ตอนที่ 22ความขัดแย้ง
เสียงสายน้ำที่ไหลผ่านรูปปั้นสีทองที่ตั้งตระหง่านอยู่จุดศูนย์กลางของกระทรวงเวทมนตร์พ่อมดแม่มดมากมายรวมตัวกันอยู่ ณที่แห่งนั้นเป็ทั้งทางเข้าสู่กระทรวงและเป็ที่นัดพบแต่แล้วเสียงอึกทึกครึกโครมเ่าั้ก็แ่เบาลงทีละนิดราวกับมีคนกดปุ่มลดระดับเสียงจากระยะไกลดวงตาหลายสิบคู่กำลังจับจ้องมองไปที่โถงทางเดินเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาอย่างเชื่องช้าแต่ดูน่าเกรงขามของกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งพวกเขาสวมเครื่องแบบสีดำต่างจากผู้คนมากมายที่กำลังจับจ้องใบหน้าของพวกเขาดูเ็า ไร้อารมณ์ บางคนมีรอยแผลเป็ แต่แววตาคมกริบนั้นเมื่อมองใครก็ทำให้คนผู้นั้นต่างหวาดกลัวแล้วพวกนั้นคือเหล่าเ้าหน้าที่แผนกสัตว์วิเศษ
“ดูพวกนั้นสิ...มัน...ใช่แผนกที่มีแต่พวกบ้านฮัฟเฟิลพัฟแน่เหรอวะ?”
“เห็นว่าบางคนมาจากโรงเรียนเวทมนตร์ต่างประเทศด้วยนะ...แต่ก็จริง...ไม่เหมือนเด็กบ้านที่อ่อนแอพวกนั้นเลยสักนิด...”
“เพราะมีหัวหน้าแบบนั้น...ชายที่พวกนายก็รู้ว่ามีข่าวฉาวอะไรเมื่อหลายปีก่อน?”
“แต่ไม่มีคนจับมันได้หรือไงกัน?”
“ไม่มีหลักฐานแน่ชัดไง...แล้วในคืนนั้นฉันได้ยินว่าไม่มีพ่อมดแม่มดคนไหนสามารถใช้พลังในบ้านหลังนั้นได้เลยนะ”
“ทำไมกัน?”
“ไม่รู้เลยล่ะ...ทางกระทรวงตรวจสอบมาเกือบ8 ปี ยังไม่ได้คำตอบอะไรเลย”
เสียงซุบซิบนั้นผ่านหูของสก็อตนั้นทำให้เขาคิดเื่นั้นเหมือนกันแต่เขาปล่อยผ่านมันมานานจะไม่สนใจมันอีกพวกเขาเดินผ่านเหล่าผู้คนที่หลีกทางให้พวกเขาโดยไม่ต้องเอ่ยปากแต่อย่างใดพวกเขาเดินต่อไปโดยไม่ได้สนใจเลยว่าจะมีใครบางคนกำลังจับจ้องมองการกระทำของเขาตลอดภายในห้องทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าหญิงสาวจับจ้องมองอีกฝ่ายที่กำลังเดินเข้ามายังกระทรวงใบหน้าของเธอมีความรู้สึกขุ่นเคืองในตัวอีกฝ่ายแต่เธอก็สงสัยในตัวเองว่าโกรธแค้นอะไรอีกฝ่ายนัก โดยที่อีกฝ่ายนั้นตอนเธอเจอครั้งแรกดูเป็เด็กนิ่งๆ ไม่ค่อยคุยกับพวกเขาแต่แฮร์รี่ก็ทำให้อีกฝ่ายเข้ากับพวกเขาได้ถึงจะยังมีระแวงหน่อย ๆแต่พอเื่นั้นเกิดขึ้นทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป ทำให้คำถามมากมายเต็มหัวแต่เธอก็ไม่เคยถามอีกฝ่ายเลยสักนิดระหว่างที่ครุ่นคิดอยู่นั้นก็มีหญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามาข้างในหลังเคาะประตูแล้ว
“ท่านรัฐมนตรีค่ะมีจดหมายมาจากโรงเรียนฮอกวอตส์ค่ะ”
“ฮอกวอตส์?”
เฮอร์ไมโอนี่หันมามองอย่างสงสัยว่ามีเื่อะไรที่โรงเรียนถึงมีจดหมายมาเธอเดินกลับมาที่โต๊ะแล้วรับจดหมายจากอีกฝ่ายเธอเห็นจดหมายจ่าหน้าซองว่าถึงเธอคนเดียวนั้นทำให้คิดเลยว่าต้องมีปัญหาจริง ๆ แน่ๆก่อนจะเปิดซองจดหมายแล้วเปิดอ่านทุกบรรทัดระหว่างที่กำลังอ่านร่างกายของเธอก็กำลังค่อย ๆ หย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้เธอก็ถอนหายใจออกมา
“เฮ้อ...ทั้งพ่อทั้งลูก...นิสัยเหมือนกันไม่มีผิด!”
“เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ?”
“ฮิวโก้ได้รับาเ็ตอนเรียนวิชาขี่ไม้กวาด...แต่เกิดจากการแข่งกับลูกสาวเมอร์รัล”
“หมายถึงหัวหน้าแผนกสัตว์วิเศษคนนั้นเหรอคะ?”
“ใช่...ดีที่ตอนนี้ผ่านมา 1อาทิตย์ก็หายดีแล้วด้วย...แต่...อาจารย์มักกอนนากัลเขียนเพื่อเตือนว่าถ้าเขาหาเื่เด็กคนนั้นอีก เขามีสิทธิ์โดนไล่ออกจากโรงเรียน”
“ตายจริงแล้วนี่...ฮิวโก้ไม่เป็ไรเหรอคะ? ได้รับาเ็แบบนั้น?”
“คงเป็นั้นล่ะ แต่พวกพี่ ๆก็อยู่...ไว้ฉันเขียนจดหมายไปถามเขา...แต่เขาก็คงฟ้องนั้นล่ะว่าเกิดอะไรขึ้น”
เฮอร์ไมโอนี่นึกถึงลูกตอนฟ้องเหมือนสามีไม่มีผิดแต่ลูกกับพ่อเหมือนกันก็เพราะเลี้ยงแบบตามใจนั้นล่ะเห็นว่าตัวเองเคยขาดอะไรก็ตามใจลูกหมดจนเธอรู้สึกว่าตัวเองคิดผิดจริง ๆพอนึกถึงสามีเธอก็เงยหน้ามองเลขาของเธอทันที
"เกรซ!"
“ค่ะ”
“เื่ของฮิวโก้ห้ามไปบอกสามีฉันเด็ดขาดนะ!”
“ทำไมล่ะคะ? ลูกท่านาเ็เชียวนะคะ”
“ถ้าเขารู้ว่าลูกตัวาเ็เพราะใครเธอคิดว่าสามีฉันจะทำไง?”
เกรซนึกอยู่สักพักก่อนจะปิ้งความคิดของเธอออกมา“อ๊า...เขาก็จะไปหาคนตัวเท่ากันอย่างคุณเมอร์รัลเป็ต้น!!”
“ใช่...ครั้งก่อนลูกสร้างเื่ไว้เขายังไปหาเื่กับพวกแผนกนั้น...”
“รับทราบค่ะ...ฉันจะปิดปากเงียบค่ะ” เกรซยกมือปิดปากของตนเองทันที
“ขอบใจ...” เฮอร์ไมโอนี่รู้สึกดีที่อีกฝ่ายฟังคำสั่งก่อนที่เธอจะกลับไปมองจดหมายเธอนึกถึงลูกชายก่อนจะพูดบางอย่าง “ฮิวโก้ไม่เคยเป็เด็กแบบนี้เลย...จนกระทั่ง...”
“เกิดเหตุไม่คาดคิดกับครอบครัวพอตเตอร์ใช่ไหมคะ?”
“ใช่...ฮิวโก้สนิทกับครอบครัวพอตเตอร์สนิทกับเด็ก ๆ บ้านนั้น…”
เฮอร์ไมโอนี่นึกถึงหลานชายกับหลานสาวของเธอจนเธอนึกถึงเด็กที่มากับสก็อตที่หน้าตาคล้ายหลานสาวเธอมาก ๆแต่เธอจำได้ตอนงานศพเธอฝังหลานกับมือตนเองนั้นยิ่งทำให้เธอคิดไปทางอื่นไม่ได้ว่าสก็อตอาจจะเอาเด็กคนนั้นมาอ้างว่าเป็สายเืของแฮร์รี่เพื่อเอาสมบัติกลับไปในฐานะน้องชายของแฮร์รี่และผู้ดูแลเด็กแต่ไม่มีวี่แววว่าอีกฝ่ายจะมาทำเื่อะไรแบบนั้นเลยนอกจากบอกว่าเด็กคนนั้นเป็ลูกของเขานั้นยิ่งทำให้เธอสับสนมากกว่าเดิมว่าทุกอย่างที่เข้ามาในชีวิตของเธอนั้นทำไมมีแต่ปริศนาที่ไขไม่ออกยิ่งพอเธอโตขึ้นกับรู้สึกว่าความฉลาดของตัวเองกำลังถอยลง
“เฮ้อ...”
