ทุกคนในบ้านรู้สึกแปลกใจเมื่อเห็นมธุรินกลับมาในตอนเย็นเพราะปกติแล้วถ้าหญิงสาวออกไปเจอเพื่อนๆ ข้างนอกก็มักจะกลับเลยเที่ยงคืนเสมอ
“ไปเรียกนังเพชรมาช่วยขนอีกแรงไป๊” มธุรินสั่งอนงค์แล้วเดินเข้าบ้านไป หญิงสาวขึ้นห้องนอนไปไม่กี่นาที อนงค์กับอวิกาก็ช่วยกันขนถุงกระดาษหลายสิบใบตามเข้ามาในห้องวางของเสร็จทำท่าจะพากันออกไป ผู้เป็เ้าของห้องหันมามองแล้วพูดแกมสั่งเสียงเรียบ
“เพชรอยู่ก่อน”
“คุณหนูมีอะไรจะให้เพชรรับใช้หรือคะ” อวิกายืนอยู่หน้าเตียงด้วยท่าทางสงบเสงี่ยมมธุรินไม่ตอบแต่เดินมาที่เตียงแล้วเปิดถุงกระดาษหยิบข้าวของที่ซื้อมาออกมาดู
“สวยไหม” คนถามชูเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า และเครื่องประดับจำนวนหลายสิบชิ้นให้อวิกาดู
“สวยค่ะ”
“ของพวกนี้เป็ของที่เพิ่งนำเข้ามาใหม่เลยนะต่างหูคู่นี้เธอว่ามันเหมาะกับฉันไหมเพชร” เอ่ยพลางเอาต่างหูเพชรมาทาบตรงใบหูของตนเองให้อีกฝ่ายดู
“เหมาะค่ะ” อวิกาตอบสั้นๆ ด้วยอารมณ์เซ็งๆ เล็กน้อยเพราะรู้ดีว่าที่มธุริน้าให้เธออยู่ในนี้ด้วยนั้นเพราะเหตุใด
“คืนนี้ฉันมีปาร์ตี้เป็งานที่สำคัญมาก ฉะนั้นฉันต้องดูสวยและเด่นที่สุด เธอว่าชุดนี้เป็ไงบ้างล่ะ”
ถามพร้อมกับทาบชุดลงบนตัวให้ดูจากนั้นชุดอื่นๆ รวมถึงกระเป๋า รองเท้า และเครื่องประดับก็ตามมาให้พิจารณาอีกยกใหญ่อวิกาตอบไปอย่างแกนๆ เพราะรู้ดีว่ามธุรินถามไปอย่างนั้นเองไม่ได้จงใจให้เธอออกความคิดเห็นจริงๆ หรอกเธอเชื่อว่ามธุรินคงเลือกชุดที่จะใส่ไปงานคืนนี้ไว้แล้ว
“คุณหนูคะถ้าคุณหนูไม่มีอะไรจะใช้เพชรแล้ว เพชรขอตัวไปทำงานต่อนะคะ”
“ไปสิ เออ...เดี๋ยวก่อน” มธุรินห้ามไว้แล้วเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าหลังใหญ่ของตนเองหญิงสาวเปิดมันออก ก่อนจะหยิบเสื้อผ้าออกมาเกือบสิบชุดจากนั้นก็โยนมันลงบนพื้นแล้วเรียกอวิกาให้ไปเก็บ
“มาเก็บเอาไปสิ ฉันให้”
“ไม่เป็ไรค่ะเพชรไม่อยากได้” อวิกากัดฟันบอกพยายามข่มอารมณ์ไม่พอใจเอาไว้ การที่อีกฝ่ายทำแบบนี้เท่ากับดูถูกเธอชัดๆ
“เอ๊ะ! ฉันบอกว่าให้ยังไงล่ะ มาเก็บไปเร็วๆ สิ เห็นไหมว่ามันรกห้องฉันน่ะ”
อวิกาถอนใจเฮือกใหญ่ก่อนเดินเข้าไปเก็บ
“ฉันเห็นเธอไม่มีชุดสวยๆใส่ แล้วอีกอย่างชุดพวกนี้ฉันก็เบื่อแล้วด้วย เก็บไว้ก็รกตู้เปล่าๆ เธอเอาไปใส่เถอะ”
“ขอบคุณค่ะถ้าไม่มีอะไรแล้ว งั้นเพชรขอตัวนะคะ”
“อืม”
