สำนักเวิ่นซินจัดงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จให้เหยียนเช่อที่บรรลุขั้นแก่นพลังทองคำได้สำเร็จ สองผู้าุโอย่างจิ้งเฉินหยวนจวินและผู้าุโกุยไม่ได้เข้าร่วมด้วย หลังจากมอบของขวัญแสดงความยินดีเสร็จก็ปลีกตัวจากไปทันที เพื่อไม่ให้เหล่าลูกศิษย์รู้สึกเกร็งเวลาพวกเขาอยู่ด้วย
ทั้งสองไม่ได้เหินกระบี่ แต่กลับเดินทอดน่องไปตามเส้นทางเล็ก ๆ ท่ามกลางขุนเขา
ผู้าุโกุยฟังเสียงโห่ร้องยินดีของบรรดาศิษย์บนยอดเขาแล้วก็อดหัวเราะไม่ได้ "เ้าเด็กพวกนี้เข้ากันได้ดีทีเดียว แต่ไข่ที่เซิ่งซีโยนออกมาตอนสุดท้ายมันคือไข่อะไรกันแน่? ทำไมข้าถึงมองไม่ออก?"
"ไข่เฟิ่งหวง" จิ้งเฉินหยวนจวินตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
ผู้าุโกุยใ "เ้ายังมีไข่เฟิ่งหวงเหลืออยู่อีกรึ?"
ก่อนหน้านี้ขนหางเฟิ่งหวงในมือลวี่เสี่ยงก็มาจากจิ้งเฉินหยวนจวิน หลังจากลวี่เสี่ยงหลอมเป็อาภรณ์ิญญาแล้วก็มอบให้เซิ่งซี
ตอนนี้ผู้าุโกุยจึงทึกทักเอาเองว่าไข่เฟิ่งหวงใบนั้นจิ้งเฉินหยวนจวินก็คงเป็คนมอบให้เช่นกัน
"ข้าไม่ได้ให้" จิ้งเฉินหยวนจวินกล่าว
ผู้าุโกุยตกตะลึง "เผ่าพันธุ์เฟิ่งหวงสูญพันธุ์ไปตั้งนานแล้วไม่ใช่รึ? แล้วนางไปหาไข่เฟิ่งหวงมาจากไหน?"
เขาจำได้แม่นว่าไข่ใบนั้นมีพลังิญญาเปี่ยมล้น ไม่เหมือนเปลือกไข่เปล่าที่เก่าเก็บมานับสิบล้านปีเลยสักนิด
จิ้งเฉินหยวนจวินไม่ได้ตอบข้อสงสัยของผู้าุโกุย เพียงแต่เผยยิ้มออกมาบาง ๆ "เด็กคนนี้มีวาสนาหนุนนำ วันหน้าคงมีเื่น่าสนุกให้ดูอีกเยอะ"
...
บนยอดเขาว่านฝู ยวนเซี่ยนและคนอื่น ๆ ต่างมอบของขวัญให้เหยียนเช่อ เซิ่งซีเองก็ไม่ข้อยกเว้น นางส่งโคลนเหม็นสุดรักสุดหวงให้เหยียนเช่อ
"ศิษย์พี่สามเ้าคะ แม้หน้าตามันจะดูน่าเกลียดไปนิด แต่นี่คือศาสตราวิเศษชิ้นแรกที่ข้าหลอมขึ้นมาเองกับมือ มีคุณค่าทางจิตใจมากเลยนะเ้าคะ"
เหยียนเช่อรู้สึกซาบซึ้งใจเล็กน้อย ศิษย์น้องเล็กที่เป็เพียงขั้นรวบรวมปราณ กลับยังมีน้ำใจมอบของขวัญให้เขาที่เป็ขั้นแก่นพลังทองคำ เขาจึงสะบัดมือหยิบยันต์ปึกใหญ่ออกมาส่งให้เซิ่งซี "ศิษย์น้อง ยันต์ระดับสูงพวกนี้เ้าเอาไปแปะเล่นเถอะนะ ถ้าไม่พอค่อยมาบอกศิษย์พี่ เดี๋ยวศิษย์พี่เขียนให้ใหม่"
เซียวหลีลั่วมองตามด้วยความอิจฉา "ศิษย์พี่สาม ข้าก็อยากได้ยันต์พรางตาบ้างเหมือนกัน"
"แผ่นละหนึ่งหมื่นศิลาิญญาระดับสูง จะเอาสักกี่แผ่นดีล่ะ?" เหยียนเช่อถาม
เซียวหลีลั่ว "..." ช่างเถอะ เขามันไม่คู่ควร
ในจังหวะที่ไม่มีใครสังเกต เซิ่งซีแอบยัดยันต์พรางตาในมือให้เซียวหลีลั่ว เซียวหลีลั่วดีใจมากกำลังจะอ้าปากขอบคุณ แต่ถูกเซิ่งซีเอามือปิดปากไว้ แล้วส่งสัญญาณให้เขารีบเก็บไป อย่าให้ศิษย์พี่สามเห็น
เหยียนเช่อไม่ได้สังเกตเห็นการกระทำเล็ก ๆ น้อย ๆ ของทั้งสอง เพราะเขากำลังขอร้องเวินเจ๋อิเพื่อขอยกเว้นการสอบ "ศิษย์พี่รองขอรับ ข้าเพิ่งจะบรรลุขั้นแก่นพลังทองคำ จำเป็ต้องใช้เวลาสักพักเพื่อทำให้ระดับพลังมั่นคง การสอบประจำเดือนรอบนี้ ข้าขอไม่เข้าร่วมได้หรือไม่?"