เฮอร์ไมโอนี่เท้าคางบนโต๊ะหางตาของเธอก็หันไปมองสร้อยคอรูปนาฬิกาทรายที่แขวนอยู่แท่นแขวนรูปต้นไม้เธอแตะมันที่กลไกหมุนก่อนจะลองหมุนมันแต่ทว่ามันกับไม่ทำงานเหมือนเมื่อแปดปีก่อนตอนนั้นเธอจะใช้มันตอนเจอว่าแฮร์รี่กับครอบครัวตายเธอพยายามจะย้อนเวลาไปก่อนหน้าไม่กี่ชั่วโมงแต่ทว่าเครื่องกับไม่ทำงานนั้นทำให้เธอต้องเสียเพื่อนคนสำคัญไปเธอเงยหน้าขึ้นมามองเกรซที่ยังอยู่ตรงหน้า
“วันนี้...มีงานอะไรอีกไหม?”
“ไม่มีอะไรแล้วค่ะแต่ว่าอีกไม่นานจะมีงานการแข่งขันที่จะจัดขึ้นในอีกไม่นานนะคะ”
“การแข่งกระชับมิตรนั้นสินะ?”
“ค่ะ!!”
"หึ...ไม่น่าจะกระชับมิตรได้นั้น"
เฮอร์ไมโอนี่นึกสภาพสามีกับสก็อตออกเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นนอกจากทะเลาะกันสถานที่นั้นแตกเธอคงต้องป้องกันและตั้งกฎเพิ่มแล้วล่ะพอนึกถึงสามีที่เป็มือปราบมารก็ทำเอาเหนื่อยใจตลอด เธอลุกขึ้นจากโต๊ะทันที
“พวกแผนกสัตว์วิเศษยังไม่ส่งรายงานใช่ไหม?”
“ค่ะ!”
“งั้นเราเดินทางไปหาพวกนั้นแทนละกัน!” เฮอร์ไมโอนี่เดินไปที่ประตูทันที
“อ๊ะ...ค่ะ!!”
เกรซรีบเดินตามอีกฝ่ายไปอย่างรวดเร็วเฮอร์ไมโอนี่เดินไปตามทางโดยมีแต่คนทักทายอย่างเป็มิตรเธอก็ได้แต่ยิ้มแย้มให้ทุกคนจนเธอกับอีกฝ่ายเดินไปที่ลิฟต์แล้วลงไปยังชั้นล่าง ๆจนมีเสียงประกาศว่าชั้นxxx แผนกสัตว์วิเศษพอเปิดประตูเปิดออกเธอก็เดินไปตามทางจนมาถึงประตูบานหนึ่งที่มีขนาดเล็กมากเหมือนในนิทานอลิซในดินแดนมหัศจรรย์ทำให้คิดเลยว่าคนแต่งคงเป็พ่อมดหรือแม่มดเป็แน่ก่อนที่เธอจะหยิบไม้กายสิทธิ์ขึ้นมาโบกพร้อมกับพูดบางอย่างออกมาเบา ๆประตูก็เริ่มขยายใหญ่ขึ้น
“สมแล้ว...แผนกนี้...ความเป็ส่วนตัวสูงจังนะคะ...”เกรซกล่าว
“ใช่...เข้าไปเถอะ...”
เฮอร์ไมโอนี่ก้าวขาเข้าไปยังข้างในเกรซเห็นแบบนั้นก็รีบวิ่งตามเข้าไปก่อนที่ประตูจะหดกลับเป็เล็กเหมือนเดิมเส้นทางอันเงียบสงัดที่ทอดยาวออกไปอย่างไร้จุดหมาย ผนังหินอับชื้นและเย็นเยียบเสียงฝีเท้าที่ก้าวเดินดังก้องเพียงเสียงสองเสียง เกรซที่เดินตามมารู้สึกหวาดกลัวกับความมืดที่มองไม่เห็นเส้นทางจนกระทั่งปลายทางเริ่มมีแสงสว่างเฉิดฉายให้เห็นจนทั้งสองย่างก้าวออกไปสู่ความเขียวขจีของธรรมชาติต่างจากทางเดินเมื่อกี้ที่มีแต่ความมืดและความอับชื้นเสียงสายลม เสียงต้นไม้ เสียงสัตว์มากมายในธรรมชาตินี้ช่างดูมีชีวิตชีวากว่าโลกภายนอกเสียกว่าอะไร
“สุดยอดเลยนะคะต่างจากห้องทำงานของแผนกอื่นสุด ๆ”
“ใช่...ต่างจากพวกเขาทุกคน...จริงๆ”
สายตาทอดยาวออกไปไม่ห่างใกล้เปิดเข้าอันเปิดโล่งเห็นเหล่าเ้าหน้าที่มากมายกำลังหน้าที่ของตนเองภายในอาคารแห่งนี้ที่สร้างจากวัตถุธรรมชาติทั้งหมดั้แ่กำแพงตึกจนไปถึงอุปกรณ์ทำงานบางอย่างที่เหมือนหลุดมาจากยุคกลางไม่มีผิดเฮอร์ไมโอนี่จ้องมองอยู่ไม่นานนักก็มีคนเห็นเธอยืนมองอยู่ก็ต้องใจนทำเอกสารในมือหลุดจนตกสู่พื้นหญ้าทันที
“ท่านรัฐมนตรี!!!”
