ตอนที่ 50ต่อให้3ท่า
ผู้ชมรอบสนามตลึงงันหลี่กวนนั้นมีชื่อเสียงระดับนึง มันนั้นฝึกฝนจนถึงขอบเขตบำเพ็ญกายขั้นกลางแล้วในรอบเวทีบาดาลย่อมถือเป็นชนชั้นยอดฝีมือ กลับโดนเด็กหญิงน้อยอายุเยาวน์ผู้นี้ฟาดกระเด็นกายาปรานแกร่งที่คลุมร่างแตกสลายในทีเดียว
นี่ไม่ได้แปลว่าเด็กหญิงผู้นี้มีขอบเขตอย่างน้อยก็ต้องอยู่ขอบเขตบำเพ็ญกายขั้นกลางหรอกหรือ?สวรรค์ด้วยอายุของนางทำไมกลับอยู่สำนักเล็กๆอย่างสำนักไผ่เขียวถ้าบอกว่านางนั้นมาจากสำนักชั้นเอกพวกมันอาจจะยอมเชื่อมากกว่า
เสี่ยวไป๋เห็นท่าทางดูไม่ได้ของอีกฝ่ายก็หัวเราะร่ายิงฟันขาวเอ่ยด้วยเสียงไพเราะเจือยแจ้วว่า “ลูกเต่านี่กลับใช้การไม่ได้ถึงเพียงนี้เอาเช่นนี้เถอะ มารดาจะต่อให้เจ้าสามท่า ระหว่างนี้จะไม่โจมตีตอบโต้!”
ศิษย์พี่ใหญ่ได้ยินก็กุมขมับ เด็กหญิงนี่ชัยชนะอยู่ข้างหน้ากลับเล่นสนุกก่อเรื่องถ้าพลาดแพ้ขึ้นมา คงร้องไห้ขี้มูกโป่งต้องให้พวกมันคอยปลอบแน่ๆมันเอ่ยบ่นกลับตัวเองเบาๆ
“เด็กหญิงเอย...” หวู่เฉินไม่พูดอะไรได้แต่ส่ายหัว หัวเราะแห้งๆ
หลี่กวนที่กำลังเข้าตาจนได้ยินคำเด็กหญิงดวงตากลับทอประกายความหวัง“เจ้าพูดจริง? อย่าได้กลับคำล่ะ” เสี่ยวไป๋ได้ยินก็เท้าสะเอว
“ย่อมพูดจริง! มารดานั้นคำไหนคำนั้น ไม่เหมือนลูกเต่าเช่นเจ้า!”
หลี่กวนไม่โกรธกลับหัวเราะออกมา”ดีพูดแล้ว ห้ามคืนคำ” มันโคจรปรานแกร่งไปที่นิ้วยิงดัชนีด้วยสองมือ
“รับมือพายุหะอินทรีย์!”ทันใดนั้นดัชนีเล็บอินทรีย์จำนวนนับไม่ถ้วนพุ่งทะลวงแหวกอากาศอย่างรวดเร็วรุนแรงพุ่งโจมตีเด็กหญิงที่อยู่กลางเวทีเสี่ยวไป๋ไม่หยี่ระควงกระบองกิ่งไผ่เป็นวังวน สร้างปราการสีเขียวอ่อนต้านพายุดัชนีไว้
.................
