สิบห้านาที ต่อมา เ้าหน้าที่สองคนก็นําสิ่งของเข้ามา จัดวางในห้อง
ทั้งสามคนกวาดตาดูอุปกรณ์ต่างๆ ก่อนหันไปจ้องมองหลี่อี้เฉิน
เ้าเมืองเฉินกล่าวเสียงทุ้มหนักว่า “สิ่งของที่เ้า้าอยู่ที่นี่แล้ว เ้าต้องให้คําตอบซึ่งเราผู้เป็ขุนนางพึงพอใจ”
ท่าทีของเขาเริ่มเปลี่ยนไป
ในชั่วเวลาสิบห้านาที ขุนนางขั้นที่สี่ผู้นี้พยายามเค้นสมองครุ่นคิดเป็เวลานาน ไม่อาจไม่ยอมรับว่า การวิเคราะห์ของหลี่อี้เฉินมีเหตุผลอย่างยิ่ง แต่ถึงกระนั้นยังคงมีปริศนาอีกมากมายที่ยังไม่ได้รับการคลี่คลาย เช่นเื่ที่เงินภาษีตกลงสู่แม่น้ำ
ภายในเหตุการณ์นี้ มีสิ่งใดซุกซ่อนอยู่ เขาคิดอย่างไรก็คิดไม่ออก
“หากข้าน้อยสามารถช่วยใต้เท้าไขคดีสําเร็จ ไม่ทราบว่าท่านจะช่วยทําหนังสือกราบทูล ขอละเว้นโทษให้ตระกูลหลี่ได้หรือไม่”
ต้าเพิ่งให้ความสําคัญกับการสืบทอดระหว่างบิดากับบุตร บุตรสามารถรับโทษแทนบิดา ทั้งสามารถทําคุณไถ่โทษแทนบิดา
"เื่นั้นแน่นอน" เ้าเมืองเฉินพยักหน้า
หลี่อี้เฉินผงกศีรษะเล็กน้อย นั่งยองลงตรงหน้าสิ่งของต่างๆ สิ่งที่ อยู่ตรงหน้า ได้แก่ เทียนไข เกลือ ถ้วยกระเบื้องเคลือบ ลวดเหล็ก สิ่งที่เขา้าทํานั้นง่ายมาก ความรู้เื่ “การสกัดโลหะโซเดียม” จาก วิชาเคมีชั้นมัธยมปลาย เมื่ออยู่ในยุคโบราณ สิ่งนี้คงยากจะสกัดออกมาได้ ความยากมีอยู่สองประการได้แก่ ไฟฟ้ากับจุดหลอมเหลวคลอรีน แต่ในโลกนี้ หลี่อี้เฉินทราบว่ามีสายอาชีพหนึ่ง ที่สามารถทําสิ่งนี้ได้
ผู้ใช้ทักษะระดับที่หกแห่งสํานักซือเทียนเจี้ยน : นักเล่นแร่แปรธาตุ!
นักเล่นแร่แปรธาตุเป็อาชีพที่ทุกคนในต้าฉินต่างรู้จักดี สิ่งประดิษฐ์คิดค้นต่างๆ ของพวกเขาถูกหลอมรวม อยู่ในชีวิตประจําวันของคนทั่วไป
หลี่อี้เฉินไม่มั่นใจว่าะเิในคดีเงินภาษีจะใช่โลหะโซเดียมหรือไม่ ประเด็นนี้ไม่สําคัญ ที่สําคัญก็คือ เป็การเปิดความคิดอีกทางหนึ่งใน การอธิบายปรากฏการณ์ะเิในคดีเงินภาษี
ระหว่างไต่สวนคดี สิ่งที่ต้องมีคือกล้าตั้งสมมติฐาน และคาดคะเนอย่างรัดกุม สุดท้ายค่อยไปพิสูจน์ และรวบรวมหลักฐาน
ในอดีตชาติ เขาเคยเจอคดีฆาตกรรมรายหนึ่งที่เขายังจดจําได้ ราวกับเพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน ทางตํารวจระดมมันสมองกันตลอดคืน อาศัยเบาะแสที่มีตั้งสมมติฐานหลายข้อ เพื่อใช้เป็พื้นฐานในการไปรวบรวมหลักฐาน จากนั้นก็ล้มสมมติฐานหลายครั้ง แล้วตั้งต้นวิเคราะห์กันใหม่ เงินภาษีอาจจะไม่ใช่โลหะโซเดียม แต่นักเล่นแร่แปรธาตุ อาจทำสิ่งนี้ได้
เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว
เพื่อให้ขุนนางเหล่านี้กลับสู่ทิศทางที่ถูกต้อง เขาจึงต้องทําเช่นนี้ เมื่อทิศทางถูกต้องแล้ว ก็สามารถคลําเถาไปหาแตง ก็จะหามือมืดที่บงการอยู่เื้ัได้ไม่ยาก
แต่หากยังคิดวนเวียนว่าเป็ฝีมือของมารร้ายก่อกวนคดีนี้จะไม่มีวันคลี่คลาย ต่อให้ไขคดีได้ หลี่อี้เฉิน ก็คงถูกราชสํานักส่งตัวไปไกลนับพันลี้แล้ว!