ทุกคนต่างได้ยินก็ตาลุกวาวก่อนจะหยุดทำงานตัวเองแล้วก้มโค้งเล็กน้อยให้อีกฝ่ายเป็การทำความเคารพเฮอร์ไมโอนี่เห็นก็ยังดีใจที่ทุกคนนั้นยังให้ความเคารพเธอ ก่อนที่เธอจะพูด
“ทำงานต่อไปเถอะไม่ต้องสนใจฉัน...เอ่อ...แล้วเมอร์รัลอยู่ไหน?”
“หัวหน้ากำลังให้อาหารพวกดอกซีอยู่ครับ” ริชาร์ดเดินออกมาตอบคำถามอีกฝ่ายในฐานะผู้ช่วยของหัวหน้า
“โอเค” เฮอร์ไมโอนี่ได้ยินแบบนั้นก็เตรียมจะเดินไปข้างหน้า
ริชาร์ดเห็นอีกฝ่ายกำลังจะเดินไปโดยไม่ขอให้ใครช่วยนำทางเขาก็รีบตามไปทันที
“ให้ผมนำทางนะครับ คุณวีสลีย์!”
“ไม่เป็ไรฉันเดินทางไปเองได้นะ”
“แต่มันอันตรายนะครับยิ่งเป็พวกดอกซี พวกมันมีฟันแหลมและพิษรุนแรงถึงจะหน้าตาแบบจะน่ารักคล้ายนางฟ้าตามนิยายเด็กก็ตามที”
“ฉันเข้าใจ แต่ฉันไปเองได้...”
“ผมว่าคุณไม่เข้าใจ!!”
“คุณสมิธ!” เฮอร์ไมโอนี่หยุดเดินแล้วหันไปมองอีกฝ่ายที่จะนำทางเธออย่างเดียว“ฉันเป็ใคร?”
ริชาร์ดชะงักเมื่ออีกฝ่ายหยุดเดิน“เอ่อ...ท่านรัฐมนตรี...ครับ”
“แล้วฉันสั่งว่าอะไร?”
“ครับ...เชิญท่านไปได้เลยครับ...” ริชาร์ดโบกมือไปด้านข้างของเขาทันที
เฮอร์ไมโอนี่พยักหน้าก่อนจะเดินไปข้างหน้าต่อเหมือนเธอรู้ทางว่าจะไปทางไหนถึงจะเจอคนที่เธออยากเจอริชาร์ดจ้องมองอีกฝ่ายที่เดินไป เขาไม่ได้แค่อยากนำทางหรอก แต่เขากลัวหัวหน้าจะมีปัญหากับอีกฝ่ายมากกว่านั้นทำให้เขาต้องรีบเอาเื่นี้ไปออกอีกคนก่อนเสียแล้ว
เดินไปตามทางเส้นทางที่คุ้นเคยเมื่อเข้ามาลึกมากทางเดินก็ยิ่งลำบากรอบข้างมีสัตว์วิเศษมากมายเดินไปเดินมาอยู่ภายในเกรซที่ตามอีกฝ่ายมาก็รู้สึกกลัวพวกสัตว์พวกนั้นจะพุ่งตรงมาหาเธอตลอดจนทั้งสองคนเข้ามาลึกพอจะเห็นบุคคลที่พวกเขาตามหาเฮอร์ไมโอนี่หยุดนิ่งเมื่อเห็นชายตรงหน้าใบหน้าอีกฝ่ายที่กำลังยกยิ้มให้สัตว์วิเศษทำให้เธอนึกถึงชายอีกคนที่เธอคิดถึงซ้อนทับอีกฝ่าย
“แฮร์รี่...”