มธุรินรับคำในลำคอแล้วหันไปสนใจข้าวของชิ้นใหม่บนเตียงต่อเมื่ออวิกาออกไปจากห้องแล้ว หญิงสาวก็หยิบชุดต่างๆ มาลองสวมใส่ดูรวมถึงเครื่องประดับ กระเป๋า และรองเท้าด้วย เธอ้าให้มันเข้าชุดกันและดูดีที่สุดเพราะงานนี้เธอต้องเด่นที่สุดเพื่อเรียกความสนใจจากชายหนุ่มที่เธอปรารถนา
ยุวดีบอกเธอว่าอิมรานจะไปร่วมงานปาร์ตี้ในคืนนี้ด้วยฉะนั้นนี่เป็โอกาสอันดีที่เธอจะได้ทำความรู้จักกับชายหนุ่มแสนเพอร์เฟกต์คนนี้อย่างเป็ทางการมธุรินยิ้มกริ่ม มองภาพตัวเองในกระจกเงาอย่างพึงพอใจ เธอมั่นใจในความสวยของตนเองไม่เคยมีผู้ชายคนไหนปฏิเสธเธอได้เลยสักคนเดียว และอิมรานก็จะไม่เป็ข้อยกเว้นด้วยเช่นกัน!
“น้องแพรน้องแพรอยู่หรือเปล่า”
“อยู่ค่ะพี่เพชรมีอะไรหรือเปล่าคะ” เด็กสาวที่อวิกาเรียกว่าน้องแพรวิ่งหน้าแป้นมาเกาะขอบรั้วข้างบ้านถามผู้ที่เธอเคารพรักเสมือนพี่สาวคนหนึ่ง
“พี่มีเสื้อผ้ามาให้น่ะอยากได้ไหม”
“โอ้...อยากได้สิคะ ไหนๆขอน้องแพรดูหน่อย”น้องแพรรีบรับเสื้อผ้าหลายสิบชุดอย่างกระตือรือร้นเพราะเสื้อผ้าแต่ละชุดที่อวิกาเอามาให้นั้นล้วนสวยงาม ทันสมัย และราคาแพง เพราะเป็ยี่ห้อดัง
“โห...ชุดนี้สวยจังชุดนี้ก็สวย โอ...ชุดนี้ก็เยี่ยม”
อวิกาอมยิ้มกับท่าทางดีใจของน้องแพรเสื้อผ้าที่มธุรินให้เธอนั้น เธอจะเอามาให้น้องแพรต่อตลอดเพราะน้องแพรมีรูปร่างใกล้เคียงกับมธุรินจึงสามารถใส่ได้ อีกอย่างเด็กสาวก็สามารถใช้เสื้อผ้าพวกนี้ให้เกิดประโยชน์ได้มากกว่าเธอเนื่องจากเด็กสาวยังได้ออกไปเที่ยวโน่นเที่ยวนี่ได้ไม่เหมือนกับเธอที่ต้องอุดอู้อยู่แต่ในบ้าน ทำงานบ้านงกๆ ไปวันๆจะได้ออกไปเปิดหูเปิดตาบ้างก็่ที่คุณผู้หญิงไม่อยู่บ้านเท่านั้น
“พี่เพชรให้เสื้อผ้าน้องแพรอีกแล้วพี่ไม่เสียดายหรือจ๊ะ สวยๆ ทั้งนั้นเลย”น้องแพรถามอย่างไม่เข้าใจ
“ไม่เสียดายหรอกเพราะพี่ก็ไม่รู้ว่าจะเอาไว้ใส่ไปทำอะไร วันๆ อยู่แต่กับบ้านขืนใส่ชุดพวกนี้ทำงานบ้านคงตลกตายเลย”
อวิกาพูดให้ฟังดูตลกไป แต่คนที่อยู่บ้านติดกันมานานหลายปีอย่างน้องแพรก็รู้ความเป็อยู่ของพี่สาวใจดีคนนี้ดีเธอสนิทกับอวิกาเพราะเวลามีเื่อะไรหรือไม่เข้าใจการบ้านข้อไหนก็มักจะมาถามหญิงสาวอยู่เป็ประจำโดยเฉพาะวิชาภาษาอังกฤษ อวิกาช่วยเธอได้มากทีเดียว
“ขอบคุณนะคะพี่เพชรพี่รู้ไหมว่าั้แ่พี่เอาเสื้อผ้าสวยๆ มาให้ น้องแพรประหยัดเงินค่าขนมไปเยอะเลย”
“ไม่เป็ไรถ้าน้องแพรไม่รังเกียจว่าเป็ของใช้แล้วละก็ พี่จะเอามาให้อีกถ้าคุณหนูน้ำหวานให้พี่อีกนะ”
“ขอบคุณค่ะงั้นน้องแพรเอาเสื้อผ้าไปเก็บก่อนนะคะ”
