การ์ด : สู้มือเปล่า(0/5)
ระดับขั้น : สีขาว
เพิ่มเติม : หลังจากเปิดใช้งานท่านจะได้รับทักษะการต่อสู้ขั้นพื้นฐานโดยไม่ใช้อาวุธ
บนการ์ดสีขาวใบนี้มีคำแนะนำสั้น ๆ ง่าย ๆ ระบุไว้ แต่มันกลับทำให้เซี่ยฮุยรู้สึกใจสั่นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
สกิล!
ที่แท้ก็ต้องใช้วิธีนี้เพื่อรับสกิล หมายความว่าถึงแม้ว่าระบบจะเปลี่ยนไปจากเดิมแต่ยังมีกฎบางอย่างที่สามารถนำมาปรับใช้ได้อยู่
สิ่งที่เปลี่ยนไปเหล่านี้ก็เพื่อให้เขาสามารถปรับตัวเข้ากับโลกใบนี้ได้
หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง เซี่ยฮุยก็หายจากอาการตื่นเต้นและดีใจขั้นสุด
เขาก้มหน้ามองการ์ดที่อยู่ในมือ สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปจากเดิมเล็กน้อย จากนั้นเขาก็เปิดใช้งานการ์ดที่อยู่ในมือผ่านการควบคุมด้วยสมอง
วินาทีต่อมาการ์ดสีขาวก็หายไปจากมือของเขา
เซี่ยฮุยรู้สึกได้ว่าอุณหภูมิความร้อนภายในร่างกายของเขาที่สูงขึ้นจากนั้นมันก็หายไป
ในเวลาเดียวกันความอบอุ่นเมื่อครู่ที่ปรากฏขึ้นและหายไปอย่างรวดเร็วทำให้เซี่ยฮุยรู้สึกราวกับเป็แค่เพียงความเข้าใจผิดเท่านั้น
เซี่ยฮุยมองร่างกายของตัวเองด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไปจากเดิม
เขายืนนิ่งอยู่กับที่พยายามขยับเขยื้อนท่าทางอยู่สองสามครั้ง จากนั้นเขาก็วิ่งวนรอบห้องรับแขกสองสามรอบ หลังจากได้ลองทดสอบ เขาก็รับรู้ได้ในทันทีว่าสิ่งที่เขาเดาถูกต้องทุกประการ
“ความแข็งแรงและความเร็วเพิ่มขึ้นมาเล็กน้อย น่าทึ่งจริง ๆ จากนี้ก็ปล่อยให้ร่างกายค่อย ๆ ชินกับมัน!”
เซี่ยฮุยรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เมื่อมาคิด ๆ ดูแล้วสิ่งนี้ไม่ใช่ทางลัดอะไรหรอก มันก็เป็แค่สิ่งที่ใช้งานได้ในชีวิตประจำวันก็เท่านั้น
หลังจากนั้นเซี่ยฮุยก็เหลือบมองหน้าต่างแสดงข้อมูลตัวละคร
ผู้เล่น : เซี่ยฮุย
VIP: LV.1 (500/10,000)
สกิล : สู้มือเปล่า LV.0 (0/5)
แต้มเสริมความแข็งแกร่ง : 7
สถานะ : กำลังฝึกฝน (1 แต้ม/วัน)
สิ่งนี้เป็ข้อมูลตัวเลขง่าย ๆ โดยทั่วไป แต่มีข้อมูลบางอย่างที่เพิ่มขึ้นมา
ด้านหลังของสกิลที่ปรากฏขึ้นมาใหม่มีรูป “+” ตัวเล็ก ๆ ปรากฏอยู่ เซี่ยฮุยลองกดปุ่มดูหนึ่งครั้ง
เขาก็พบว่าแต้มเสริมความแข็งแกร่งของเขาหายไป 1 แต้ม ในขณะที่ค่าสถานะของสกิลสู้มือเปล่าถูกเพิ่มขึ้นเป็ (1/5)
ได้ผลแหะ!
