วันที่สามของการเดินทางในที่สุดเมืองหลวงก็อยู่ตรงหน้าผมมองผ่านหน้าต่างรถม้าออกไปด้วยสีหน้าสงบ ขณะที่กำแพงเมืองขนาดใหญ่ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นตรงสุดปลายถนนธงประจำอาณาถูกประดับอยู่ตามแนวเขตกำแพงเป็ระยะ ๆ ใช่แล้วตรงหน้านี้คือมหานครแห่งการศึกษาที่ใหญ่เป็อันดับที่สามชื่อของมันคือ
“ลูเมเรีย[Lumeria]มาถึงแล้วสินะ”
ตลอดสองวันที่ผ่านมาไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นเกิดขึ้นเลยหลังจากเหตุการณ์กองโจรในคืนแรกการเดินทางก็กลับเข้าสู่ความสงบอย่างน่าประหลาดวันที่สองมีเพียงการเดินทางผ่านหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่งวันที่สามก็เจอพ่อค้าระหว่างทางอยู่สองสามกลุ่มแต่พอมองดูแล้ว...
ไม่มีออร่าอะไรเลย
ไม่มีพ่อค้าลึกลับหรือเป็พวกมหาเศรษฐีระดับอาณาจักรลึกลับ ไม่มีคนแก่ที่ดูธรรมดาแต่จริง ๆ แล้วเป็จอมเวทในตำนานไม่มีเด็กสาวที่กำลังถูกไล่ล่าแล้วกลายเป็เ้าหญิงแบบระดับอีเว้นใหญ่ไม่มีแม้แต่คนที่ดูเหมือนจะเป็ตัวละครสำคัญสักคน
ทุกคนดูเป็... ตัวประกอบอย่างสมบูรณ์แบบ
“เฮ้อ...”
ผมถอนหายใจแล้วเท้าคางกับขอบหน้าต่าง
“สองวันเต็ม ๆ เลยนะ”
ลิเลียที่นั่งอยู่ตรงข้ามเงยหน้าจากหนังสือ
“มีอะไรหรือคะ?”
“ไม่มีอะไร”
ผมมองออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง
“แค่คิดว่าการเดินทางครั้งนี้น่าจะมีอะไรสนุกกว่านี้หน่อย”
ลิเลียเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบด้วยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย
“สำหรับดิฉันแค่ไม่มีใครโจมตีพวกเราก็ดีแล้วนะคะ”
“ก็จริง”
ผมยอมรับอย่างง่ายดายหลังจากนั้นผมก็ไม่ได้พูดอะไรอีกจนกระทั่ง….
กึก...
รถม้าชะลอตัวลงผมเงยหน้าขึ้นเสียงของทหารที่อยู่ด้านหน้าดังเข้ามาผ่านหน้าต่างของประตูรถ
“ท่านเรนครับ”
“พวกเรามาถึงเมืองหลวงแล้วครับ”
ผมกะพริบตาก่อนจะค่อย ๆ หันกลับไปมองด้านนอกกำแพงเมืองขนาดมหึมาปรากฏอยู่ตรงหน้าผู้คนจำนวนมากกำลังเดินทางเข้าออกผ่านประตูเมืองทั้งรถม้า พ่อค้า นักผจญภัย นักเรียน และผู้คนจากดินแดนต่าง ๆ บรรยากาศแตกต่างจากเมืองที่ผมเคยอยู่โดยสิ้นเชิงผมค่อย ๆ เปิดประตูรถม้าแล้วชะโงกหน้าออกไปสายลมของเมืองหลวงพัดเข้ามาปะทะใบหน้า
“โอ้...”
ผมเผลอพูดออกมาเบา ๆ นี่สินะ...สถานที่ที่เต็มไปด้วยผู้คนจากทั่วทั้งอาณาจักรและเหนือสิ่งอื่นใดสถานที่ตั้งของสถาบันเวทมนตร์ที่ผมกำลังจะเข้าเรียนผมมองกำแพงเมืองอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่มุมปากจะค่อย ๆ ยกขึ้นเล็กน้อยในที่สุดก็ถึงแล้วผมใช้เวลาเดินทางตั้งสามวันแต่ตอนนี้กลับเพิ่งรู้ว่า...
“อีกสองวันจะเปิการทดสอบระดับชั้นและพลังค่ะ”
“...”
ผมนิ่งไป
“สองวัน?”
ลิเลียพยักหน้า
“ค่ะ ตามกำหนดการของสถาบัน การทดสอบจะเริ่มในอีกสองวัน”
ผมก้มหน้าลงเล็กน้อยแล้วค่อยๆ ยิ้ม
“งั้นก็แปลว่า...”