“จ้ะ”อวิกามองตามจนกระทั่งเด็กสาวหายลับเข้าไปในบ้าน หญิงสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนหันหลังกลับเดินตรงไปยังห้องครัว
ผับหรูกลางกรุงแห่งหนึ่งถูกสั่งปิดหนึ่งวันเนื่องจากมีลูกชายนักการเมืองใหญ่มาใช้ที่นี่เป็สถานที่จัดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดของตนเองแขกในงานวันนี้จึงมีแต่คนสนิทชิดเชื้อกันทั้งนั้นและการที่มธุรินได้รับเชิญมางานนี้ด้วยก็เพราะเมื่อก่อนเธอเคยกิ๊กกับเ้าของงานวันเกิดอยู่พักหนึ่งก่อนจะเลิกรากันไป
คืนนี้มธุรินได้เป็ดาวเด่นในงาน รองจากเ้าของวันเกิดสมใจหญิงสาวบรรจงแต่งหน้าและแต่งตัวจนงดงามไร้ที่ติชายหนุ่มมากหน้าหลายตาที่รู้จักกันดีก็พากันมาห้อมล้อมเธอแต่เธอก็ไม่ได้สนใจใครเพราะมีเป้าหมายที่้าอยู่แล้ว
มธุรินตาเป็ประกายวาววับเมื่อเห็นอิมรานยืนคุยอยู่กับเ้าของงานวันเกิดชายหนุ่มอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีฟ้าใสกับกางเกงยีนยี่ห้อดังสีซีดๆกระดุมเสื้อของเขานั้นถูกติดไว้เพียงแค่สามสี่เม็ดจากด้านล่างเท่านั้นสาบเสื้อ้าของเขาจึงอ้ากว้างเปิดเปลือยแผ่นอกแกร่งที่มีขนสีทองอยู่รำไรอวดสายตาสาวๆคืนนี้อิมรานแต่งตัวได้หล่อเหลาและดูยั่วยวนเสียเหลือเกิน เธอไม่นึกแปลกใจเลยที่สาวๆทั้งหลายทั้งโสดและไม่โสดมักจะชายตาแลเขาอยู่ตลอดเวลา แต่ขอโทษเถอะทำได้แค่แลดูเท่านั้นแหละ เพราะผู้ชายคนนี้จะต้องเป็ของเธอเท่านั้น
มธุรินเชิดหน้าขึ้นด้วยความมั่นใจ ก่อนจะก้าวเข้าไปหาเ้าของงานวันเกิด
“สุขสันต์วันเกิดค่ะแม็ค” กล่าวพร้อมกับส่งกล่องของขวัญให้และชายตามองสบกับอิมรานที่ยืนยิ้มอยู่ด้วย และหญิงสาวก็กล้าพอที่จะเอ่ยทักทายเขาก่อน
“เจอกันอีกแล้วนะคะ”
“โลกกลมจังเลยนะครับ”
อิมรานตอบดวงตาคมเป็ประกายแพรวพราวเมื่อสบตาเข้ากับนางเสือดาวสาวปราดเปรียว เพียงแค่มองตา ชายหนุ่มก็รู้แล้วว่าอีกฝ่าย้าอะไรเพราะเขาจดจำพฤติกรรมที่อยู่ในร้านอาหารของเธอได้ผู้หญิงตรงหน้าเขาคือไฟแต่เขาไม่เคยกลัวแถมยังพร้อมจะเข้าไปเล่นกับไฟดวงนี้อีกด้วย
“รู้จักกันด้วยเหรอ” แม็คถาม เขากับอิมรานเพิ่งรู้จักกันได้เกือบปีจากเส้นทางสายธุรกิจ
“เปล่าหรอกแค่เจอกันที่ร้านอาหารเท่านั้น เธอเป็เพื่อนของคุณยุวดี”อิมรานตอบ
“อ๋อถ้าอย่างนั้นก็รู้จักกันไว้เสียเลยสิ นี่...”ยังไม่ทันที่แม็คจะได้แนะนำ มธุรินก็ชิงเป็ฝ่ายแนะนำตัวก่อนเสียเอง
“ฉัน มธุรินฤทธิ์ติกรกุลค่ะ เรียกสั้นๆ ว่าน้ำหวานก็ได้ค่ะ”หญิงสาวยื่นมือออกไปตรงหน้าให้เขาจับ อิมรานยิ้ม ก่อนยื่นมือออกไปจับแล้วแนะนำตัวเองบ้างอย่างสั้นๆ
