บทที่ 4
ตอนที่แชนนอนเดินหอบกล่องออกจากตัวอาคารไปใส่ท้ายรถแท็กซี่นั้นทิวเมฆทึบทมึนดูจะคล้อยต่ำลงทุกที ท้องฟ้ามืดครึ้มละอองฝนเริ่มโปรยปรายลงมาบ้างแล้วความหนาวเย็นของอากาศเริ่มแทรกซึมเข้าไปในร่างกายสะท้านจนถึงกระดูก, มีเหตุการณ์มากมายหลายอย่างที่ยังหาคำอธิบายไม่ได้เกิดขึ้นและน้ำหนักของมันดูจะทับถมทวีคูณขึ้นทุกทีมีอยู่คำถามหนึ่งที่ซ้ำซากอยู่ในดวงความคิดของแชนนอนในยามนี้ก็คือ...ริคหายไปไหน?
คนขับแท็กซี่รับกล่องจากเธอใส่ลงในที่เก็บของท้ายรถช่วยเปิดประตูรถให้เธอเข้าไปนั่งในตอนหลัง
“คุณคอยอยู่ในรถดีกว่าครับผมจะไปเอากระเป๋าเดินทางมาเอง”
ขณะที่นั่งอยู่ตามลำพังภายในรถในความเงียบสงัดนั้น แชนนอนพยายามขจัดความคิดร้าย ๆ ออกไปเสียจากใจการที่ริคมิได้อยู่ในอพาร์ตเมนท์แห่งนี้ มันไม่น่าจะหมายความไกลไปถึงว่า เขาจะต้องจับไข้ได้ป่วยหรือเป็อะไรไปเลย มันมีคำอธิบายอยู่มากมายหลายประการ...เพียงแต่ขณะนี้เธอยังคิดไม่ออกเลยสักข้อเดียวเท่านั้น, เธอไม่รู้ว่าขณะนี้เขาไปอยู่เสียที่ไหน แต่นั่นก็มิได้หมายความว่าเขาจะต้องสาบสูญไป ยิ่งคิดก็ยิ่งสับสนและความวิตกกังวลก็ดูจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
“คุณจะให้ผมไปส่งที่เวสท์เวิร์ดใช่ไหมครับ?”คนขับเคลื่อนตัวเข้านั่งหลังพวงมาลัย พร้อมกับปิดประตูรถข้างตัวเสีย
“ค่ะ”
เขาเอี้ยวตัวมามองสังเกตเห็นมือของแชนนอนที่กำแน่นวางอยู่บนตัก
“ผมว่าไม่มีอะไรน่าวิตกหรอกครับเดี๋ยวพอคุณพบเขา คุณอาจจะต้องหัวเราะออกมาก็ได้ที่ต้องมาเล่นซ่อนหากันทั่วเมืองแอนโชเรจอย่างนี้”
“นั่นน่ะสิ”แชนนอนตอบอย่างเห็นด้วย ฝืนยิ้มให้เขาขอบคุณที่อุตส่าห์ปลอบใจเธออย่างดีเช่นนี้
คนขับเบือนหน้ากลับไปเอื้อมมือไปสตาร์ทเครื่องยนต์ แต่แล้วก็พูดขึ้นอีกว่า
“มันก็อาจจะเป็ได้นะครับที่ว่าคู่หมั้นของคุณอาจจะกำลังไปหาคุณอยู่ก็ได้ ก็เขาไม่ได้รับโทรเลขของคุณนี่ครับเพราะฉะนั้น เขาก็คงไม่รู้ว่าคุณมาถึงที่นี่แล้วมีใครในเท็กซัสไหมล่ะครับที่คุณจะลองโทรศัพท์ไปสอบถามดูเผื่อว่าเขาจะเดินทางไปหาคุณที่นั่นน่ะครับ”
“มีค่ะ”แชนนอนตั้งใจแล้วว่าจะโทรไปหาพ่อแม่ทันทีที่ได้เข้าพักในโรงแรมแล้วและในทันใดก็นึกขึ้นมาได้ว่า คนขับรถยังไม่รู้เลยว่าเธอมาจากไหน “ทำไมคุณถึงรู้ล่ะว่าฉันมาจากเท็กซัส?”