เซี่ยฮุยข่มความตื่นเต้นไว้ในใจและกดปุ่ม “+” อีก 4 ครั้ง
ทันใดนั้นสกิลสู้มือเปล่าก็อัพสู่เลเวลถัดไป จาก LV.0 ขยับเป็ LV.1
สิ่งนี้ทำให้เซี่ยฮุยรู้สึกใอีกครั้ง เมื่อรู้สึกได้ถึงความแปลกประหลาดที่ผุดขึ้นมา ทันใดนั้นความคิดของเขาก็เริ่มทำงาน
วินาทีต่อมาพลังงานก็เริ่มพลุ่งพล่านอยู่ในร่างกายของเขา
ทุกครั้งที่พลังงานเ่าั้ขยับเขยื้อน เขาก็รู้สึกราวกับว่ามันกำลังชำระล้างร่างกายของเขาจนทำให้ร่างกายของเขาเบาหวิว
หลังจากสกิลสู้มือเปล่าอัพสู่เลเวล LV.1 ทักษะการต่อสู้แบบระยะประชิดก็ผุดขึ้นมาในความคิดของเซี่ยฮุย
ข้อมูลจำนวนมากเด้งขึ้นมาในหัวของเขาจนทำให้สมองของเขาหนักอึ้งราวกับถูกค้อนขนาดใหญ่ทุบอย่างแรง
หลังจากเสียงอื้ออึงในหัวดังขึ้นอยู่ครู่หนึ่ง มันก็ค่อย ๆ หายไป
หลังจากทุกอย่างกลับมาเป็ปกติอีกครั้ง เซี่ยฮุยก็ค่อย ๆ พิจารณาเกี่ยวกับร่างกายของตัวเองอย่างรอบคอบ
เขาลองขยับท่าทางสองครั้งก็พบว่าตอนนี้เขาทนรับกับความทรมานเมื่อครู่ได้แล้ว รวมถึงกล้ามเนื้อบนร่างกายที่สามารถจดจำท่วงท่าได้เช่นกัน
เขาสามารถเตะเท้าไปด้านข้าง ใช้ข้อศอกกระแทก และใช้มือจับคว้าสิ่งต่าง ๆ ด้วยการต่อสู้แบบมือเปล่าได้อย่างช่ำชอง
“เวอร์เกินจริงมาก”
เซี่ยฮุยเปล่งเสียงออกมาด้วยความประหลาดใจ เขายังคงฝึกต่อไปด้วยความตื่นเต้น
การฝึกฝนของเขาเป็ไปอย่างราบรื่นไม่มีกระตุกหรือชะงักแม้แต่ครั้งเดียว หมัดที่ซัดเข้ากับกลางอากาศทำให้เกิดเสียงลมดังขึ้น ราวกับตัวเองผ่านการฝึกฝนมาหลายพันครั้ง
หลังจากผ่านไปสิบนาที ในที่สุดการฝึกฝนของเขาก็สิ้นสุดลง
ใบหน้าของเขาแดงก่ำและหายใจถี่กว่าปกติเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ต่อให้ฝึกฝนต่ออีกสัก 2-3 ชั่วโมงเขาก็คงไม่รู้สึกเหนื่อย
“ดูเหมือนว่าอาจจะเป็เพราะค่าพลังทางกายภาพลดลงหลังจากการฝึกฝน หรือไม่ก็อาจจะเป็เพราะสกิลสู้ด้วยมือเปล่าที่ช่วยให้ค่าสเตตัสพื้นฐานของเขาเพิ่มขึ้นสินะ?”