“ผมอิมรานครับ”
“คุณพูดไทยชัดเจนมากเลยนะคะ”
“คุณแม่ผมสอนครับ”
“อย่าบอกนะคะว่าคุณแม่ของคุณเป็คนไทย”
“เปล่าหรอกครับ คุณยายของผมท่านเป็ลูกครึ่งไทย-อูบาเซียน่ะครับท่านถ่ายทอดภาษาให้กับพวกเรา เราเลยพูดได้” อิมรานตอบ ชายหนุ่มเป็คนที่พูดภาษาไทยได้ชัดเจนที่สุดในครอบครัวเนื่องจากเขามีเพื่อนสนิทเป็คนไทยเยอะและยังติดต่อธุรกิจที่เมืองไทยด้วย
“ดีจังเลยนะคะ” มธุรินจงใจยิ้มหวานให้เมื่อเธอเห็นยุวดีเข้ามาในงานแล้วจึงเอ่ยขอตัวไปหาเพื่อน
“เธอชอบคุณ” แม็คบอกอิมรานยิ้มๆ มองตากันอย่างเข้าใจความหมาย “ถ้าคุณสนใจเธอละก็ลุยได้เลย เธอพร้อมเปิดทางให้คุณเสมอ”
อิมรานไม่พูดอะไรนอกจากยิ้มอย่างเดียวและความคิดของแม็คก็เป็จริง เพราะตลอดระยะเวลาที่อยู่ในงานมธุรินเป็ฝ่ายรุกเขาโดยตลอด ส่วนเขาก็แสดงท่าทีว่าพอใจอย่างชัดเจนเหมือนกันยิ่งดึกเหล้ายิ่งเข้าปากมากเท่าไร สติก็ยิ่งลดน้อยถอยลงทุกทีจากที่นั่งคุยกันห่างๆ ก็เริ่มเบียดกายเข้าหากัน แถมมือไม้ก็เริ่มลูบไล้ร่างกายกันและกัน
ชุดที่มธุรินใส่อำนวยความสะดวกให้แก่อิมรานยิ่งนักชุดเธอเป็แบบเว้าลึกด้านหลังจนเกือบถึงสะโพกกระโปรงที่สวมอยู่ก็ยาวลงมาแค่ครึ่งต้นขาทำให้เวลานั่งชายกระโปรงจึงร่นขึ้นไปมากมือของอิมรานจึงสามารถััต้นขางามผ่องได้อย่างแนบชิดมากยิ่งขึ้น
หญิงสาวสูดปากเล็กน้อยเมื่อรู้สึกเสียวซ่านตรงบริเวณกึ่งกลางของร่างกายเธอสบตากับดวงตาสีน้ำตาลเข้มด้วยแววตาฉ่ำหวาน ไฟปรารถนาที่ลุกโชนผลักดันให้หญิงสาวถึงกับกล้ากระซิบข้างหูชายหนุ่มที่เธอรู้จักได้เพียงวันเดียว
“ช่วยพาฉันไปห้องน้ำหน่อยสิคะฉันเดินไปไม่ไหว”
อิมรานสบดวงตาท้าทายกึ่งอ้อนยิ้มๆก่อนตอบ
“โอเค”
หนุ่มสาวเดินประคองกันไปทางห้องน้ำอิมรานพาเธอเข้าห้องน้ำชาย และเธอก็ไม่ได้ว่าอะไร แถมยังหัวเราะคิกคักอีกด้วยมีผู้ชายใช้บริการในห้องน้ำอยู่สองสามคน แต่ทั้งเขาและเธอก็ไม่แคร์เพราะเป็คนรู้จักกันทั้งนั้น ชายหนุ่มเปิดประตูห้องน้ำที่ว่างอยู่เข้าไป และยังไม่ทันที่ประตูจะถูกปิดสนิทอิมรานก็ถูกแขนเรียวโอบรอบลำคอ ก่อนจะดึงหน้าเขาให้ก้มลงมาหาริมฝีปากอิ่มที่เผยอเชิญชวนทันที
