 6500/ 6500
มานา 4200 /4200
คลาสนักดาบ (C)
พละกำลัง 410
ความว่องไว650
สติปัญญา 350
ความอดทน 400
โชค 50
ทักษะเรียกใช้ที่4
ทักษะติดตัวที่8
เอเลน
ตำแหน่งสมาชิก
เลเวล 25
พลังชีวิต2800 / 2800
มานา 6000 / 6000
คลาสช่างฝีมือ(A)
พละกำลัง 515
ความว่องไว600
สติปัญญา 700
ความอดทน 670
โชค 5
ค่าความชำนาญ1200
ทักษะเรียกใช้ที่1
ทักษะติดตัวที่30
!!!!
เซลีนขยี้ตาตัวเองหลายรอบตนเมื่อเริ่มเจ็บตาก็รู้ว่าตนไม่ได้ฝันไปั้แ่เกิดมาเธอไม่เคยเห็นมนุษย์หน้าไหนที่มีเลเวลเพียง 25 แต่มีค่าสถานะสูงกว่าเธอที่มีเลเวล 45
กล่าวโดยสัตย์จริงคค่าสถานะของเซลีนนั้นจัดอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับนักผจญภัยที่มีเลเวลเท่ากันเซลีนกล้าพูดเลยตัวถึงจะไม่ใช่อันดับแต่ค่าสถานะของเธอต้องติดหนึ่งในสิบอันดับแน่นอน
แล้วนี่มันอะไรกันกับอีกฝ่ายที่เป็แค่ช่างฝีมือคลาสสายผลิตหายากที่ไม่มีแม้แต่ทักษะต่อสู้แต่กลับค่าสถานะในฝันั้แ่เลเวล25สัตว์ประหลาดที่แข็งแกร่งจนแม้แต่เธอยังต้องขนลุกเมื่อได้เห็นค่าสถานะกลับปรากฏตัวในซอกหลืบของมหานครลูมินัส
“จู่ๆเป็อะไรเนี่ยเหนื่อยรึไง”
จนกระทั่งเสียงของเอเลนได้ปลุกเด็กสาวให้ตื่นขึ้นจากภวังค์ใบหน้าของเอเลนยังคงไร้พิษภัยดุจเดิมผิดกับค่าสถานะที่ไม่ต่างอะไรกับสัตว์ประหลาดเซลีนกลั้นใจครู่หนึ่งก่อนจะถามออกไป
“นายมีอีกอาชีพเป็นักผจญภัยเหรอ”
เมื่อได้ยินคำถามเด็กหนุ่มที่กำลังสาละวนอยู่กับการตรวจสอบของในกระเป๋าเป้เวทมนต์ก็ตอบขึ้น
“ถามอะไรของคุณกันช่างฝีมือที่แสนอ่อนแอแบบผมจะไปมีปัญญาฆ่ามอนสเตอร์ได้ยังไงเลเวลที่เพิ่มขึ้นมาหากไม่ล่ากระต่ายมีเขาบัดซบหรือไม่ก็ขุดแร่คงไม่มีปัญญาเพิ่มมาได้ถึง25 หรอก”
“กระต่ายมีงั้นเหรอ”
“ใช่ไม่รู้ทำไมทุกๆวันพระจันทร์เต็มดวงต้องเจอมันตลอดแถมเจอกันทุกครั้งผมต้องงัดเอาสารพัดอุปกรณ์ออกมาใช้ทั้งหมดจนเกือบถังแตกหลายหน”
“กก็การล่ามอนสเตอร์กลางคืนมันอันตราย ทำไมคุณถึงไม่กลับเข้าเมือง”
เด็กสาวถามด้วยความสงสัยในบทเรียนทั้งหมดของเธอการล่ามอนเตอร์ตอนกลางคืนไม่ต่างอะไรกับการเอาชีวิตไปทิ้งเพราะนอกจากมอนสเตอร์จะแข็งแกร่งขึ้นแล้วยังมีโอกาสที่นักผจญภัยจะต้องเจอเข้ากับมอนเตอร์กลายพันธ์
“ตอนนั้นมันเป็ฤดูหนาวฟ้าเลยมืดเร็วกว่าปกติ รู้ตัวอีกทีพระจันทร์ก็ลอยขั้นมากลางหัวแล้ว”
“ช่วยเล่าเื่กระต่ายมีเขาให้ฟังหน่อยได้ไหม?”