ไม่ว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนไปในทิศทางไหนเขาก็ยังได้ประโยชน์จากสิ่งนี้อยู่ดี เซี่ยฮุยไม่ได้รีบร้อนกับเื่นี้ การทดลองโดยปล่อยให้ดำเนินไปทีละขั้นตอนจะทำให้ได้รับผลลัพธ์ที่ดีภายในสนามต่อสู้จริง
เซี่ยฮุยเหลือบมองข้อมูลของตัวเองบนหน้าต่างแสดงผล
ผู้เล่น : เซี่ยฮุย
VIP: LV.1 (500/10,000)
สกิล : สู้ด้วยมือเปล่า LV.1 (0/10)
แต้มเสริมความแข็งแกร่ง : 2
สถานะ : กำลังฝึกฝน (1แต้ม/วัน)
“ท่านจะได้รับแต้มเสริมความแข็งแกร่งวันละหนึ่งแต้ม ยังเหลือเวลาอีกแปดวันจึงจะอัพเลเวลของสกิลสู้มือเปล่าได้อีกครั้ง”
เมื่อมองไปที่หน้าจอแสดงผล เซี่ยฮุยก็ตกอยู่ในห้วงแห่งความคิด
“ถึงแม้ว่าระดับความเร็วของการฝึกฝนแบบอัตโนมัติจะช้าไปหน่อย และคืบหน้ามากพอสำหรับระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์ แต่หลังจากนี้คงต้องคิดหาวิธีเพิ่มเลเวลให้เร็วขึ้นกว่านี้ ในเมื่อตอนนี้เขาเป็ผู้เล่นระดับ VIP ถ้าเช่นนั้นระดับความเร็วก็น่าจะเกี่ยวข้องกับสิ่งนี้ด้วย”
คงต้องพนันกันสักตั้งแล้วสินะ?
เซี่ยฮุยหยุดคิดอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจได้ เขาเปิดใช้สายรัดข้อมือสองสามครั้ง
ในที่สุดตัวเลขที่อยู่้าหน้าจอก็เปลี่ยนจากศูนย์กลายเป็ 10,000
นี่เป็เงินที่เ้าของร่างคนเดิมเก็บไว้ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา เขาฝากเงินไว้ในธนาคารเสมือนจริง แต่เซี่ยฮุยกลับใช้เงินเ่าั้หมดภายในพริบตาเดียว
“เติมเงิน”
เซี่ยฮุยรำพึงในใจ เงินจำนวน 9,500 เหรียญถูกดึงออกมาจากสายรัดข้อมือ
วินาทีต่อมาเลเวลของเขาก็อัพระดับขึ้นเป็เลเวล 2
เขาเปิดหน้าจอแสดงข้อมูลตัวละครขึ้นมาอีกครั้ง ในที่สุดสีหน้าของเซี่ยฮุยก็ผ่อนคลายลง
ชนะการเดิมพันแล้ว!
VIP ถูกเปลี่ยนเป็ LV.2 แล้ว ค่าสถานะที่อยู่ด้านล่างสุดของแถบแสดงผลก็ถูกเปลี่ยนเช่นกัน: กำลังฝึกฝน (2 แต้ม/วัน)
หาก้าอัพเลเวลของ VIP ให้สูงขึ้นจำเป็ต้องใช้เงิน 20,000 เหรียญ
เซี่ยฮุยรู้สึกดีใจจนพูดไม่ออกเมื่อได้เห็นการเพิ่มขึ้นถึงหนึ่งเท่าตัว ช่างเป็ระบบเติมเงินที่โหดจริง ๆ
แต่เขาก็ชอบนะ
ปัญหาที่สามารถแก้ไขได้ด้วยเงินไม่นับว่าเป็ปัญหา เขาใช้ทุนทรัพย์ที่มีอยู่จนหมดเกลี้ยงดังนั้นตอนนี้เขาจึงกลายเป็ชายยาจกอย่างสมบูรณ์
เซี่ยฮุยถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ทว่าภายในใจของเขาก็ยังรู้สึกตื่นเต้นอยู่ดี
