อย่างไรก็ตามครั้งนี้นางหลุดพ้นจากเงื้อมมือของอูซื่อมาได้อย่างราบรื่นส่วนหนึ่งต้องขอบคุณความคิดอันชาญฉลาดของจางเจิ้นอัน ไม่อย่างนั้นลำพังตัวนางเองคงได้แต่เชื่อฟังคำสั่งของอูซื่ออย่างโง่งมต่อไป
นางคาดไม่ถึงว่าจะมีวิธีรับมือกับแม่สามีแบบนี้ได้ด้วยทำไมเมื่อก่อนนางถึงคิดไม่ถึงนะ
การได้ไปปรนนิบัติอูซื่อยามป่วยครั้งนี้ทำให้นางไม่ได้กลัวอูซื่อเหมือนแต่ก่อน กลับรู้สึกว่าอูซื่อก็แค่คนธรรมดาคนหนึ่งมีโกรธ มีหงุดหงิดเป็นธรรมดา
หลังจากนั้นชีวิตในตระกูลจางของนางก็ค่อนข้างสงบสุข จางเจิ้นอันแม้จะยุ่งวุ่นวายทุกวันแต่กลางคืนก็ยังกลับมาให้เห็นหน้า เวลาว่างเขาก็จะเล่าเรื่องราวต่างๆในตระกูลจางให้นางฟัง แถมยังเชิญแม่นมมาสอนมารยาทให้นางโดยเฉพาะ นางค่อยๆเรียนรู้และปรับตัวเข้ากับตระกูลจาง เดิมทีนางก็เป็นคนฉลาดอยู่แล้วยิ่งตั้งใจเรียนรู้ ไม่นานก็เปลี่ยนไปราวกับคนละคน
ตอนแรกๆเวลาพูดภาษากลางก็ยังติดสำเนียงบ้านนอกอยู่บ้างแต่ตอนนี้ภาษากลางของนางชัดเจนขึ้นมาก ถ้าคนไม่รู้ที่มาที่ไปคงคิดว่านางเป็นคนเมืองหมิ่นเยว่มาแต่เดิม
ดูเหมือนช่วงนี้โชคจะเข้าข้างนางอูซื่อเงียบเสียงลง ไม่ได้พูดเรื่องหาอนุให้จางเจิ้นอันอีกแม้แต่เย่จิ้งซูก็ไม่มาป้วนเปี้ยนให้เห็นหน้า ชีวิตช่วงนี้ของนางช่างสุขสบายจริงๆ
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าพริบตาเดียวก็เข้าสู่ฤดูหนาว ทุกปีในฤดูหนาวตระกูลจางจะส่งกองคาราวานขึ้นเหนือเพื่อไปรับซื้อหนังสัตว์ แล้วนำกลับมาขายทางใต้
แน่นอนว่าตระกูลจางก็มีร้านค้าของตนเองทางเหนือหนังสัตว์เหล่านี้ส่วนใหญ่ก็จัดซื้อเตรียมไว้แล้วแค่รอให้ตระกูลจางส่งคนไปควบคุมการขนส่งกลับมาเท่านั้น
เนื่องจากเส้นทางแถบนั้นมีโจรชุกชุมอีกทั้งหนังสัตว์พวกนี้ก็ราคาสูงทุกครั้งตระกูลจึงต้องส่งกองกำลังคุ้มกันของตระกูลไปควบคุมการขนส่งเองจางเจิ้นอันดูแลกิจการในตระกูลมานาน ตอนนี้กองกำลังคุ้มกันนี้ก็ขึ้นตรงต่อเขาการเดินทางขึ้นเหนือครั้งนี้ เขาจึงต้องไปด้วย
พอจางเจิ้นอันบอกข่าวนี้แก่อันซิ่วเอ๋อร์นางก็ไม่เข้าใจอย่างยิ่ง "ทำไมท่านต้องไปด้วยเล่าเจ้าคะ?ให้พวกกองกำลังคุ้มกันไปไม่ได้หรือ? จำเป็นต้องให้ท่านซึ่งเป็นนายใหญ่ไปเองด้วยหรือ?"
