เสียงสะอื้นดังปนเสียงวางหมากเด็กน้อยทั้งสามที่เพิ่งฟื้นพยายามควบคุมตนเองไม่ให้ส่งเสียงดัง เพราะพอคาดเดาได้ว่าหลังจากพวกนางสลบไปมีเหตุการณ์อะไร
เป็แบบนี้อีกแล้วพี่ใหญ่ต้องรับหน้าแทนพวกนางที่ไม่ได้เื่อีกครั้ง
“...”
ซูเจินพี่สาวคนโตของสามฝาแฝดกอดน้องทั้งสองไว้แแ่แม้ความรู้สึกชาบริเวณหัวและใบหน้ายังไม่จางหายคงเพราะก่อนหน้านี้อาจารย์เฉ่าตบกกหูนางก่อนกระทืบซ้ำทำให้ความเ็ปทุเลาแทนที่ด้วยความด้านชา
“พี่ใหญ่จะต้องชนะ”
นางพูดปลอบโยนน้องสาวทั้งสองขณะนี้คนที่กำลังเดินหมากต่อกรกับอาจารย์เฉ่าไม่ใช่ใครที่ไหนแต่คือพี่ใหญ่ของพวกนางแม้อาจารย์เฉ่าจะเป็คนสอนในทุกแขนงวิชารวมถึงการเดินหมากล้อมแต่นางมั่นใจว่าอย่างไรเสียพี่ใหญ่ก็ต้องชนะ
เฉ่าเป็อาจารย์ประจำจวนแห่งนี้เขาสอนวิชามารยาท การอ่าน การเขียนและหมากล้อมแก่เด็กน้อยทั้งสี่ทุกวิชาเขามักสอนแบบขอไปทีไม่ใส่ใจพวกนางเท่าที่ควรหนำซ้ำยามที่ทั้งสี่อ่านออกเขียนได้เฉ่ายืนกรานโยนตำราให้พวกนางไปศึกษาหาต่อกันเองจะมีก็แต่วิชาเดินหมากกับมารยาทเท่านั้นที่เขาไม่เคยอ่อนข้อทั้งยังเคร่งครัดเป็พิเศษ
เฉ่าชื่นชอบในการเอาชนะพวกนางเป็อย่างมากหากวันไหนเขาชนะในการเดินหมากได้จะอารมณ์ดีเป็พิเศษสั่งงดข้าวงดอาหารและลงโทษทารุณพวกนางอย่างเมามัน
ความสุขของเฉ่าคือเสียงกรีดร้องของเหล่าเด็กน้อย
วันหนึ่งคุณหนูใหญ่หรือหลิงจือบังเอิญเอาชนะเขาได้แม้จะไม่อยากเชื่อสายตาแต่ก็ต้องยอมรับว่าพัฒนาการของเด็กน้อยเบื้องหน้าช่างน่าชิงชังนางเรียนรู้ทุกอย่างได้รวดเร็วกระทั่งการเดินหมากที่เขาไม่ได้สอนกลยุทธ์ใด กลับใช้แค่ประสบการณ์และสภาวะบีบคั้นผลักดันตัวเองจนสามารถทำให้เขาปราชัย
ความอัปยศที่พ่ายแพ้แก่เด็กไม่กี่หนาวทำให้เฉ่าระส่ำระส่ายเมื่อตั้งตัวได้มันลั่นวาจาปรับเปลี่ยนการเดินหมากอาทิตย์ละครั้งเป็เรียนเดินหมากทุกวัน
กลายเป็ว่าทั้งสี่ต้องเดิมพันเพื่อปากท้องของพวกนางทุกวัน
“ฮึก…”
ซูเมิ่งสะอื้นเสียงเบามองตรงไปยังห้องที่คงแผ่ความกดดัน
ซูเมิ่งเจ็บใจนางเจ็บใจมากๆ ที่ไม่สามารถทำอะไรคนผู้นั้นได้ก่อนหน้าตอนเรียนหมากล้อมพี่ซูเจินของนางพลาดท่าพ่ายแพ้แก่สาระเลวนั่นไม่พูดพร่ำมันฟาดฝ่ามือเข้ากกหูซูเจินอย่างไม่ทันตั้งตัว กระทั่งนางล้มลงแล้วยังใช้ฝ่าเท้ากระแทกส่วนหัวของนางไปมาพี่สามหรือพี่ซูเม่ยของนางรุดเข้าไปห้ามก่อนถูกมันต่อยสวนแล้วใช้ฝ่ามืออีกข้างซัดจนตัวของซูเม่ยกระเด็นกระแทกเข้ากับกำแพง
อึดใจนั้นซูเมิ่งหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด
แต่ถึงอย่างนั้นนางกลับกลัวซูเจินตายมากกว่าซูเมิ่งใช้ความกล้าหยิบของรอบตัวปาไปใส่อีกฝ่าย กระทั่งถ้วยหมากลอยกระแทกหัวสร้างความเ็ปเล็กน้อยแก่เฉ่าความสนใจทั้งหมดจึงถูกหันเหมาหานาง
เฉ่าไร้ไมตรีมันสาวเท้าเข้าหาซูเมิ่งอย่างเร่งรีบมือขวาถือถ้วยหมากที่นางปามาก่อนหน้ากระชากคอเสื้อของเด็กน้อยเตรียมฟาดเข้าเต็มแรง ทว่าหลิงจือกลับโผล่มาขัดจังหวะพอดิบพอดีหลังจากนั้นทุกอย่างก็มืดลงก่อนความสว่างของแสงไฟจะปลุกให้พวกนางตื่นขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง
“.....พี่ใหญ่”
ซูเม่ยที่อยู่ในอ้อมกอดซูเจินเรียกหลิงจือออกมาอย่างแ่เบานางมั่นใจว่าพี่ใหญ่ของนางต้องเอาชนะคนผู้นั้นได้แน่
ทว่าไม่มีทางที่อาจารย์เฉ่าจะเล่นตามกฎเขาจะต้องตุกติกอย่างแน่นอน
กึก
หลิงจือวางหมากลงกระดานอีกครั้งพร้อมกับเหล่มองไปทางฝ่ามือของเฉ่านางไม่รู้ว่าเขาทำอะไรแต่ความรู้สึกอึดอัดที่แผ่ออกจากฝ่ามืออีกฝ่าย ชัดเจนว่านางกำลังเผชิญกับบางสิ่งที่อาจารย์เฉ่ากระทำ
“.......”