ผมหันไปมองเมืองหลวงอีกครั้ง
“เรามีเวลาสองวันเต็มๆ สินะ”
ลิเลียมองผมอย่างระแวง
“ท่านเรนกำลังคิดอะไรอยู่คะ?”
“ไม่ได้คิดอะไร”
“สีหน้าท่านดูมีความสุขมากเลยนะคะ”
“ก็แค่...”
ผมมองไปยังถนนที่ทอดยาวเข้าไปในเมือง ร้านค้า โรงแรม สมาคมนักผจญภัย ร้านขายอาติแฟกต์ และสถานที่อีกมากมายที่ผมยังไม่เคยเห็นดวงตาของผมเริ่มเป็ประกาย
“ได้เวลาสำรวจเมืองแล้วสิ”
ลิเลียถอนหายใจทันทีผมหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเอนตัวกลับไปนั่งที่เดิมการทดสอบยังเหลืออีกสองวันดังนั้นก่อนที่จะต้องเข้าไปอยู่ในสถาบัน...ผมคงต้องใช้เวลาสองวันนี้ให้คุ้มค่าที่สุดเพราะไม่แน่ว่า...
อีเวนต์แรกของมหานครแห่งนี้อาจกำลังรอผมอยู่ที่ไหนสักแห่งก็ได้ใช่มันต้องเป็แบบนั้นแน่ๆ
ผมยิ้ม
“เอาล่ะ... เมืองแห่งการศึกษาลูเมเรียครั้งนี้จะมีอะไรให้ฉันเล่นบ้างนะ”
✩
กิ๊ง~
เสียงของกระดิ่งประตูดังขึ้นและทำหน้าที่ของมันเป็อย่างดีเสียงตอบรับดังขึ้นจากหลังเคาร์เตอร์หญิงสาวที่สสวมผ้ากันเปื้อนกับผมสีเกาลัดยาวเสมอเอวดวงตาสีแดงคล้ายอัญมณีอยู่หลังเคาร์เตอร์นั้น
หญิงสาวยิ้มต้อนรับก่อนจะก้มศีรษะเล็กน้อย
“ยินดีต้อนรับค่ะเชิญเลือกที่นั่งได้ตามสบายเลยนะคะ”
ผมกวาดตามองภายในร้านอีกครั้งบรรยากาศของที่นี่ค่อนข้างสงบกว่าที่คิดเอาไว้ โต๊ะไม้ถูกจัดวางเป็ระเบียบ กลิ่นของขนมอบลอยอยู่ในอากาศ เสียงพูดคุยของลูกค้าดังเบาๆ ประกอบกับเสียงช้อนกระทบถ้วยเป็ระยะ
หลังจากเดินทางมาสามวันเต็มๆ ผมรู้สึกได้ทันทีว่าจะเป็อีเว้นแรกของเมืองนี้และเหมาะสำหรับเป็ที่พักชั่วคราว
“เชิญด้านในได้เลยค่ะ”
หญิงสาวหลังเคาน์เตอร์ยิ้มให้พวกเราลิเลียเดินตามผมเข้ามาก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างละเอียดตามนิสัยของเธอ
“ที่นี่ดูสะอาดดีนะคะ”
“อืม”
ผมพยักหน้าขณะที่สายตาของผมเหมือนถูกดึงดูดไปยัง ูเาลูกโตที่อยู่หลังเคาน์เตอร์นั้น
ผมนิ่งไปหนึ่งวินาทีสองวินาทีสามวินาที...
“...”
ใหญ่กว่าที่คิดแฮะ
ผมรีบละสายตากลับมาแทบจะทันที ก่อนจะทำเป็มองไปรอบร้านต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่ดูเหมือนจะช้าไป
“ท่านเรนคะ”
เสียงของลิเลียดังขึ้นจากด้านข้าง
“หืม?”
ผมหันกลับไปด้วยสีหน้าบริสุทธิ์ที่สุดเท่าที่จะทำได้ลิเลียกำลังมองผมด้วยดวงตาที่หรี่ลงเล็กน้อย
“เมื่อครู่นี้ท่านมองอะไรอยู่คะ?”
