ตอนที่ 66ความสุขใจที่ก่อตัว!
พอทำแบบนี้เสือน้อยกลับรู้สึกชื่นใจอย่างบอกไม่ถูกยิ่งตัวเขาเห็นคนอื่นมีความสุข เขาก็พลอยยินดีไปด้วย
นี่คือสิ่งที่เขาคิดฝันไว้ตั้งแต่เป็นเด็กตอนที่ดูผัวเมียตบตีกันที่ลานชุมชน เขาพยายามจะทำให้มันเป็นจริง
วันแรกในการเปิดร้านแบบไม่คิดค่าชั่วโมง!
เสือน้อยรู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูกพี่เจมส์พี่ฉายก็มาด้วยในวันนี้
เขากลัวเจ้าออยรับมือไม่ถูกเมื่อเจอคนเยอะๆ และก็เป็นอย่างที่คิดเอาไว้ตั้งแต่ตีสามมีเด็กนักเรียนมาจริง ๆ ไม่น่าเชื่อ…
เธอเป็นเด็กนักเรียนผู้หญิงคนหนึ่งหลังจากทำงานเสร็จก็สั่งพิมพ์งาน ทั้งยังขอบคุณทางร้านอยู่ยกใหญ่ ส่วนค่าเอกสารค่าพิมพ์งาน เสือน้อยไม่ได้คิดเธอเลย
เขาฉีกยิ้มกว้างก่อนจะคุยกันอยู่พักหนึ่งเธอจึงเล่าประสบการณ์ความยากลำบากให้ฟัง
เสือน้อยอยากลองให้โอกาสคนดูจึงเกริ่นขึ้นว่า“ลองมาทำงานเป็นเพื่อนกับเจ้าออยดีไหม?”
เขากวักมือเรียกเจ้าออยให้มาดูเป็นตัวอย่างอีกฝ่ายใส่ชุดนักเรียนผ้ากันเปื้อนสีน้ำตาล ยืนส่งยิ้มให้พร้อมทำงานในห้องแอร์เย็นสบาย คนก็อารมณ์ดีตามไปด้วย
เมื่อเห็นอีกฝ่ายตอบตกลงเสือน้อยบอกให้ไปตามพ่อแม่มาเจรจากันก่อน
พ่อแม่ก็ของหล่อนก็ทราบข่าวก็รีบวิ่งมาที่ร้านอย่างกุลีกุจอ ใช้เวลาไม่นานก็ตกลงกันได้ เสือน้อยจึงจ้างวานให้‘ทิวลิป’ เด็กผู้หญิง ม.1 เพื่อนร่วมรุ่นกับเจ้าออยมาช่วยส่วนพี่เจมส์-ฉาย ให้ค่าแรงเพิ่มช่วยสอนงานเด็กเสียหน่อย
พอยิ่งนานคนยิ่งมากขึ้นจนเต็มร้านก่อนตีห้าเสียอีก เสือน้อยยืนต้อนรับทุกคนเหมือนลูกค้าปกติ ไม่ได้ให้มีท่าทีมองเหยียดหรือสมเพชเวทนาแต่อย่างใด เขากำชับทุกคนให้ปฏิบัติแบบนี้
ทำบุญมันต้องเริ่มจากใจที่บริสุทธิ์ก่อนนี่เนอะและการปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความจริงใจเป็นสิ่งที่ดีเขาเน้นย้ำ!