"เรื่องบางอย่างเจ้าไม่เข้าใจหรอก"จางเจิ้นอันส่ายหน้า
"ดี! ข้าไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้ข้าไม่เข้าใจทั้งนั้น! ในเมื่อเป็นอย่างนี้ ทำไมท่านไม่ไปเสียเลยเล่ายังจะมาบอกเรื่องนี้กับข้าทำไม?" อันซิ่วเอ๋อร์พูดอย่างน้อยใจช่วงนี้เขาก็ออกเช้ากลับดึก นางแทบไม่ได้เห็นหน้าเขาอยู่แล้วนี่ยังจะต้องจากไปนานขนาดนี้อีก นางจะไม่โกรธได้อย่างไร
"เจ้าอย่าเพิ่งโกรธสิเรื่องครั้งนี้สำคัญมาก น้องชายไม่เอาไหนของข้าไปพัวพันกับทางราชสำนักไม่ใช่หรือ?การเดินทางครั้งนี้นอกจากจะไปคุมขนส่งหนังสัตว์แล้วข้ายังต้องไปพบผู้มีอำนาจเหล่านั้น เพื่อแสดงจุดยืนของตระกูลจางว่าเราไม่ต้องการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับความขัดแย้งเหล่านี้" จางเจิ้นอันเห็นอันซิ่วเอ๋อร์โกรธ จึงอธิบายให้นางฟังอย่างละเอียด
"แล้วถ้าท่านไม่ไปพูดกับพวกเขาจะเป็นอย่างไรหรือเจ้าคะ?" อันซิ่วเอ๋อร์ถาม
"อย่างเบา ตระกูลก็เสื่อมถอยอย่างหนัก... ก็อาจจะล่มสลาย!" จางเจิ้นอันตอบ
"ร้ายแรงขนาดนั้นเชียว?"อันซิ่วเอ๋อร์เบิกตากว้าง แม้จะรู้ว่าสถานการณ์ภายนอกวุ่นวายแต่ภายใต้การคุ้มครองของจางเจิ้นอัน นางก็ยังไม่ได้สัมผัสถึงมันมากนักอย่างน้อยคนรอบตัวนางก็ยังใช้ชีวิตอย่างมีความสุขดี
พอเขาพูดคำว่าล่มสลายออกมานางก็ตกใจจนขวัญเสีย หากไม่ใช่เพราะรู้ว่าเขาไม่เคยพูดโกหกหรือพูดเกินจริงนางคงคิดว่าเขาพูดเกินไปแล้ว
"เจ้าก็อย่ากังวลเกินไปเรื่องนั้นจะไม่เกิดขึ้นหรอก มีข้าอยู่ทั้งคน" จางเจิ้นอันกุมมือนางมองลึกเข้าไปในดวงตา "ข้าแค่หวังว่าเจ้าจะเข้าใจข้าอยู่บ้านคนเดียว อย่าคิดฟุ้งซ่าน"
"แต่ท่านไปนานขนาดนั้นข้าจะไม่คิดมากได้อย่างไร?" อันซิ่วเอ๋อร์พูดเสียงเบา"พอท่านไม่อยู่ พวกภูตผีปีศาจทั้งหลายคงได้ออกมาอาละวาดแน่ถึงตอนนั้นข้าคนเดียวจะรับมือได้อย่างไร"
นางรู้ดีว่าชีวิตที่ดูเหมือนสงบสุขของนางในตระกูลจางนี้เป็นเพราะมีเขาคอยคุ้มครองอยู่ คนอื่นจึงไม่กล้าทำอะไรนาง แต่ถ้าเขาไม่อยู่ก็ไม่แน่
"ไม่ต้องห่วงข้าจะจัดคนคุ้มกันเจ้าไว้" จางเจิ้นอันกล่าว"เยี่ยนจิ่งซิว คนนั้น เจ้ารู้จักหรือไม่? ข้าจะให้เขาคุ้มกันเจ้า เขาจะพักอยู่ที่เรือนด้านหน้าของเราถ้ามีเรื่องอะไร ก็ให้ป่านเซี่ยไปตามเขามา คาดว่าคงไม่มีใครกล้าทำอะไรเจ้าตามใจชอบ"
"ท่านจะให้ผู้ชายมาคุ้มกันข้างั้นหรือ?"อันซิ่วเอ๋อร์เงยหน้ามองเขา "เขาเป็นใครกัน?จะข้ามหน้าข้ามตาท่านแม่ได้หรือ?"