ตัวเขาเทียมฟ้าอันเป็นที่ตั้งของสำนักเอกะมรรคานั้นแบ่งเป็นสามช่วงช่วงแรกอยู่ตรงไหล่เขาเป็นที่รับรองแขกและที่อยู่ของศิษย์ชั้นนอกช่วงที่สองจะเป็นที่อยู่ของศิษย์ชั้นใน ส่วนบนยอดเขาจะเป็นที่อยู่ของผู้อาวุโสระดับสูงและเจ้าสำนัก
บนไหล่เขาสูงชันที่ข้างหน้าผามีกลุ่มคนร้อยกว่าคนยืนอยู่บนลานกว้าง พวกมันทุกคนอย่างน้อยก็เป็นวัยกลางคนจนถึงวัยชรา ออร่าที่แผ่ออกกลับสามารถบ่งบอกความแข็งแกร่งสุดยอดของพวกมัน
พวกมันคือเหล่าอาจารย์พรรคสำนักต่างๆที่นำพาศิษย์รุ่นเยาวน์สำนักตนเองเข้าแข่งขันพวกมันได้รับอภิสิทธิ์ให้อยู่ที่ภูเขาช่วงแรก ด้วยวรยุทธ์อันสูงส่งของพวกมันสามารถมองทอดไปยังสนามประลองได้ไม่ยาก
“คิดไม่ถึงว่าศิษย์รุ่นนี้ของสำนักไผ่เขียวกลับปรากฏคนที่สามารถใช้เคล็ดวิชาระบำกิ่งไผ่ได้อีกครั้ง”
“เด็กหญิงนี่ไม่เลวอายุแค่นี้กลับอยู่ขอบเขตบำเพ็ญกายขั้นกลางแล้ว”
“แค่ไม่เลว? นี่มันยอดเยี่ยมไปเลยต่างหาก ตาแก่ฝานสำนักเจ้ามีอัจฉริยะอายุเท่านางสามารถเทียบนางได้งั้นหรือ?”
“กระบวนท่าปราการไผ่งามแม้ยังไม่สมบูรณ์แต่กลับแฝงไว้ด้วยความยอดเยี่ยม...”
“ข้าล่ะอิจฉาตาแก่ซูเทียนนักกลับได้หลานดีเยี่ยงนี้บางทีเด็กหญิงน้อยนี่กลับสามารถกลายเป็นปรมาจารย์หญิงคนที่สอง? ซูเฉินเจ้าว่าไง?”
ชายชราผมขาวชุดม่วงหันมาพูดกับซูเฉินที่ยืนนอบน้อมอยู่ข้างหลังมันคือเจ้าสำนักตระกูลถังเป็นเพื่อนสนิทของซูเทียนแต่ซูเทียนสุขภาพไม่ค่อยดีเลยไม่ได้ลงจากเขา มอบหมายให้ซูเฉินเป็นตัวแทน
“ท่านพ่อตากล่าวเกินไปแล้วเสี่ยวไป๋ยังเด็กยังต้องเรียนรู้อีกมากนัก”ถังฉินหยาเห็นบิดาสนใจเสี่ยวไป๋จนออกนอกหน้า จึงไม่พอใจเล็กน้อยพลางกล่าว
“ท่านพ่อท่านดูอีกสนาม เฟิงเอ๋อสามารถพิชิตคู่ต่อสู้อย่างง่ายดายสามารถคว้าชัยชนะนัดแรกมาครอง”
“คู่ต่อสู้ใช้การไม่ได้ถึงขนาดนั้นยังจะยกยอมันทำไม?”
..............
เปรี้ยงเปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง
ห่าฝนดัชนีเล็บอินทรีย์ปะทะเข้ากับปราการสีเขียวอ่อนอย่างรุนแรงต่อเนื่องหลี่กวนทุ่มเทสมาธิเค้นกระบวนท่าต่อเนื่องระดมจู่โจมโจมตี การโจมตีต่อเนื่องไปได้ซักพักมันถึงกลับหมดแรงกระแสลมปราณขาดห้วง ต้องทรุดตัวหอบแหกๆสภาพดูไม่ได้
“จบแล้ว?” เด็กหญิงถามด้วยรอยยิ้มหลี่กวนบอกนี่เป็นท่าแรกเท่านั้น เสี่ยวไป๋ร้องอ้อ?ออกมา หลี่กวนนั้นตั้งสมาธิปรับกำลังภายในเสี่ยวไป๋กลับยืนฉีกยิ้มปล่อยให้คู่ต่อสู้พักเหนื่อยเรียกกำลังอย่างเต็มที่
คนดูรอบสนามงุนงง นี่มันการประลองอันใดกลับปล่อยให้คู่ต่อสู้พักเหนื่อยฟื้นพลังจนพอใจ?พอหลี่กวนฟื้นพลังเสร็จเลยคิดลองจู่โจมเด็กหญิงจากระยะประชิด
