หลังโจวเฉินจากไป เงาร่างสามสายค่อย ๆ ไล่หลังตามติดไม่ห่าง แต่ดูเหมือนคนกลุ่มนี้จะไม่ใช่พวกเดียวกัน แค่อาจมีเป้าหมายที่คล้ายกันเท่านั้น
ด้านโจวเฉินที่ถูกติดตามก็ไม่ได้ง่าย เขาสังเกตเห็นแต่แรกแล้วว่ามีคนกำลังตามมาห่าง ๆ
แต่ด้วยความที่ต้องรีบไป จึงไม่ได้ชะลอความเร็วเพื่อจัดการกับพวกมัน
หืม คนที่อยู่ท้ายสุดคือใครกันนะ ถ้าให้เดาจะต้องเป็คนของหลานซิงที่ถูกส่งมาเอาไข่ที่ข้าประมูลได้กลับไปเป็แน่
ถึงแม้ในตอนนี้โจวเฉินพอจะคาดเดาที่มา และััฐานพลังสูงล้ำของอีกฝ่ายได้ แต่แววตาของเขาไม่ได้เผยให้เห็นความหวาดกลัวเลย
มีเพียงรอยยิ้มขี้เล่น กับอารมณ์ขำขันเท่านั้นที่หลงเหลืออยู่บนใบหน้าอันหล่อเหลา
ความจริงเขายังหาโอกาสไปจัดการกับอีกฝ่ายไม่ได้ แต่ในเมื่อศัตรูกล้าส่งตนเองมาถึงที่เช่นนี้ แล้วเหตุใดเขาจะไม่ทำให้พวกมันได้สมหวังกันล่ะ
หลังใช้เวลาเดินทางกว่าพักใหญ่ โจวเฉินจึงเลือกสถานที่ร้างผู้คนทันทีที่พ้นจากพื้นที่เขตชั้นใน
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ต่อจากนั้นไม่มีความจำเป็เลยที่จะต้องหันไปแจ้งอีกฝ่ายให้ทราบ
กลุ่มแรกที่ไล่หลังมาเร่งความเร็วขึ้น ราวกับรู้ความคิดเขาที่้าให้ปรากฏตัว
ในชั่วลมหายใจเงาสองสามพุ่งพรวดพราด เข้าปิดกั้นเส้นทางอย่างรวดเร็ว โดยหนึ่งในนั้นยืนขวางทางอยู่ด้านหน้า
ส่วนอีกคนที่เหลือเข้ามาป้องกันไม่ให้เขาถอยไปจากด้านหลัง ปล่อยให้โจวเฉินที่อยู่ตรงกลางไร้ซึ่งหนทางหลบหนี เพื่อบีบให้เขายอมจำนนอย่างว่าง่าย
“ยอมแพ้ซะ รีบหักแขนตัวเองแล้วกลับไปกับเรา”
หนึ่งในชายที่สวมชุดศิษย์นิกายกำเนิดดาวส่งเสียงอย่างเย่อหยิ่ง อีกคนที่เหลือก็แสดงสีหน้าหยิ่งยะโสไม่ต่างกัน
เพราะในความคิดของพวกเขา ผู้ฝึกฝนรวบรวมพลังขั้นแรกอย่างโจวเฉินเป็เพียงแค่มดเท่านั้น
การที่ให้ศิษย์นิกายกำเนิดดาวผู้สูงส่งในระดับรวบรวมพลังขั้นเก้า มาดูแลอีกฝ่ายเช่นนี้พร้อมกันถึงสองคน นี่ไม่เท่ากับใช้พยัคฆ์ล้มมดหรอกหรือ
ยิ่งนึกถึงเื่นี้ ทั้งสองคนก็ยิ่งรู้สึกไม่มีความสุขอย่างอธิบายไม่ถูก
“คุณชายหวังสั่งให้เ้ากลับไปยอมรับความผิดพลาด รีบจัดการตัวเองเสียอย่าได้ชักช้า”
