เช้าวันงานบุญประจำหมู่บ้าน “ทุ่งเรืองแสง”
เสียงฆ้องกลองดังลั่น สนุกสนานราวกับบ้านนี้เมืองนี้จะไม่มีวันเศร้าอีกเลย
แต่ลึกเข้าไปในเรือนใหญ่ของท่านหญิงอัญชลี ความเคลื่อนไหวบางอย่างกำลังเกิดขึ้น...
แป้น บ่าวสาวผู้ช่างเจรจา และ คำปัน พ่อครัวใหญ่ประจำเรือน กำลังประชุมกันอย่างลับ ๆ หลังโรงครัว
“คือข้าว่า มันถึงเวลาแล้วล่ะแม่แป้น รักนางทั้งสองน่ะ มันเห็นอยู่ทนโท่!” คำปันกระซิบตื่นเต้น
“เออ! ข้าก็ว่ามันใช่! ดูสิ ท่านหญิงน่ะ พูดน้อยแต่ตาเป็ประกายทุกครั้งที่เจอแม่นางญาดา ส่วนญาดา...เธอหัวเราะดังจนต้นไม้บ้านข้าะเื!” แป้นพยักหน้ารัว
และแผน "จับคู่" ก็เริ่มต้นขึ้น...
่สายๆ ญาดากำลังช่วยพับใบตองอยู่กับเด็ก ๆ หน้าลานวัด ท่านหญิงเดินมาเงียบ ๆ แล้วนั่งลงข้าง ๆ
"ทำไมข้ารู้สึก...เหมือนเ้าหลบข้า"
ญาดาหลุดพับใบตองตกพื้น
"ปะ เปล่าค่ะ! ข้าแค่ ท่านหญิง...ชอบกลอนมั้ยคะ?"
ท่านหญิงยิ้มน้อย ๆ
"เ้าจะร่ายให้ข้าฟังอีกหรือ?"
"เปล่า! ข้าจะแต่ง...กลอนเล่นสดเลย!"
"เมื่อวานใจสั่น หัวใจก็ยังฝัน
วันนี้ยังเขินทุกครั้งที่เจอ
แต่ถ้าพรุ่งนี้ยังเจอกันเสมอ
อยากขอเป็เธอ อยู่ข้าง ๆ กัน"
ท่านหญิงนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนเอ่ยเสียงเบา
"ข้าชอบกลอนเ้าที่สุดในแผ่นดิน..."
กรี๊ดดดดดดด!
เสียงกรี๊ดดังลั่นจากหลังซุ้มขนมครก
แป้นกับคำปันรีบวิ่งหนีออกมาพร้อมไม้พายขนม
"โอ๊ย ขอโทษเ้าขา! ข้าแค่...มาเก็บถ่าน! เอ๊ย มาเก็บบรรยากาศ!"
ญาดาเอามือปิดหน้า ส่วนท่านหญิงกลับหัวเราะเบา ๆ เป็เสียงหัวเราะที่แม้จะน้อยนิด แต่ดังก้องในใจคนข้าง ๆ
ตกเย็น งานบุญใกล้จบ
เสียงดนตรีพื้นบ้านเบา ๆ ดังคลอ พวกชาวบ้านเริ่มเต้นรำกันใต้แสงโคมไฟที่สว่างไสว
คำปันผลักญาดาเบา ๆ
"ไปเถอะเ้า ไปเต้นกับท่านหญิงเสียหน่อยสิ!"
“ฮือออ พี่คำปัน!! ข้าเต้นไม่เป็!!”
แต่ยังไม่ทันจะเถียงจบ ท่านหญิงก็ยื่นมือมาให้...
“เ้าจะเต้นไม่เป็ก็ไม่เป็ไร...เพียงแค่จับมือข้าไว้ก็พอ”
ญาดายิ้มทั้งน้ำตา หัวใจเธอเต้นไม่เป็จังหวะอยู่แล้วั้แ่มี “ท่านหญิงอัญชลี”
ทั้งสองคนเต้นรำท่ามกลางเสียงหัวเราะของชาวบ้าน
แม้จะมีบางจังหวะที่ญาดาเหยียบเท้าท่านหญิง
บางจังหวะก็หมุนตัวชนเสา...
แต่ก็ไม่มีใครสนใจ
เพราะทุกสายตา ต่างจ้องมองเพียง...รอยยิ้มของคู่ที่ดูเหมาะสมที่สุดในค่ำคืนนี้