แม้จะเป็คำขอที่ดูสมเหตุสมผล แต่พูดยังไม่ทันจบเสียงของเหยียนเช่อก็เบาลงเรื่อย ๆ ด้วยความรู้สึกผิด
เวินเจ๋อิส่งขวดโอสถเสริมรากฐานให้เขาพลางพยักหน้าเล็กน้อย "ได้สิ เ้าตั้งใจทำให้ระดับพลังมั่นคงเถอะ"
คาดไม่ถึงว่าศิษย์พี่รองจะตกปากรับคำง่ายขนาดนี้ เหยียนเช่อเริ่มได้ใจ "ข้าว่าการสร้างแก่นพลังครั้งนี้มันยากมากจริง ๆ เวลาเดือนเดียวคงไม่พอทำรากฐานให้มั่นคงหรอกขอรับ อาจจะต้องใช้เวลาสักหลายปี..."
เวินเจ๋อิยิ้มแย้มอย่างอบอุ่นราวกับลมในฤดูใบไม้ผลิ "พอดีเลย ข้าเพิ่งวิจัยโอสถตัวใหม่ที่ช่วยทำให้รากฐานมั่นคงได้ ถ้าเ้ารู้สึกว่าระดับพลังไม่มั่นคงจริง ๆ เช่นนั้นมาลองใช้ตอนนี้เลยดีหรือไม่?"
เหยียนเช่อสูดหายใจเข้าลึกด้วยความสยอง รีบมุดไปหลบหลังลวี่เสี่ยงทันที "เดือนเดียวก็พอแล้วขอรับ! ไม่ต้องใช้โอสถหรอก!"
เวินเจ๋อิพยักหน้าอย่างพึงพอใจในตัวศิษย์น้องที่ว่านอนสอนง่าย ก่อนจะหันไปมองคนอื่น ๆ ด้วยสายตาห่วงใย "พรุ่งนี้จะถึงกำหนดการสอบประจำเดือน พวกเ้าเตรียมตัวกันไปถึงไหนแล้ว?"
เซิ่งซีถึงกับงุนงง "ไม่ใช่เพิ่งสอบไปหรือเ้าคะ? เหตุใดต้องสอบอีกแล้ว?"
"จากตอนนั้นก็ผ่านมาหนึ่งเดือนแล้ว" เวินเจ๋อิเตือนความจำอย่างใจดี
เซียวหลีลั่วมองมือตัวเองเงียบ ๆ "ข้าเพิ่งจะเปลี่ยนจากหมีกลับมาเป็คนเองนะ..."
ลวี่เสี่ยงก็หน้าเบ้ "ข้าไม่อยากกลายเป็หมาเป็แมวนะขอรับ"
เซิ่งซีกลับแอบอยากเห็นพวกเขาเปลี่ยนเป็หมาเป็แมวอยู่เหมือนกัน ใครบ้างจะไม่ชอบสัตว์ขนฟู?