“หืมคุณนี่ช่างสงสัยจริง”
เอเลนพลันหยุดมือก่อนทำท่านึกย้อนไปถึงอดีตอันสนขมขื่นใจ
“เ้าตัวบ้านั่นมีลักษณะเหมือนกระต่ายขนสีขาวหน้าผากมีขาวงอกออกมาสามคู่ดวงตาสีแดงกระหายเืสุดๆผมมักเจอในคืนพระจันทร์เต็มดวง”
เซลีนฟังอย่างเงียบงันใบหน้าของเธอปรากฏความตื่นตระหนกสุดขีดเพราะสิ่งที่เอเลนเล่านั้นลักษณะของมันตรงกับมอนสเตอร์กลายพันธ์ที่เธอเคยอ่านเจอทุกประการ
“กกระต่ายจันทราโลหิต นี่คุณล่ากระต่ายจันทราโลหิต”
กระต่ายจันทราโลหิตคือมอนสเตอร์กลายพันธ์ที่หาเจอยากราวหนึ่งในหมื่นคนทีเจอหากไม่ใช่เทพอวยพรก็หมายความว่าค่าโชคต่ำบัดซบเอเลนที่เจอโดยไม่ได้ตั้งใจหลายครั้งจัดอยู่ในจำพวกหลัง
“ใช่ๆเ้านั่นแหละแต่เรียกว่าล่าก็ออกจะกระดากปาก เพราะผมโดนมันล่าอยู่ฝ่ายเดียวมากกว่าเลเวลมันสูงตั้ง 30 แหน่ะ”
เอเลนบ่นอุบพลางนึกถึงครังแรกที่เขาเจอเ้ากระต่ายบ้าเืนั้นทุกครั้งราวกับภาพยนตร์สยองขวัญประเภทหนีตายจากฆาตกรโรคจิต ทำเอาเขาเกลียดกระต่ายไปพักหนึ่ง
“แต่ต้องขอบคุณกลิ่นคาวเืของมันนะเพราะเืของมันทำให้มอนสเตอร์ป่าไม่กล้าเข้าใกล้”
....
เซลีนถึงกับหมดคำพูดเพราะคนที่สามารถเอาเืของมอนสเตอร์กลายพันธ์หายากอย่างกระต่ายจันทราดลหิตมาทาตัวเล่นมีแต่เอเลนเท่านั้นที่กล้าทำด้วยความที่กระต่ายจันทรราโลหิตนั้นหายากมากไม่แปลกที่อวัยวะของมันล้วนกลายเป็ของมีค่า
“ยะอย่าบอกนะว่าตลอดห้าปีนายฆ่าแต่กระต่ายจันทราโลหิต”
"หากไม่นับค่าประการณ์ที่ได้รับจากการขุดแร่ก็ใช่”
เอเลนพูดราวกับไม่ใช่เื่ใหญ่เซลีนตอนนี้สติกระจัดกระเจิงราวกับคนเห็นผีพลันถามขึ้น
“ลแล้วค่าสถานะพวกนี้”
“แน่นอนส่วนหนึ่งได้จากการถลุงวัสดุขุดแร่ วิ่งหนีกระต่ายบ้าเืนั้นเว้นแต่ค่าสติปัญญาที่ผมใช้เวลา่สามปีแรกอ่านหนังสือทั้งหมดในหอสมุดประชาชน”
เอเลนตอบง่ายๆแต่สิ่วที่เขาพูดออกมาล้วนไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์สามัญสามารถทำกันได่ง่ายๆไม่มีใครบนดลกซวยมากพวกจะเจอกระต่ายจันทราโลหิตทุกๆคืนพระจันทร์เต็มดวงไหนจะเื่การวิ่งหนีมันอีกใครก็รู้ว่ามอนสเตอร์กลายพันธ์ชนิดนี้มีความเร็วเป็เลิศขนาดไหนยิ่งการอ่านหนังสือในหอสมุดประชาชนจนหมดอันนี้คงมีแต่ยอดมนุษย์เท่านั้นที่ทำได้
กับเอเลนเรื่อราวเหล่านี้ไม่นับว่ามีค่าอะไรเลยเด็กธรรมดาที่ไม่มีอะไรแบบเขาอะไรสามารถขวนขวายได้เขาก็ยินดีที่จะทำแม้ปากจะบอกเกลียดเ้ากระต่ายเวรนั่นมากแค่ไหนแต่การเอาตัวเองไม่อยู่ในสถานะการเสี่ยงแบบนั้นบ่อยๆล้วนเป้นความคิดโง่ๆของเขาที่อยากจะเก่งขึ้นเท่านั้น
ประสบการณ์บางครั้งก็ไม่ได้มาจากการไล่ล่าสังหารอีกฝ่ายเสมอไปเอเลนไม่ใช่คนเก่งเขาเป็เพียงคนบ้าที่มีความพยายามไม่สิ้นสุดแม้จะไม่ฉลาดเท่าทันคนแต่เขาก็มีพื้นฐานแน่นที่พร้อมจะก้าวต่อไปอย่างมั่นคงแม้นั่นจะเป้นเื่ที่ไกลตัวมากกว่าตาม
เด็กหนุ่มหยิบนาฬิกาพกออกมาดูเทพธิดาทั้งสองยังคงมองเขาด้วยความอ่อนโยนดุจเดิมเวลาของมันมักตรงเสมอและเมื่อเขาเห็นว่าผ่านไปแล้วสิบห้านาทีเอเลนก็ลุกขึ้น
“ไปกันเถอะเดินเท้าอีกหน่อยก็จะถึงเหมืองเมย์รี้ดแล้ว”