มันเคลื่อนกายพุ่งเข้าหาเสี่ยวไป๋ทุ่มเทลมปรานทุกส่วนมาที่สองมือกายาปรานแกร่งควบแน่นรวบรวมมาที่ฝ่ามือละทิ้งการป้องกันส่งเสริมการโจมตีในเวลาปกติการกระทำเช่นนี้เป็นเหมือนดาบสองคมถ้าโดนคู่ต่อสู้โจมตีสวนมาที่ร่างที่ไร้การป้องกันย่อมไม่จบแค่บาดเจ็บแต่เสี่ยวไป๋ดันสัญญาว่าจะไม่โจมตีสวนมันเลยกล้าทุ่มโจมตีอย่างเต็มที่
“กรงเล็บอินทรีย์คลั่ง!”หลี่กวนระดมโจมตีไปที่เด็กหญิงกรงเล็บแต่ละครั้งที่วาดออกนั้นดุดันรุนแรง สามารถถล่มทะลายหินผาให้แตกเป็นผุยผงเสี่ยวไป๋ยกกระบองกิ่งไผ่ต้านรับ การระดมฟาดกรงเล็บของหลี่กวน
‘กรงเล็บอินทรีย์คลั่ง’ที่ใช้ออกโดยหลี่กวนกลับรุนแรงกว่าตอนที่ลู่ซ่งใช้ถึงสองเท่ารวมกับการละทิ้งการป้องกันทุ่มพลังโจมตี พลังโจมตียังมากกว่าลู่ซ่งถึงสามเท่า มันวาดฝ่ามืออกอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะโจมตีไปที่ส่วนใดเด็กหญิงตรงหน้ากลับสามารถยกกระบองกิ่งไผ่ต้านรับได้อย่างแม่นยำง่ายดายมันถึงกลับอุทานอ่าในใจ เด็กหญิงน้อยนางนี้ร้ายกาจเกินไปแล้ว
หลี่กวนรุกไล่จนหมดแรงอีกคลากับไม่สามารถโจมตีโดนเด็กหญิงได้แม้แต่คลาเดียวมันพุ่งถอยทิ้งระยะหอบหายใจ เสี่ยวไป๋มองด้วยรอยยิ้ม “เหลืออีกหนึ่งท่า!”
คนดูตบมือชมกันร้องตะโกน”เยี่ยม”ไม่ขาดปากหลี่กวนหน้าหม่นลงมันเสียหน้าเป็นอย่างมากคงต้องใช้ไม้ตายก้นหีบจัดการเด็กหญิงน้อยนี่มันโคจรปรับพลังจนเข้าที่ “ดีมาก ถ้าเจ้ารับท่าสุดท้ายนี่ได้ถือว่าเจ้าเป็นผู้ชนะ!”
มันทิ้งระยะห่างจากเสี่ยวไป๋สองมือทำท่าร่างเหมือนกรงเล็บพลังปรานจากร่างกายทั้งหมดโคจรไปที่กรงเล็บใช้เคล็ดวิชาประหลาด ห่อรวมพลังชี่จากรอบด้านหมุนรวมเป็นวังวนมารวมที่กรงเล็บของมัน
เวลาผ่านไปหนึ่งก้านธูปมันยังคงรวบรวมพลังชี่ไม่เสร็จแสงสีฟ้าเรื่องรองเจิดจ้าสว่างไสว คลื่นลมปราณที่กระจายออกทำให้เกิดกระแสลมดุจพายุ พัดร่างคนดูรอบด้านให้ถอยออกไปหลายก้าวแต่ร่างเสี่ยวไป๋บนเวทีกลับไม่ขยับแม้เพียงครึ่งก้าว ชายผ้าคลุมเพียงสะบัดปลิวไปตามแรงลม
ศิษย์พี่ใหญ่เป็นกังวลนี่นางบ้าหรือไงที่ปล่อยเวลาให้อีกฝ่ายรวมพลังโจมตีนานถึงเพียงนี้ถ้าเป็นการต่อสู้จริงใครจะสามารถใช้เวลา1ก้านธูปเพ่งสมาธิยืนรวบรวมพลังชี่เพื่อโจมตีศัตรู?ถ้าทำเช่นนั้นคงโดนอีกฝ่ายเข่นฆ่าตายไปหลายชีวิต
“แต่คงไม่เป็นไรกระบวนท่าเชื่องช้าขนาดนี้ เสี่ยวไป๋น่าจะสามารถหลบได้ไม่ยากเมื่อหลบได้อีกฝ่ายสูญเสียพลังปรานทั้งหมด ย่อมไม่เหลือแรงป้องกัน” ศิษย์พี่ใหญ่วิเคราะห์อย่างใจเย็น
เมื่อรวบรวมพลังเสร็จหลี่กวนก็ยิ้มเย็นกล่าวว่า”เด็กหญิงน้อย ถ้าแน่จริงก็ห้ามหลบลองรับกระบวนท่านี้ของข้า ถ้าเจ้ารับได้ข้าก็ขอรับความพ่ายแพ้!”