"ตอนข้าจะไปข้าจะไปบอกท่านแม่ให้ชัดเจนเอง" จางเจิ้นอันกล่าวต่อ"กำชับไม่ให้ใครมารบกวนเจ้าแล้วก็ยกเว้นเรื่องการไปคารวะเช้าเย็นให้เจ้าด้วย"
"คารวะเช้าเย็นข้าเหมือนจะไม่เคยทำเลย" พอนึกถึงตรงนี้อันซิ่วเอ๋อร์ก็แลบลิ้น ดูเหมือนเป็นเพราะวันแรกที่พวกเขาตื่นสายหลังจากนั้นนางก็เลยไม่ได้ไปคารวะเช้าเย็นอีกเลย แต่ถ้าจางเจิ้นอันไปแล้วอูซื่ออาจจะบังคับให้นางไปทุกวันก็ได้
แค่ไปคารวะก็ยังพอทนนางกลัวว่าอูซื่อจะคิดหาวิธีอื่นมาแกล้งนางมากกว่า
เพราะครั้งที่อูซื่อป่วยแม้ว่านางจะดูแลอย่างดี(?) แต่สุดท้ายทั้งสองก็ผิดใจกันจนอูซื่อต้องไล่นางกลับมา
"ไม่สู้ข้ากลับไปพักที่บ้านเดิมสักพักดีไหมเจ้าคะ? ข้าอยากกลับไปแล้ว"นางปรึกษาเขา "ตอนท่านไม่อยู่ตระกูลจางข้าอยู่ที่นี่คนเดียวก็ไม่มีความหมาย สู้กลับไปใช้ชีวิตสบายๆที่หมู่บ้านชิงสุ่ยไม่ได้ หรือถ้าไม่กลับบ้านเดิมเรือนใหม่ของเราก็น่าจะสร้างเสร็จแล้ว"
"ตอนนี้ข้างนอกวุ่นวายมากได้ยินว่าไม่กี่วันก่อน มีหมู่บ้านแถวนั้นถูกโจรปล้น พวกมันโหดเหี้ยมฆ่าคนเผาบ้านแล้วก็หนีไป ข้าจะกล้าให้เจ้ากลับไปได้อย่างไร" จางเจิ้นอันกล่าว
ตระกูลจางแห่งนี้ แม้จะเหมือนถ้ำเสือแต่ก็ยังปลอดภัยกว่าข้างนอกอยู่บ้าง
"หา? แล้วท่านพ่อท่านแม่ข้าเล่าจะเป็นอะไรหรือไม่?" พอได้ยินจางเจิ้นอันพูดเช่นนั้นอันซิ่วเอ๋อร์ก็หน้าเสียด้วยความกังวล
"พวกเขาไม่เป็นไรหรอกอย่างไรเสียเจ้าก็อยู่ที่นี่ดีแล้ว หากเจ้ากลับไปกะทันหันชาวบ้านคงได้คิดว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นแน่ จะให้ไปอยู่ที่เรือนใหม่ของเราข้าก็ไม่วางใจ จะไปพักที่บ้านเดิมนานๆ ก็รบกวนท่านพ่อตาท่านแม่ยายเกินไป"
พอได้ยินเช่นนั้นอันซิ่วเอ๋อร์ก็ตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ไม่อยากอยู่ที่ตระกูลจางแต่จะกลับไปก็ไม่ดีนัก พอนึกว่าจางเจิ้นอันกำลังจะจากไปนางก็รู้สึกหวาดกลัวตระกูลจางขึ้นมาอีกครั้ง
"เชื่อฟังนะ เดี๋ยวข้าก็กลับมาแล้ว"จางเจิ้นอันลูบหัวนางเบาๆ เป็นเชิงปลอบ
อันซิ่วเอ๋อร์ใจคอไม่ดีเลยไม่อยากให้เขาไปแม้แต่น้อย ได้แต่ขอร้องว่า "ถ้าอย่างนั้นข้าไปกับท่านด้วยได้ไหมเจ้าคะ?"
