ย้อนเวลามาพร้อมลูกหมาแต่กลับต้องมาเลี้ยงลูกลิง
บทที่ 4 ทำธุระ
"อาเฟยตอนนี้ที่บ้านของเรายังมีอะไรอยู่บ้าง"
อาเฟยที่ได้เช่นนั้นก็สีหน้าสลดลง เขาไม่รู้จะตอบพ่อของเขาอย่างไรว่าในบ้านไม่มีอะไรเหลืออยู่เลย จางหย่งที่เห็นสีหน้าของลูกชายคนโตก็สามารถคาดเดาได้ว่าที่บ้านน่าจะมีสิ่งของเหลืออยู่เพียงเล็กน้อยหรืออาจไม่มีเหลือแล้วในตอนนี้ เขาจึงไม่ได้คาดคั้นคำตอบจากอาเฟยแล้วหันไปบอกลูกๆของเขาแทนว่า
"เด็กดีคนไหนอยากพาพ่อไปเดินดูรอบรอบบ้านบ้าง"
เด็กทั้งสามที่ได้ยินต่างแย่งกันยกมือ พร้อมทั้งแย่งกันพูดว่า
"ข้าเองๆ"
"ข้าต่างหาก"
"ข้าเป็พี่ใหญ่ คนนำทางย่อมเป็ข้าสิ"
อาเฟยและอาฟู่เริ่มเปิดฉากทะเลาะกันยื้อแย่งที่จะเป็คนพาพ่อของเขาไปดูรอบๆบ้าน ถึงแม้พวกเขาจะเป็เด็กที่รู้ความมากกว่าเด็กในวัยเดียวกัน แต่อย่างไรพวกเขาก็ยังเป็เด็ก การทะเลาะกันฉันพี่น้องจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ อาเฟยลูกชายคนโตอายุราวๆเจ็ดแปดขวบ อาฟู่ลูกชายคนกลางอายุราวๆห้าขวบ ต่างไม่มีใครยอมใคร ส่วนอาฟงน้องเล็กสุด ที่มีอายุราวๆสองขวบมองพี่ๆทั้งสองด้วยความงุนงง เมื่อไม่เข้าใจการกระทำของพี่ชายทั้งสองคน อาฟงจึงวิ่งมาเกาะขาพ่อของเขา เขาเอามือข้างหนึ่งไปจับมือพ่อของเขาเอาไว้ ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
"ท่านป้อ ไปๆ เดินเล่น"
ก่อนที่อาเฟยกับอาฟู่ผู้เป็พี่ชายจะทันได้พูดอะไรขึ้นมา น้องชายคนเล็กได้ดึงตัวจางหย่งไปทันที ทำให้ทั้งสองที่เห็นเช่นนั้นก็รีบวิ่งตามไป
ที่แรกที่อาฟงพาจางหย่งไปคือส่วนของห้องครัว บ้านหลังนี้มีห้องอยู่เพียงสองห้อง หนึ่งคือห้องรับแขกรวมอยู่กับห้องนอน เป็ห้องที่จางหย่งใช้พักรักษาตัว ห้องนั้นมีเพียงเตียงไม้เล็กๆหนึ่งเตียง โต๊ะและเก้าอี้เก่าๆหกตัว ปกติแล้วเด็กทั้งสามคนจะนอนบนเตียง ส่วนจางหย่งจะนอนที่พื้น แต่เมื่อจางหย่งได้รับาเ็เขาได้นอนรักษาตัวบนเตียง สามวันมานี้เด็กๆทั้งสามจึงนอนอยู่กับพื้น
ห้องครัวที่อยู่เบื้องหน้าจางหย่ง แทบไม่สามารถเรียกได้เลยว่าเป็ห้องครัว เพราะห้องมีเพียงตู้เก่าๆหนึ่งใบที่ไม่มีสิ่งใดอยู่ในนั้น กับเตาถ่านตั้งอยู่กลางห้อง จางหย่งขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วเอ่ยถามขึ้นว่า
"ไม่มีอาหารเหลืออยู่เลยหรือ?"