เขาใช้น้ำละลายเกลือหยาบ คนให้เข้ากันแล้ว ใช้กระดาษครอบปากถ้วย รินน้ำเกลือลงไปช้าๆ
เมื่อกรองเสร็จ ก็นําถ้วยกระเบื้องเคลือบมาตั้งไฟเหนือเทียนไข ใช้ซี่ไม้ไผ่คอยคนไม่หยุด ไม่นาน น้ำเกลือเริ่มระเหยจนเหือดแห้ง ภายในเหลือเพียงผลึก โซเดียมคลอไรด์
นี่เป็การสกัดเกลือให้มีความบริสุทธิ์ยิ่งขึ้น
เ้าเมืองเฉิน บุรุษวัยกลางคน ดรุณีชุดเหลืองผู้งดงาม ทั้งสาม คนล้อมวงมองดูอย่างตั้งอกตั้งใจ
หลี่อี้เฉินเงยศีรษะขึ้น ส่งยิ้มให้กับดรุณีชุดเหลือง กล่าวว่า “ใต้เท้าคงเป็ศิษย์สํานักสือเทียนเจี้ยนกระมัง”
เขาสังเกตเห็นเข็มทิศฮวงจุ้ยที่เอวของนาง ของเล่นเช่นนี้นอกจากศิษย์สํานักซือเทียนเจี้ยน คงไม่มีผู้ใดใช้
“อืม” ดรุณีชุดเหลืองรับคํา ก่อนหัวเราะคิกคักกล่าวว่า “อาจารย์ ของข้าคือหัวหน้าสำนักซือเทียนเจี้ยน
ใบหน้ารูปไข่ห่าน งดงามประณีต ผิวขาวผุดผ่องไร้ตําหนิราวกับไข่ต้ม
ศิษย์สํานักซือเทียนเจี้ยน...ส่วนเื่หน้าอก ก็แล้วไปเถอะ
หลี่อี้เฉินกล่าวด้วยน้ําเสียงอ่อนโยนว่า “รบกวนพี่สาวช่วยหลอมผลึกเหล่านี้ให้ข้าที”
จุดหลอมเหลวของโซเดียมคลอไรด์อยู่ที่ราวแปดร้อยองศาเซลเซียส
ดรุณีชุดเหลืองเม้มปากเล็กน้อย กล่าวว่า “ควบคุมอัคคีเป็ความสามารถของนักเล่นแร่แปรธาตุ ข้าเป็สายฮวงจุ้ย” แต่แล้วกลับกล่าว ต่อว่า “แต่อาจารย์ข้าได้ให้อาวุธมาชิ้นหนึ่ง" นางปลดเข็มทิศฮวงจุ้ยที่เอว ขยับนิ้วขาวเรียวราวกับก้านต้นหอมไปมาเล็กน้อย ถ่ายทอดพลังปราณเข้าไป
อักษร “อัคคี” พลันปรากฏ
“ถอยไป!”