อิมรานตอบสนองทันควันแลกจูบกับหญิงสาวอย่างเร่าร้อนและดูดดื่มสองมือของเขาก็เคล้นคลึงเรือนกายงามไปด้วยเพื่อปลุกอารมณ์ใคร่ให้ลุกฮือยิ่งขึ้นมธุรินครางเสียงแ่ด้วยความเสียวสยิว ขนกายลุกชันและร่างกายปั่นป่วนไปหมดเธอ้าเขามากแต่ยังไม่ใช่เวลานี้เธออยากยั่วเขาให้คลั่งให้เกิดความ้าในตัวเธอให้ถึงขีดสุดเสียก่อน เธอจะทำให้เขาหลงใหลจนเธอสามารถบงการชีวิตเขาได้และที่สำคัญเธออยากทำให้เขารู้ว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิงง่ายๆ ขนาดนั้นไม่ใช่ของเล่นของใคร คิดได้เช่นนั้นมธุรินก็พยายามข่มความปรารถนาเอาไว้แล้วฝืนใจผลักศีรษะเขาออกห่างจากหน้าอกอวบเต่งตึงของตนเอง
“คุณยอดเยี่ยมมากแต่อย่าเพิ่งใจร้อนสิคะ”
อิมรานขมวดคิ้วมุ่น สีหน้าเริ่มบึ้งตึงอย่างไม่พอใจที่ถูกขัดจังหวะ
“ทำไมคุณ้าอย่างนี้ไม่ใช่เหรอ”
“แหม...”มธุรินผ่านเื่อย่างนี้มามากแล้วจึงไม่มีความอายสักนิดเดียวเมื่อถูกถามแบบนี้ “ฉันว่าเรามาค่อยๆ เป็ค่อยๆ ไปกันดีกว่านะคะมันเร็วไปที่เราจะมีความสัมพันธ์กันแบบนี้ ฉันว่าเรามาทำความรู้จักกันให้สนิทสนมกว่านี้ดีกว่าเพราะถ้าเราสองคนสนิทกันมากกว่านี้ คุณอาจจะได้ทุกอย่างตามที่คุณ้า” เธอบอกเขาด้วยน้ำเสียงที่ยังสั่นพร่าอยู่
อิมรานจับน้ำเสียงเธอได้ก็กระตุกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยก่อนจะปล่อยร่างงามที่เกือบเปลือยทันที สติและอารมณ์ของเขาเริ่มกลับเข้าที่เมื่อเข้าใจแล้วว่าแม่เสือดาวสาว้าอะไร
‘โอเคเลยในเมื่อเธออยากเล่นเกมกับเขา เขาก็จะเล่นด้วย แล้วมาดูกันสิว่าระหว่างเธอกับเขาใครมันจะพ่ายแพ้แก่กิเลสตัณหาก่อนกัน’
“โอเคถ้าคุณ้าอย่างนั้น”
“งั้นเราออกไปกันเถอะค่ะ”
อิมรานยักไหล่แล้วเดินควงเธอออกจากห้องน้ำไปมธุรินชวนเขาไปเต้นซึ่งเขาก็ไม่ปฏิเสธ ชายหนุ่มเต้นอยู่ข้างกายเธอและอมยิ้มเล็กๆด้วยความขำที่เธอเต้นยั่วยวนเขา เธอคงเริ่มแผนการที่จะทำให้เขาคลั่งแล้วสินะได้เลย แล้วเขาจะทำให้เธอรู้ว่าเขาไม่ใช่ไก่อ่อน และเธอจะต้องเป็ฝ่ายที่คลั่งไคล้เขาแทน
อวิกาตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงียเมื่อได้ยินเสียงบีบแตรรถหน้าบ้านหญิงสาวหันไปมองดูนาฬิกาเรือนใหญ่ที่แขวนอยู่ข้างฝาก็พบว่าเป็เวลาตีสามแล้ว อวิกาทบทวนความจำว่าเหตุใดตนเองถึงได้มานอนฟุบอยู่ในห้องรับแขกเช่นนี้ซึ่งพอจำได้แล้วเธอก็รีบลุกขึ้นวิ่งออกจากบ้านไปแต่เพราะความที่ยังตื่นไม่เต็มตาจึงทำให้วิ่งไปสะดุดกระถางดอกไม้เข้าอย่างจัง
“โอ๊ย! บ้าจริง ตาสว่างเลยเรา”อวิกาพึมพำกับตนเองก่อนจะรีบวิ่งไปที่รั้วประตูหน้าบ้าน หญิงสาวนึกสงสัยที่ไม่มีแสงไฟหน้ารถส่องเข้ามาจึงเดินเข้าไปใกล้รถยนต์ที่จอดจ่อหัวรถอยู่ตรงหน้าประตูรั้ว
‘เอ๊ะ! ไม่ใช่รถของคุณหนูนี่ว้าย!’