จากเดิมที่ต้องใช้เวลาอีกแปดวันจึงจะอัพเลเวลของสกิลสู้มือเปล่าได้อีกครั้ง ตอนนี้ใช้เวลาแค่สี่วันก็สามารถบรรลุเป้าหมายได้แล้ว
ถ้าหากเลเวล VIP ยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแบบนี้ต่อไป การใช้เวลาเพื่ออัพเลเวลของเขาก็จะยิ่งน้อยลงเรื่อย ๆ ด้วย
ในที่สุดเขาก็มีทุนมากพอที่จะยืนอยู่บนโลกใบนี้ได้แล้ว
เซี่ยฮุยยืนกำหมัดแน่น ตอนนี้เหลือแค่รอให้เลเวลของสกิลอัพถึงระดับหนึ่ง เขาก็จะสามารถออกไปจัดการกับภารกิจนั้นได้
——
“ขอแค่มีความอดทนสักหน่อย จำโจทย์ให้ได้ก็น่าจะทำข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ 80% แล้ว”
ระหว่างที่กำลังพูดอยู่ ครูสอนภาษาที่ยืนอยู่หน้าห้องก็วาดวงกลมบนคำตอบ
และใช้ชอล์กเคาะบนกระดานสองสามครั้ง
เซี่ยฮุยนั่งฟังคุณครูสอนด้วยท่าทางมุ่งมั่นราวกับกำลังตั้งอกตั้งใจเรียนหนังสือ ทว่าภายในใจของเขากลับคิดถึงแต่เื่ที่จะอัพเลเวลเพื่อขึ้นสู่ระดับต่อไป
ตอนนี้ผ่านไปสามวันแล้วหลังจากที่เขาอัพเลเวลในครั้งก่อน
วันนี้แต้มเสริมความแข็งแกร่งของเขาสะสมได้ 8 แต้มแล้ว หลังจากผ่านเที่ยงคืนนี้ไป สกิลสู้ด้วยมือเปล่าของเขาก็จะสามารถอัพเลเวลได้อีกครั้ง
่หลายวันมานี้ระหว่างที่กำลังรอเพื่อให้สกิลอัพเลเวล เซี่ยฮุยก็ไม่อยู่เฉย
แม้ว่าสกิลจะช่วยให้ร่างกายได้รับความแข็งแกร่งที่สูงขึ้น และสามารถใช้ได้ทันทีที่เรียนทักษะนี้
แต่สกิลเดียวกันเมื่ออยู่บนตัวของผู้เล่นที่แตกต่างกันผลลัพธ์ย่อมต่างกันเป็เื่ธรรมดา
นี่คือสิ่งที่เซี่ยฮุยสรุปได้หลังจากที่เขาเล่นเกม
ดังนั้น่หลายวันมานี้หลังจากเขาเลิกเรียนก็จะกลับไปฝึกฝนสกิลสู้มือเปล่าต่อทันทีเพื่อจำลองการใช้ทักษะนี้ในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน เนื่องจากสกิลเหล่านี้เป็สกิลที่ต้องเปิดใช้งานด้วยตัวเอง
หลังจากผ่านการฝึกฝนติดต่อกันหลายวัน ในที่สุดเซี่ยฮุยก็ค้นพบว่าเขาได้บรรลุการฝึกฝนนี้แล้ว เขาสามารถควบคุมสกิลสู้มือเปล่าได้
ไม่เพียงแต่จะใช้งานได้อย่างราบรื่น พลังของเขาก็เพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งด้วย แม้แต่ตอนที่ใช้หมัดซัดเข้ากับกำแพงก็ยังมีรอยหมัดทิ้งไว้บนนั้นอีกทั้งยังลึกเข้าไปเป็นิ้ว
ทว่าเซี่ยฮุยกลับไม่ได้รู้สึกพอใจกับสิ่งนี้
ถึงแม้ว่าตอนนี้ความแข็งแรงของเขาจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่เขายังจำเป็ต้องทำภารกิจให้เสร็จสิ้นจึงจะบรรลุผล