คนตรงหน้าได้ยินน้ำเสียงของอีกฝ่ายที่เรียกชื่อที่เขาได้ยินครั้งแล้วครั้งเล่าจนตอนนี้รู้สึกเหนื่อยที่มีคนเอ่ยเรียกเขาเป็พี่ชายเขาตลอดก่อนจะหันไปมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้านิ่งเฉย
“เรียกผิดแล้วล่ะ...ท่านรัฐมนตรี”
“อ๊ะ!!”
เฮอร์ไมโอนี่ได้ยินแบบนั้นเธอก็สะดุ้งเล็กน้อยก่อนที่จะจ้องมองดวงตาสีดำของอีกฝ่ายเธอรีบส่ายหน้าเบา ๆที่ตัวเองนั้นนึกถึงแฮร์รี่จนซ้อนทับกับอีกฝ่ายอีกแล้วก่อนจะกระแอมออกมา
“สก็อต...”
“มีอะไรให้ผมช่วย? ท่านรัฐมนตรี” สก็อตกล่าวเขานำอาหารไปวางไว้ที่รังของพวกดอกซีก่อนจะใช้ผ้าเช็ดมืออีกฝ่ายแล้วนำไปสอดในกระเป๋ากางเกง
“นี่ คุณเมอร์รัลแสดงท่าทีให้เกียรติท่านรัฐมนตรีหน่อย เอามือออกจากกระเป๋ากางเกงเลยนะ!!”
“แล้วทำไมคุณเกรซ?” สก็อตยกคิ้วมองหญิงสาวอีกคน
“นาย!!”
“พอเถอะ เกรซ” เฮอร์ไมโอนี่หันไปห้ามอีกฝ่ายก่อนจะหยุดเธอหันกลับมามองอีกฝ่าย “ขอโทษทีรบกวนแต่ฉันอยากมาฟังรายงานของนายที่ออสเตรีย”
“หือ? รีบขนาดนั้นเลยเหรอ?รอผมไปรายงานทีหลังก็ได้มั้ง”
“ทำไม? ฉันอยากมาฟังตัวต่อตัวแล้วนายมีปัญหาอะไร?”
“หึ ผมจะมีปัญหากับท่านหรือ?ท่านรัฐมนตรี?”
เฮอร์ไมโอนี่รู้สึกตงิดใจหน่อยๆ อีกฝ่ายเรียกเธอว่าท่านรัฐมนตรีตลอดโดยที่ปกติจะเรียกว่าพี่ตลอดั้แ่สมัยก่อนแต่พอเกิดเหตุนั้นขึ้นอีกฝ่ายเริ่มเรียกเธออย่างห่างเหินเป็เื่ปกติแต่ภายในใจเกิดความรู้สึกสับสนและความรู้สึกเจ็บภายในหัวใจ เฮอร์ไมโอนี่หันไปเลขาตัวเอง
“เกรซ”
“ค่ะ ท่านรัฐมนตรี...” เกรซหันไปมองอีกฝ่ายทันที
“เธอไปรอที่ออฟฟิศของแผนกสัตว์วิเศษก่อนเถอะ”
“เอ๊ะ? ให้ฉันไปคนเดียวเหรอคะ?”
“ทำไมเหรอ?”
“อ๊ะ...คือว่า...”
สก็อตมองเลขาของอีกฝ่ายก็รู้ว่าเลขาอีกฝ่ายกำลังมีอาการเยี่ยงใดอยู่เขายกมือขึ้นไม่กี่นาทีก็มีเ้าหน้าที่หญิงคนหนึ่งเดินออกมาจากมุมมืดของต้นไม้จนสองสาวต่างมองอย่างงุนงงว่าอีกฝ่ายออกมาจากไหน
“ช่วยพาคุณเกรซไปรอที่ออฟฟิศหน่อย”
“ได้ค่ะ หัวหน้า!!”
เ้าหน้าที่หญิงนำทางพาเลขาเกรซออกจากตรงนั้นไปจนเหลือเพียงพวกเขาสองคนสก็อตก็เอ่ยพูดขึ้น
“มีอะไรจะพูดงั้นเหรอครับ?”
“นาย...ไม่ต้องสุภาพกับฉันก็ได้นะ...สามีฉันก็ไม่อยู่”
“ขอโทษท่านรัฐมนตรีผมไม่ได้สนิทกับพวกคุณเหมือนที่สามีคุณพูดว่าเราไม่ได้สนิทกัน”
“สก็อต...รอนพูดตอนนั้นแค่อารมณ์ชั่ววูบเท่านั้นฉันกำลังทำให้เขาเลิกคิดเื่เมื่อหลายปีก่อนที่เกิดขึ้นกับแฮร์รี่”
“งั้นเหรอครับ? โดยที่ท่านก็คิดเหมือนกัน?”