“ูเา ไม่สิบรรยากาศของร้าน”
“เหรอคะ?แต่ในเมืองน่าจะไม่เห็นูเานะ”
“ใช่แต่ชั้นมองเห็นแน่นอน”
“ดิฉันเห็นว่าท่านมองอยู่หลังเคาน์เตอร์นะคะ”
ผมกระแอมเบาๆ ก่อนจะเบือนหน้าหนี
“แค่สำรวจสถานที่”
“ค่ะ”
น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความไม่เชื่อผมจึงรีบเดินไปข้างหน้า
“เอาเถอะ ไปดูห้องกันก่อนดีกว่า”
“ยังไม่ได้ถามเื่ห้องพักเลยนะคะ”
“...จริงด้วย”
ผมหยุดเดินหญิงสาวหลังเคาน์เตอร์ที่กำลังจัดแก้วอยู่เงยหน้าขึ้นมามองพวกเรา ก่อนจะยิ้มเล็กน้อย
“ถ้ากำลังมองหาที่พัก ที่นี่ก็มีห้องว่างอยู่ค่ะ”
“อ้อ”
ผมหันกลับไปเื่ที่พักปล่อยลิเลียจัดการไปส่วนผมนั้นมีสิ่งที่สำคัญกว่าอยู่ อีเวนต์แรกของเมือง... ผมมองไปรอบร้านอีกครั้งสถานที่ธรรมดาพนักงานธรรมดาสายตายังคงถูกดึงดูดไปทีู่เาไม่ๆ ลูกค้าธรรมดาบรรยากาศธรรมดาแต่ในโลกแบบนี้...สถานที่ธรรมดาที่สุดบางครั้งก็อาจซ่อนอะไรบางอย่างเอาไว้ก็ได้….
ผมหรี่ตาลงเล็กน้อย ก่อนสายตาจะเหลือบไปเห็นบางอย่างใครบางคนกำลังยืนอยู่ตรงทางขึ้นชั้นสอง
ผมหยุดทันทีคนนั้นยืนพิงกำแพงอยู่เงียบ ๆ
ไม่สิถ้ามองแวบแรกอาจคิดว่าเขาแค่ยืนพักอยู่ธรรมดา แต่ถ้าสังเกตดี ๆ แล้ว—ท่ายืนของเขา...
ช่างมีเอกลักษณ์เหลือเกินแผ่นหลังแนบไปกับกำแพง น้ำหนักทั้งหมดลงอยู่บนขาข้างเดียว ส่วนขาอีกข้างยกขึ้นมางอจนเกือบตั้งฉากกับกำแพงแขนข้างหนึ่งกอดอกอีกข้างยกขึ้นแตะคางใบหน้าก้มลงเล็กน้อยราวกับกำลังครุ่นคิดถึงเื่บางอย่างที่ไม่มีใครบนโลกเข้าใจได้
ผมนิ่งไป...นี่มันดวงตาของผมค่อย ๆ เบิกกว้าง
ท่ายืนในตำนาน!
ท่าที่ไม่ว่าจะเป็ตัวละครลึกลับ นักฆ่า นักดาบ จอมเวท หรือชายผู้กุมความลับของโลก—ถ้ามีใครยืนอยู่ในท่านี้...
คนคนนั้นต้องมีอะไรบางอย่างแน่นอน!
ผมแทบจะลืมหายใจ ในที่สุด!หลังจากเดินทางมาสามวัน!หลังจากเจอแต่ตัวประกอบมาตลอดทาง!ในที่สุดอีเวนต์ที่ผมรอคอยก็มาถึง! และยังเปิดตัวด้วยท่ายืนระดับตำนานอีก!ผมจ้องคนนั้นไม่วางตาเขายังคงยืนอยู่ที่เดิมไม่เห็นหน้าเพราะผ้าคลุมนั้นบังมิด ไม่ขยับไม่พูดไม่แม้แต่จะสนใจผู้คนรอบข้าง
สมบูรณ์แบบนี่แหละ! นี่มันต้องเป็ตัวละครสำคัญแน่นอน!
บางทีเขาอาจเป็—จอมเวทในตำนานที่ปลอมตัวมา? นักฆ่าที่กำลังรอเป้าหมาย? สมาชิกขององค์กรลับ? หรือไม่ก็...ผู้แข็งแกร่งที่กำลังซ่อนพลังของตัวเอง! ไม่สิเขาอาจจะเป็เด็กสาวลึกลับที่กำลังปลอมตัว
“บ้าเอ่ย อยากรู้อยากรู้เป็บ้าาา”
“ท่านเรน”
“ท่านเรนคะ?”
ผมไม่ได้ตอบ สายตายังคงจับจ้องคนๆนั้นอยู่ลิเลียหันไปมองตามสายตาผม เธอมองคนๆนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมามองผมด้วยสีหน้าสงสัย
“...มีอะไรหรือคะ?”
“เธอไม่เห็นเหรอ?”
“เห็นค่ะ”
“แล้วไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอ?”
ลิเลียขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะมองคนๆ นั้นอีกครั้ง
“รู้สึกว่าเขากำลังยืนขวางทางขึ้นชั้นสองอยู่ค่ะ”
“ไม่ใช่แบบนั้น!”
ผมเกือบเผลอะโออกมา
“”นี่มันไม่ใช่การยืนธรรมดา!""
คนธรรมดาที่ไหนจะยืนพิงกำแพงด้วยท่าทางเหมือนกำลังแบกความลับของโลกเอาไว้บนบ่าแบบนั้นกัน!
บางที...เขาอาจกำลังรอใครบางคนอยู่หรือกำลังเฝ้าระวังบางสิ่งหรือไม่ก็—
“ท่านเรนคะ”
“อะไร?”
“ดิฉันคิดว่าท่านกำลังคิดอะไรแปลก ๆ อีกแล้วค่ะ”
“...”
บ้าจริงไม่ต้องตบหน้าชั้นตลอดก็ได้นะลิเลียยยยผมจึงรีบทำสีหน้าจริงจังแล้วพยักหน้าเบา ๆ
“ลิเลีย”
“คะ?”
“อย่าประมาทคนๆนั้น”
ลิเลียหันกลับไปมองอีกครั้ง
“ทำไมคะ?”
“ดูท่ายืนของเขาสิ”
“...”
“นั่นไม่ใช่ท่ายืนของคนธรรมดา”
ลิเลียเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะถอนหายใจ
“ท่านเรนคะ”
“หืม?”
“เขาแค่คงเมื่อยขาค่ะ”
เป็ไปไม่ได้! ผมปฏิเสธคำพูดนั้นในใจทันทีถ้าเป็แค่การเมื่อยขาแล้วทำไมต้องเลือกท่าที่ดูเท่ขนาดนั้นด้วย?! ผมจ้องคนนั้นๆต่ออย่างไม่ลดละทันใดนั้นชายคนนั้นขยับ
ผมเบิกตากว้างทันที ในที่สุด! เขาค่อย ๆ ยกมือขึ้น... ก่อนจะ……ค่อยๆขยับฮูดคลุมหัวเล็กน้อยเสียงพึมพำเบา ๆ ดังที่ฟังไม่ออกพูดออกมา
จากนั้นเขาก็เปลี่ยนท่ายืนธรรมดาแล้วเดินขึ้นบันไดไป
“...”
“นั้นมันรหัสลับเขาต้องส่งให้ใครแน่ๆ”
แบบนี้สิลึกลับน่าสนใจ
“เอาเถอะ...”
ถึงจะน่าสนใจแค่ไหน แต่ตอนนี้สิ่งสำคัญกว่าคือที่พักอย่างน้อยก็ต้องมีที่นอนก่อนจะเริ่มออกสำรวจเมืองอย่างจริงจังเพราะยังไงอีเว้นต์แบบนี้มันต้องปรากฏอีกแน่ ผมหันกลับไปทางเคาน์เตอร์ ขณะที่ลิเลียกำลังพูดคุยเื่ห้องพักกับหญิงสาวเ้าของร้านอยู่พอดี
“ห้องที่ว่างอยู่เป็ห้องด้านในชั้นสองค่ะ มีห้องนอนสองห้อง แล้วก็มีห้องรับแขกตรงกลาง”
“ราคาเท่าไหร่คะ?”
“ถ้าพักสองคืนก็—”
ลิเลียเริ่มต่อรองรายละเอียดอย่างจริงจัง
ส่วนผม...ไม่ได้สนใจเลยสักนิดเพราะสายตายังคงเหลือบขึ้นไปยังบันไดเป็ระยะ
รหัสลับ...
ผมมั่นใจเมื่อกี้ต้องเป็รหัสลับแน่นอนการขยับฮูดแบบนั้น... เสียงพึมพำที่ฟังไม่ออก...แล้วหลังจากนั้นก็เดินขึ้นชั้นสองทันทีนี่มันพฤติกรรมของตัวละครลึกลับชัด ๆ! บางทีคนๆนั้นอาจกำลังส่งสัญญาณให้พรรคพวกที่อยู่ชั้นบนก็ได้หรือไม่ก็อาจกำลังรอรับคำสั่งจากองค์กรลับอะไรสักอย่างแค่คิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็สนุกแล้วววหัวใจเต้นแรงใช้ได้เลย
มันคือความตื่นเต้น
“ท่านเรนคะ”
“หืม?”