“ฮ่า ๆ” โจวเฉินะเิเสียงหัวเราะดังลั่น ก่อนจะมุ่งหน้าตรงเข้าหาหนึ่งในนั้น พร้อมกับเปิดปากอีกว่า “เป็ศิษย์นิกายใหญ่ก็ดีอยู่แล้ว ทำไมต้องอยากเป็สุนัขของผู้อื่นด้วย ถ้าเช่นนั้นข้าจะให้เ้าได้ตายอย่างสุนัข”
“อะไร” ใบหน้าศิษย์นิกายกำเนิดดาวที่ถูกเล็งเป้า แปรเปลี่ยนเป็ซีดเผือด แววตาสั่นไหวเผยให้เห็นความกลัวจากภาพตรงหน้า
ในฐานะที่เขามีฐานการบ่มเพาะที่สูงกว่าอีกฝ่ายมาก แทบเป็ไปไม่ได้เลยที่จะมองตามการเคลื่อนไหวไม่ทัน
หากแต่ฉากที่กำลังเกิดขึ้นบ่งบอกว่านี่คือความจริง มดที่เขาไม่แม้แต่จะมองเป็ศัตรูรวดเร็วปานนี้ได้อย่างไร
ทว่าก่อนจะได้รับคำตอบ ร่างที่สั่นกระพริบแล้วเข้ามาปรากฏต่อหน้าต่อตา พลันปล่อยการโจมตีเสร็จสิ้นแล้ว
โดยฉับพลัน ร่างศิษย์นิกายกำเนิดดาวคนดังกล่าว ได้ถูกแสงกระบี่แยกส่วนล้มลงอย่างง่ายดาย
ไม่เพียงเท่านั้น โจวเฉินที่ฉวยโอกาสจัดการกับคนแรกแล้วเสร็จ ใช้การเคลื่อนไหวะโม้วนหลังแล้วกระพริบร่างกลับ
ในพริบตาต่อมา ศิษย์นิกายกำเนิดดาวที่เหลือก็ถูกเข้าประชิดโดยตรง
ศีรษะที่มีแววตายังคงเปี่ยมไปด้วยความใในฉากที่เกิดขึ้น ทันใดนั้นปรากฏเป็ประกายกระบี่วาดผ่าน
แม้แต่การตอบสนองหลบเลี่ยงหรือจะป้องกันก็ยังไม่มีอะไรทันการณ์ จนกระทั่งถูกส่งไปสู่ความตาย ทั้งคู่ยังไม่รู้ตัวเลยเสียด้วยซ้ำ
หากมีคนนอกมองจากระยะไกล เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะกลายเป็เพียงภาพเงาพุ่งไปมาเท่านั้น แล้วศิษย์นิกายกำเนิดดาวทั้งสองก็ถูกสังหาร
ท่าร่างก้าวแสงมรณะ ะเิความเร็วได้เยี่ยมเหมือนเคย ขนาดพลังห่างกันตั้งแปดขั้นยังมองตามไม่ทัน
โจวเฉินยังคงนึกถึงวิธีการเคลื่อนไหวเมื่อครู่เงียบ ๆ พร้อมรอให้ผู้ไล่ตามคนสุดท้ายปรากฏตัว และในที่สุดก็เป็ไปตามนั้น
“ยอดเยี่ยม เป็การเคลื่อนไหวที่ร้ายกาจไม่เบา”
ในมุมหนึ่งเกิดเสียงปรบมือเบา ๆ ราวกับ้าชมเชย นี่คือชายวัยกลางคนร่างใหญ่ที่มีใบหน้าดูเหมือนเป็มิตร
ทว่าการเดินแต่ละก้าวที่แผ่แรงกดดันเข้ามาอย่างมหาศาล ส่งผลให้ความรู้สึกเป็มิตรในตอนแรกสิ้นสลายไปทันที
จากแรงผลักดันฐานพลังสูงกว่าวงล้อิญญาอีกงั้นเหรอ สงสัยเ้านั่นคง้าไข่ใบนั้นจริง ๆ