"ขอรับ"
อาเฟยตอบอย่างเศร้าสร้อย เสี่ยวเหมาที่เดินตามเข้ามาเห็นสภาพห้องครัวและได้ยินบทสนทนาของเ้านายกับลูกชายคนโตก็อ้าปากค้าง อย่าบอกนะว่าหัวมันเมื่อเช้าเป็อาหารสองชิ้นสุดท้ายที่เหลืออยู่ เขาหลงเข้าใจว่าเด็กๆ้าประหยัดจึงได้หยิบอาหารออกไปเพียงแค่นั้น คิดไม่ถึงเลยว่าบ้านที่เขาพาเ้านายมาอยู่จะยากจนได้ถึงเพียงนี้
จางหย่งเองก็คาดไม่ถึงเช่นกัน ถ้าบอกว่าหัวมันนั่นเป็อาหารที่เหลืออยู่ แล้วอาหารมื้อกลางวันนี้ล่ะ จะทำอย่างไร เขาได้ขมวดคิ้วอย่างครุ่นคิด จนเด็กทั้งสามที่เห็นพ่อเงียบไปก็ถามขึ้นด้วยความเป็ห่วงว่า
"พ่อ พ่อ ปวดอึ๊อึ๊หรอ"
จางหย่งที่ได้ยินคำถามของอาฟงก็หยุดคิดเื่อาหารชั่วคราว หันมาคิดเื่อื่นที่สำคัญกว่าแทน เมื่อคิดไม่ตกเขาก็เอ่ยถามลูกๆขึ้นว่า
"ถ้าพ่ออยากไป เอ่อ ไปทำธุระส่วนตัว ต้องไปที่ไหนหรือ"
เื่นี้เป็เื่ที่สำคัญไม่ต่างจากอาหารเช่นกัน หากไม่มีห้องน้ำ คนสมัยนี้เขาทำอย่างไร? เด็กทั้งสามที่ได้ยินคำถามก็มองหน้ากันด้วยสีหน้างุนงง จนอาฟู่เอ่ยถามขึ้นว่า
"ธุระส่วนตัวอะไรหรือขอรับ"
"พ่อหมายถึงปลดทุกข์น่ะ"
"อ๋อ ทางนี้ขอรับ"
แล้วเด็กทั้งสามก็วิ่งนำหน้าไปอย่างสนุกสนาน ปล่อยให้พ่อของเขาค่อยๆเดินตาม เด็กๆพาจางหย่งเดินไปทางพงหญ้ารกร้างด้านหลังบ้าน หญ้าขึ้นสูงเกือบเท่าตัวของอาฟง ทำให้จางหย่งสงสัย ตรงไหนล่ะที่ปลดทุกข์? อย่าบอกนะว่า... แล้วก็ไม่ผิดจากที่คาดเมื่ออาฟู่เอ่ยขึ้นว่า
"ตามสบายนะขอรับ เดี๋ยวพวกเราไปวิ่งเล่นรอ"
"ตรงนั้นหรือ!!"
เด็กทั้งสามพยักหน้าอย่างพร้อมเพรียงกันก่อนจะวิ่งออกไป ปล่อยให้พ่อของพวกเขาปลดทุกข์เพียงลำพัง จางหย่งมีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก แม้หญ้าจะสูงแต่ก็เป็ที่โล่ง เขาจะกล้าปลดทุกข์ที่นี่ได้อย่างไร เสี่ยวเหมาที่เดินตามมาได้ยินความคิดของจางหย่งก็เอ่ยขึ้นว่า
'เ้านายไม่เห็นแปลกเลย ข้ายังทำได้เลย'
กล่าวจบเสี่ยวเหมาก็เดินไปใกล้ๆจางหย่งแล้วทำท่าหย่อนก้นลง จางหย่งที่เห็นเช่นนั้นก็รีบเอ่ยขึ้นว่า
'เสี่ยวเหมา หากเ้าอยากอยู่ที่นี่ต่อ ห้ามให้ข้าเห็นสิ่งปฏิกูลของเ้าเด็ดขาด เข้าใจไหม!!'
กล่าวจบจางหย่งก็หมุนตัวเดินออกไป เสี่ยวเหมากระเด้งตัวขึ้นมาทันที ล้อเล่นนิดล้อเล่นหน่อยทำเป็โมโห เ้านายของเขาเ้าอารมณ์จริงๆ สุนัขมิติแบบเขามีหน้าที่เก็บสิ่งของแปลกใหม่เพื่อให้ระบบทำการวิจัย ปกติแล้วมันไม่จำเป็ต้องมีเ้านาย เพราะมันสามารถเก็บรวบรวมสิ่งแปลกใหม่ได้ด้วยตัวเอง เมื่อใดมีมันมีเ้านายมันจะไม่สามารถเก็บรวบรวมสิ่งของด้วยตัวเองอีกแล้ว ต้องเป็เ้านายของมันเท่านั้นที่เป็คนรวบรวม ไม่ใช่ว่าการมีเ้านายจะมีแต่ข้อเสีย ข้อดีของมันคือการได้คะแนนมหาศาลเมื่อผูกตัวเองเข้ากับมนุษย์ แต่ตอนนี้มันได้ใช้คะแนนมหาศาลแลกกับการช่วยชีวิตตัวเองและเ้านายไปเรียบร้อยแล้ว
หลังจางหย่งเดินกลับมา เด็กๆทั้งสามที่เห็นก็วิ่งเข้ามาหาเขา อาเฟยลูกชายคนโตเอ่ยถามขึ้นว่า
"เสร็จแล้วหรือขอรับ ทำไมเร็วจัง"
"นั่นสิขอรับ ถ้าเป็ข้านะเป็เค่อก็ยังไม่เสร็จเลย"
จางหย่งได้แต่ยิ้มฝืดเฝื่อนแต่ไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกมา เื่ของสุขลักษณะที่ดีเป็เื่อันดับต้นๆที่ต้องจัดการ เขาได้แต่วางแผนกับตัวเองในใจ แต่ตอนนี้สิ่งที่ต้องจัดการเป็สิ่งแรกสุดคืออาหาร เขาจึงเอ่ยถามขึ้นว่า
"อาเฟย ปกติแล้วเราหาอาหารจากไหนหรือ"
อาเฟยมีสีหน้าแปลกใจเล็กน้อย ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าพ่อของเขาไม่มีความทรงจำเหลืออยู่ จึงเอ่ยตอบไปว่า
"ปกติท่านพ่อจะออกไปหาในป่าขอรับ"
"เราสามารถหาซื้อเอาได้หรือไม่"
"ข้าใช้เงินจ่ายค่ายาให้ท่านพ่อไปหมดแล้ว ตอนนี้เราไม่มีเงินหรอกขอรับ"
"..."