ผมหันกลับมา ลิเลียกำลังถือกุญแจสองดอกอยู่ในมือ
“เรียบร้อยแล้วค่ะ เป็ห้องที่มีห้องนอนสองห้องและห้องรับรองอยู่ตรงกลางค่ะ”
“อ้อ งั้นไปกันเถอะ”ฃ
“ค่ะ”
ผมเดินตามลิเลียขึ้นบันได แต่ก่อนจะถึงชั้นสอง ผมก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองไปทางที่ชายคนนั้นเดินหายไปไม่มีใครอยู่ตรงนั้นแล้ว
น่าสนใจจริง ๆ
“ท่านเรน”
“อะไร?”
“อย่าคิดจะไปแอบดูห้องของคนอื่นนะคะ”
“...”
ทำไมเธอถึงรู้ความคิดฉันทุกอย่างเลยฟะ?!หรือว่าเธอคือเอสเปอร์!!
“ฉันไม่ได้คิดแบบนั้นสักหน่อย”
“สีหน้าท่านบอกตรงกันข้ามค่ะ”
ผมเงียบไป ก่อนจะเดินต่ออย่างสง่างามราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นพร้อมกับลิเลียภายในห้องนั้นเป็ทางเดินขนาดพอดีสองคนซ้ายและขวาเป็ประตูห้องนอนและสุดทางเดินเป็ห้องที่ใช้รับแขนหรือส่วนที่สามารถนั่งพักได้เป็ที่พักที่ดีสุดๆแถบจะไม่เคยเห็นห้องที่มีสองห้องนอนเลยในเมืองของผมผมเดินไปที่ โซนนั่งเล่น ผมหันเก้าอี้ให้ตรงกับทางเดินและนั่งลงพลางยกมือขึ้นแตะคางขณะที่ลิเลียกำลังจัดการของต่างๆ
“ถ้าเขาเป็ตัวละครสำคัญจริง ๆ เดี๋ยวก็ต้องมีเหตุการณ์ให้เราเจอกันอีกเอง”
“ยังไม่เลิกสงสัยอีกหรอค่ะ”
“ไม่มีทาง”
“แล้วถ้าไม่ใช่ล่ะคะ?”
“ก็แปลว่าเขาเป็ตัวประกอบ ตัวประกอบที่มีคลาสมากๆ”
“ค่ะ ถ้าท่านพูดว่าจะมีเื่อันตรายเกิดขึ้นดิฉันคงเชื่อไปแล้ว…แต่เอาแต่พูดแปลกๆ”
“...”
“พูดแปลก ๆ?”
เธอพับเสื้อผ้าที่เอาออกมาจากกระเป๋าชุดหนึ่งแล้ววางลงบนพื้นตรงทางเดินอย่างเป็ระเบียบแล้วมองขึ้นตรงมาที่ผม
“ั้แ่เข้ามาในเมือง ท่านก็เอาแต่พูดเื่อีเวนต์ ตัวละครลับ ตัวประกอบ แล้วก็ท่ายืนของคนแปลกหน้า”
“มันสำคัญนะ แต่ไม่เป็ไร”
ผมยกมือขึ้นแตะคาง พลางจ้องไปยังทางเดินตรงหน้าด้วยสายตาจริงจัง
“เพราะคนธรรมดาจะมองไม่เห็นหรอก”
“มีเพียงคนที่ผ่านประสบการณ์มามากมายเท่านั้นที่จะมองเห็นความผิดปกติเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ในชีวิตประจำวัน”
“ท่านเรนคะ”
“หืม?”
“อย่าพูดเหมือนตัวเองเป็นักสืบเลยค่ะ”
บางที่ลิเลียก็ตบมุกแรงไปหน่อยนะแทงใจดำนิดๆผมจึงหันหน้าหนีเล็กน้อย ก่อนจะพึมพำ
“ก็แค่รู้สึกว่าคนๆนั้นน่าสงสัยจริง ๆ”
“ถ้าสงสัยขนาดนั้น ทำไมไม่เดินไปถามเขาตรง ๆ ล่ะคะ?”
“หา?”
“ถามตรง ๆ?”
“ค่ะ”
“แบบว่า... สวัสดีครับ คุณเป็สมาชิกองค์กรลับที่กำลังทำภารกิจอะไรอยู่หรือเปล่าครับ? แบบนั้นเหรอ?”
ลิเลียมองผมด้วยสายตาว่างเปล่า
“...”
“ท่านเรนคะ”
“อะไร?”
“บางครั้งดิฉันก็สงสัยจริง ๆ ว่าท่านคิดอะไรอยู่”
ลิเลียถอนหายใจอีกครั้ง ก่อนจะกลับไปจัดของต่อส่วนผมก็หันกลับมานั่งที่เก้าอี้ตามเดิมผมกอดอกพลางมองทางเดินตรงหน้า
ตัวละครลึกลับ...