“ในอดีตมันแค่เหตุสุดวิสัยเราแค่ไม่มีหลักฐานอะไรว่าคืนนั้นเกิดอะไรขึ้น เวทมนตร์คาถาต่าง ๆก็ใช้งานที่นั่นก็ไม่ได้ อุปกรณ์เวทก็ไม่สามารถใช้งานได้เลยสักอย่าง”
“เอามาบอกผมที่เป็ผู้ต้องหาคดีฆ่าครอบครัวตัวเองเนี่ยนะ?”
“สก็อต...ตอนนั้นหลักฐานบ่งบอกว่านายไม่ใช่คนร้าย...”
“แต่สามีคุณคิดว่าผมเป็”
“แต่เราเป็ญาติกันนะ!!”
“ญาติ? เคยนับผมเป็ญาติด้วยงั้นเหรอ?”
“สก็อต!!พวกเราเคยเปิดใจยอมรับนายนะ!!”
“พูดจริง? เคยเปิดใจ?โดยที่ก่อนหน้าตอนพี่แฮร์รี่รับผมมาพวกคุณเอาแต่คัดค้าน...”
“ก็เพราะพ่อแม่นายเป็ผู้เสพความตายไง!!อ๊ะ!!”
เฮอร์ไมโอนี่ปิดปากตัวเองที่เผลอพูดสิ่งที่เธอสัญญากับแฮร์รี่ว่าจะไม่พูดออกมาเธอเงยหน้ามองอีกฝ่ายก็ต้องอึ้งไปชั่วขณะดวงตาสีดำกำลังจับจ้องเธอด้วยสายตาเ็าเฮอร์ไมโอนี่รู้สึกเสียวหลังวาบใบหน้าที่คล้ายกับแฮร์รี่กำลังจ้องมองเธอด้วยอารมณ์ที่เธอคาดการณ์ไม่ได้
“สก็อต...ฉัน...”
“ออกไป!!”
“อึ้ก!! ฉัน...ฉันไม่ได้ตั้งใจ...ฉันแค่…”
“ผมบอกให้ออกไป!! ถ้าคุณกล้าที่จะยกเื่อดีตของพ่อแม่ผมขึ้นมา ก็อย่าคุยกันดีกว่า!!!” สก็อตจ้องตาเขม็งใส่อีกฝ่ายอย่างโกรธเคือง
“ไม่ ๆฉันไม่ได้อยากจะพูดเื่นั้นออกมา สก็อต!! ฉันแค่อยากให้พวกเราปรับความเข้าใจกัน!!”
“มันสายไปแล้ว...”ท่านรัฐมนตรี... สก็อตกล่าวก่อนจะหันหน้าไปด้านข้างโดยไม่หันมามองอีกฝ่าย“ริชาร์ด!!”
“ครับ”
ริชาร์ดขานตอบทันทีโดยที่เขานั้นโผล่ออกมาอยู่ข้างหลังเหมือนคนอยู่แถวนั้นอยู่แล้วเฮอร์ไมโอนี่หันไปมองอย่างใ สก็อตได้ยินเสียงของลูกน้องก็เอ่ยพูดโดยไม่หันไปมอง
“เชิญไปส่งท่านรัฐมนตรีแล้วนายช่วยไปรายงานเื่ครั้งนี้แทนฉันด้วย!!”
“อ๊ะ...ครับ...ท่านรัฐมนตรีไปกับผมหน่อยนะครับ” ริชาร์ดรีบเดินไปหาอีกฝ่ายแล้วพาเดินออกทันที
“เดี๋ยวสก็อต!!ฉัน้าคุยกับนาย!!”
“ออกไปกับผมเถอะนะ ท่านรัฐมนตรีหัวหน้าเขาอารมณ์ไม่ดีแล้วล่ะ!” ริชาร์ดดันอีกฝ่ายไปต่อเรื่อยๆ
“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ!! สก็อต!!สก็อต!!”
เสียงอีกฝ่ายเบาลงเรื่อยๆ จนกระทั่งสก็อตนั้นถอนหายใจออกมา เขาดึงมือออกจากกระเป๋ากางเกงภายในมือของเขากำบางอย่างอยู่เขาแบมือออกมันเป็สร้อยที่มีอัญมณีสีแดงอยู่ตรงกลางมันกำลังส่องแสงสว่างก่อนจะจางหายกลายเป็อัญมณีสีดำไปพอเห็นว่ามันดับลงเขาก็เก็บมันลงในกระเป๋ากางเกงอีกครั้ง
“ทำไมกลับไปใช้สิ่งนั้นอีก?”
