The X-Ghost: Sonic Distortion
EP3: ยุทธการย้อนเกล็ดคลื่นเสียง และคอนเสิร์ตกลางทุ่งสังหาร
เวลา 22:00 น. | ป่าละเมาะใกล้ฐานทัพอู่ตะเภา
ภายใต้แสงจันทร์สลัว ทีม X-Ghost ไม่ได้กลับไปที่บาร์ในสภาพเดิม รอบนี้รถจี๊ปถูกดัดแปลงจนดูเหมือนรถโฆษณาขายยาหรือหน่วยฉายหนังกลางแปลง บนหลังคารถมีลำโพงฮอร์น (ลำโพงปากเป็ด) ขนาดมหึมา 4 ตัวติดตั้งอยู่สี่ทิศทาง สายไฟระโยงระยางเชื่อมต่อลงมายังเบาะหลังที่มีอุปกรณ์หน้าตาประหลาดวางเต็มไปหมด
“เครื่องพร้อมไหมมนัส?” คเชนทร์ ถามพลางเช็กปืนพลังงานที่ปรับจูนลำแสงให้สั่นะเืตามจังหวะชีพจร
“พร้อมครับสารวัตร! ผมเอาไดนาโมรถบรรทุกมาปั่นไฟพ่วงกับเครื่องขยายเสียงหลอดสุญญากาศ” มนัส เหงื่อแตกซิก มือหนึ่งถือไขควง อีกมือประคองเครื่องเล่นแผ่นเสียงแบบกระเป๋าหิ้ว “ผมทำการ 'Backmasking' โดยการกลับด้านหัวเข็มและจูนรอบหมุนใหม่ ถ้าเราเล่นแผ่นเสียงของพวกมันถอยหลัง คลื่นเสียงจะเกิดการหักล้างกัน (Phase Cancellation) ทันทีครับ!”
“แล้วของผมล่ะ?” ไพรวัลย์ ถามพลางยกขวดโหลที่ข้างในมี ‘ทรายเสก’ สีเงินยิบยับ
“พี่ไพรวัลย์โรยทรายนั่นลงบนหน้าลำโพงเลยครับ” มนัสสั่ง “แรงสั่นะเืจากเสียงจะทำให้ทรายเสกกระจายตัวเป็ละอองในอากาศ สร้าง ‘ม่านอาคม’ ป้องกันไม่ให้พวกต่างดาววาร์ปหนีคลื่นเสียงเราได้!”
รถจี๊ปพุ่งเข้าสู่ลานกว้างหน้าบาร์ The Purple Haze ทันทีที่ไปถึง เสียงกีตาร์จากข้างในบาร์ก็แผดจ้าออกมาจนแผ่นดินะเื ทหาร GI นับร้อยคนกำลังยืนล้อมรถจี๊ปไว้ ดวงตาของพวกเขาเป็สีม่วงสว่าง วิ่งกรูเข้าใส่ทีมเหมือนฝูงซอมบี้ที่ถูกกระตุ้นด้วยความถี่ร็อก
“ตอนนี้แหละมนัส! ปล่อยเพลงเราออกไป!” คเชนทร์ะโ
มนัสวางเข็มลงบนแผ่นเสียงที่หมุนถอยหลัง “จงฟัง... ความจริงที่ย้อนกลับ!”
วูบบบบบบ! เสียงที่พุ่งออกจากลำโพงปากเป็ดไม่ใช่ดนตรี แต่มันคือเสียงครวญครางที่ฟังไม่ออกว่าเป็ภาษาอะไร แต่มันกลับทรงพลังมหาศาล ทรายเสกของไพรวัลย์พุ่งกระจายเป็ละอองสีเงินปกคลุมไปทั่วบริเวณ ทหารที่กำลังพุ่งเข้ามาชะงักกึก พวกเขากุมหัวและร้องโหยหวน เพราะคลื่นเสียงที่ถูกหักล้างกำลังทำลาย ‘รีโมทคอนโทรล’ ในสมองของพวกเขา
การดวลระหว่าง "เสียง" และ "แสง"
“คเชนทร์... แกมันไอ้คนขวางโลก!”