หลี่อี้เฉินรีบถอยหลังทันที พริบตาต่อมา เปลวเพลิงเจิดจ้าแยงตา พลันพวยพุ่ง ครอบคลุมถ้วยกระเบื้องเคลือบไว้ทั้งใบ
“หยุด!”หลี่อี้เฉินรีบะโให้หยุด จากนั้นรีบนําลวดเหล็กสองแท่งแทงลงไปในถ้วย เอ่ยขึ้นว่า “ไฟฟ้า...ไม่ วิชา อัสนี! อย่าลืมควบคุม แรงดันไฟ....อืม ขั้นตอนนี้อาจยากสักหน่อย อาจล้มเหลวอีกหลายครั้ง”
นางพลิกเข็มทิศโป๊ยก่วย กรีดนิ้ววาดอักษร “อสนี” กลางอากาศ พลันปรากฏสายฟ้าหลายสาย พุ่งใส่ลวดเหล็ก
“เปรี้ยะ เปรี๊ยะ..." โซเดียมคลอไรด์หลอมเหลวพลันทําปฏิกิริยาเคมี
"หยุด!” หลี่อี้เฉินสะกดกลั้นลมหายใจ พุ่งเข้าไปดูที่ถ้วย ก็พบแท่งโลหะสีเงินเงางามแห่งหนึ่ง ด้านข้างยังมีเศษผลึกที่ยังไม่กลายรูป
เขากลับทําสําเร็จในคราเดียว แรงดันไฟฟ้ากําลังดี...หลี่อี้เฉินรู้สึกแตกตื่นยินดี
การสกัดโลหะโซเดียมด้วยกระแสไฟฟ้า ต้องใช้แรงดันไฟราวหกถึงสิบห้าโวลต์ เขาเตรียมใจไว้แล้วว่าอาจจะล้มเหลวหลายครั้ง นึกไม่ถึงว่าจะเคราะห์ดี สําเร็จได้ในครั้งเดียว
เ้าเมืองเฉินกับบุรุษวัยกลางคนรีบเข้ามามุงดู ภายในถ้วยมีโลหะแท่งหนึ่ง ยามมองไปกลับคล้ายแท่งเงินอย่างยิ่ง
แก้วตาเ้าเมืองเฉินหดลง ในใจแตกตื่นถึงขีดสุด
สวีอี้ชุนกําหมัดแน่น เหม่อมองแท่งโลหะสีเงินนั้น สมองคล้ายถูกอสนีบาต ผ่าเมฆหมอกที่ปกคลุมออกไปหมด
“ใต้เท้าทุกท่านเชิญดูนี่” หลี่อี้เฉินหยิบแท่งโลหะขึ้นมา ใช้กระดาษห่อไว้ ใช้มือคาดคะเนน้ำหนัก
“สิ่งนี้เบากว่าเงินมากนัก แต่ภายนอกกลับคล้ายกันอย่างยิ่ง หากมีคนนําสิ่งนี้มาสับเปลี่ยนกับเงิน จะสามารถตบตาได้หรือไม่? ใต้เท้า ทั้งหลายลองชั่งน้ำหนักดู”
เขาส่งแท่งเงินนั้นให้เ้าเมือง ยามนั้นสีของแท่งเงินเริ่มหมองลง จนดูแทบไม่ต่างจากแท่งเงินจริง
บุรุษวัยกลางคนรับไปชั่งน้ำหนักในมือ ั์ตาทั้งคู่เป็ประกาย กล่าวว่า “เบากว่ามากนัก หากสิ่งที่ขนส่งคือสิ่งนี้ เช่นนั้นก็นับว่า สอดคล้องกับเหตุผล แม่นางไฉ่เวยเ้าทดลองดู”
ดรุณีชุดเหลืองรับมา ใช้มือประเมินนํ้าหนัก จากนั้นมองหลี่อี้เฉินด้วยสายตาประหลาด “เ้า เ้าเป็นักเล่นแร่แปรธาตุ?”
ไม่ ข้าไม่ใช่ ข้าเป็แค่เด็กขนของในห้องวิชาเคมี
ความคิดของบัณฑิตย่อมรวดเร็วกว่า หลังจากยินดีได้เพียงไม่นาน เ้าเมืองเฉินพลันส่ายหน้ากล่าวว่า “ไม่ ไม่ถูกต้อง ต่อให้เงินถูกทดแทนด้วยสิ่งนี้ เช่นนั้นเื่ะเิจะอธิบายอย่างไร หากในแม่น้ำ ไม่มีมารร้ายซ่อนอยู่ เงินปลอมหล่นลงแม่น้ำ จะเกิดะเิได้อย่างไร”
หลี่อี้เฉินไม่ได้ตอบ เขายื่นมือคว้าแท่งโลหะมา เดินตรงไปข้างโต๊ะโยนลงอ่างล้างพู่กัน ทันใดนั้นพลันบังเกิดประกายไฟร้อนแรง ควันลอยโขมง
“ตูม!”
