#วันพฤหัสสีเขียว 3
“หิวไหมครับ ผมจะไปซื้ออะไรมาให้ทาน” น้องอาสาอย่างน่ารักและมันน่าเจ็บใจตรงที่ฉันเองก็เผลอใจเต้นแรงตึกตักไปกับเขานี่แหละ
“ไม่เป็ไร พี่ซื้อข้าวมาไว้แล้ว” ฉันตอบน้อง ก่อนจะหันกลับมามองหน้าจอดังเดิม อย่า อย่าให้มองเยอะ ฉันเขินเวลามองหน้าน้อง เด็กอะไรจะหล่อได้ขนาดนี้กันนะ
“แต่มันน่าจะเย็นแล้วนะ เดี๋ยวผมออกไปซื้อให้” ดื้อดึงแบบนี้ ห้ามไปก็ไม่ฟังสินะ
“แล้วจะเอารถอะไรไป” ฉันถามอีกครั้ง ไม่ได้หันกลับไปมองน้อง แต่ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกว่าน้องกำลังยิ้มก็ไม่รู้สิ
“มอ’ ไซต์ครับ”
“เอารถพี่ไป ขับมอ’ ไซต์กลางคืนมันอันตราย” ฉันบอกน้อง ก่อนจะส่งกุญแจรถไปให้น้อง
“พี่เอากาแฟไหมจะได้แวะซื้อเข้ามาให้”
“ได้ก็ดีนะ ซื้อมาให้มินนี่ด้วยล่ะ”
“ได้ครับ เดี๋ยวผมมา ไม่ๆ พี่มินนี่ออกมาก่อนเดี๋ยวผมค่อยไปซื้อ” น้องบอกมาแบบนั้น ฉันไม่รู้ว่าเ้าตัวทำอะไรต่อหลังจากที่พูดประโยคยาว ๆ นั่นจบ เพราะฉันต้องกลับมาตั้งใจทำงานต่อถ้าขืนยังมัวเล่นฉันเกรงว่างานจะเสร็จไม่ทัน
“พี่มินนี่มาแล้ว ผมไปก่อนแล้วกัน พี่มินนี่เดี๋ยวผมออกไปซื้อข้าวให้นะครับ”
“ดีจังเลย พี่ขอกาแฟด้วยได้ไหม”
“ได้ครับ เดี๋ยวผมกลับมานะครับ” น้องบอกแค่นั้นก่อนจะเดินออกจากห้องทำงานไป ฉันและมินนี่ทำงานกันต่อ เกือบสิบห้านาทีพี่ณัฐเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับขนมของโปรดมินนี่ ทั้งสองคุยกันงุ้งงิ้ง ๆ กันอยู่ด้านหลังฉัน แต่ก็ไม่ได้อะไรหรอกฉันตั้งใจทำงานให้เสร็จเร็วที่สุดดีกว่าเผื่อต้องได้แก้ คิดได้แบบนั้นก็มีสมาธิมากขึ้น
“พี่ครับทานข้าวก่อนไหม” เสียงทุ้มเอ่ยเรียกพร้อมกับแรงสะกิดแต่ฉันไม่รู้ว่าเขาพูดอะไรไปบ้างก่อนหน้าที่จะสะกิดฉันเพราะใส่หูฟังและเปิดเพลงเสียงดังด้วยเลยทำให้ไม่ได้ยินเขา
“ฮะ? อะไรนะ” ฉันทวนถาม สายตาก็มองน้องเธิร์สเดย์ที่กำลังมองฉันอ้อน ๆ
“ไปทานข้าวกันครับ”
“อ๋อ ไปกัน ๆ ” ก็ว่าอยู่ทำไมน้องมาเรียก ลืมไปเลยว่าน้องอาสาไปซื้อข้าวมาให้ ที่โซฟามุมห้องมีอาหารวางอยู่บนโต๊ะ พี่ณัฐนั่งข้าง ๆ มินนี่ ฉันเลยนั่งลงฝั่งตรงข้ามทั้งสอง เธิร์สเดย์เองก็ตามมานั่งด้วย ระหว่างทานข้าวเราก็คุยเล่นกันเรื่อยเปื่อย ใช้เวลาเกือบสามสิบนาทีเราถึงทานข้าวกันเสร็จ เมื่อจัดการขยะเสร็จเรียบร้อยฉันก็กลับไปทำงานต่อ ที่แปลกไปคือมีสองหนุ่มมานั่งเฝ้า พวกเขานั่งเฝ้าเงียบ ๆ กระทั่งเธิร์สเดย์บอกว่าขอไลฟ์สดในอินสตราแกรม ฉันพยักหน้าอนุญาตก่อนจะทำงานต่อ ก็ไม่ได้สนใจอะไรขนาดนั้นนี่
