
บทที่ 0.2 หน่ออ่อนแห่งหายนะ
โอ๊กกกกกกก!!! เสียงของลูเซี่ยนที่กำลังคายแซนวิชแฮมชีสจากร้านสะดวกซื้อ ที่กินเข้าไปเมื่อกลางวันออกมา
“เลวร้ายสุดๆ ความรู้สึกเหมือนนั่งรถไฟเหาะที่ไม่มีเข็มขัดนิรภัยเลยให้ตายสิ โอ๊กกกกก~”
ในระหว่างที่ลูเซี่ยนกำลังคายของเก่าออกมา ก็มีเซโน่คอยลูบหลังให้อยู่ข้างๆ
“แก่แล้วก็แบบนี้แหละลูเซี่ยน”
เซโน่พยายามพูดปลอบใจที่ไม่เหมือนปลอบใจ
“ฉันยังไม่แก่เฟ้ย!”
ลูเซี่ยนพูดเถียงเซโน่ก่อนจะใช้แขนเสื้อเช็ดปาก ก่อนจะหยิบบุหรี่ขึ้นมาคาบโดยไม่จุดตามความเคยชิน
“นี่ ลูเซี่ยนถ้าพวกเราเอาซากของสัตว์ประหลาดพวกนี้ออกมาก่อนที่รอยแยกจะสลาย แล้วเอาไปขายในตลาดมืดล่ะก็แบบนั้นก็คงไม่มีปัญหาเื่เงินไปอีกนานเลย”
เซโน่ลองเสนอไอเดีย ปกติแล้วหลังจากสัตว์ประหลาดที่เป็จุดศูนย์กลางของรอยแยกตายไป รอยแยกก็จะค่อยๆ สลายไปและปิดตัวลงเองตามธรรมชาติ ส่วนระยะเวลาก็ช้าเร็วแตกต่างกันไป แต่ส่วนใหญ่จะใช้เวลาไม่เกินหนึ่งชั่วโมง ใน่เวลานั้นหากนำซากของสัตว์ประหลาดออกมาจากรอยแยกได้ล่ะก็
ซากนั้นก็จะไม่หายไปตามรอยแยก รอยแยกเป็เหมือนกับพื้นที่ที่กั้นกลางระหว่างมิตินึงกับอีกมิตินึง เพราะว่าพื้นที่กั้นระหว่างมิติเกิดอ่อนแอลง ทำให้สิ่งมีชีวิตบางชนิดออกมาจากมิติที่ตัวเองเคยอยู่และออกมาสร้างรังของตัวเองในพื้นที่ตรงกลางระหว่างมิติ
มีคนเคยตั้งข้อสันนิฐานว่าบางที เพราะพื้นที่กั้นระหว่างมิติของโลกใบนี้กำลังอ่อนแอลง เลยทำให้รอยแยกปรากฎขึ้นมา นี่เป็ทฤษฎีที่น่าเชื่อถือที่สุดแล้วก็ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะแท้จริงแล้วก็ยังไม่เคยมีใครสามารถหาคำตอบได้ว่าความจริงแล้วรอยแยกคืออะไรกันแน่
เพราะแบบนั้นจึงมีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่อยากจะได้ซากของพวกมันเพราะความลึกลับนี้ของพวกมัน ทำให้พวกมันดึงความสนใจจากผู้คนได้เป็จำนวนไม่น้อย ไม่ว่าเอาไปใช้ในการวิจัย สะสม หรือเก็งกำไรก็ดี แต่ว่าในความลึกลับนั้นก็มีอันตรายซ่อนอยู่ด้วยเช่นกัน มันไม่ได้มีแต่ข้อดีเสมอไป ไม่อย่างนั้นผู้คนคงไม่พยายามหลีกหนีและหวาดกลัวพวกมันขนาดนี้หรอก
“หยุดเลยเ้าบ้า ซากของสัตว์ประหลาดบางตัว แม้จะตายไปแล้วแต่ก็ยังสามารถทำให้มนุษย์กลายพันธุ์ได้อยู่ ได้ไม่คุ้มเสียหรอก”
รอยแยกนอกจากจะดูดทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่โดยรอบ ให้เข้าไปด้านในแล้วก็ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผู้คนหวาดกลัวและไม่กล้าเข้าใกล้มัน นั่นก็คือโรคที่ถูกนำมากับพวกมันด้วย การกลายพันธ์ นอกจากจะดูดกลืนข้าวของและสิ่งมีชีวิตเข้าไปในรอยแยกแล้ว บางครั้งยังปล่อยไอพิษที่ทำให้สิ่งมีชีวิตที่อยู่บริเวณใกล้เคียงกลายพันธุ์ได้อีกด้วย บางส่วนในร่างกายจะถูกเปลี่ยนให้เป็เหมือนกับสัตว์ประหลาดจากรอยแยก เป็โรคที่ในตอนนี้ยังไม่มีทางรักษา มันจึงทำให้ผู้คนมากมายหวาดกลัวแล้วก็ไม่กล้าเสี่ยงที่จะกำจัดรอยแยกพวกนั้นด้วยตัวเอง
รอยแยกกำลังค่อยๆสลายไป รอยแยกถูกปิดไปพร้อมกับร่างของสัตว์ประหลาดงูที่อยู่ภายใน ก่อนที่ทั้งสองจะกลับสู่ถนนเส้นเดิมที่เคยเดินมาก่อนหน้า เพียงแต่สภาพของมันได้ถูกเปลี่ยนไปแล้ว พื้นที่โดยรอบในรัศมี 300 เมตร ถูกความปั่นป่วนของมิติจากรอยแยกทำลายจนกลายเป็เศษซาก แม้ทั้งสองคนจะพยายามลดความเสียหายให้ได้น้อยที่สุดแล้ว แต่พื้นที่ในระแวกนี้ก็ยังโดนทำลายอยู่ดี
“ลูเซี่ยนดูนั่นสิ”
ลูเซี่ยนมองไปตามทางที่เซโน่บอก ไข่ของสัตว์ประหลาดงูบางส่วนยังคงหลงเหลืออยู่ที่นี่
“4…5….6….7….ดูเหมือนจะประมาณ 8 ฟอง รวมไข่ที่แตกแล้วด้วยที่ยังเหลืออยู่ที่นี่”
“ฟองที่แตกดูเหมือนผู้หญิงคนนี้จะชื่อ เมเดีย ไมท์ แต่ว่านี่มันหมายความว่ายังไงกัน อีก 22 ฟองหายไป แต่อีก 8 ฟองยังอยู่ที่นี่”
“ท่าจะให้ผมเดาละก็ 22 ฟองนั่นคงถูกกินมานานแล้ว จนกลายสภาพไปเกือบสมบูรณ์แล้ว ก็เลยกลายเป็คนของฝั่งนั่น ส่วนอีก 8 ฟอง ที่เหลือเพิ่งจะกลายสภาพได้ไม่นาน จึงยังนับเป็คนของฝั่งนี้อยู่ จึงไม่ถูกรอยแยกพาตัวไป”
“ก็อาจจะจริงอย่างที่นายว่า แต่ปัญหาจริงๆคือ แม้ธรรมชาติและโลกใบนี้จะยอมรับว่าเค้าเป็คนของฝั่งนี้ แต่ผู้คนและสังคมกลับไม่ยอมรับพวกเค้า ตามข้อกฎหมายแล้วพวกเค้าจะถูกกำจัดในฐานะสัตว์ประหลาดแห่งรอยแยก…”
“จะฆ่าพวกเค้าเหรอ”
“เื่นั้นทั้งฉันและนายไม่ใช่คนตัดสิน ยังไงเราทั้งคู่ก็ไม่ได้เป็ตำรวจแล้วนี่ ไม่มีเหตุที่จะต้องทำตามกฎหมายพวกนั้น ยังไงซะไอ้คนที่กำหนดกฎหมายพวกนี้ขึ้นมาก็หนีเอาตัวรอดไปั้แ่ 5 ปีก่อนแล้ว แต่ปัญหาจริงๆ ก็คือคนในหมู่บ้านจะยอมรับพวกเค้ารึเปล่า แถมไม่มีอะไรรับประกันด้วยว่าพวกเค้าจะยังมีตัวตนเดิมอยู่ ใครจะไปรู้หลังจากตื่นขึ้นมาพวกเค้าอาจจะไล่ฆ่าคนทั้งหมู่บ้านก็ได้”
ในระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังปรึกษากันอยู่นั้น เมเดีย ไมท์ ตัวอ่อนที่ออกมาจากไข่ก่อนหน้านี้ก็เริ่มรู้สึกตัว เมื่อเมเดียตื่นขึ้นมาก็ััได้ถึงกลิ่นคาวเืของผู้เป็แม่ จากตัวของทั้งสองคน เธอจึงตัดสินให้ทั้งสองคนเป็ศัตรูทันที เธอสร้างลูกไฟขึ้นมาโจมตีในตอนที่ทั้งสองคนตอนที่ไม่ทันได้ระวังตัว
แต่ว่าทั้งสองก็ไหวตัวทันะโถอยหลัง ออกห่างได้ทัน เพราะว่ายังกลายสภาพได้ไม่สมบูรณ์จึงเลื้อยเหมือนสัตว์ประหลาดตัวแม่ไม่ได้ แต่ก็ไม่สามารถลุกขึ้นเดินเหมือนกับมนุษย์ได้เหมือนกัน จึงได้แต่ใช้ลูกไฟโจมตีอยู่ที่เดิมตรงที่เพิ่งจะฟักออกมา แต่ไม่นาน ก็ดูเหมือนจะเริ่มอ่อนแรง จึงได้เอื้อมมือไปข้างหน้าตะกุยไปในอากาศ
“ถึงหน้าจะเหมือนเดิม แต่บุคคลิกข้างในเปลี่ยนไปจริงๆ ด้วยสินะ เฮ้อ~”
ลูเซี่ยนถอนหายใจอย่างหนักใจ เค้าก็ยกปืนขึ้นมาเล็งไปที่หัวของเมเดีย
นี่มันเป็ความรับผิดชอบของฉัน…
“อย่ายิงนะ!!”
เด็กน้อยที่เจอกันก่อนหน้านี้วิ่งเข้าไปขวางหน้าเมเดีย ไม่ให้ลูเซี่ยนเหนี่ยวไก ลูเซี่ยนลดปืนลงก่อนจะตะคอกใส่เด็กคนนั้น
“ทำอะไรของแกห๊ะ ไอ้เด็กบ้า! ถอยออกมาจากตรงนั้นซะ บอกแล้วไงว่าห้ามเข้ามาแถวนี้!!”
“พวกนายนั้นแหละคิดจะทำอะไร ฉันไม่ยอมให้รังแกคุณแม่หรอก!”
“คุณแม่?!”
“ถอยมาจากตรงนั้นซะ มันอันตรายนะเ้าบ้า!”
ในระหว่างที่ลูเซี่ยนกำลังเถียงเพื่อดึงความสนใจ เซโน่ก็ถือมีดสั้นค่อยๆย่องไปด้านหลังของเมเดีย กะจะลอบฆ่าจากด้านหลัง ถึงจะไม่ได้รู้จักหรือสนิทกัน ถึงต่อจากนี้นายจะเกลียดพวกเราก็ช่าง แต่ว่าถ้าจะปล่อยให้แม่มาฆ่าลูกของตัวเองทั้งที่ไม่รู้เื่แบบนั้นมันน่าเศร้าเกินไป
เซโน่พยักหน้าส่งสัญญาณว่าพร้อมโจมตีแล้ว ลูเซี่ยนเองก็พยักหน้าน้อยๆไม่ให้อีกฝ่ายสังเกตุเห็น เป็สัญญาณว่าลงมือได้ แต่ว่าทันใดนั้นเองเมเดียที่ดูเหมือนจะหมดแรงในตอนแรก กลับกระโจนเข้าใส่ลูกชายตัวเอง
แย่ล่ะ!! เมื่อกี๊มันเล่นละครตบตาเหรอ
เซโน่ที่อยู่ด้านหลังจึงเลือกที่จะปกป้องเด็กชายเป็อันดับแรก กระโจนเข้าคว้าตัวเด็กชายไว้ในอก แล้วเอาตัวบังไว้ แรงกระโจนทำให้ไถลไปข้างหน้าเล็กน้อย เค้าปกป้องเด็กชายเอาไว้ได้อย่างฉิวเฉียด แต่ตรงไหลกลับโดนกรงเล็บของเมเดียโจมตีจนเสื้อขาดเป็ทาง
“ไม่เป็ไรใช่ไหมเซโน่”
“อื้ม ดูเหมือนจะแค่ถากๆ น่ะ”
เมเดียเห็นเห็นว่าตัวเองสร้างาแให้เซโน่ได้ก็ยิ้มด้วยใบหน้าสะใจ เซโน่ล็อกคอเด็กชายไว้แน่นแต่ไม่ได้ออกแรงล็อกจนหายใจไม่ออก เด็กชายยังพยายามขัดขืนแต่ก็ไม่สามารถสู้แรงเซโน่ได้
“เกือบจะฆ่าลูกตัวเองไปแล้วแท้ๆยังจะมายิ้มอีก นะยัยบ้านี่!!”
