อันเยว่ยอดฮูหยิน

    ตอนที่ 34 ความช่วยเหลือของกู่หยาง

    หลังจากรับประทานอาหารเย็นอย่างสำราญใจแล้ว อันเยว่ก็ไม่สนใจซากเกลื่อนกลาดบนโต๊ะแล้วลุกจากโต๊ะเป็นคนแรก


    กว่าจะย้ายร่างมาถึงหน้าแปลงดอกไม้ในลานกว้างหน้าเรือนได้ไม่ใช่เรื่องง่าย มาถึงก็สำรวจอย่างละเอียด นางใช้เวลาสองสามวันในการจัดการแปลงดอกไม้นี้ หากไม่สามารถใช้ประโยชน์จากมันได้ เช่นนั้นทุกสิ่งที่นางทำก็จะสูญเปล่า


    อันเยว่เคยวิเคราะห์คุณภาพดินของที่นี่ เนื่องจากดินค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ ฉะนั้น ทำให้ที่นี่มีชื่ออันไพเราะว่า ฮวาตู และทำให้บุปผาในฮวาตูบานสะพรั่งในทุกฤดูกาล


    หากพูดถึงเรื่องเพาะปลูก แน่นอนว่าเหมาะสมที่สุดหากเลือกสมุนไพรจีนล้ำค่ามาปลูก และเป็นการทำให้คนโลภมากอย่างหยูยวนรู้สึกพอใจด้วย เมื่อมีสมุนไพรสองสามต้นนี้ อย่างน้อยอันเยว่ก็มีสิ่งต่อรองที่จะเจรจากับหยูยวน


    ในขณะที่นางกำลังขบคิด นางก็นึกถึงอีกเรื่องหนึ่ง


    ยาสมุนไพรจีนเมื่อซื้อกลับมาแล้วล้วนต้องบดให้ละเอียดหรือไม่ก็ใช้วิธีอื่น ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยหากต้องการให้มันหยั่งรากและงอกใหม่อีกครั้ง


    หากจะไปเก็บบนภูเขา เกรงว่า…


    เมื่อก้มดูขาที่ยังไม่ได้แกะแผ่นไม้ขนาบ อันเยว่ก็ถอนหายใจและคิดว่าวิธีนี้ก็ไม่ได้เช่นกัน


    นางถอนหายใจยาว ๆ ไม่คิดเลยว่าดุษฎีบัณฑิตอย่างนางจะสะดุดกับปัญหาในยามนี้


    นางที่อยู่ในภาวะลำบากได้รับความลำบากยิ่งนัก


    อันเยว่แหงนหน้ามองพระจันทร์ทรงกลมบนท้องนภา กลับคิดในใจว่าหากทุกอย่างกลับไปก่อนที่จะระเบิด นางรับรองว่าจะใช้ชีวิตให้เต็มที่มากกว่านี้


    “หาก…”


    “อะไรนะ?”


    อันเยว่ตกใจมาก หัวใจของนางเต้นรัว เมื่อหันกลับไปก็เห็นกู่หยางที่ไม่รู้ว่ามาโผล่ที่ข้างกายนางตั้งแต่เมื่อใด


    บุรุษตัวเหม็นที่มักแสดงสีหน้าดำทะมึนใส่นางและไม่เคยเห็นนางอยู่ในสายตาตลอดมา วันนี้เขาไม่เพียงพูดแทนนาง ทั้งยังเป็นฝ่ายเข้าหานางด้วย


    น่าแปลก


    “กู่หยาง เจ้าก็นอนไม่หลับเหมือนกันหรือ?”


    อันเยว่พยายามฝืนยิ้มอย่างสุดความสามารถ ยามที่มองกู่หยางนางยังไม่ลืมที่จะเอียงศีรษะ และพยายามทำตัวไร้พิษภัยอย่างที่สุด


    แต่ใครจะรู้ว่ากู่หยางไม่แม้แต่จะมองนางด้วยซ้ำ เขาเลือกที่จะนั่งยอง ๆ ข้างรถเข็นของอันเยว่แล้วมองดูเทียนตงสองต้นที่อยู่ตรงมุม และนี่ก็คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงของนาง


    “ว่ากันว่าชาติบ้านเมืองเปลี่ยนง่าย สันดานเปลี่ยนยาก แล้วเจ้าล่ะ?”


    “ข้าเคยบอกแล้วว่าข้าจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง เจ้าคงไม่ได้คิดว่าข้าพูดเล่นใช่ไหม?”