นางไม่ได้พูดอะไรออกมา ตั้งใจว่าเดี๋ยวจะแอบหนีออกจากประตูสำนักเหมือนคราวที่แล้วเพื่อโดดสอบ
ทว่าราวกับอ่านใจนางออก เวินเจ๋อิบอกเซิ่งซีด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลว่า "ศิษย์น้องเล็ก การสอบครั้งนี้เ้าห้ามขาดนะ ข้าได้โรยพิษไว้ที่ประตูสำนักแล้ว ก่อนการสอบจะสิ้นสุดลง พิษนั้นจะไม่สลายไป"
เซิ่งซี "..." ศิษย์พี่รองเ้าคะ ท่านก็ดูอบอุ่นดี แต่เหตุใดจึงพูดจาได้เืเย็นเช่นนี้?
"ท่านไม่กลัวโดนลูกหลงหรือเ้าคะ?" เซิ่งซีถาม
เวินเจ๋อิตอบอย่างไม่ยี่หระ "ไม่ถึงตายหรอก"
ลวี่เสี่ยงเสริมอย่างหวาดผวา "อย่างมากก็แค่อยู่ไม่สู้ตายเท่านั้นเอง"
"พรุ่งนี้ยามเฉิน เริ่มสอบที่ยอดเขาชิงกู่ ขอให้ศิษย์น้องทั้งหลายอย่ามาสายนะ" เวินเจ๋อิประกาศคำขาดสุดท้าย ก่อนจะเหยียบเมฆมงคลเจ็ดสีจากไป
เซียวหลีลั่วและลวี่เสี่ยงรีบกลับไปเร่งบำเพ็ญเพียร ส่วนเหยียนเช่อที่ต้องทำรากฐานให้มั่นคงก็กลับเข้าห้องตัวเองไป
ตอนปีนขึ้นเมฆสีทอง ขาของเซิ่งซีถึงกับสั่นพั่บ ๆ นางนั่งเหม่อลอยอยู่บนนั้น อดไม่ได้ที่จะจินตนาการว่าพรุ่งนี้จะถูกศิษย์พี่รองจับไปทดลองโอสถตัวใหม่ตัวไหน
ทันใดนั้น นางก็พบว่ายวนเซี่ยนตามนางมาด้วย "ศิษย์พี่ใหญ่ ท่านตามข้ามาทำไมหรือเ้าคะ?"
ยวนเซี่ยนปรายตามองยอดเขาใต้เท้าของทั้งคู่ด้วยแววตายากจะอธิบาย… มันคือยอดเขาอันเต้า
เซิ่งซีบังคับเมฆสีทองบินผิดทาง นางรีบหันหัวเมฆมุ่งหน้าไปยังยอดเขาปลาเค็มทันที
ยวนเซี่ยนเรียกนางไว้กะทันหัน "อยากให้ข้าช่วยซ้อมกระบี่ให้หรือไม่?"
เซิ่งซีไม่อยากซ้อมหรอก แต่พอคิดถึงตอนถูกจับไปทดลองโอสถแล้วมันน่ากลัวเกินไป สัญชาตญาณการเอาตัวรอดจึงชนะความเกียจคร้าน นางพยักหน้าตกลง
"ตามข้ามา" ยวนเซี่ยนพาเซิ่งซีไปยังูเาหลังสำนักที่เขาใช้ฝึกกระบี่
ที่นั่นถูกเจตจำนงกระบี่อันทรงพลังถางจนราบเรียบเป็หน้ากลอง รอบบริเวณมีค่ายกลติดตั้งไว้เพื่อป้องกันไม่ให้พลังจากการต่อสู้รั่วไหลออกไปข้างนอก
"ชักกระบี่" ยวนเซี่ยนสั่ง
เซิ่งซีชักกระบี่ออกมา เคล็ดวิชาชิงชางที่โคจรอยู่ในร่างเริ่มเร่งความเร็วขึ้น แม้นางจะไม่ได้ทำอะไร แต่บนคมกระบี่ก็เริ่มมีปราณกระบี่แผ่ออกมาจาง ๆ
"โจมตีข้าซะ" ยวนเซี่ยนสั่งต่อ
เซิ่งซีเหวี่ยงกระบี่ พลังิญญามหาศาลพุ่งเข้าหายวนเซี่ยน เมื่อเขาหลบได้ เซิ่งซีจึงรุกต่อ คราวนี้ยวนเซี่ยนชักกระบี่โต้กลับ
ทั้งคู่ประมือกัน เซิ่งซีที่อยู่เพียงขั้นรวบรวมปราณระดับสอง กลับสามารถสู้กับยวนเซี่ยนที่อยู่ขั้นแก่นพลังทองคำตอนปลายได้อย่างสูสี
ผ่านไปนับร้อยกระบวนท่า พลังิญญาในร่างเซิ่งซีเริ่มเหือดแห้ง นางเริ่มจะยันไว้ไม่ไหว จึงหยุดพักเพื่อกินโอสถฟื้นฟูิญญา และปรึกษากับยวนเซี่ยนด้วยความทุกข์ระทม "ศิษย์พี่ใหญ่ ท่านไม่ต้องออมมือให้ข้าขนาดนี้ก็ได้นะเ้าคะ ข้าไม่อยากสอบรั้งท้ายในวันพรุ่งนี้ ข้าไม่อยากไปทดลองโอสถให้ศิษย์พี่รอง"
ยวนเซี่ยนตอบด้วยสีหน้าจริงจัง "ข้าไม่ได้ออมมือ"
เซิ่งซีชะงัก
ยวนเซี่ยนเน้นย้ำด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "เ้าเก่งมาก"
เซิ่งซี "?"