รอยยิ้มกว้างปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขาทันที
“สำเนียงที่คุณพูดช้าๆเบา ๆ อย่างนี้ไม่ผิดหรอกครับแม้ว่าน้ำเสียงจะไม่หนักแน่นเหมือนชาวเท็กซัสที่ผมเคยพบแต่สำเนียงไม่ผิดเพี้ยนกันเลยละครับ”
รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนมุมปากของแชนนอน
“นั่นสินะฉันน่าจะเดาได้” มันออกจะเป็การยากอยู่ที่จะเดาว่าใคร ๆจะรู้ได้ว่าเธอมาจากไหน จากสำเนียงพูดของเธอเอง
และรอยยิ้มนั้นก็เลือนไปเมื่อรถแท็กซี่คันนั้นกลับขึ้นไปวิ่งอยู่บนถนนคำพูดของคนขับรถเหมือนจะเตือนให้แชนนอนนึกขึ้นมาได้ว่าขณะที่ตัวเองกำลังอยู่ต่างถิ่นโดยแท้ ทั้งตัวเมือง, ทั้งแผ่นดินแห่งนี้เป็สิ่งที่แปลกใหม่สำหรับเธอทั้งสิ้นแชนนอนไม่รู้จักใครเลยนอกจากริค และขณะนี้ก็ไม่รู้ด้วยว่าเขาไปอยู่เสียที่ไหน
เมื่อเข้ามาใกล้ใจกลางเมืองการจราจรเริ่มแน่นขนัดขึ้นซึ่งทำให้คนขับรถต้องให้ความสนใจกับท้องถนนมากกว่าตัวเธอแม้ว่าเขาจะชี้ชวนให้เธอชมสถานที่สำคัญ ๆ อยู่บ้าง ซึ่งแชนนอนก็ได้แต่เพียงมองตามเพราะขณะนี้ลึกลงไปในจิตใจ เธอกำลังวิตกกังวลในเื่ของตัวเองมากกว่าที่จะให้ความสนใจกับภูมิภาคที่ปรากฏอยู่รอบตัว
เมื่อรถหยุดลงตรงหน้าประตูทางเข้าโรงแรมคนยกกระเป๋าก็เข้ามายกสัมภาระของเธอเข้าไปในห้องล็อบบี้หลังจากที่จ่ายค่าโดยสารเรียบร้อยแล้วคนขับรถก็ยังได้ให้นามบัตรพร้อมเบอร์โทรศัพท์ที่เขียนไว้ให้เธออีกด้วย
“ผมชื่อแอนดี้ครับ”เขาบอกง่าย ๆ “ถ้าคุณ้าจะออกตามหาคู่หมั้นเมื่อไหร่โทร.ไปตามผมได้ทันทีเลยครับ”
“ขอบใจมาก”แชนนอนรู้สึกตื้นตันในความใจดีของเขา “แต่มันก็คงอย่างที่คุณว่ามันอาจจะเป็ความเข้าใจผิดกันอยู่ก็ได้”
หลังจากนั้นแชนนอนก็เดินตัดข้ามห้องโถงอันโอ่อ่าตรงไปยังโต๊ะทำงานของเสมียนเวรกรอกรายการที่จำเป็ลงไปในแบบฟอร์มและถูกพาขึ้นไปยังห้องพักบนชั้น 5 ของโรงแรม ซึ่งเมื่อได้อยู่ตามลำพังในห้องนั้นแชนนอนก็ปราดไปที่โทรศัพท์ต่อไปหาพ่อแม่ทันที แม่เป็คนมารับสาย
“หนูเองค่ะแม่แชนนอนไงคะ”
“นี่...แม่ก็กำลังกังวลใจเื่หนูอยู่พอดีเชียวนั่นถึงอลาสก้าแล้วหรือลูก? ...เดินทางเป็อย่างไรปลอดภัยดีไหม?...แม่ว่าคงจะหนาวจนเกือบแข็งเชียวล่ะนี่” ผู้เป็มารดาพูดเป็ประโยคติดต่อกันไปโดยไม่หยุดเว้นระยะให้แชนนอนตอบเลยด้วยซ้ำ “หนู่น่ะน่าจะเอาเสื้อผ้าหนาๆ ติดตัวไปด้วย แล้วนี่อยากจะให้แม่ส่งเสื้อผ้าหน้า ๆ ไปให้ทางเครื่องบินก่อนหรือว่าจะคอยจนกว่าแม่กับพ่อจะเดินทางไปถึงตอนสุดสัปดาห์หน้าล่ะ?”