“มินนี่ พี่ฝากเช็คงานหน่อย” ฉันบอกน้องก่อนจะขยับให้น้องมานั่งแทนที่ตัวเอง ฉันเดินโซเซไปที่โซฟาเดินไปทิ้งตัวนอน พอมองเวลาดี ๆ ตอนนี้ตีหนึ่งแล้วด้วย เวลาเดินเร็วมาก ฉันนอนเล่นไปสักพักโทรศัพท์ก็มีสายเข้ามาจากคนเป็พี่ชาย ฉันรับสายพร้อมกับเอ่ยทักอย่างกวน ๆ
“ขอตังค์หน่อย” ฉันเอ่ยบอกทันทีที่รับสาย
(เดี๋ยวโอนให้) นี่ก็ไม่รู้เลยว่าน้องแกล้งจ้องแต่จะโอนให้น้องอย่างเดียวเลย
“ล้อเล่นเหอะ พี่กลับวันไหนนะ”
(พรุ่งนี้ อยากได้อะไรไหมพี่จะซื้อไปให้)
“ไม่อยากได้เลยค่ะ พี่กลับยังไงให้ไปรับที่สนามบินไหม”
(ขอบคุณครับ แต่ว่าพี่ต้องไปส่งเข้านายก่อน)
“แบบนั้นก็ได้ค่ะ งั้นหนูวางก่อนนะคะขอไปทำงานต่อให้เสร็จก่อน”
(ได้ครับ พักด้วยนะ)
“ได้ค่ะ หนูวางแล้วนะ บายค่ะพี่” พอวางสายฉันก็ตั้งใจว่าจะหลับสักหน่อยแต่พอเอาเข้าจริงก็ไม่ได้พักหรอก เพราะต้องลุกไปตรวจงานอีกรอบ
“แม่ ตรงนี้ดูแปลก ๆ อะ” มินนี่บอกเสียงเกรงใจ ฉันพยักหน้ารับรู้เดินเข้าไปใกล้
“เธิร์สเดย์ไปนั่งอีกฝั่งก่อนได้หรือเปล่า พี่ขอทำงานก่อน” ฉันบอกน้องที่นั่งไลฟ์อยู่เสียงเบา
“ได้ครับ มีกาแฟนะในตู้เย็นพี่จะเอาเลยไหม”
“เอาเลยก็ได้”
“ทำไมวันนี้มีคนมาดูแลน้า” เสียงแซวของพี่ณัฐดังขึ้นเมื่อน้องเดินออกไปนอกห้องทำงาน คงไปเอากาแฟที่ห้องครัวนั้นแหละ พี่ณัฐเองก็คงรอเวลาแซวเหมือนกันนั่นแหละฉันว่า
“อะไรกันคะ น้องคงยังไม่อยากกลับนั่นแหละ ทีตัวเองน่ะนั่งเฝ้าลูกหนูั้แ่เย็นแล้วนะ อะไรยังไงกันคะ” ฉันแซวกลับ ตั้งใจจะแซวพี่ณัฐแต่ทำไมกลายเป็มินนี่ที่เขินก็ไม่รู้นะ
“อะไรกันมินนี่ พี่แกล้งพี่ณัฐทำไมกลายเป็น้องพี่ที่เขินกันล่ะเนี่ย”
“พอเลย ไม่ต้องแกล้งมินนี่” พี่ณัฐออกตัวช่วย ฉันหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะหันกลับมามองหน้าจอคอมฯ เธิร์สเดย์เดินกลับมาพร้อมกับแก้วเครื่องดื่มจากร้านดัง เรานั่งทำงานต่อกันอีกไม่นานก็เสร็จ เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยก็เซฟงานส่งให้พี่ณัฐเช็ค จะให้ดูตรงนี้เลยก็ได้แต่ไม่ว่าจะสนิทกันยังไงก็ต้องทำตามขั้นตอนอยู่ดีนั่นแหละ ตีสามเราสองคนจัดการทุกอย่างจนเสร็จสองหนุ่มหลับไปแล้วบนโซฟา อยู่ที่นี่มีห้องพักนักแข่งด้วยนะ นึกได้แบบนั้นก็เดินเข้าไปสะกิดบอกให้ทั้งสองไปนอนที่ห้องพักดี ๆ เพราะฉันกับมินนี่ก็จะไปนอนพักแล้วเหมือนกัน
เราสองคนเดินเข้าห้องพักก็จัดการล็อคทุกกลอนประตูที่มี จากนั้นก็ะโขึ้นเตียงนอนกันคนละฝั่ง ไม่ได้สนใจเลยว่าใครเพศไหน เพราะมีบ่อยครั้งที่นอนด้วยกันแบบนี้ ก่อนจะหลับไปจริง ๆ ฉันควานมือหาโทรศัพท์มือถือเพื่อตั้งนาฬิกาปลุก ในตอนเก้าโมงเช้า เผื่อมีแก้งานนั่นแหละ เอาละ วันนี้ฉันขอนอนพักก่อนแล้วกัน เจอกันวันพรุ่งนี้ค่ะทุกคน