พ่อผันกับแม่ชบาพอได้ยินว่าลูกชายจะช่วยเหลือคนอื่น‘ด้วยการให้โอกาส’ พวกเขาก็อดปลื้มอกปลื้มใจไม่ได้ทั้งคู่แอบมามองน้ำตาคลออยู่ในรถยนต์ โดยเฉพาะแม่ชบาที่ใช้ผ้าซับน้ำตาอยู่เนือง ๆ
ดูเหมือนจะภูมิใจในลูกชายคนนี้ที่ทำอะไรดีๆ แบบนี้ออกมา ส่วนทางยัยนกแก้วตัวแสบนอนหลับอยู่ที่บ้านเวลานี้ปกติเธอยังไม่ตื่นเลย
……
วันเวลาผันผ่านพริบตาเดียวก็เข้าเดือนเจ็ดเสียแล้ว
เสือน้อยไม่เคยลืมแบ่งเวลาให้เหมือนฝันงานที่ทำส่วนใหญ่ก็จะทำหลังเลิกเรียน หรือหลังจากไปส่งเหมือนฝันกลับบ้านแล้ว…
ทั้งคู่ยังคงหวานแหววสดใสทั้งในโรงเรียนและนอกโรงเรียนอย่างออกหน้าออกตา ทั้งสองมักจะใช้เวลาอยู่ด้วยกันที่นอกโรงเรียนที่ร้านทองสุข
ทุกวันนี้เธอรู้แล้วว่าร้านนี้เป็นของเสือน้อยความจริงเธอก็ไม่ได้โง่ขนาดที่คิดไม่ออก ตั้งแต่ไปเจอเจ้าควายทองสุข
ผนวกกับชื่อร้านก็ทำให้เธอคาดเดาอะไรไปได้พลางๆ อย่าได้ดูถูกความคิดในการจับพิรุธ หรือสังเกตของผู้หญิงเชียว
เสือน้อยแรกเริ่มก็ไม่ได้จงใจปิดอยู่แล้วแต่ก็ไม่ได้คุยโวโอ้อวด เมื่อเหมือนฝันถามเสือน้อย เขาก็ตอบไปตามตรงว่า “ใช่ร้านเราเอง!”
นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเหมือนฝันจึงได้มานั่งเล่นอยู่ที่ร้านเขาเป็นประจำ ในที่นั่งประจำตำแหน่งของเสือน้อย
ลูกจ้างในร้านก็รู้งานเป็นอย่างดีเตรียมประจบสอพลอ ‘คุณหนู’ คือคำเรียกของเหมือนฝันทำเอาเจ้าหล่อนยิ้มแก้มปริก่อนปฏิเสธเธอขอให้พี่ ๆ เรียกว่า “น้องฝัน เหมือนฝัน ฝัน” ตามธรรมดาก็พอ
ตกเย็นบางวัน เวลาว่างหลังเลิกเรียนก็มักจะชวนกันไปเดิน ‘ตลาดนัดเปิดท้าย’
ซึ่งถือเป็นแหล่งรวมตัวของโรงเรียนในละแวกนี้ทั้งหมด ทั้งเทคนิคปทุมธานี คณะราษฯ ปทุมวิไล ฯลฯในย่านตัวเมืองที่จัดจ้านแหล่งรวมศูนย์ราชการจังหวัดย่อมเหมาะเป็นที่เปิดท้ายขายของ
เวลาเสือน้อยคิดอะไรไม่ออกก็มักจะมาเดินเปิดท้าย เพราะอาจจะได้ไอเดียอะไรใหม่ ๆ แนวคิดใหม่ในการทำธุรกิจตลาดเปิดท้ายมักจะมีของใหม่ไอเดียแหวก ๆ ของพ่อค้าแม่ค้า ขนมาประชันกัน
ทั้งคู่ก็อี๋อ๋อตลอดทางเดินด้วยเพราะใบหน้าที่เด่นสะดุดตา รวมเข้ากับกิริยาท่าทางของเหมือนฝัน จึงทำให้เป็นที่จับจ้องของเด็กหนุ่มโดยรอบแต่ก่อนตอนมาเดินเล่น
