ตะวันออกของเมืองฉางซานเป็สถานที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดในบรรดาทั้งสี่ทิศของเมืองแม้ที่ดินมีมูลค่าสูงดุจทองคำ แต่สิ่งก่อสร้างก็ใหญ่โตโอ่อ่า แม้แต่ถนนยังถูกสร้างจนสามารถให้รถม้ายี่สิบคันวิ่งเรียงหน้ากระดานพร้อมกันได้
ร้านค้าทุกร้านที่อยู่โดยรอบตบแต่งอย่างหรูหราผู้คนที่เข้าร้านเ่าั้ได้ล้วนแต่มีสถานะร่ำรวย
ส่วน “หอสมบัติโอสถ”ตั้งตระหง่านดั่งูเาสูงอยู่ใจกลางเมืองฝั่งตะวันออกความยิ่งใหญ่ของมันกินพื้นที่กว่าหนึ่งลี้และกำแพงก็ถูกสร้างด้วยหินหยกเก้าัที่หายาก
หินหยกเก้าัมีรูปลักษณ์ที่งดงามและหลากหลายซึ่งให้ความรู้สึกโชกโชนอย่างเป็เอกลักษณ์ลวดลายบนหินเหมาะแก่การสร้างค่ายกลป้องกันขนาดใหญ่ฟ่านเสวี่ยหลีจำได้ว่าบางราชวงศ์เมื่อพันปีก่อนใช้หินหยกเก้าัในการตกแต่งและป้องกัน
ส่วนองครักษ์ทั้งหลายที่กำลังเฝ้าอยู่หน้า “หอสมบัติโอสถ” ก็ล้วนแต่เป็เนื้อกายขั้นสามขึ้นไป
ตอนนี้ฟ่านเสวี่ยหลียังสังเกตเห็นด้านหน้าของหอสมบัติโอสถมีกระจกสีทองที่แสดงข้อความว่า“การประมูลกำลังจะเริ่มต้นขึ้น!”
อิงเทากำลังอธิบายอยู่ข้างหูของฟ่านเสวี่ยหลีอย่างแ่เบา “หอสมบัติโอสถจะจัดงานประมูลทุกๆสิบวัน มักจะมีสมบัติหายากมาประมูล ซึ่งไม่ควรพลาดเด็ดขาด”
ฟ่านเสวี่ยหลีพยักหน้าเล็กน้อยเขาไม่ได้พาิญญาาาบัลลังก์ทมิฬมาด้วยแต่ตอนนี้เขามีระดับเนื้อกายขั้นสี่และมีตราหมื่นอัคคีจึงไม่เกรงกลัวต่อภัยอันตรายทั่วไป อีกทั้งก่อนที่เขาออกมายังใช้หัตถ์ของนักปรุงยาแปลงโฉมตัวเองเล็กน้อยหากไม่ใช่คนที่สนิทสนมกับเขาอย่างมากก็ไม่มีทางจำได้
ตอนนี้พวกเขาทั้งสองคนไปถึงหน้าประตูใหญ่ของหอสมบัติโอสถแล้วแต่ถูกองครักษ์ชุดดำคนหนึ่งขวางเอาไว้ “โปรดแสดงบัตรเชิญ”
องครักษ์ชุดดำคนนี้ลมปราณหลอมแน่นทั่วกายเห็นได้ชัดว่าเป็พลังของเนื้อกายขั้นสี่สามารถปลดปล่อยพลังแห่งกระทิงสี่ตัวออกมาในชั่วพริบตา
การที่คนธรรมดาจะบ่มเพาะถึงเนื้อกายขั้นสี่จำเป็ต้องใช้ยาศักดิ์สิทธิ์นับไม่ถ้วนดังนั้นผู้ฝึกยุทธ์เนื้อกายขั้นสี่ทุกคนล้วนควรค่าแก่การเคารพ
อิงเทาเตรียมตัวพร้อมั้แ่แรกแล้วเขาหยิบบัตรเชิญสีทองฉบับหนึ่งออกจากอ้อมอก แล้วยื่นให้กับองครักษ์ชุดดำ
ทันใดนั้นก็มีเสียงอันแปลกประหลาดดังจากข้างหลัง“ที่แท้ก็คุณชายรองสกุลอิง คาดไม่ถึงว่าเ้าก็ถูกเชิญมาหอสมบัติโอสถในวันนี้ด้วยอีกทั้งยังพาองครักษ์น้อยผิวพรรณอ่อนโยนมา...”