"เดินทางไปเมืองหลวงมันลำบากมาก"เรื่องนี้เขาไม่ทันได้คิด แต่เขาก็ไม่อยากให้นางต้องลำบาก
"ข้าไม่กลัวลำบาก" อันซิ่วเอ๋อร์ส่ายหน้า "เมื่อก่อนท่านไม่ได้บอกข้าหรือเจ้าคะ?ว่าท่านไปไหน ข้าไปด้วย อีกอย่าง ข้าก็อยากไปเห็นเมืองหลวงสักครั้งท่านพาข้าไปด้วยนะเจ้าคะ"
นางออดอ้อนเขาอย่างสุดกำลังเขาไม่อาจต้านทานได้เลย คิดอยู่ครู่หนึ่งจึงพยักหน้า"ก็ได้ แต่ระหว่างทางเจ้าห้ามบ่นว่าลำบาก"
"ท่านดูถูกข้าเกินไปแล้วข้าไม่กลัวลำบากหรอกน่า" พอเห็นเขาทำท่าจะใจอ่อนอันซิ่วเอ๋อร์ก็รีบพูด
เมื่อก่อนนางอาจไม่เคยลำบากแต่เพื่อให้ได้อยู่กับเขา นางไม่กลัวลำบากเลยอีกอย่างนางก็คิดว่าระหว่างทางจะลำบากสักแค่ไหนกันอย่างมากก็แค่ขาดแคลนเสื้อผ้าอาหารการกิน ต้องนอนกลางดินกินกลางทรายเท่านั้นพอนึกถึงตรงนี้ นางกลับรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา คิดว่านี่ต้องเป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่แน่ๆ
"ถ้าอย่างนั้นก็ตกลงข้าจะพาเจ้าไปด้วย" ในที่สุดจางเจิ้นอันก็ยอมตกลง
อันซิ่วเอ๋อร์ยิ้มกว้างออกมาทันทีเกาะแขนเขา เอาหัวซบไหล่ "ท่านพี่ใจดีที่สุดเลย!พวกเราจะออกเดินทางเมื่อไรเจ้าคะ?"
นางก็เป็นหญิงสาวที่เติบโตจากชนบทคนหนึ่งถูกขังอยู่ในตระกูลจางมานานขนาดนี้ พอคิดว่าจะได้ออกไปเปิดหูเปิดตาหัวใจก็เหมือนนกที่หลุดจากกรง อยากจะบินออกไปทันที
"อีกราวห้าวันกระมัง" จางเจิ้นอันตอบ
"ตั้งห้าวันเลยหรือ? ข้านึกว่าจะไปกันพรุ่งนี้เสียอีก" อันซิ่วเอ๋อร์เงยหน้าขึ้นอุตส่าห์ทำให้เขายอมตกลงได้ง่ายๆ ไม่คิดว่าจะต้องรอนานขนาดนี้นางกลัวว่าจะเกิดอะไรเปลี่ยนแปลงขึ้นมา "ในเมื่อยังเหลืออีกตั้งห้าวันแล้วท่านรีบบอกข้าทำไมกัน?"