เสียงคำรามดังมาจากยอดหลังคาบาร์ ผู้กองอรรถ (The Executive) ปรากฏตัวในชุดฮิปปี้หนังกลับ แต่แขนข้างหนึ่งของเขาเปลี่ยนเป็ปืนใหญ่คลื่นเสียง (Sonic Cannon) รูปร่างเหมือนลำโพงทรงกรวย
เขาะโลงมาประจันหน้า พลางยิงคลื่นเสียงสีม่วงใส่รถจี๊ปจนลำโพงปากเป็ดะเิไปตัวหนึ่ง!
“มนัส! ประคองเครื่องไว้!” คเชนทร์กระโจนออกจากรถ พลางยิงปืนพลังงานเข้าใส่คลื่นเสียงของอรรถ ลำแสงสีฟ้าและคลื่นสีม่วงปะทะกันกลางอากาศจนเกิดแรงอัดอากาศะเิออกรอบทิศทาง
“แกคิดว่าความถี่บ้านๆ จะสู้เทคโนโลยีสภาดาวดึงส์ได้เหรอ!” อรรถคำราม
“มันไม่ใช่ความถี่บ้านๆ เว้ย!” คเชนทร์กัดฟัน “มันคือความถี่ของความถูกต้องที่แกไม่มีวันเข้าใจ!”
ในขณะที่เครื่องของมนัสกำลังจะโอเวอร์โหลด ลำโพงที่เหลือเริ่มมีไฟลุก ไพรวัลย์ ตัดสินใจก้าวออกมาหน้าลำโพงที่กำลังสั่นะเื เขาหลับตา พนมมือ แล้วเริ่ม ‘โห่’ เสียงยาวๆ ในจังหวะที่ประสานไปกับเสียงแผ่นเสียงถอยหลัง
“ฮิ้วววววววววววววววว!”
เสียงโห่ของนายพรานที่ฝึกจิตมาอย่างดี ผสมกับคลื่นเสียง Backmasking และทรายเสก กลายเป็คลื่นทำลายล้างที่รุนแรงกว่าเดิม ลำโพง Sonic Cannon บนแขนของอรรถเริ่มร้าวและะเิออกในที่สุด!
“เป็ไปไม่ได้!” อรรถกระเด็นไปกระแทกผนังบาร์
เมื่อคลื่นเสียงสงบลง ทหาร GI ทั้งหมดล้มฟุบลงกับพื้นแต่ยังมีชีวิตอยู่ พวกเขาเริ่มกลับมาหายใจเป็ปกติ มาดามราตรีที่แอบซ่อนอยู่ในเงามืดเห็นท่าไม่ดีจึงวาร์ปหายไปทิ้งให้อรรถยืนอยู่เพียงลำพัง
“รอบนี้แกชนะ... คเชนทร์” อรรถปาดเืที่มุมปาก “แต่จงจำไว้... บทเพลงแห่งการดับสูญมันไม่ได้มีแค่เพลงเดียว แผ่นเสียงชุดที่สองถูกส่งไปที่กรุงเทพฯ แล้ว... และรอบนี้ มันจะเปิดในงานมงคล!”
อรรถวาร์ปสลายตัวกลายเป็กลุ่มหมอกควันหายไปตามระเบียบ ทิ้งไว้เพียงซากลำโพงที่ยังคงส่งเสียง ‘เปรี๊ยะๆ’
คเชนทร์ เดินไปหามนัสที่นั่งหมดสภาพอยู่ข้างเครื่องเล่นแผ่นเสียง “เก่งมากมนัส... นายช่วยคนได้ทั้งฐานทัพเลยนะ”
“ขอบคุณครับสารวัตร... แต่ผมว่ารอบหน้า ผมขอถ่านตรากบเพิ่มอีกสองโหลนะ เครื่องขยายเสียงหลอดสุญญากาศนี่กินไฟดุจริงๆ”
ไพรวัลย์มองดูแผ่นเสียงที่แตกกระจายบนพื้น “ไซคีเดลิคร็อกเหรอ... ผมว่าผมกลับไปฟังเพลงฉ่อยที่บ้านสวนยังจะเจริญหูกว่าเยอะเลยว่ะสารวัตร”
Next EP4: งานเต้นรำสีเื และปริศนาแผ่นเสียงที่สอง
แผ่นเสียงชุดที่สองถูกส่งไปที่ไหน? และ "งานมงคล" ที่อรรถพูดถึงคืออะไร? ทีม X-Ghost ต้องรีบกลับเข้ากรุงก่อนที่เพลงสุดท้ายจะบรรเลง...?!