โลหะโซเดียมทําปฏิกิริยากับน้ำอย่างรุนแรง อ่างล้างพู่กันพลันแตกออก
“นี่ นี่..” เ้าเมืองเฉินนิ่งอึ้งไปแล้ว
เงินปลอมนี้ เมื่อถูกน้ำจะเกิดะเิ (เมื่อน้ำัักับโลหะโซเดียม โลหะจะทําการปล่อยอิเล็กตรอน อนุภาคประจุลบจะสร้างความร้อน เมื่อพวกมันหลุดออกจากโลหะ ในระหว่างนั้นจะเกิดการแยกโมเลกุลน้ำ ปฏิกิริยานี้จะเกิดการปล่อยอะตอมของไฮโดรเจน (ธาตุที่ไวไฟ) เมื่อไฮโดรเจนัักับความร้อน ก็จะะเิได้เป็ประกายไฟ)
“เื่นี้สามารถอธิบายได้ว่า เหตุใดเมื่อเงินตกลงน้ำจึงเกิด ะเิรุนแรงเช่นนั้น” หลี่อี้เฉินอธิบาย
บุรุษวัยกลางคนพึมพําขึ้นว่า “พวกเราถูกชักจูงให้หลงไปผิดทางแต่ต้น ผู้บงการอาศัยการะเิกับลมปีศาจ ทําให้พวกเราเชื่อว่าเป็ฝีมือของมารร้าย พุ่งเป้าไปที่การสะกดรอยและตามจับ”
“มิน่าวิชาส่องปราณของสํานักซือเทียนเจี้ยนจึงตรวจไม่พบมารร้าย”
หลี่อี้เฉินกล่าวเสริมว่า “เมื่อเงินภาษีตกลงน้ำ ทหารเ่าั้ตามหาเงินมาได้เพียงหนึ่งพันตําลึงเศษ หากข้าเดาไม่ผิด เงินเหล่านี้ถูกใช้ปูทับอยู่้า เพื่ออําพรางปิดหูปิดตาผู้คน”
ช่องโหว่ปิดสนิท สิ่งผิดปกติทั้งหมดล้วนอธิบายได้แล้ว
“หลี่อี้เฉิน!” สายตาบุรุษวัยกลางคนเต็มไปด้วยความชื่นชม “ประเสริฐ เ้าประเสริฐมาก!” จากนั้นพลันขมวดคิ้ว จ้องมองไปยังปกเสื้อของหลี่อี้เฉิน
สวีอี้ชุนตบบ่าหลี่อี้เฉินเบาๆ ก่อนช่วยจัดแจงปกเสื้อให้ หลี่อี้เฉินได้รับความชื่นชมจนแตกตื่น ใต้เท้าท่านนี้กลับชื่นชมตนเองถึงเพียงนี้
เ้าเมืองเฉินขมวดคิ้วกล่าวว่า “เมื่อเงินเป็ของปลอม เช่นนั้นเงินจริงอยู่ที่ใด?"
ดรุณีชุดเหลืองได้ยินเช่นนั้น สีหน้าเปลี่ยนเป็จริงจัง กล่าวว่า “เงินภาษีออกจากคลังเข้าสู่เมืองหลวง มีการเปลี่ยนมือหลายจุด หาก้าคาดโทษ คงมีขุนนางมากมายต้องติดคุก ความยากในการตามหาเงินกลับคืนมา ไม่ต่างจากงมเข็มในทะเลใหญ่ ทั้งยังอยู่นอกเหนืออํานาจของพวกเรา จําเป็ต้องกราบทูลฮ่องเต้”
เ้าเมืองเฉินพยักหน้าเล็กน้อย เขาเองก็มีความคิดเช่นนี้
บุรุษวัยกลางคนกลับเห็นต่าง กล่าวเบาๆ ขึ้นว่า “ขนส่งเงินภาษี เข้าสู่เมืองหลวง มีการเปลี่ยนมือหลายจุด หากเป็ของปลอม สมควรทราบได้แต่แรก ความเป็ไปได้จึงมีเพียงหนึ่งเดียวคือถูกสับเปลี่ยนเมื่อไม่นานมานี้”
เ้าเมืองเฉินั์ตาเป็ประกาย เช่นนี้จะสามารถลดขอบเขตการตรวจสอบได้มาก
“ทหาร เตรียมเกี้ยว เตรียมเกี้ยวเร็วเข้า ข้าจะออกเดินทาง” เ้าเมืองเฉินรีบสาวเท้าออกไปอย่างรวดเร็ว
บุรุษวัยกลางคนตามเ้าเมืองออกไป
หลี่อี้เฉินะโขึ้นว่า “ท่านเ้าเมือง อย่าได้ลืมสิ่งที่รับปากข้าน้อย ไว้เป็อันขาด”
ตอนแต่ละตอน อาจจะสั้นบ้าง ยาวบ้างนะครับ จะพยายามให้ถึงหมื่นตัวอักษร