ตอนนี้ความแข็งแกร่งของเขายังไม่มากพอที่จะทำให้เขาทำภารกิจนี้ให้สำเร็จได้
การอัพระดับของสกิลไม่ใช่สิ่งที่สามารถทำได้ภายในชั่วข้ามคืน ดังนั้นเซี่ยฮุยจึงต้องสะสมพลังของตัวเอง และไม่ไปยุ่งกับสิ่งแปลกประหลาดอย่างอื่นให้เสียพลัง
“หวังว่าหลังจากสกิลสู้มือเปล่าของเขาอัพระดับ จะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่เกิดขึ้นนะ”
“งั้นวันนี้พอแค่นี้ เด็ก ๆ กลับบ้านแล้วก็อย่าลืมไปทบทวนบทเรียนด้วยนะจ้ะ”
รู้ตัวอีกทีก็เป็เวลาเลิกเรียนแล้ว
เสียงของครูสอนภาษาทำให้เซี่ยฮุยหลุดออกจากห้วงแห่งความคิด เขารีบเก็บของใส่กระเป๋าเพื่อเดินทางกลับบ้านทันที
ตอนที่เขากำลังเก็บกระเป๋า เพื่อนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เขาก็เก็บหนังสือเข้ากระเป๋าเช่นกัน
เซี่ยฮุยเหล่ตามองอีกฝ่ายเงียบ ๆ โดยไม่ได้ปริปากพูดอะไรออกมา
เจี่ยปิงอวี่...นี่คือชื่อของเพื่อนร่วมห้องที่นั่งอยู่โต๊ะข้าง ๆ เขา
อันที่จริงนอกจากพูดว่า “ขอโทษ” กับ “ขอบใจ” ที่เป็คำพูดสุภาพ พวกเขาก็ไม่ได้พูดคุยอะไรกันเลยั้แ่เขามาอยู่ที่นี่
แค่นี้ก็ถือว่าช่วยเหลือเซี่ยฮุยมากพอแล้ว อย่างน้อย ๆ เขาก็ไม่รู้สึกว่าตัวเองถูกมองข้ามเป็อากาศหลังจากที่ทะลุมิติมาที่นี่
เจี่ยปิงอวี่เป็เด็กนักเรียนที่ได้คะแนนสอบโดดเด่น อีกทั้งยังเป็ “ลูกของคนอื่น” ในตำนาน
แต่นิสัยของเธอก็เ็าเหมือนกับชื่อของเธอนั่นแหละ ไม่เพียงแต่จะเ็ากับเซี่ยฮุยเท่านั้น แม้แต่กับเพื่อนนักเรียนคนอื่น ๆ เธอก็ปฏิบัติกับพวกเขาเหมือนกับที่ทำกับเซี่ยฮุย
เธอตัดผมหน้าม้า ใส่แว่นสายตาสีดำกรอบสี่เหลี่ยม...
และมักจะเปล่งพลังรัศมีเ็าออกมาจนทำให้คนอื่น ๆ ค่อย ๆ ตีตัวออกห่างจากเธอ
เซี่ยฮุยนั่งติดกับทางเดิน ตอนที่เจี่ยปิงอวี่กำลังเก็บของใส่กระเป๋าด้วยท่าทางไม่รีบร้อน เขาก็รีบยัดทุกอย่างเข้ากระเป๋าและรีบบึ่งออกจากห้องเรียนอย่างรวดเร็ว
เซี่ยฮุยคงไม่ทันได้สังเกตเห็นว่าตอนที่เขาเดินออกมา เจี่ยปิงอวี่เงยหน้าขึ้นมามองเขาที่กำลังเดินออกจากห้องด้วยสายตาที่แฝงไปด้วยความสงสัย
“เขา...ไม่เหมือนเดิมแล้ว”
——
ตอนที่เซี่ยฮุยกลับมาถึงที่ห้อง เขาก็ทำทุกอย่างเหมือนกับทุกวันที่ผ่านมา เขาชกหมัดเข้ากับอากาศและวิ่งไปรอบ ๆ ห้อง หลังจากทำอาหารสำหรับมื้อค่ำเสร็จก็กลับมานั่งทำการบ้านต่อ
ใช่แล้ว เขาทำการบ้าน!