จางหย่งถึงกับพูดอะไรไม่ออก หนทางเดียวที่จะมีอาหาร เขาต้องออกไปหาของกินในป่าเนี่ยนะ โอ้ ์ ท่านช่างใจร้ายกับข้าจริงๆ จางหย่งได้แต่น้ำตาตกใน ก่อนจะถามต่อไปว่า
"แล้วระหว่างที่พ่อเข้าป่า พวกลูกจะทำอย่างไร"
"ข้าเป็คนช่วยดูน้องๆให้เองขอรับ"
"งั้นหรือ แล้วเ้าเคยไปหาอาหารกับพ่อไหม?"
อาเฟยยืนคิดนิดหนึ่งก่อนจะส่ายหน้า เขามีหน้าที่ต้องดูแลน้องๆ ทำให้เขาไม่มีโอกาสได้ตามไปด้วย
"ท่านพ่อจะพาพวกเราไปด้วยหรือขอรับ"
อาฟู่ลูกชายคนรองที่ได้ยินบทสนทนาของพ่อกับพี่ชายก็เอ่ยถามขึ้น สายตาของทั้งสามเป็ประกายเปี่ยมไปด้วยความหวัง จางหย่งเองก็คิดอยากพาลูกๆไปเป็เพื่อน แต่เขาไม่รู้ว่าป่าของที่นี่มีอันตรายมากแค่ไหน ดังนั้นเขาจึงตอบไปว่า
"พ่อขอไปสำรวจเส้นทางก่อน ไว้ครั้งหน้าพ่อจะพาพวกเ้าไปนะ"
คำตอบของจางหย่งทำให้เด็กชายทั้งสามคนมีสีหน้าเศร้าสลดลง อาฟงลูกชายคนเล็กไม่ยอมแพ้ เอ่ยขึ้นต่อว่า
"ไปๆ หาอาหาร"
"น้องเล็กเ้าอย่าทำให้ท่านพ่อลำบากใจเลย ท่านพ่อไม่ต้องห่วง ข้าจะคอยดูแลน้องๆเองขอรับ"
จางหย่งพยักหน้าก่อนจะเดินเข้าไปในบ้านเพื่อหาของที่สามารถใช้ป้องกันตัวหรืออุปกรณ์ที่จำเป็ในการเข้าป่า แต่มีเพียงมีดด้ามเล็กในครัวด้ามเดียวเท่านั้นที่พอจะมีประโยชน์ เมื่อเขาเตรียมตัวเสร็จก็ตั้งใจออกเดินทาง เสี่ยวเหมาที่เห็นเช่นนั้นก็ถามขึ้นว่า
'เ้านาย ท่านจะไปไหนหรือ?'
'ข้าจะไปหาของกินในป่า'
'โอ้ งั้นดีเลยข้าจะไปเป็เพื่อนท่านเอง'
'ก็ดี เ้าทำอะไรเป็บ้าง'
'ต้นตระกูลข้าคือสุนัขล่าเนื้อ!!'
เสี่ยวเหมาเอ่ยออกมาอย่างโอ้อวด จางหย่งที่มองไปทางเสี่ยวเหมาก็ถอนหายใจออกมาทีหนึ่ง ตัวสั้นขาสั้นขนาดนี้ แม้แต่หนูจะจับได้ไหมนะ เฮ้อ เอาเถอะมีเพื่อนไปก็ยังดีกว่าไม่มี ดังนั้นหนึ่งคนหนึ่งสัตว์ก็ออกเดินทางมุ่งหน้าไปสู่ป่าใหญ่