พวกเด็กเทคนิคหรือโรงเรียนอื่น ๆ ที่ชอบอยู่กันเป็นกลุ่มก็ชอบเดินมาแซว หรือไม่ก็แอบเนียนมาตีสนิทเสือน้อยยิ้มแป้น ถ้าไม่เกินเลยเขาก็จะไม่ใช้ความรุนแรง แต่ว่าส่วนใหญ่เขาก็จะจำหน้าไว้รอที่จะคิดบัญชี
พวกนักเรียนอาชีวะที่รวมตัวกันย่อมพยายามหาเรื่องก่อเหตุ เพียงแค่มองสีกางเกงไม่เหมือนกันก็พร้อมจะไล่กระทืบอีกฝ่าย มีหรือเสือน้อยจะพลาดเรื่องแบบนี้ เขาก็จัดให้เพื่อน ๆในชุมชนแออัดเป็นหูเป็นตา เพราะในชุมชนมีทั้งเด็กที่เรียนทุกโรงเรียนในละแวกนี้
และถ้ามีข่าวสารอะไรก็จะแจ้งข่าวให้จ่าแช่มกับพี่มอสไปปั๊มยศสร้างผลงาน
เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีใครมาห้าวกับเขาเสียเท่าไหร่ในย่านฝั่งซ้ายของริมแม่น้ำเจ้าพระยา
เพราะพวกแก๊งต่าง ๆโดนพี่มอสสอยไปหมดแล้ว จึงทำให้พวกเขาเป็นแก๊งเดียวที่มีอยู่ และก็มีอำนาจไม่น้อยเลยในวงการ
ถ้าเปรียบเป็นดั่งสัตว์ป่าถิ่นนี้คืออาณาเขตการล่าเหยื่อของเขา หากใครบุกรุกเข้ามาละก็มีอันต้องถูกขย้ำไปตามระเบียบ
ช่วงนี้จ่าแช่มก็ทยอยๆ ปราบไปเรื่อย เสือน้อยตั้งใจปั๊มยศให้จ่าเลื่อนขั้นเป็นดาบโดยเร็ววันจะได้มีอำนาจตัดสินใจมากยิ่งขึ้น เพราะพี่มอสไม่แน่ว่าอาจจะโดนย้ายไปที่อื่น ทำให้ตัวเขาไม่อาจวางไข่ไว้ในตะกร้าใบเดียวได้
เวลาเดินตั้งแต่สองถึงสามสัปดาห์หลังมาก็ไม่ค่อยมีใครเข้ามายุ่มย่ามกับทางเหมือนฝันเท่าไหร่ต่อให้มีบ้างก็เป็นส่วนน้อยเวลาเธอมาเดินกับเพื่อน ก็มีผู้ชายมาขอเบอร์ตามปกติเสือน้อยก็ไม่ได้หึงจนหน้ามืดตามัว
เวลาที่เขาเดินเคียงคู่กันจึงทำให้บรรยากาศการเดินดูหวานชื่นใครมองผ่าน ๆ ก็รู้ว่าเป็นแฟนกันส่วนพวกผู้ชายเหล่านั้นก็หันมามองแฟนเขาเป็นระยะ ๆเสือน้อยก็ปล่อยผ่านคล้ายชินแล้ว
พอมีของอะไรที่ฝันอยากได้ เขาก็จะออกหน้าซื้อให้เหมือนฝันอย่างใจกว้าง
……
ยิ่งนานวันครอบครัวของทั้งสองฝ่ายก็ยิ่งทำความรู้จักกันมากขึ้น
เสือน้อยจึงคิดจะชวนทั้งสองฝ่ายไปกินข้าวทำความรู้จักกันให้ดียิ่งขึ้น พอรู้จักกันจริง ๆครอบครัวทั้งสองฝ่ายก็พออกพอใจกัน
เสือน้อยแอบเปรย ๆกับแม่ชบาไปว่า “นี่ขอหมั้นไปเลยแม่!”ความคิดแผลง ๆของเขาแสดงออกมาอย่างกระตือรือร้น
ปรากฏว่าแม่ก็ประธานมะเหงกให้หนึ่งที“เร็วไปย่ะ! ไปเรียนให้จบ ม.ปลาย ก่อนจะดีมั้ยค่อยคิดเรื่องนี้” สำหรับแม่แล้ว ทั้งคู่ยังเร็วเกินไปที่จะด่วนตัดสินใจทำอะไรแบบนี้คบหาดูใจกันเป็นแฟนกันไปก่อนนั้นได้
ในตอนเที่ยงในวันหนึ่ง