ด้านหลังของเขามีคุณชายวัยหนุ่มคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นสีหน้าเหมือนคนเป็โรคเล็กน้อย เืลมราวกับถูกสูบออกจนหมดสิ้น ร่างกายอ่อนแอระดับพลังก็ไม่สูง แต่ไม่รู้เพราะเหตุใดถึงกล้าท้าทายอิงเทา
ฟ่านเสวี่ยหลีถึงกับใจสั่นเมื่อสังเกตเห็นประกายหยินในดวงตาของคุณชายผู้นี้ที่ราวกับจงใจท้าทายอิงเทาอีกทั้งระดับพลังของผู้นี้ เกรงว่าจะไม่ธรรมดาอย่างที่ตาเห็น
อิงเทาเผยสีหน้าโกรธเกรี้ยวด้วยสถานะอย่างเขาหาได้เคยถูกผู้ใดเหยียดหยามเช่นนี้ปกติเขาคงตบเข้าไปอย่างหยิ่งผยองแล้ว แต่เมื่อเขาเห็นผู้ที่เข้ามาสีหน้าก็ถึงกับเยือกเย็นและไม่มีท่าทีตอบโต้ใดๆ
จากนั้นเขาก็สูดลมหายใจเข้าลึกแล้วพูดอย่างเ็าว่า “หงอีฟานข้าเห็นแก่หน้าพี่ใหญ่จึงไม่สั่งสอนเ้า เ้าอย่าได้คืบจะเอาศอก”ขณะที่พูดถึงพี่ใหญ่ สายตาของเขาก็เผยความเ็ปออกมาเล็กน้อย
เขาในฐานะลูกชายคนรองของเ้าเมือง จึงมักถูกพี่ใหญ่ข่มเหงและกลั่นแกล้งโดยตลอดแรกเริ่มเขาพยายามสู้ด้วยเหตุผล แต่มีครั้งหนึ่งที่เขาถูกใส่ร้ายจนสุดท้ายแม้แต่เ้าเมืองยังรังเกียจเขา หากไม่ใช่เพราะพี่สาวอ้อนวอนให้เขาอย่างสุดความสามารถเกรงว่าตอนนี้คงถูกไล่ออกจากจวนเ้าเมืองไปแล้วส่วนหงอีฟานคุณชายใหญ่ตระกูลหงที่อยู่ตรงหน้าก็เป็หนึ่งในผู้สมรู้ร่วมคิดของพี่ใหญ่
“มิกล้าๆ”หงอีฟานพูดด้วยน้ำเสียงแปลกประหลาดอีกครั้งแล้วเดินเข้าไปในหอสมบัติโอสถ
เมื่อองครักษ์ผู้นั้นเห็นหงอีฟานก็พูดอย่างเคารพว่า “คุณชายใหญ่หงเชิญขอรับ”
หงอีฟานเหลือบมองอิงเทาอย่างได้ใจ จากนั้นโยนเงินสิบตำลึงแท่งหนึ่งให้องครักษ์คนนั้นพร้อมกับแสดงสีหน้าที่เปี่ยมด้วยความเยาะเย้ยต่ออิงเทา
ฟ่านเสวี่ยหลีมองออกถึงสีหน้าอันเ็ปของอิงเทาแต่เขาไม่ได้พูดอะไรและเดินเข้าไปในหอสมบัติโอสถ
สำหรับเขาแล้ว เื่นี้เล็กน้อยจนไม่ควรค่าแก่การเอ่ยถึง
ส่วนอิงเทาก็สูดลมหายใจเข้าลึกแล้วค่อยๆสงบอารมณ์ลง แต่ในสายตาของเขากลับแฝงไปด้วยเพลิงโทสะอันรุนแรง
เมื่อเดินเข้าไปในหอสมบัติโอสถก็พบกับโถงจัดแสดงที่แห่งนี้จัดวางไปด้วยยาศักดิ์สิทธิ์หายากชนิดต่างๆ ที่ล้วนมีความสำคัญอย่างยิ่งซึ่งมีทั้งยาสำหรับเสริมสร้างเืลม เพิ่มพูนพลัง ฟื้นฟูลมปราณและฟื้นฟูร่างกายหลากหลายจนยกตัวอย่างไม่หมด
ฟ่านเสวี่ยหลีเพียงชำเลืองมองหนึ่งครั้งก็เห็นโอสถขัดเกลาร่างกายซึ่งมันมีราคาแพงหูฉี่ แต่ยังคงมีผู้คนจำนวนมากแย่งกันซื้อ เพราะถึงอย่างไรมันก็เป็โอสถที่หลอมขึ้นโดยนักปรุงยาขั้นสูง