“ไม่ต้องเลยค่ะแม่ อากาศที่นี่ดีมาก” แชนนอนยืนยันแต่ก็คิดขึ้นมาได้ว่าคำพูดของเธอ้าคำอธิบายมากกว่านั้นสำหรับแม่ “อากาศที่นี่มิได้แตกต่างกว่าฤดูหนาวในฮิวสตันเลยค่ะแม่ ฟ้าหม่น ๆมีละอองหิมะฝอย ๆ แล้วก็เย็นจัดหน่อยเท่านั้น”
“แน่ใจหรือนั่น?”แม่ของเธอถามอย่างไม่เชื่อใจนัก “เวลม่า โจกับเฟรดไปอยู่ที่นั่นตั้ง 2 ปีแล้ว เล่าให้ฟังว่าอากาศหนาวแทบจะแข็งตายด้วยซ้ำไป”
“แต่หนูรับรองได้เลยค่ะว่ามันไม่ได้หนาวเยือกเย็นอะไรถึงขนาดนั้นหรอก”แชนนอนสูดลมหายใจลึก ตั้งใจที่จะถามแม่ว่าริคติดต่อไปบ้างหรือเปล่าแต่แม่ของเธอฉวยโอกาสใช้่เวลาที่เงียบงันนั้นตั้งคำถามในสิ่งที่อยากรู้ต่อไปอีก
“การเดินทางเป็อย่างไรบ้างล่ะ?...ดูเหมือนเวลาจะแตกต่างกันอยู่ 4 ชั่วโมงใช่ไหมล่ะ?..แม่ก็จำเื่อะไรอย่างนี้ไม่ได้แน่นักหรอกแต่คิดว่าหนูคงจะต้องแย่หน่อยละสินะตอนที่ตกหลุมอากาศน่ะ กระเทือนออกใช่ไหมล่ะแชนนอน? ...การเดินทางแบบนี้น่ะมันเหนื่อยออกยิ่งเวลามันเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาอย่างนี้ด้วยยิ่งแล้วไปใหญ่เลย”
“ค่ะ...หนู...”แชนนอนแสร้งทำเสียงให้รู้ว่าเธอเองก็กำลังอ่อนเพลียอยู่ไม่น้อยแต่ถ้าจะพูดกันแล้วเธอเหน็ดเหนื่อยใจกับเื่ริคมากกว่า
เสียงของแม่ที่ดังมาตามสายออกจะอึ้งอลอย่างไรพิกลอยู่
“ฉันกำลังพูดกับแชนนอนโทร.ทางไกลมาจากอลาสก้าน่ะ” แม่กำลังพูดกับใครคนหนึ่งในห้อง
“นั่นใครน่ะแม่?” แชนนอนใคร่รู้เพราะบางทีอาจจะเป็ริคก็ได้จะน่าแปลกใจสักเพียงใด ถ้าเขาจะบังเอิญบินไปเท็กซัสเพื่อจะรับเธอและได้เดินทางร่วมกันมาตลอดระยะเวลาอันยาวนานตั้งเพียงนี้
“พ่อหนูน่ะสิเขาอยากจะสวัสดีแล้วก็คุยกับหนูสักหน่อยด้วย” โทรศัพท์คงจะต้องถูกส่งต่อไปยังพ่อแน่แล้วแชนนอนก็ได้ยินเสียงพ่อดังมาตามสาย
“ไฮ...ฮันนี่เป็อย่างไรบ้างลูก?”