เหมือนฝันที่มีดูความสุขเธอก็ยิ้มแย้มตลอดทั้งวันอย่างออกหน้าออกตา เธอกำลังรอให้เสือน้อยมาหา จึงทำเอาเพื่อนๆ ในกลุ่มอดแซวไม่ได้
นับวันทั้งคู่ยิ่งดูมีความสุขเกินใครเดินไปไหนมาไหนก็เป็นที่น่าจับตามอง
ตัวของเสือน้อยเองก็ไม่ได้ขี้เหร่อะไรกลับดูเป็นชายหนุ่มที่อกผายไหล่ผึ่ง มีสาว ๆ ไม่ใช่น้อยชื่นชอบเขาด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจตอนเจอที่หน้าโรงเรียนก็ตามแต่ หรือว่ายืนรับลูกค้าอย่างกระตือรือร้นในร้านทองสุขก็ตาม
รุ่นน้องที่เป็นผู้หญิงหันมามองเขาเป็นตาเดียวเวลาเดินอยู่กับกลุ่มเพื่อน ๆ ยังมีคนฝากให้กลุ่มเพื่อนมาติดต่อเขาอ้อม ๆให้ทำความรู้จักกัน
คนที่อิจฉายิ่งกว่าใครเห็นจะไม่พ้นมะปราง เพราะเมื่อวันเวลาพ้นผ่าน ความลับของเสือน้อยก็เผยออกมาทีละนิดๆ เช่น ขายกระเป๋านักเรียนมือสอง เสือน้อยก็เป็นคนขายอยู่เบื้องหลังโดยนายพีเป็นคนปล่อยข่าวออกมา
จนทำให้เสือน้อยได้ฉายาใหม่ว่า‘เสือมือสอง’ พอได้ยินดังนั้นก็รู้ว่าอดีตแฟนเก่า‘อู้ฟู่’ มากขนาดไหน
จึงแอบไปตะล่อมถามเหมือนฝันจนรู้ว่าเจ้าของร้านทองสุขก็คือเสือน้อยนั่นแหละ
ส่วนที่ยืนขายหมูปิ้งอยู่ทุกวันก็เป็นกิจการของเจ้าตัวตอนนี้ทำให้เธอดูคล้ายเหมือนคนโง่เธอรู้สึกตลกกับความคิดของตัวเองเมื่อเวลาผ่านไปและยิ่งไปกว่านั้นเธอยิ่งอิจฉาเหมือนฝันมากยิ่งขึ้น
ส่วนแฟนที่ชื่อพี่ธรซึ่งได้เข้ามาจีบแย่งเธอไปจากเสือน้อยได้เลิกรากันไปนานแล้ว ตั้งแต่มีเรื่องระหองระแหงกันปีก่อนนานวันความเสียใจก็ยิ่งเพิ่มพูน
คนที่ขยันทำมาหากินทั้งเก่งและแสนดีขนาดนี้เธอกลับปล่อยให้หลุดมือไป เพียงเพราะคำถากถาง คำแซวหยอกล้อของคนรอบข้างมันคุ้มค่าแล้วจริง ๆ น่ะเหรอกับการที่เสียเขาไป?
ถ้าเธอย้อนเวลากลับไปได้จะกลับไปตบตัวเองให้ตื่นรู้ ให้ตัวเองฉลาดมากกว่านี้
แต่พอคิดดูก็เพราะความไร้เดียงสาในวัยที่ไม่สามารถอดทนได้ในตอนนั้นของเธอ ต่อให้เธอสามารถย้อนเวลากลับไปได้ก็ไม่แน่ว่าจะเปลี่ยนความคิดตัวเองให้หนักแน่นมั่นคงพอ
ยามเมื่อเธอถอยออกมาหนึ่งก้าวเพื่อเบิกตากว้างมองดูโลกให้มากยิ่งขึ้นสายตาของเธอกวาดไปมองเพื่อนในหมู่นักเรียนชายด้วยกัน ทั้งในวัยเดียวกันและรุ่นพี่ไม่มีใครสู้กับอดีตแฟนของเธอได้เลยจริง ๆ
ความเสียใจที่ก่อตัวยามเมื่อมองเห็นทั้งคู่ดูมีความสุขยิ้มหน้าระรื่น ในใจก็เกิดเป็นจิตริษยาขึ้นมา…