แต่จากนั้นเขาก็ส่ายหน้า โอสถขัดเกลาร่างกายเหล่านี้ถูกหลอมขึ้นด้วยเครื่องกลไม่ว่าจะเป็ความบริสุทธิ์ วิชาหัตถ์ หรือค่ายกลก็ล้วนไม่เพียงพอซึ่งไม่สามารถดึงผลลัพธ์ที่แท้จริงของโอสถขัดเกลาร่างกายออกมาได้ ยังห่างไกลจากสิ่งที่เขา้า
เขาไม่มองดูโอสถเ่าั้อีกต่อไปและเดินขึ้นไปชั้นสองซึ่งเป็สถานที่ขายเตาไฟ
กลิ่นอายความขลังโบราณโชนออกมา
ชั้นสองมีเตาไฟหลายร้อยอันส่องประกายแสงต่างๆ ออกมาอย่างต่อเนื่องหนึ่งในนั้นมีเตาไฟที่ใช้หลอมโอสถธาตุหยินโดยเฉพาะและยังมีเตาที่ใช้หลอมโอสถธาตุหยางโดยเฉพาะ บางอันเน้นความเร็วในการหลอมเป็หลักส่วนบางอันเน้นความสมดุล แต่ละอันล้วนมีแสงสว่างแผ่ซ่าน
เตาไฟเหล่านี้ล้วนผ่านการหลอมโอสถมาแล้วหลายทศวรรษ จึงเจือไปด้วยปราณโอสถมากมาย
สำหรับการหลอมโอสถนั้น เตาไฟมีความสามารถในการผสานหยินหยางฟ้าดินสามารถทำให้ปราณโอสถไม่รั่วไหลออกมาในยามหลอมโอสถ ปราณโอสถในเตาไฟบางอันยังสามารถยกระดับตัวยาได้อีกด้วยแน่นอนว่าเตาไฟแบบนั้นเป็สมบัติล้ำค่า ได้เพียงพบพานแต่ไม่อาจ และไม่มีทางวางขายอยู่ในที่แห่งนี้
เมื่อฟ่านเสวี่ยหลีเห็นเตาไฟเหล่านี้ก็ส่ายหน้าในใจเมื่อชาติก่อนเขามีเครื่องรางศักดิ์สิทธิ์อย่างเตาไฟแห่งสมาธิเมื่อเทียบกับเตาไฟที่อยู่ตรงหน้าแล้ว ช่างห่างชั้นกันเหลือเกิน
ตอนนี้หงอีฟานเดินตามอิงเทาอยู่ตลอดเวลา
หงอีฟานรู้ว่าอิงเทากับคุณชายใหญ่ไม่ถูกกันเขาจึงจงใจเดินตามหลังอิงเทาเพื่อหวังยั่วยุ
หากทำให้อิงเทาเกรี้ยวโกรธและก่อเื่ขึ้นในนี้ ด้วยอำนาจของผู้ดูแลหอสมบัติโอสถถึงเวลานั้นอิงเทาจะต้องหน้าคลุกฝุ่น
“เอ๋?” ตอนนี้ฟ่านเสวี่ยหลีมองไปยังเตาไฟที่วางอยู่ตรงมุมห้องอย่างจดจ่อ
เตาไฟที่อยู่ตรงมุมห้องดูหม่นหมองไร้แสง ปราณโอสถที่เคลือบอยู่บนผิวก็บางจนห่างชั้นกับเตาไฟชิ้นอื่นอย่างมาก
แต่มันกลับทำให้ฟ่านเสวี่ยหลีรู้สึกแปลกใจ
เมื่อเห็นว่าฟ่านเสวี่ยหลีหันความสนใจไปยังเตาไฟที่สุดแสนจะเก่าโทรมอีกทั้งยังถูกวางเอาไว้ในตำแหน่งที่แย่ที่สุดในบรรดาเตาไฟทั้งหมดสายตาของหงอีฟานก็เปี่ยมด้วยความเยาะเย้ย
เดิมทีเขามาที่นี่เพื่อซื้อโอสถตามคำสั่งของครอบครัวและอยากร่วมงานประมูลในครั้งนี้ แต่คาดไม่ถึงว่าชายหนุ่มที่อยู่ข้างกายอิงเทาจะมีสายตาที่แย่เช่นนี้ถึงได้สนใจเตาไฟนั่น
“อาจารย์ฟ่าน” อิงเทาเผยสีหน้าตะลึงและประหลาดใจ
เขาเคยมาที่นี่หลายครั้งย่อมเคยเห็นฉากที่นักปรุงยาเลือกซื้อเตาไฟมามากมาย ปราณโอสถเป็สิ่งสำคัญที่สุดหากเตาไฟมีปราณโอสถเบาบาง คุณภาพก็จะแย่ลงมากซึ่งเตาไฟที่เก่าโทรมและถูกวางอยู่ตรงมุมห้องเช่นนี้แม้ราคาจะถูกสักเพียงใดก็ไม่ค่อยมีคนซื้อ