ถ้าเป็นิยายทั่วไป ปกติหลังจากตัวเอกเจอตัวละครที่ดูมีปริศนาแบบนี้ จะต้องมีเหตุการณ์อะไรบางอย่างเกิดขึ้นไม่ช้าก็เร็วอาจจะเป็การพบกันโดยบังเอิญ อาจจะมีคนตามล่า อาจจะเกิดการต่อสู้ หรือไม่ก็….
ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูดังขึ้นผมชะงักลิเลียเองก็หยุดมือเช่นกัน ทั้งห้องเงียบลงในทันทีผมค่อย ๆ หันไปมองประตูหัวใจที่กำลังเต้นเป็จังหวะปกติเมื่อครู่เริ่มเต้นแรงขึ้นอย่างช้า ๆ
ผมหันกลับไปมองลิเลียในเวลาเดียวกันนั้นเอง ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัวนี่แหละ... ผมค่อย ๆ ลุกขึ้นจากเก้าอี้ ก่อนจะหยุดตัวเองเอาไว้
ไม่สิ... ถ้าเป็เหตุการณ์สำคัญจริง ๆ การเปิดประตูธรรมดา ๆ มันจะไปเท่ได้ยังไง?ผมจึงค่อย ๆ นั่งลงอีกครั้งจากนั้นจึงจัดท่าทางของตัวเองใหม่ เป็รูปร่างชายนั่งตัวงอ เท้าคางด้วยมือขวา และวางศอกไว้บนเข่าซ้าย ปล่อยให้เส้นผมบดบังดวงตา
สมบูรณ์แบบนี่คือท่านั่งของชายผู้กำลังครุ่นคิดถึงความลับบางอย่างของโลก [The Thinker]สายลมในจินตนาการพัดผ่านเส้นผมของผมอย่างช้า ๆแสงอาทิตย์ยามบ่ายส่องเข้ามาทางหน้าต่างตกกระทบใบหน้าเพียงครึ่งเดียว ถ้ามีเพลงประกอบอีกสักหน่อย...ฉากนี้ก็สมบูรณ์แบบแล้ว
♪ ตึง... ตึง... ตึง... ♪
“...”
“ท่านเรน?หรือว่าเสียงนั้นมัน…”
“หึ...”
แน่นอนอยู่แล้วนี่คือโชคชะตาแม้แต่โลกเองก็ยังรู้ว่าฉากนี้ต้องมีเพลงประกอบ! เครื่องเล่นแผ่นเสียงจากดันเจียนระดับไนท์ของที่ผมเคยใช้เปิดเพลงตอนจัดการพวกโจรเมื่อครั้งก่อนมันดังขึ้นมา แต่สิ่งที่น่าสงสัยคือ...ผมจำได้ชัดเจนว่าผมไม่ได้เปิดมัน
ลิเลียยืนมองผมอยู่หลายวินาที
ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง ผมนิ่งลิเลียหยุดนิ่ง เสียงเพลงยังคงดังต่อเนื่อง ผมค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นดวงตาที่ถูกเส้นผมบดบังเมื่อครู่เผยออกมาเล็กน้อยผมหันไปมองลิเลีย
“ลิเลีย”
“คะ?”
ผมชี้ไปที่ประตู
“เปิดเลย”
ลิเลียถอนหายใจ
“ค่ะๆ”
ลิเลียเดินไปที่ประตูด้วยสีหน้าเหนื่อยใจ ก่อนจะเอื้อมมือไปจับลูกบิดส่วนผม...ค่อย ๆ กลับไปนั่งบนเก้าอี้อีกครั้งจัดท่า The Thinker ตามเดิมและรอคอยว่า...สิ่งที่อยู่หลังประตูนั้น จะเป็อีเวนต์หลักของลูเมเรียจริง ๆ หรือเปล่า
ลิเลียเปิดประตูออกจนสุด ก่อนจะชะโงกหน้าออกไปมอง
“...”
เธอนิ่งไปครู่หนึ่ง
“มีอะไรให้ช่วยหรือคะ?”
“...”
ผมขมวดคิ้ว
ไม่มีบทพูด?หรือว่าเป็การเปิดตัวแบบเงียบ ๆ?
ผมค่อย ๆ ยืดตัวขึ้นเล็กน้อย แต่ยังรักษาท่านั่งเอาไว้ลิเลียยังคงยืนอยู่ตรงประตู
“คุณเ้าของร้าน?”
หญิงสาวเ้าของที่พักยืนอยู่หน้าห้องพร้อมถาดไม้เล็ก ๆ ในมือ และลิเลียก็หันหน้ามามองผมและยิ้มเหมือนเยาะเย้ยผมอยู่ยกมือปิดปากเหมือนพยายามอั้นขำสุดใจ
“ขอโทษที่รบกวนอีกครั้งนะคะ”
“มีอะไรหรือคะ?”