"ห้าวันก็ไม่นานหรอกนะ จะเดินทางไกลทุกคนก็ต้องเตรียมตัวกันบ้าง" จางเจิ้นอันพูดอย่างจนใจ"ถ้าข้ารอจนถึงวันเดินทางค่อยบอกเจ้า เจ้าก็คงจะว่า ‘ทำไมท่านเพิ่งมาบอกข้า’ เอาน่ะสิ"
พอได้ยินเช่นนั้น อันซิ่วเอ๋อร์ก็ยิ้มเขินๆห้าวันก็ห้าวัน อย่างไรเสียผลก็ออกมาดี นางจะได้ไปเมืองหลวงกับเขาแล้ว
เมืองหลวงคือดินแดนที่เจริญรุ่งเรืองนางอยากไปเห็นด้วยตาตัวเองมานานแล้ว
แต่ดูเหมือนสวรรค์จะไม่เป็นใจจางเจิ้นอันเพิ่งจะรับปากว่าจะพานางไปเมืองหลวง พอรุ่งเช้าตอนกินอาหารเช้านางได้กลิ่นซาลาเปาไส้เนื้อเข้าหน่อยก็อดอาเจียนออกมาไม่ได้ พอตามหมอมาตรวจชีพจรก็ได้ความว่า นางตั้งครรภ์แล้ว!
ตั้งครรภ์!
ก่อนหน้านี้นางเฝ้ารอข่าวนี้มาตลอดตอนนั้นฐานะของนางในตระกูลจางยังไม่มั่นคงอูซื่อเอาเรื่องที่นางไม่มีลูกมาเป็นข้ออ้างอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันคิดจะหาอนุให้จางเจิ้นอัน จัดการยกเมียรองให้ แต่ตอนนั้น ลูกคนนี้กลับไม่ยอมมา
ตอนนี้กลับกันพอคิดจะไปเปิดหูเปิดตากับจางเจิ้นอันที่เมืองหลวงเด็กคนนี้กลับมาเกิดเอาตอนนี้เสียได้ มาอย่างไม่คาดฝัน
ไม่มาแต่แรก ไม่มาทีหลัง ดันมาเอาตอนนี้อันซิ่วเอ๋อร์อยากจะร้องไห้เป็นสายเลือด ถ้าแค่มาผิดเวลาก็ยังพอทำใจแต่นับตั้งแต่รู้ว่าตั้งครรภ์ นางก็มีอาการแพ้ท้องอย่างหนักทุกวันนี้นางกินอะไรแทบไม่ได้ ได้แต่นอนนิ่งๆ ก็ยังเสี่ยงแท้งอยู่ตลอดเวลาไม่ต้องพูดถึงการเดินทางไกลอันลำบากเลยหมอมาตรวจกี่ครั้งก็บอกว่านางต้องพักผ่อนมากๆ
หลายวันนี้นางพยายามอย่างยิ่งที่จะบำรุงร่างกายตัวเอง พยายามฝืนกินแต่กินอะไรเข้าไปก็อาเจียนออกมาหมด
จนกระทั่งถึงวันที่จางเจิ้นอันต้องออกเดินทางอาการของนางก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้นเลยตอนนี้อย่าว่าแต่จางเจิ้นอันจะไม่ยอมให้นางไป แม้แต่ตัวนางเอง เพื่อลูกในท้องก็ไม่อาจเอ่ยปากขอตามไปได้
เพราะเจ้าตัวเล็กในท้องคนนี้ทำให้นางพลาดโอกาสที่จะเดินทางไปเมืองหลวงกับเขาในครั้งนี้ได้แต่ต้องพักผ่อนอย่างสงบเสงี่ยมอยู่ในตระกูลจางต่อไป