ศิษย์พี่ใหญ่ผู้ขาดหัวใจไปส่วนหนึ่งไม่มีทางพูดโกหก แสดงว่านางเก่งขนาดนั้นจริง ๆ หรือเปนี่ย?
เซิ่งซีเชื่อสนิทใจ!
"งั้นพรุ่งนี้ข้าก็คงไม่ต้องถูกจับไปทดลองโอสถแล้วใช่หรือไม่เ้าคะ?" เซิ่งซีถามพลางตาเป็ประกาย
"ขอแค่รักษามาตรฐานเหมือนวันนี้ไว้ได้ ก็ไม่ต้อง" ยวนเซี่ยนบอก
งั้นจะซ้อมไปทำไมอีกล่ะ? ในเมื่อนางเก่งเทพขนาดนี้แล้ว!
เซิ่งซีเริ่มเหลิง นางขอบคุณยวนเซี่ยนแล้วกลับยอดเขาปลาเค็มอย่างมีความสุข เมื่อใช้พลังิญญาจนหมดเกลี้ยงนางก็เพลียสุด ๆ พอล้มตัวลงนอนก็หลับสนิททันที
วันต่อมา เซิ่งซีที่กำลังหลับปุ๋ยก็ถูกนกกระเรียนจิกจนตื่น นางหาวออกมาด้วยความง่วงงุน กอดคอนกกระเรียนแล้วพลิกตัวนอนต่อพลางพึมพำอู้อี้ "เ้านกน้อย ให้ข้านอนต่ออีกหน่อยเถอะ"
นางแว่วเสียงคนพูดคำว่า 'สอบ' ดังมาจากข้างนอก แต่เซิ่งซีก็ไม่ได้สนใจ กลับหลับต่ออย่างสบายใจ
นางเก่งระดับที่ศิษย์พี่ใหญ่รับรองเชียวนะ ไม่มีทางถูกจับไปทดลองโอสถแน่นอน ไม่มีความจำเป็ต้องกังวลใด ๆ !
จนกระทั่งประตูห้องถูกถีบโครมจนเปิดออก เซียวหลีลั่วะโลั่น "ศิษย์น้องเล็กหนีเร็ว! เ้าสอบได้ที่โหล่ ศิษย์พี่รองกำลังจะมาจับเ้าไปทดลองโอสถแล้ว!"
เซิ่งซีสะดุ้งตัวเด้งขึ้นมาเหมือนปลาติดเบ็ด แต่สติยังไม่ทันมาครบ เซียวหลีลั่วก็แบกนางขึ้นบ่าแล้ววิ่งพรวดออกไป "หนีเร็ว ศิษย์พี่สี่ขวางศิษย์พี่รองไว้ได้ไม่นานหรอก!"
เซิ่งซีถูกแบกวิ่งจนตัวจะหลุดเป็ชิ้น ๆ "ข้ายังไม่ได้สอบเลยนะเ้าคะ?"
"เ้ามาสาย ศิษย์พี่รองเลยตัดสินว่าเ้าโดดสอบ และให้คะแนนรั้งท้ายทันทีเลยไงล่ะ!"
เซิ่งซี "!!!"
แบบนี้ก็ได้หรือ???