อวิการ้องลั่นในใจพลางยืนดูฉากรักในรถยนต์คันโก้ตาค้างปากอ้าค้างด้วยความใแม้สิ่งที่เห็นจะเป็แค่การจูบกันเท่านั้นแต่เธอก็คิดว่ามันไม่สมควรอยู่ดีเมื่อตั้งสติได้แล้วหญิงสาวก็หันรีหันขวางอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรดีเธอไม่อยากให้ชาวบ้านชาวช่องแถวนี้มาเห็นภาพอุจาดตา ถึงแม้เวลานี้มันจะดึกมากจนอาจไม่มีใครออกมาเดินท่อมๆอยู่กลางถนนก็ตามเถอะ
คิดอยู่นานจนในที่สุดเธอก็ตัดสินใจไปเปิดประตูรั้วแรงๆเพื่อให้หนุ่มสาวในรถที่กำลังจูบกันอย่างเมามันได้รู้สึกตัวเสียทีว่าทำบ้าอะไรกันอยู่ซึ่งมันก็ได้ผล
มธุรินกับอิมรานผละจากกันทันทีหญิงสาวตวัดสายตามองอวิกาด้วยความไม่พอใจที่ถูกขัดจังหวะในขณะที่อิมรานนั้นไม่รู้สึกอะไรเลย เขามองอวิกาแวบหนึ่ง ก่อนหันมาส่งยิ้มให้คนข้างกาย
“คุณเข้าบ้านเถอะ”
“ค่ะแล้วอย่าลืมนัดพรุ่งนี้นะคะ”
อิมรานพยักหน้ามธุรินยื่นหน้ามาหอมแก้มเขาฟอดใหญ่ก่อนจะเปิดประตูรถลงไปหญิงสาวโบกมือให้คนในรถด้วยสีหน้าระรื่นรอจนรถคันโก้เคลื่อนตัวจากไปจึงเดินเข้าบ้านอวิการีบปิดประตูรั้วแล้วเดินแกมวิ่งตามมธุรินไปพอเดินไปทันกันตรงบันไดเธอก็อดถามถึงรถของมธุรินไม่ได้
“แล้วรถของคุณหนูไปไหนหรือคะ”
“ฉันฝากไว้ที่บ้านยัยยุ พรุ่งนี้ค่อยไปเอา”
“แล้วทำไมไม่ขับกลับเองล่ะคะ”
“เอ๊ะ! แกเป็แม่ฉันหรือไงนังเพชร ถึงได้มาซักไซ้ฉันแบบนี้”อารมณ์ดีๆ สะดุดลงเมื่อถูกถามคำถามที่ไม่น่าพอใจ
“ขอโทษค่ะ”
“พรุ่งนี้ไปเอารถที่บ้านยัยยุให้ฉันด้วย”
“ค่ะ”
อวิการับคำเสียงแ่ถอนหายใจเฮือกใหญ่เมื่อมธุรินเดินขึ้นชั้นบนไปหญิงสาวรู้สึกเป็ห่วงมธุรินเหลือเกินการที่อีกฝ่ายมีความสัมพันธ์กับผู้ชายมากหน้าหลายตาเช่นนี้มีแต่เสียกับเสียเท่านั้นเธอไม่อยากให้มธุรินทำตัวเป็ผู้หญิงไร้ค่าแบบนี้เลยแม้อีกฝ่ายจะไม่รับเธอเป็น้องและไม่ได้ดีกับเธอ แต่เธอก็อดเป็ห่วงไม่ได้เลยจริงๆ