เฉ่ามองกระดานหมากตรงหน้าอย่างเหลือเชื่อนางกำลังได้เปรียบ เขากำลังจะแพ้แก่นางอีกครั้ง
ชายแก่วัยแปดสิบปีพลันจุกอกนี่เขากำลังพ่ายแพ้แก่เด็กห้าหนาวที่ร่างกายซ่อมซ่อผอมแห้งไม่มีอะไรดีผู้นี้เนี่ยนะทันทีที่รู้ตัวว่ากำลังปราชัยความขี้แพ้ชวนตีพลันรื้นขึ้นตาโคจรพลังปล่อยกลิ่นอายกดดันยั้งการวางหมากปิดกระดานของเด็กตัวเล็กๆ
“........”
เฉ่ามองไปทางฝั่งตรงข้ามอย่างใจจดใจจ่อรอลุ้นว่าเมื่อใดนางจะกระอักเืพลังยุทธสีเหลืองขั้นกลางของเขาต้องส่งผลกระทบกับอีกฝ่ายที่ไม่มีพลังยุทธใดๆ แน่
เฉ่ารู้ดีว่านางไม่มีพลังยุทธเพราะเขาไม่เคยสั่งสอนให้พวกนางหัดโคจรพลังด้วยเหตุนี้ทั้งสี่ไม่มีทางรู้ว่าพวกตนถูกลอบทำร้ายระหว่างเดินหมากตลอดทุกครั้งพวกนางคิดแค่ว่าความรู้สึกอึดอัดและอาการาเ็เกิดจากความเครียดและความรู้สึกกดดัน
เฉ่าค่อนข้างฉลาดพอเขารู้ว่าพัฒนาการของทั้งสี่รวดเร็วกว่าเด็กวัยเดียวกันเขารีบตัดช่องทางไม่ให้พวกนางรู้หนทางต่อกรตนได้ในอนาคตเพราะฉะนั้นพวกนางคงไม่มีวันรู้จักพลังยุทธหากยังอยู่ที่จวนแห่งนี้
“...”
“...”
ทว่าสิ่งที่เขาเฝ้ารอกลับไม่เกิดขึ้น
เฉ่ามองมือน้อยๆที่ค่อยๆ วางหมากปิดกระดานด้วยใบหน้าเรียบเฉยทั้งที่นางควรจะกระอักเืกองโตออกมาแท้ๆ แต่ทุกอย่างกลับผิดจากที่คิด
กึก
“.........”
ฝ่ามือของชายแก่พลันสั่นระริกนี่เขาพ่ายแพ้ให้เด็กห้าหนาวอีกครั้งงั้นเหรอ ั้แ่นางเอาชนะเขาได้เมื่อเดือนก่อนจนถึงบัดนี้นางกลับไม่เคยเป็ฝ่ายปราชัย
“.........”
หลิงจือยังลุกออกไปไม่ได้ถ้าอีกฝ่ายยังไม่เอ่ยยอมรับความพ่ายแพ้ซึ่งสิ่งนี้คือมารยาทที่เขาพร่ำบอกพวกนางอยู่เสมอเวลานี้มันย้อนกลับคืนสู่ตัวเขาเองแล้ว
“.....ข้าแพ้แล้ว”
เฉ่ากัดฟันเอ่ยออกไปอย่างจำยอมความขมขื่นที่สำแดงแทนที่ด้วยความแค้นเคือง เขามองไปยังกระดานหมากด้วยตาเขม็ง มองหาจุดที่ตนพลาดพลั้ง
“ขอบคุณท่านอาจารย์ที่ชี้แนะ”
เมื่อสิ้นสุดธรรมเนียมมารยาทที่เฉ่าสั่งสอนหลิงจือทำความเคารพอีกฝ่ายเสร็จยันตัวขึ้น เดินตรงดิ่งทิ้งให้อีกฝ่ายนั่งเจ็บใจมือที่เลื่อนบานประตูออกสั่นเล็กน้อยทว่าการควบคุมสีหน้าและแววตาของหลิงจือทำให้เฉ่าไม่ทันสังเกตว่านางได้รับผลกระทบจากพลังของเ้าตัว
“...”
หลิงจือปิดประตูเสียงเบาก่อนสาวเท้าออกจากห้องเมื่อครู่กลิ่นของสนิมคละคลุ้งอยู่ในปาก ลมหายใจของนางเต็มไปด้วยคาวโลหิต
“......อา”