    “หรือว่าไม่ใช่?”


    การย้อนถามของกู่หยางและความรู้สึกของการตรวจสอบอย่างละเอียดในสายตาของเขา สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นคำพูดเสียดสีอย่างยิ่งสำหรับอันเยว่ 


    นี่มันก็สมควร ไม่ใช่ครั้งสองครั้งแล้วที่นางบอกว่าจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง และครั้งนี้ก็เช่นกันที่นางเพิ่งเริ่ม


    “ไม่ว่าเจ้าจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม หากเจ้าคิดว่าข้าอาจทำให้เจ้าได้รับผลกระทบไปด้วย ข้าก็เต็มใจมอบจดหมายหย่าให้เจ้า เพื่อปล่อยเจ้าเป็นอิสระ”


    “ทำไม? หาสามีแต่ไม่มีปัญญาเลี้ยงดูก็จะใช้วิธีหย่าทิ้งเช่นนั้นรึ?”


    “เจ้า…” อันเยว่เพียงต้องการยุติความสัมพันธ์กับพวกเขา ไม่ได้คิดอะไรมากเลย อย่างน้อยก็แค่ต้องการรักษาชีวิตตัวเอง หลังจากฝืนยิ้มออกไปนางก็ยกนิ้วหัวแม่มือให้กู่หยาง “เจ้านี่มันสุดยอด”


    “ข้ารู้ตัวดี”


    เขามีความลำพองใจนิด ๆ เมื่อมองอันเยว่ดวงตาของเขาก็ยกขึ้นเล็กน้อย


    “สบู่ที่เกิดขึ้นกะทันหัน ย่อมทำให้คนส่วนหนึ่งสนใจเป็นธรรมดา  และเช่นกันว่าทำให้บางคนอิจฉา จนกระทั่งมีคนเห็นว่าเจ้าทำเงินได้มากมาย ในใจพวกเขาก็รู้สึกเกลียดชัง จึงไม่มีอะไรมากไปกว่าการเลือกใส่ร้ายสินค้าของเจ้า หรือไม่ก็ผลิตสินค้าแบบเดียวกันออกมาเพื่อแบ่งผลกำไรของเจ้า” 


    เดิมทีอันเยว่คิดว่าอีกฝ่ายมาหาเรื่องทะเลาะ แต่นึกไม่ถึงว่าในคำพูดของเขากลับสาธยายสถานการณ์ปัจจุบันของอันเยว่และสบู่ออกมาหมด


    นึกไม่ถึงว่าบุรุษผู้นี้จะเป็นอัจฉริยะ อีกทั้งยังเป็นอัจฉริยะด้านการค้า


    “ฉะนั้น นี่คือสาเหตุที่เจ้ามาโผล่ที่ร้านในเช้าวันนี้ใช่ไหม?”


    เดิมทีอันเยว่เต็มไปด้วยความโกรธ แต่ในเวลานี้นางไม่สามารถโกรธได้อีกแล้ว แต่เลือกที่จะมองกู่หยางด้วยสายตาคาดหวัง


    ก่อนหน้านี้ที่เลือกซูจือฉือเป็นพันธมิตร หลัก ๆ เพราะนิสัยใจคอของเขา เช่นนี้ถึงจะสามารถทำให้อันเยว่เข้ากันได้อย่างสบายใจและกลมกลืนมากขึ้น อีกทั้งยังมีความรู้สึกเป็นเจ้าของ


    เมื่อขบคิดอย่างละเอียดอันเยว่ก็เผยรอยยิ้ม แม้จะไม่สามารถเป็นพันธมิตรกับกู่หยาง แต่อย่างน้อยก็ต้องเรียนรู้อะไรบางอย่างจากเขาบ้างถึงจะถูกต้อง 


    “แล้วอย่างไรเล่า?” 


    เมื่อเห็นสีหน้าวอนบาทาของกู่หยาง บุรุษผู้นี้ช่างทำให้คนปวดหัวได้จริง ๆ หากต้องการให้เขาทำตามความคิดของตัวเอง กลับไม่ใช่เรื่องง่ายขนาดนั้น 


    “ไม่ทราบว่าเจ้ามีอะไรอยากพูดกับข้าไหม แม้จะเป็นการประชดประชันก็ตาม”


    “วันพรุ่งข้าจะไปที่ทุ่งนากับเจ้า”


    “ทุ่งเมล็ดละหุ่งของครอบครัวเราหรือ?”