เขาเรียนจบมาหลายปีแล้ว แต่เมื่อมาถึงที่นี่เขาก็ต้องกลับมาวนเวียนอยู่กับความรู้สึกสยดสยองกับการทำการบ้านอีกครั้ง
หลังจากเขาทำการบ้านเสร็จก็เป็เวลาเกือบเที่ยงคืนแล้ว
“หาว...”
แม้ว่าร่างกายของเขาจะแข็งแรงขึ้นกว่าเดิม แต่การคัดโจทย์มากกว่าสิบหน้าและทำแบบฝึกหัดอีกหลายหน้ากระดาษใหญ่ก็ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะหาวหวอดออกมา
“เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว ในที่สุดก็เสร็จสักที”
เซี่ยฮุยยืดเส้นยืดสายเพื่อบิดี้เี เขาเหล่ตามองนาฬิกาภายในห้องก็พบว่าตอนนี้เหลือเวลาอีกไม่กี่นาทีก็จะเที่ยงคืนแล้ว
เขาเดินไปหยิบนมออกมาจากตู้เย็นหนึ่งถุง หลังจากอุ่นจนกลายเป็นมอุ่นเขาก็กระดกลงคอจนหมด
ตอนที่เข็มนาฬิกาเดินมาหยุดอยู่ที่เลข 12 เซี่ยฮุยก็แทบจะรอไม่ไหวที่จะอัพเลเวลของสกิลสู้มือเปล่า
วินาทีต่อมาพลังที่คุ้นเคยก็กระจายไปทั่วทั้งตัว ในเวลาเดียวกันเสียงจากระบบก็ดังขึ้นผ่านโสตสมองของเขา
“สกิลสู้มือเปล่าของท่านอัพเลเวลสู่เลเวล 2 แล้ว ขอแสดงความยินดีกับผู้เล่นเซี่ยฮุย ท่านได้รับพลังลมปราณ”
พลังลมปราณ?
เซี่ยฮุยรีบเปิดหน้าต่างข้อมูลตัวละครก็พบว่าข้อมูลของเขามีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง
ผู้เล่น : เซี่ยฮุย
VIP :LV.1(0/20,000)
สกิล : สู้มือเปล่า LV.2 (0/100)
พลังลมปราณ : LV.0 (0/10)
แต้มเสริมความแข็งแกร่ง : 0
สถานะ : กำลังฝึกฝน (2 แต้ม/วัน)
“พลังลมปราณจะถูกเสริมอยู่ในการโจมตีแบบธรรมดาโดยเพิ่มค่าการโจมตีให้สูงขึ้นสิบเท่า มีอัตราที่จะช่วยผลิตลมปราณลึกลับในปริมาณที่แน่นอน ระยะเวลาในการใช้งาน 3 นาที”
หลังจากเห็นคำแนะนำตัวเล็ก ๆ ที่อยู่ด้านหลังของพลังลมปราณ เขาก็เกิดความงุนงงขึ้นมาในทันที ‘ลมปราณลึกลับคืออะไรกันนะ?’