ลูเซี่ยนที่ชักเริ่มจะโมโหขึ้นมา เล็งปืนไปที่เมเดียอีกครั้ง
ยัยนี่มันตัวอันตรายชัดๆ รับมือยากกว่าตัวแม่อีก ขนาดว่าเกิดออกมาโดยไม่สมบูรณ์ยังสร้างปัญหาได้ขนาดนี้
“อย่านะเ้างั่ง! คุณแม่แค่ป่วยเท่านั้นเองถ้ารักษาเดี๋ยวก็หาย”
ถึงจะได้เสียงอ้อนวอนของเด็กน้อยแต่ลูเซี่ยนก็ยังไม่ลดปืนลง
“ฉันจะไม่ปล่อยให้คุณแม่ไปทำร้ายใครฉันสัญญา ถ้าอยู่ที่ไม่ได้พวกเราจะย้ายออกก็ได้ ขอร้องล่ะ พวกเราสองคนจะไม่โผผล่หน้ามาให้ใครเห็นอีก เราจะไม่ทำให้นายหรือใครต้องเดือดร้อนอีก ขอร้องล่ะให้โอกาสพวกเราเถอะ!!”
การที่ให้เด็กตัวแค่นี้มาพูดเื่แบบนี้ช่างน่าอับอาย มันแปลว่าไม่มีใครคิดจะยื่นมือเข้าไปช่วยพวกเค้าอีกแล้วทั้งๆ ที่พวกเค้าเองก็เป็เหยื่อเหมือนกัน…
“เซโน่ทำให้ไอ้เด็กนั่นหลับซะ!!!”
“คุณแม่สัญญาสิ ว่าจะไม่ทำร้ายใคร สัญญาสิ เค้าจะได้ปล่อยพวกเราไป คุณแม่ได้สติทีเถอะ!!”
“สัญญา? ”
เมเดียที่ก่อนหน้านี้เอาแต่ส่งเสียงคำรามและขู่ตลอด กลับมีท่าทางสงบนิ่ง
“สัตว์ประหลาดแห่งรอยแยก พูดได้งั้นเหรอ”
ทั้งลูเซี่ยนและเซโน่ต่างก็พากันใ ไม่ใช่เื่แปลกที่ทั้งสองคนจะใ เค้าสู้กับสัตว์ประหลาดแห่งรอยแยกมามากมาย แต่ไม่เคยมีตัวไหนที่เข้าใจภาษามนุษย์ เื่พูดได้ยิ่งไม่ต้องพูดถึง แล้วนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เค้าเจอกับสถานการณ์ที่มนุษย์ถูกเปลี่ยนให้เป็สัตว์ประหลาดแห่งรอยแยก ที่ผ่านมาถึงแม้คนพวกนั้นจะเคยเป็มนุษย์มาก่อน แต่กลับไม่มีความทรงจำดั้งเดิมเหลืออยู่เลยไม่ต่างอะไรกับสัตว์ประหลาดแห่งรอยแยกทั่วไป แต่ในวันนี้เค้าพบทั้งสัตว์ประหลาดแห่งรอยแยกที่ฟังภาษามนุษย์เข้าใจ แล้วยังพบกับสัตว์ประหลาดแห่งรอยแยกที่พูดภาษามนุษย์ได้อีก
“สัญญา? ซื้อของ? ”
เมเดียเหมือนกำลังพยายามจะนึกบางอย่างให้ออก
“ใช่แล้วซื้อของ เมื่อสองอาทิตย์ที่แล้วคุณแม่บอกว่า จะออกไปซื้อของแล้วก็หาเสบียงมาให้ทุกคน ผมรอเท่าไหร่แม่ก็ไม่กลับมาซักที ผมก็เลยออกมาตามหา”
“คุณแม่กลับบ้านด้วยกันเถอะ”
“บ้าน? มาคัส? ”
“ใช่นั้นชื่อผมเองมาคัสลูกของคุณแม่ กลับบ้านเราเถอะนะ” มาคัสพยายามจะเดินเข้าไปหาแต่ลูเซี่ยนเอาตัวมาบังไว้แล้วส่ายหน้า เป็สัญญาณว่ายังไม่ไว้วางใจ เพราะก่อนหน้านี้ก็โดนหลอกไปที่นึงแล้ว จึงไม่รู้ว่าตอนนี้อีกฝ่ายกำลังเล่นละครอยู่รึเปล่ามาคัสเองก็เข้าในเื่นี้จึงไม่เดินเข้าไปใกล้กว่านี้