ศิษย์พี่ใหญ่ขมวดคิ้วใครมันจะไปบ้ารับการโจมตีตรงๆ เสี่ยวไป๋ยังเป็นผู้บำเพ็ญกายชั้นกลางถ้ารับการโจมตีนั้นไป...
จากที่ประเมินความรุนแรงคร่าวๆกระบวนท่านี้สามารถเพียงใช้โจมตีผู้บำเพ็ญกายชั้นกลางเพียงแต่ในเมื่ออีกฝ่ายใช้เวลานานอย่างมากรั้งรวมพลัง กระบวนท่านี้สามารถทำให้ผู้บำเพ็ญกายชั้นปลายบาดเจ็บหนักได้ในทีเดียวต่อให้เป็นผู้บำเพ็ญกายขั้นสูงสุดแบบมันถ้าต้องรับตรงๆก็ต้องตึงมือบ้าง
“ได้มารดาจะไม่หลบเลี่ยง ลูกเต่าน้อยก็ลองโจมตีมา!”
ศิษย์พี่ใหญ่อ้าปากค้าง’เด็กหญิงที่น่าตายนี่!’หลี่กวนได้ยินก็ยิ้มหัวเราะมันสำนึกรู้ตัวแล้วว่าไม่ใช่คู่มือคู่ต่อสู้เพียงแต่เด็กหญิงนี่กลับมั่นใจในตัวเองเกินไป ทำให้มันสามารถคว้าชัยชนะไว้ได้’ขอให้จำเหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนละกัน นังเด็กน้อย’
“กรงเล็บอินทรีย์ทะลวงฟ้า!”
ทันใดนั้นคลื่นปรานมหาศาลพุ่งทะลวงจู่โจมไปที่เสี่ยวไป๋ความรุนแรงที่แผ่ออกทำให้ใจผู้คนรอบข้างเต้นระรัว กรงเล็บอินทรีย์ยักษ์พุ่งเข้าหาเด็กหญิง
“เสี่ยวไป๋หลบ!” ศิษย์พี่ใหญ่ตะโกนสุดเสียง
ทันใดนั้นเสี่ยวไป๋ก็วาดกระบองกิ่งไผ่ออกด้วยท้วงท่าสง่างามวังวนสีเขียวนั้นทำหน้าที่ดูดซับ และกำหนดทิศทางให้กรงเล็บอินทรีย์ไหลไปตามทางที่กำหนดเสี่ยวไป๋หมุนตัวตวัดไม้กลับหลังเป็นการชักนำกรงเล็บอินทรีย์ให้หมุนควงตีวงกลับไปที่หลี่กวน
“จบท่าที่3แล้วงั้นถึงคราวมารดาบ้าง!”
กรงเล็บอินทรีย์ถูกปัดกลับมาหาหลี่กวนที่ยืนนิ่งหมดเรี่ยวแรงขยับกายหนีมันตาเบิกโพลงอย่างเหลือเชื่อ มันไม่คิดว่าเด็กหญิงตรงหน้าจะรับกระบวนท่านี้ได้แล้วยิ่งไม่คิดว่า นางไม่ใช่แค่รับได้ กลับสามารถย้อนทวนพลังกลับมาหามัน
‘ชิบหายละ!’
เปรี้ยงร่างหลี่กวนปะทะเข้ากลับกรงเล็บอินทรีย์ที่ถูกเสี่ยวไป๋ฟาดกลับมาอย่างรุนแรง มันปลิวกระเด็นตกเวทีเป็นตายไม่แน่ชัด