    “แล้วอย่างไรเล่า?” 


    คำพูดติดปากของกู่หยางช่างทำให้คนรู้สึกว่าไม่มีสาระอันใด แต่ในเมื่อเขาพูดแบบนั้น เป็นไปได้ว่าอาจมีบางอย่างเกี่ยวข้องกับนาง เพียงแต่เขาไม่อยากอธิบายให้ชัดเจน


    “ได้ เช่นนั้นเรานัดกันแล้วนะ เราจะไปที่ทุ่งนาพรุ่งนี้เช้า” 


    อันเยว่ขานรับโดยตรง สามารถกล่าวได้ว่านางเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องเพาะปลูก แต่เมื่อพูดถึงเรื่องการค้า นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง


    จากนั้นก็เห็นกู่หยางลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปยังห้องตัวเอง ในขณะที่อันเยว่มองส่งอีกฝ่ายก็เห็นว่ามีอีกหนึ่งคนยืนอยู่ที่ประตูทางเข้า นั่นก็คือซูจือฉือ


    แสงเทียนส่องอยู่ด้านหลังซูจือฉือ ทำให้อันเยว่เห็นสีหน้าของเขาไม่ถนัด แต่ก็เห็นเขาหมุนตัวกลับไปที่ห้องตัวเองและบรรยากาศก็เย็นชาลงทันที 


    เขาคงไม่ได้เข้าใจผิดอะไรหรอกใช่ไหม?


    อันเยว่ตกใจมากเมื่อนึกมาถึงตรงนี้ ไม่มีใครรู้ดีไปกว่านางว่าสามีทั้งสี่มาอยู่ในมือของนางได้อย่างไร 


    พื้นฐานทางความรู้สึกอะไรกัน ส่วนใหญ่กล่าวได้ว่ามีน้อยดีกว่าไม่มีเลยเสียมากกว่า 


    ทั้งสี่คนนี้ถึงกับทำเรื่องฆ่านางได้ลงคอ นับประสาอะไรพวกเขาจะมีความรู้สึกใด ๆ ต่อนาง มันเป็นไปไม่ได้เลย 


    มิเช่นนั้น อันเยว่ก็คงไม่ต้องคิดหาวิธีเอาใจซูจือฉือ เพื่อทำให้เขาเป็นพันธมิตรกับนางหรอก


    อันเยว่ถอนหายใจเมื่อคิดมาถึงตรงนี้ นางคิดไปเองจริง ๆ 


    จากนั้นนางก็กลับมาที่ห้องตัวเองแล้วล้มตัวลงนอน อันเยว่พลิกตัวไปมาอยู่นานก็นอนไม่หลับ


    ก่อนจะตื่นนางได้ยินเสียงเคาะประตูเป็นระยะ อันเยว่ลืมตาอย่างสะลึมสะลือแล้วพูดกับคนที่อยู่ข้างนอก “เข้ามาสิ ประตูไม่ได้ปิด” 


    อีกฝ่ายเองก็ไม่มีความเกรงใจ เขาผลักประตูและเดินเข้ามา


    เขาไม่ได้หลีกเลี่ยงอะไรตอนที่เห็นอันเยว่นอนอยู่บนเตียง แต่เลือกเดินไปนั่งลงข้างโต๊ะที่อยู่ตรงหน้านาง จากนั้นมองสตรีบนเตียงและเอ่ยทีละคำ “เมื่อวานคุยกันดิบดี วันนี้ไม่ไปแล้วหรือ?” 


    อันเยว่ที่เดิมยังสะลึมสะลือตื่นขึ้นเต็มตาทันที


    นางเด้งตัวลุกขึ้นนั่งแล้วมองไปยังด้านข้าง ก็พบว่ากู่หยางกำลังมองนางด้วยสีหน้ารังเกียจ


    “ไปสิ ๆ เมื่อคืนข้าหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้”


    นางออกแรงสวมใส่อาภรณ์ ขาของนางใช้การไม่สะดวก การสวมใส่อาภรณ์จึงดูเงอะงะอย่างยิ่ง


    กู่หยางทนมองต่อไปไม่ไหวจึงเดินเข้าไปช่วยนาง


    และในตอนนั้นเอง ประตูห้องของอันเยว่ก็ดังขึ้นสามครั้ง ตึง ๆ ๆ



     

    คล้ายกับเรื่องอันเยว่ยอดฮูหยิน ที่คุณอ่าน

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185