ราวกับชิ้นส่วนที่หายไปประกอบกลับเข้าที่เดิมอีกครั้ง เมเดียเริ่มนึกเื่ในอดีตของตัวเองได้ทีละน้อย
จำได้แล้ว…
เมื่อราวๆ สองเดือนก่อน จู่ๆ รอยแยกก็ปรากฎขึ้นตรงทางเข้าหมู่บ้านที่เป็ทางสัญจรเข้าออกเพียงทางเดียว ทุกคนจึงประชุมและรวมตัวอพยพไปที่ท้ายหมู่บ้าน จากนั้นจึงนำอาหารที่แต่ละคนมีมารวมกัน และจัดสรรค์แบ่งเท่าๆกัน โดยใช้เสบียงให้คุ้มค่าที่สุดเท่าที่จะเป็ไปได้ แล้วให้อีกกลุ่มนึงรับหน้าที่ออกไปหาอาหารและเสบียง แต่ก็ไม่มีใครกลับมากลุ่มแล้วกลุ่มเล่า จนเสบียงที่มีก็เริ่มร่อยหรอเต็มที จะตั้งกลุ่มแล้วลองเสี่ยงออกไปอีกก็กลัวได้ไม่คุ้มเสีย
เราจึงตัดสินใจออกไปคนเดียวเพราะคิดว่าต่อให้ตายขึ้นมาก็มีเพียงแค่เราคนเดียว แต่ถ้าได้เสบียงกลับมา มาคัสและทุกคนก็จะได้มีอาหารกิน จึงแอบออกมาคนเดียวแต่ดันพลาดท่าไมต่างจากคนอื่นๆ อุตส่าห์คิดว่าจะได้ช็อตโชว์เทพแล้วเชียว ในตอนที่กำลังจะย่องออกมา มาคัสก็ดันมาเห็นเข้าพอดีก็เลยบอกให้รออยู่ตรงทางเข้าแคมป์อพยพดูเหมือนจะคิดง่ายไปสินะ ให้ตายสิเ้าเด็กนี่ ไม่คิดว่าจะออกมาไกลขนาดนี้
“มาคัสเจ็บตรงไหนรึเปล่า”
“ไม่เลยฮะ เพราะพี่ผมหงอกคนนี้ช่วยเอาไว้ก็เลยปลอดภัยดี”
มาคัสมองไปทางเซโน่ เซโน่คิ้วกระตุกเล็กน้อยกับสรรพนามที่มาคัสใช้เรียกตัวเอง แต่ก็ยังไม่ได้ว่าอะไร
“งั้นเหรอ ถ้างั้นก็ดีแล้ว ถ้างั้น…ก็ลากันตรงนี้ละกัน”
“ “ “?!!” ” ”
“ทำไมล่ะ กลับไปด้วยกันเถอะคุณแม่”
“แบบนี้ดีแล้วเหรอ อุตส่าห์จำได้แล้วทั้งที”
“ฉันอยากจะจากกับเค้าในตอนที่ยังมีความเป็มนุษย์ และยังสามารถเป็แม่ของเค้าได้อยู่”
“ยังสามารถเป็ได้อะไรกัน ไม่ว่าจะเมื่อวาน วันนี้หรือต่อจากนี้แม่ก็ยังเป็แม่ของผมอยู่เหมือนเดิม”
“ถึงแม้แม่จะมีรูปร่างแบบนี้น่ะเหรอ”
เมเดียมองตัวเองในสภาพนี้ด้วยแววตาที่หวาดกลัวและขยะแขยง ถ้าในเมื่อแม้แต่ตัวเธอเองยังขยะแขยงตัวเองเลยแล้วคนอื่นล่ะจะคิดยัง
“นี่นอนสิ!! จะรูปร่างยังไงไม่สำคัญสักหน่อย ของแแบนั้นน่ะรักษาเอาก็ได้ ถ้ามันแพงล่ะก็ผมจะทำงานหาเงินเอง” เด็กน้อยคิดแบบนั้นจากใจจริง ไม่รู้ว่าเป็เพราะเด็กไม่เข้าใจมุมมองของผู้ใหญ่ หรือเป็ผู้ใหญ่เองที่ไม่กล้าลองเสี่ยงในมุมมองของเด็กๆ