“สบายแล้วก็เรียบร้อยดีค่ะพ่อ”
“อ้อแล้วลูกเขยในอนาคตของพ่อล่ะ ตอนนี้คงอยู่ข้าง ๆ ลูกแล้วสินะ”
ซึ่งนั่นก็เท่ากับหมายความว่าริคมิได้บินไปเท็กซัสชัดเจนอยู่แล้วหัวใจของสาวน้อยดิ่งวูบลง...ไม่แต่เพียงเท่านั้น แชนนอนยังรู้ด้วยอีกว่าริคจะต้องไม่ได้โทรศัพท์ไปที่บ้านพ่อ แม่ ด้วยไม่มีการฝากข่าวคราวไว้ให้เธอได้รับรู้เลย
“จริงๆ แล้ว...ตอนนี้...เอ้อ...เขาไม่อยู่หรอกค่ะ” แชนนอนพูดไปตามความจริงบังคับน้ำเสียงไว้มิให้แสดงความกังวลใจออกมา
“อ้าว”น้ำเสียงนั้นบอกความแปลกใจ “แล้วเขาไม่ได้ไปรับหนูที่สนามบินหรอกหรือนี่?”“เปล่าค่ะรู้สึกเขาจะไม่ได้รับโทรเลขของหนูด้วยซ้ำสิคะ” แชนนอนอธิบายเพราะรู้ดีว่าพ่อจะต้องร้อนใจช่วยเป็ธุระติดตามให้ทันทีแต่แล้วก็นึกขึ้นมาได้ว่าเวลานี้พ่ออยู่ไกลจนเกินกว่าจะติดตามมาช่วยเหลือได้ ยิ่งกว่านั้นเธอยังไม่สมควรทำให้พ่อแม่ต้องใเกินไปนัก “ตอนนี้ริค...เขาไม่ได้อยู่ในเมืองหรอกค่ะ”
“ก็เมื่อไหร่จะกลับกันล่ะนี่?”น้ำเสียงของพ่อเคร่งขึ้นทันที เสียงอ้าว ๆ ที่ดังขึ้นบอกให้รู้ว่ากำลังหันไปอธิบายถึงสถานการณ์ให้แม่ฟัง
“หนูยังไม่แน่ใจเลยค่ะ”แชนนอนตอบไปตามความจริง “เพราะยังไม่ได้พูดหรือพบปะกับริคเลย”
“ถ้าอย่างนั้นทางบริษัทก็คงจะต้องรู้ละว่าเมื่อไหร่เขาจะกลับมาใช่ไหม?” พ่อรุกเร้าถาม
แสงสว่างแห่งความหวังเริ่มปรากฏขึ้นแล้ว
“หนูก็ว่าจะโทรศัพท์ไปถามอยู่เหมือนกันค่ะ”ทำไมเธอถึงมิได้คิดถึงเื่การติดต่อกับทางบริษัทที่ริคทำงานอยู่ก่อนหน้านี้นะ?...เพราะบางทีฝ่ายนั้นจะต้องรู้เื่เกี่ยวกับริค, บ้านช่องห้องหอที่อยู่ใหม่ของเขา และรายละเอียดในทุกเื่ได้เป็อย่างดี “หนูเพียงแต่อยากจะบอกให้พ่อกับแม่รู้ว่าหนูมาถึงโดยปลอดภัยแล้วเท่านั้นเองค่ะ”