“พอดีเมื่อครู่นี้ดิฉันลืมแจ้งอีกเื่หนึ่งค่ะ”
ผมที่นั่งอยู่ด้านหลังลิเลียเบิกตาขึ้นเล็กน้อย อีกเื่หนึ่ง? นี่มันต้องเป็ข้อมูลสำคัญแน่ ๆ บางทีอาจเกี่ยวข้องกับชายลึกลับคนนั้น!
“ห้องน้ำจะอยู่บริเวณชั้นล่างนะคะ เป็ห้องน้ำส่วนกลาง สามารถใช้ได้ตลอดเวลาค่ะ”
“อ้อ”
ลิเลียพยักหน้า
“แล้วก็...”
หญิงสาวยกนิ้วขึ้นเล็กน้อย
“ห้องอาบน้ำจะมีค่าใช้บริการแยกต่างหากนะคะ”
ผมที่กำลังนั่งอย่างเท่ ๆ ชะงักไปทันที
“หืม?”
“ห้องอาบน้ำค่ะ”
ลิเลียยํ้าคำพูดของคุณเ้าของ
“ต้องจ่ายแยกเหรอ?”
“ค่ะ คิดเป็รายครั้ง”
ผมหันไปมองลิเลียลิเลียเองก็มองกลับมา พร้อมรอยยิ้มที่ไม่น่าอภิรมย์สุดใจเลย
“ดิฉันกำลังจะบอกท่านเื่นี้อยู่พอดีค่ะ พอดีชั้นเห็นในป้ายด้านล่างแล้วค่ะ ขอบคุณมากค่ะที่มาบอกด้วยตัวเองแบบนี้”
“ถ้างั้นไม่มีอะไรแล้วค่ะ ขอโทษที่รบกวน เชิญตามสบายค่ะ”
ลิเลียเธอกำลังจะปิดประตู แต่ผมกลับนึกอะไรขึ้นมาได้
“เดี๋ยวก่อน”
“คะ?”
ผมมองเธอด้วยสีหน้าจริงจัง
“ชั้นสองมีแขกอีกคนใช่ไหม?”
“แขก?”
“คนที่ยืนอยู่ตรงบันไดเมื่อกี้”
หญิงสาวทำหน้าครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนจะตอบ
“อ้อ...คนคนนั้นน่ะหรอคะ?”
นั่นไง!
“แขกที่มาพักค่ะ เธอพักอยู่ห้องด้านในสุดค่ะ”
“...”
“มีอะไรหรือป่าวคะ”
“เอ่อป่าวค่ะขอบคุณมากค่ะ”
“งั้นฉันไปก่อนนะคะ”
หญิงสาวเ้าของร้านยิ้มอีกครั้งก่อนจะปิดประตู
ปึก
ความเงียบกลับเข้ามาในห้องผมค่อย ๆ เอนตัวกลับไปพิงเก้าอี้
“...ถ้ายืนแบบนั้นแต่เป็ผู้หญิง?!…นี้มัน…”
ลิเลียมองผม ผมมองไปทางประตูด้วยสายตาจริงจัง ผมยิ้มเล็กน้อย เอาเถอะ...ถ้าเธอเป็ตัวละครสำคัญจริง ๆเดี๋ยวเหตุการณ์ก็จะลากเรากลับมาเจอกันเองนั่นแหละ
“ลิเลียเราออกไปเดินเล่นกันก่อนมันจะมืดเถอะ! ชั้นว่ามันต้องมีเื่สนุกๆเกิดขึ้นในคืนนี้แน่ ถ้าโชดดีชั้นอาจจะเจออะไรบ้างก็ได้”
บนชั้นหนึ่งของโรงแรม
หญิงสาวเ้าของร้านกำลังยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ เธอก้มหน้าจัดเรียงกุญแจอย่างเป็ระเบียบ แต่สีหน้ากลับไม่ได้ผ่อนคลายเหมือนทุกครั้งดวงตาสีแดงของเธอเหลือบมองไปยังบันไดเป็ระยะ
เรน...ชื่อของชายหนุ่มที่เพิ่งเข้าพักเมื่อครู่นี้ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวั้แ่เขาเข้ามาในร้าน...เธอก็รู้สึกแปลก ๆไม่ใช่เพราะอุปกรณ์เวทมนตร์ที่เขาพกติดตัวแต่เป็เพราะ...