“ไม่ไหวหรอก”
“จริงๆนะ ผมไม่ได้โกหก!! ผมจะรีบโตและจะดูแลคุณแม่เอง”
เื่ที่ลูกไม่โกหกเื่นั้นแม่รู้ดีอยู่แล้ว ลูกเป็เด็กเข้มแข็งต่อให้ลำบากหรือเจอกับภาพแวดล้อมที่เลวร้ายก็คงผ่านมันไปได้เื่นั้นแม่รู้ดียิ่งกว่าใคร แต่ว่านะถึงเธอจะทนได้ แต่แม่คงทนไม่ได้ที่จะต้องให้ลูกมาเจอเื่โหดร้ายแบบนั้น ลูกยังเด็กอยู่มากคงคิดไม่ถึงด้วยซ้ำว่าจากนี้จะต้องเจอกับอะไร เมเดียมองดูลูกชายของเธอด้วยแววตาที่อ่อนโยนพรางครุ่นคิดอยู่ในใจ
“นี่น่ะรักษาได้ที่ไหนกันเล่า…เ้าเด็กโง่”
“เื่นั้น ถ้าไม่ลองแล้วจะรู้ได้ยังไง”
“ถ้าต่อล้อต่อเถียงกับเ้าเด็กนี่ก็คงไม่จบไม่สิ้นสักที น้องชายตรงนั้นช่วยทำให้เ้าเด็กนั่นเงียบสักทีได้ไหม”
“เดี๋ยวสิ!!”
“รอมานานแล้ว” เซโน่ล็อกคอมาคัสอย่างไม่ลังเลจนสลบไป
“ไม่มีวิธีที่ดีกว่านั้นแล้วเหรอ…ช่างเถอะ ไข่พวกนี้ฉันจะเอาไปด้วย พวกนายจะได้ไม่ต้องลำบาก” เมเดียใช้พลังสร้างไฟขึ้นมาโดยที่มีตัวเธอและไข่อีกเจ็ดฟองอยู่ใจกลางกองไฟ
“มีอะไรให้ช่วยไหม ถือซะว่าเป็การสั่งลาครั้งสุดท้ายจากฉัน” ลูเซี่ยนที่คอยยืนมองเมเดียอยู่ด้านนอกกองไฟ
“ถ้ามีเื่ที่อยากจะขอให้ช่วยละก็ นั่นสินะ…ถ้างั้นฝากดูแลมาคัสด้วย ถ้าไม่ว่าอะไรก็ช่วยออกค่าเลี้ยงดูหลังจากนี้ค่าเทอมจนกว่าจะจบมหาลัย พอโตแล้วก็ออกรถให้สักคัน หาสาวสวยๆให้สักคน”
“อื้ม กลับกันเถอะเซโน่”
“เดี๋ยวสิ ฉันล้อเล่น ออกค่าเลี้ยงดูให้จนกว่าจะอายุ 15 ก็พอแล้ว!!!”
“เย็นนี้กินอะไรกันดีอะ” ลูเซี่ยนกับเซโน่เมินเมเดียแล้วหันไปปรึกษากันเื่ข้าวเย็น
“สิบปี!!! สิบปี!!! ก็ได้ขาดตัว” เมเดียยังคงะโต่อรองอยู่ในกองไฟ
“เป็อะไรที่มีน้ำซุปก็ไม่เลวนะ”
“ผมขออะไรก็ได้ที่มันเยอะๆ อยากกินบุฟเฟต์”
“ร้านบุฟเฟต์เดี๋ยวนี้ มีที่ไหนกันเล่าในยุคที่เศรฐกิจแบบนี้”
“จำไว้เลยนะพวกนาย…แต่ยังไงก็ต้องขอบคุณพวกนายด้วย เพราะพวกนายฉันถึงไม่ทำร้ายสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตของตัวเอง”
“ฮึ” ลูเซี่ยนยิ้มน้อยๆ ออกมาโดยไม่รู้ตัว
เมเดียค่อยสลายไปในกองไฟ พร้อมกับเปลวไฟที่มอดดับลง ไม่เหลือร่องรอยของสิ่งใด ทั้งไข่ของสัตว์ประหลาดงูหรือจะตัวอ่อนของสัตว์ประหลาดงู….