งาน่หนักๆ ได้ผ่านพ้นไป เ้านายทำตามที่บอกไว้คือจะเปิดรับคนเพิ่มอีกหนึ่งคน ตอนนี้ได้คนมาแล้วเป็น้องผู้ชายน่ารักคนหนึ่ง พอแนะนำตัวและแบ่งหน้าที่งานกันเสร็จก็แยกย้ายกันทำงานโดยฉันให้มินนี่เป็คนช่วยดูแลน้องคนใหม่ ส่วนตัวฉันเองเตรียมกล้องเช็คกล้องที่จะใช้ในวันพรุ่งนี้ พรุ่งนี้ที่สนามมีงานแข่งและฉันก็ถูกไหว้วานจากพี่ณัฐช่วยถ่ายรูปบรรยากาศในงานให้
“พี่กรีน พรุ่งนี้ให้แท็ปไปช่วยด้วยไหมครับ” แท็ปน้องใหม่ของแผนเราเอ่ยถามอย่างกระตือรือร้น
“ถ่ายเป็ใช่ไหม?” ฉันถามอย่างหยั่งเชิง
“ใช่ครับ” น้องยิ้มกว้างสดใส
“งั้นก็ได้ ถ้ามีกล้องที่คุ้นมือก็เอามาด้วยนะเผื่อให้ใช้กล้องตัวเอง”
“ได้เลยครับ ว่าแต่เที่ยงนี้เราไปทานข้าวที่ไหนดีครับ” แท็ปยังถามต่อ มินนี่มองแท็ปนิ่ง ๆ ก่อนจะก้มหน้าพิมพ์อะไรสักอย่างในโทรศัพท์ มื้อเที่ยงอย่างนั้นเหรอ ฉันยังนึกไม่ออกเลยว่าจะไปทานข้าวที่ไหน พี่ ๆ ในแผนกก็เร่งงานกันอยู่
“พี่ ๆ คะ เที่ยงนี้ทานข้าวที่ไหนกันดี” ฉันะโถาม
“ร้านเดิมไหม ที่มีแอร์อะ” พี่คนหนึ่งตอบกลับมา
“ได้ ๆ ร้านนั้นเลย” พี่ ๆ คนอื่นเสริม เป็อันว่าฉันต้องจองโต๊ะสินะ
“งั้นหนูจองโต๊ะเลยนะคะ” ฉันตอบกลับไปและหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์ร้านอาหารเพื่อจองโต๊ะ ฉันไม่ได้ตอบอะไรน้องแท็ปอีกเพราะคิดว่าน่าจะได้ยินทั่วกันแล้วตอนที่ถามพี่ ๆ ในห้อง เมื่อเช็คกล้องเสร็จก็เตรียมไว้พร้อมใช้งานตัวฉันเองที่ตั้งใจจะหมุนเก้าอี้ไปดูมินนี่ทำงานก็ต้องเปลี่ยนใจเพราะจู่ ๆ โทรศัพท์ก็มีสายเรียกเข้ามาเป็การโทรจากแอพลิเคชันไลน์ แปลกนะ ทำไมโทรมาได้ก็ไม่รู้
“ว่าไง” ฉันเอ่ยทักปลายสายทันทีที่สัญญาณถูกเชื่อมต่อ
(แค่ติดซ้อมยาวหน่อยมีคนมาจีบเลยเหรอครับ) เสียงปลายสายถามงอน ๆ
“ฮะ? อะไรกัน ไม่มีสักหน่อยถึงมีแล้วเราเกี่ยวอะไรเนี่ย”
(เหอะ! ใช่สิ) อะไรของน้องเขาเนี่ย ฉันเริ่มงงแล้วนะ
“อะไร เป็อะไร” ฉันถามอย่างไม่สบายใจ ฉันไม่รู้จริง ๆ ว่าน้องเป็อะไรกัน
(...มีคนบอกว่ามีคนจีบพี่) หลัง ๆ มาเด็กคนนี้มันช่างงอแงนัก ั้แ่วันที่มาอยู่เป็เพื่อนตอนทำงานดึก ๆ ดื่น ๆ จนถึงตอนนี้ ก็ยังวอแวไม่เลิกซ้ำยังงอแงเก่งอีกต่างหาก
“ไม่มี ใครไปพูดอะไรอีกเนี่ย”
(เที่ยงนี้รอผมด้วย จะไปทานข้าวด้วย)
“ได้ เลิกซ้อมแล้วบอก”
(ครับ แต่พี่น่ะห้ามให้ใครจีบนะ)
=========
เ้าเด็กเป้นอะไรกับพี่เขาถึงไม่ยอมให้พี่เขามีใครมาจีบน่ะ!!