สายตาของเขา เขามองทุกอย่างมองทางเดินมองลูกค้ามองบันไดมองแม้กระทั่งตัวเธอและที่น่ากังวลที่สุดคือ—เขามองเธอด้วยสายตาเหมือนกำลัง ตรวจสอบอะไรบางอย่าง หญิงสาวกำมือแน่นใต้เคาน์เตอร์
“...หรือว่าเขารู้แล้ว?”
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอพยายามลบตัวตนของตัวเอง ชีวิตของเธอไม่เคยมีคำว่า "ปกติ" จนกระทั่งวันหนึ่งเธอได้หนีจากเื่ราวก่อนหน้าทั้งหมด เธอจึงเลือกหนีมาไกลถึงลูเมเรีย เปลี่ยนชื่อ ตัดขาดจากอดีต และเปิดที่พักเล็ก ๆ แห่งนี้เธอเพียง้าใช้ชีวิตธรรมดาตื่นขึ้นมาเปิดร้าน ดูแลแขกหาเงินเลี้ยงตัวเองแล้วใช้ชีวิตไปเรื่อย ๆ เธอไม่อยากหวนคิดถึงมันอีกเพราะทันทีที่คิดถึง...มือของเธอก็จะนึกถึงความรู้สึกของมีดที่เคยจับขึ้นมาเองโดยไม่รู้ตัว
แต่ทำไม... เธอถึงต้องมาเจอเขาด้วย?หญิงสาวเหลือบมองไปยังบันไดอีกครั้งชายหนุ่มคนนั้น...ั้แ่เข้ามาในร้าน เขาเอาแต่จ้องเธอแถมยังถามถึงแขกคนอื่นและเมื่อครู่...เขายังถามถึงคนสวมผ้าคลุมอีกด้วย เขากำลังสืบอะไรบางอย่าง?
“...”
หญิงสาวสูดหายใจเข้าช้า ๆ หรือเขาจะเป็คนขององค์กร?
หรือบางที...เขามาที่นี้เพื่อจับตาดูเธอหญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองชั้นสองด้วยสายตาระแวดระวัง
“ถ้าอย่างนั้น...”
มือของเธอค่อย ๆ เลื่อนไปแตะใต้เคาน์เตอร์ตรงนั้นมีมีดสั้นเล่มหนึ่งซ่อนอยู่ ถ้าเขาเป็คนของพวกนั้นจริง... เธอจะไม่ยอมให้ตัวเองถูกจับเป็ครั้งที่สอง
แต่แล้ว—เสียงฝีเท้าดังมาจากชั้นบนหญิงสาวรีบปล่อยมือจากมีดทันที เรนกับลิเลียเดินลงบันไดมา
“ลิเลีย เร็วหน่อย!”
“ค่ะ ๆ ดิฉันกำลังลงไปแล้วค่ะ”
เรนเดินมาถึงชั้นล่างด้วยสีหน้าร่าเริงก่อนจะหันไปมองหญิงสาวหลังเคาน์เตอร์สายตาของทั้งสองสบกัน
“...”
หญิงสาวนิ่งเรนยิ้ม
[เธอรู้แน่ ๆ ว่าผมกำลังจับตาดูเธออยู่ ]
หญิงสาวคิด
ในขณะที่เรนกำลังคิดว่า
[ูเาลูกนั้นใหญ่จริงๆ เอ่ยไม่สิ ข้างนอกจะมีอีเวนต์อะไรให้เล่นบ้างนะ?]
“ถ้าอย่างนั้นพวกเราออกไปก่อนนะครับ!”
เรนยกมือขึ้นโบกให้เธอ ก่อนจะเดินออกจากประตูไปพร้อมลิเลียอย่างอารมณ์ดี
กิ๊ง~
กระดิ่งเหนือประตูดังขึ้นหญิงสาวมองตามแผ่นหลังของเขาจนประตูปิดลง
“...”
“เขารู้จริง ๆ สินะ...”
ส่วนอีกด้านหนึ่งของถนน
“ลิเลีย!”
“คะ?”
“ฉันรู้สึกแล้ว!”
“รู้สึกอะไรคะ?”
“ขนมร้านนี้อร่อยเป็บ้าเลยยยย”
“ไหนว่าจะออกมาหาอะไรสักอย่างไม่ใช่หรอคะ”
“เอาน่าเดี่ยวมันก็มาเองล่ะ ว่าแต่ร้านนั้นก็น่ากินน๊าา”
และในขณะที่ผมกำลังเดินเล่นอย่างมีความสุขโดยไม่รู้อะไรเลย...ก็เหมือนว่าจะมีสิ่งที่ผมเรียกว่าอีเว้นต์กำลังจะเริ่มต้นขึ้น