หลังจากส่งเมเดียแล้ว ทั้งสองคนก็ไปแจ้งข่าวให้คนในหมู่บ้านทราบ ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แล้วก็พามาคัสไปพักรักษาตัว
“ต้องขอโทษด้วยครับคุณผู้ใหญ่บ้าน พวกเราพยายามเต็มที่แล้ว แต่ความเสียหายก็ยังมากขนาดนี้”
“เอาน่าๆ อย่าคิดมากรอยแยกนั่นเกิดที่ไหนไม่เกิด ดันมาเกิดขว้างทางเข้าออกทางเดียวของหมู่บ้าน ตอนแรกนึกว่าจะอดตายกันหมดซะแล้ว”
“แบบนั้นมันแปลกไม่ใช่รึไง ทำไมถึงไม่ใช่ถนนข้างคฤหาสน์ใหญ่ที่พวกเราใช้ตอนมากันเล่า”
“เื่นั้นก็เพราะว่าถนนตรงนั้นมันเป็ถนนส่วนบุคคลน่ะสิ พวกเราไม่ได้อนุญาตให้ใชาถนนเส้นนั้นถึงได้ลำบากกันขนาดนี้ไงล่ะ ถ้าจะใช้ถนนเส้นนั้นจำเป็จะต้องจ่ายเงินค่าผ่านทางจำนวนมากซะก่อน พวกเราไม่ได้มีเงินเหลือใช้ขนาดนั้นหรอก”
“แต่ตอนที่พวกเรามาก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไรเลยนี่”
“นั่นก็เพราะพวกเราจ่ายเงินเพื่อที่จะให้พวกคุณเข้ามาที่นี่ได้ ก่อนที่พวกคุณจะมาถึงแล้วยังไงล่ะ เงินที่รวบรวมมาจากทุกคนส่วนนึงถูกใช้เพื่อนำมาเป็รางวัลค่าจ้างวานให้พวกคุณในครั้งนี้ ส่วนอีกส่วนนึงถูกนำมาใช้เป็ค่าผ่านทางเพื่อที่จะให้พวกคุณเข้ามาที่นี่ได้”
“แล้วทำไมพวกคุณถึงต้องยอมเ้าพวกนั้นด้วยเล่า”
เซโน่ถามด้วยความเคลือบแคลงใจ
“เพราะนี่มันอยู่ในข้อตกลงที่พวกเราทำเอาไว้ตั้งแรกน่ะสิ เดิมทีพวกเราเป็พวกที่อาศัยอยู่ในพื้นที่อพยพที่รัฐบาลเป็ผู้จัดสรรค์เอาไว้ให้ พวกเธอเองก็คงจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น หลังจากยานอวกาศลำนั้นเคลื่อนตัวออกไป ที่นั่นก็ไม่มีใครเข้ามาดูแลอีกเลย เริ่มมีบางกลุ่มรวมตัวรวมแก๊งกัน แต่งตั้งตัวเองขึ้นมาคอยเรียกเก็บค่าคุ้มครอง ถ้าอยากจะอยู่ที่นั่นโดยไม่มีปัญหาก็มีทางเลือกแค่เป็พวกเดียวกับเ้าพวกนั้น หรือ ยอมจ่ายเงินเท่านั้น ในตอนนั้นเองก็มีคนยื่นข้อเสนอให้พวกเรา…โปรดติดตามตอนต่อไป”
“เล่ามาซะ!! ตาแก่เฮงซวยนี่!!”
ลูเซี่ยนที่รู้สึกเหมือนถูกขัดจังหวะ เหมือนตอนที่หนังกำลังเข้าสู่่สำคัญแต่จู่ๆ ก็ถูกตัดเข้าโฆษณาซะอย่างนั้น
“อย่าใจร้อนสิฉันก็แค่กลัวเนื้อเื่จะตึงเกินไปก็เท่านั้นเอง”
“เป็คนแต่งเื่นี้รึไงแกน่ะ!!”
Watashi Da : ความตั้งใจแรกตั้งใจจะเขียนให้เื่นี้เป็แนวตลกอบอุ่นหัวใจ แต่ไม่รู้เขียนไปเขียนมาไหงกลายเป็แบบนี้ไปได้