สก็อตตาลุกวาวเมื่อได้ยินเสียงที่เขาไม่คิดว่าจะอยู่แถวนี้ก่อนจะหันไปมองเ้าของเสียงที่เดินกลับมาจากให้อาหารสัตว์วิเศษสก็อตรีบเปลี่ยนสีหน้าเป็ไม่มีอะไร
“เธอพูดอะไร...?”
“อย่ามาหลบเลี่ยงนะฉันเห็น...สร้อยนั้น นายใช้มัน!!”
“เดลล่า...ฉันไม่ได้ใช้มัน...”
“ไม่ได้ใช้? แล้วสถานการณ์เมื่อกี้ล่ะมันกำลังดีจนพี่เขาพูดถึงพ่อแม่เธอ...มันไม่น่าไปทางนั้นได้ ฉันรู้จักพวกพี่เขาพวกเขาจะไม่พูดอะไรที่เป็ปมด้อยแน่ ๆ”
สก็อตได้ยินแบบนั้นก็หันหน้าหนีอย่างรู้สึกผิดจนไม่กล้าพูดอะไรออกมาเดลล่าเดินไปตรงหน้าอีกฝ่ายก่อนจะเอ่ยพูด
“สก็อต...นายรู้ทั้งรู้ว่าสิ่งนั้นมันทำให้คนที่ใช้มันทำให้คนอื่นขัดแย้งกับตนเองแต่นายก็ยังทำ”
“เดลล่า...”
“ฉันไม่รู้หรอกนะ...ว่าพี่แฮร์รี่คิดไงถึงให้สิ่งนี้กับนายแต่ขอล่ะ หลังจากนี้เลิกใช้มัน” เดลล่ายื่นมือออกมาข้างหน้าเพื่อขอสร้อยนั้น
“ไม่ได้...ฉันให้เธอไม่ได้...”
“ทำไม? สก็อต…ส่งมันมาก่อนที่นายอาจจะเอ่ยทำร้ายคนที่นายรัก...”
“ไม่...ฉันไม่ใช้มันกับใครไม่ใช่ทั้งเธอและแอ็บบี้...”
เดลล่าส่ายหน้าออกมา “ได้โปรด...สก็อต...”
สก็อตมองอีกฝ่ายที่ทำสีหน้าอ้อนวอนให้เขาส่งสร้อยมานั้นทำให้เขาทำใจอยู่สักครู่ก่อนจะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงหยิบสร้อยออกมาแล้ววางบนมืออีกฝ่าย
“ดี...ฉันกลัวนายจะใช้มันทำร้ายคนอื่นและคนสำคัญของนายมากกว่า...” เดลล่าเก็บมันลงกระเป๋าของเธอแล้วหันมามองอีกฝ่าย “ให้กาลเวลามันเดินตามทางของมัน...นะ...”
สก็อตได้แต่พยักหน้าเดลล่าเข้าไปกอดเขาเธอหวังแค่อยากให้อีกฝ่ายเลิกแบกรับภาระที่ไม่ใช่หน้าที่เขาเธอไม่รู้ว่าแฮร์รี่้าให้อีกฝ่ายทำอะไรแต่เธออยากให้หลุดพ้นจากภาระอันหนักอึ้งนี้สก็อตจ้องมองแฟนสาวที่กำลังกอดตัวเขาเขาได้แต่ซบเธอเขาไม่มีสร้อยก็ตามทีเขาก็จะไม่ให้พวกวีสลีย์มาวุ่นวายกับเขาตามคำสั่งของพี่ชายเพื่อปกป้องตัวพวกเขาเองและตัวของหลานสาวเขาเขาจะไม่ให้ใครมาพรากสิ่งที่เขารักเด็ดขาด พวกมันกล้ามาวุ่นวายกับพวกที่เขารักเขาจะทำให้พวกมันพบเจอกับหายนะอันยิ่งใหญ่
วันเวลาผ่านไปอบิเกลรอจดหมายจากอาสก็อตจนกระทั่งได้วันที่จดหมายมาส่งก็มาถึงอบิเกลได้อ่านฉบับแรกอาสก็อตเขียนมาเพียงว่าสบายดีไม่มีเื่อะไรมากนั้นก็ทำให้เธอโล่งใจไปได้สักระยะ ระหว่างอ่านจดหมายก็ได้รับสายตาไม่พอใจหันมาทางนี้อบิเกลก็เงยหน้ามองก็เห็นว่าฮิวโก้ไม่มีคนส่งจดหมายมาหาตัวเองก็ทำเอาเธอขำหน่อย ๆก่อนที่เธอจะอ่านอีกฉบับได้รู้ว่าเมื่อสองสามวันได้มีการแข่งระหว่างพนักงานในกระทรวงเวทมนตร์แบ่งเป็แผนกแต่ละแผนกแล้วข่าวดีแผนกสัตว์วิเศษเป็ฝ่ายชนะ อบิเกลอ่านก็อมยิ้มอย่างมีความสุขพร้อมกับเชยชมภาพถ่ายเคลื่อนไหวทำให้สกอร์เปียสสนใจ
“ภาพอะไรนะ?”