“เพิ่มการโจมตีแบบธรรมดาให้สูงขึ้นสิบเท่า!” สิ่งนี้ทำให้เซี่ยฮุยกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
ตอนนี้หมัดของเขาสามารถทิ้งรอยไว้บนกำแพงได้ หากพลังการโจมตีแข็งแกร่งขึ้นอีกสิบเท่าก็มีโอกาสที่กำแพงจะถูกเขาซัดจนกลายเป็รูน่ะสิ
“สิ่งนี้ต้องแข็งแกร่งขึ้นแน่นอน! สกิลสู้มือเปล่า LV.2 ในวันนี้ถ้าหากอยากให้อัพขึ้นสู่เลเวลต่อไปเขาจำเป็ต้องมีแต้มเสริมความแข็งแกร่ง 100 แต้ม ภายในระยะเวลาสั้น ๆ นี้คงไม่สามารถอัพเลเวลของสกิลให้สูงขึ้นได้”
เซี่ยฮุยมีลางสังหรณ์ผุดขึ้นภายในใจ พลังปราณนี้คงจะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งของเขาให้สูงขึ้นมากกว่าสกิลสู้มือเปล่าเสียอีก
“แข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว แต่มันก็ยังไม่มากพออยู่ดี”
เขาปิดหน้าต่างข้อมูลตัวละครพร้อมกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ หลังจากฝึกสกิลสู้มือเปล่าอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็กลับเข้าห้องเพื่อพักผ่อน
เช้าวันรุ่งขึ้นเซี่ยฮุยยังคงลุกขึ้นจากเตียงและเดินไปโรงเรียนเหมือนกับทุก ๆ วัน ตอนนี้แต้มเสริมความแข็งแรงของเขาต้องรอให้มันเพิ่มขึ้นด้วยตัวมันเองเท่านั้น
ถ้าหาก้าแต้มที่เพิ่มขึ้นรวดเร็วกว่านี้ สิ่งที่ทำได้ง่ายที่สุดในเวลานี้คือการกระหน่ำเติมเงินเข้าไป แต่มันไม่ใช่เื่ง่ายสำหรับนักเรียนมัธยมปลายแบบเขาเลย ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงแค่ “ตั้งใจ” เรียนหนังสือเหมือนกับทุก ๆ วันที่ผ่านมา
ระหว่างที่กำลังนั่งเรียนอยู่ในชั้นเรียน ไม่รู้ว่าเขาคิดไปเองหรืออย่างไร
เขารู้สึกว่าเจี่ยปิงอวี่แอบชำเลืองมองเขาอยู่หลายครั้ง ตอนที่เขาจงใจจะหันไปสบตากับเธอก็พบว่าเธอไม่ได้มองเขาอย่างที่เขาคิด
เข้าใจผิดไปเองเหรอ?
ั้แ่เริ่มเรียนจนถึงเลิกเรียนเขาก็ยังรู้สึกว่าเธอยังคงแอบมองเขาอยู่อย่างนั้นหลายครั้ง
แต่ก็ยังไม่มีครั้งไหนที่เขาสามารถจับไต๋เธอได้เลยสักครั้ง
สิ่งนี้สร้างเครื่องหมายคำถามอยู่ในหัวของเซี่ยฮุยเต็มไปหมด แต่เขาก็ไม่กล้าที่จะถามออกไปตรง ๆ ดังนั้นจึงทำได้เพียงแค่เก็บความสงสัยไว้ภายในใจ
หลังจากเลิกเรียน เซี่ยฮุยก็รีบกลับบ้านทันที
วันนี้การบ้านของเขามีไม่มาก ตอนที่เขาทำการบ้านเสร็จก็เป็่สามทุ่มแล้ว
และวันนี้ป้าของเขาก็โอนเงินค่ากินค่าอยู่สำหรับเดือนหน้าให้เขาแล้วด้วย
“ออกไปของกินสักหน่อยดีกว่า”
เซี่ยฮุยมองออกไปด้านนอกห้องที่บัดนี้กลายเป็ยามราตรีที่เงียบสงัด เขายกมือขึ้นมาลูบท้องที่กำลังร้องจ๊อก ๆ ของตัวเอง จากนั้นก็ตัดสินใจใส่รองเท้าและเดินออกจากห้องทันที