“อาสก็อตกับคนในแผนกนะ” อบิเกลพูดขึ้นก่อนจะพูดประโยคสุดท้าย “พวกเขาชนะการแข่งขันในกระทรวงนะ!!”
สิ้นเสียงของเธอทำให้ฮิวโก้ได้ยินก็ตาลุกวาวอย่างไม่ชอบใจก่อนจะลุกขึ้นมา
“เธอพูดอะไรออกมา!!”
“ฮิวโก้!!” มอลลี่รีบะโเรียกญาติตัวเองที่อารมณ์ขึ้นเพราะคำพูดอีกฝ่าย
อบิเกลกำลังคุยกับทุกคนก็หันไปมองอีกฝ่ายทันที“อะไร? วีสลีย์จะมาหาเื่กันเหรอ? อย่าลืมนะนายหาเื่ฉัน...ฉันจะเอาเื่นี้บอกศาสตราจารย์ใหญ่!!”
“เหอะ ฉันกลัวตายล่ะแต่ที่เธอพูดไม่มีทางที่พวกแผนกสัตว์วิเศษจากบ้านฮัฟเฟิลพัฟจะชนะการแข่งขันได้หรอกนะ!!”
พวกเด็กบ้านฮัฟเฟิลพัฟแต่ละคนหันไปมองกันด้วยสีหน้างุนงงทันทีอบิเกลได้แต่ก็หัวเราะเบา ๆ กับคำดูถูกของคนอื่น เธอลุกขึ้นทันที
“โทษนะยะ ถึงคนของหน่วยฉันจะเป็คนจากบ้านไหนหรือจากที่ไหนไม่สำคัญแต่…!!”อบิเกลยกภาพที่เคลื่อนไหวของแผนกเธอขึ้นมาพร้อมกับมีภาพพ่ออีกฝ่ายติดมาด้วย“ถ้าอยากรู้มากนักกว่าจริงไม่จริง่คริสต์มาสที่จะมาถึงนายก็ค่อยไปถามพ่อนายที่บ้านละกัน!!”
“ว่าไงนะ!?”
“ฮิวโก้!!” โดมินิคเอ่ยพูดขึ้นจากฝั่งบ้านเรเวนคลอ
“พี่!! จะเข้าข้างยัยนี้เหรอ?”
“ฉันถามคำ” โดมินิคลุกขึ้น “อบิเกลกำลังคุยเื่ของเขากันแล้วนายขึ้นเพียงเพราะว่าแผนกเขาชนะแผนกอื่นร่วมถึงแผนกของอารอนงั้นเหรอ?”
“ก็มันไม่น่าจะจริงกับแผนกนั้น!!”
“แต่มันจริง!!” โดมินิคกล่าว
“ว่าไงนะ...”
“พ่อพี่เล่าให้ฟังเมื่อวันก่อนผ่านจดหมายว่าอารอนโวยวายใหญ่ที่ตัวเองแพ้ให้กับหน่วยสัตว์วิเศษ”
“ว่าไงนะ...”
“นายนะ...เปิดหูเปิดตามั้งอย่าเอาแต่เข้าข้างตัวเองว่าจะถูกหมดทุกอย่าง” โดมินิคกล่าวจบก็นั่งลง
ฮิวโก้ได้ยินแบบนั้นก็ขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจเขาหันไปกลับมามองอบิเกลที่กอดอกมองอีกฝ่ายเธอยิ้มอย่างพอใจก่อนจะหลับไปนั่งต่อฮิวโก้อารมณ์เสียกลับไปนั่งที่โต๊ะของตนเองเขาไม่อยากเชื่อว่าพ่อเขาแพ้ให้กับแผนกของอีกฝ่ายแต่อบิเกลชอบใจอยากมาหาเื่เธอแรก ๆ เธอจะสนองคืนแบบช้า ๆ ให้
จบตอนที่22 โปรดติดตามตอนที่ 23 ต่อไป