“หนุ่มน้อย ส่งของที่เ้าได้จากการประมูลนั่นมาอย่างเชื่อฟัง แล้วข้าจะยอมละเว้นชีวิตเ้าให้ก็ได้” ชายวัยกลางคนแปลกหน้าหยุดครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อ
“เห็นแก่ที่เ้ามีพร์ ทำไมไม่มาติดตามนายน้อยของข้าหลานซิงดูล่ะ”
“เป็เ้านั่นจริง ๆ สินะ” โจวเฉินไม่ได้ใส่ใจคำพูดของคนตรงหน้าเลย เมื่อได้ยินอีกฝ่ายสารภาพตัวตนออกมาเอง เหตุผลที่้าพูดคุยจึงถูกตัดขาด
“คนตระกูลหลานใช่ไหม งั้นเ้าก็ไปตายได้”
ชายวัยกลางคนจากตระกูลหลานที่ได้ยินเสียงพึมพำพวกนั้น ก็อยากจะส่งเสียงหัวเราะออกมาดัง ๆ ในความไม่รู้ของหนุ่มน้อยขนดกตรงหน้านี้
นี่อีกฝ่ายไม่รู้ถึงความต่างชั้นด้านพลังเลยหรืออย่างไร ฐานพลังฝึกฝนของเขามิใช่แค่ระดับวงล้อิญญาที่สูงกว่าหนึ่งขั้นใหญ่
แต่ระยะห่างระหว่างสองฝ่ายนั้นเหนือขึ้นไปอีกขั้น ต่อให้เขายืนอยู่เฉย ๆ ฝ่ายตรงข้ามก็อาจไม่สามารถทะลวงผ่านพลังป้องกันของเขาได้เสียด้วยซ้ำ
ไม่รู้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้ไปเอาความมั่นใจมาจากไหน คิดจะส่งเขาไปตายงั้นเหรอ ฟังแล้วอยากจะหัวเราะให้ฟันร่วง
ความรู้สึกในเวลานี้ เหมือนกับว่าอยู่ ๆ ก็มีเด็กน้อยอายุไม่เกินสองขวบคลานเข้ามาหา แล้วชูมือเล็ก ๆ ะโว่าจะฆ่าเขาอย่างไรอย่างนั้น
“ฮ่า ๆ เ้าคงกลัวจนเสียสติไปแล้วแน่ ๆ แต่ไม่เป็ไรอย่างน้อยก็...”
ยังไม่ทันที่ชายวัยกลางคนจะกล่าวจบ คลื่นความน่าสะพรึงเบื้องหน้าทำให้เขาถึงกลับตาเบิกกว้าง ั์ตาสั่นไหวเต็มไปด้วยหลากหลายอารมณ์
มีความกลัว ความใและไม่อยากจะเชื่อขั้นสุด พรั่งพรูขึ้นมาพร้อม ๆ กันในชั่วพริบตาเดียว
ฉากที่เกิดขึ้นเป็ภาพคลื่นอันน่าหวาดหวั่นบางอย่าง แผ่กระจายออกจากใต้เท้าของโจวเฉิน ขยายรัศมีเข้าครอบงำทุก ๆ สิ่งรอบตัวของเขา
ในจังหวะนั้น ชายวัยกลางคนที่ตกสู่รัศมีดังกล่าวเข้ากลืนกิน พลันร่างกายแยกออกเป็เสี่ยง ๆ กลายเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย ราวกับกระจกที่ถูกทุบจนแตกกระจาย
นี่คือวิธีการสังหารโดยอีกฝ่ายไม่มีเวลาต่อต้าน หรือต่อให้มีโอกาสใหม่อีกครั้ง แต่หากยังอยู่ในรัศมีคลื่นดังกล่าว สิ่งเดียวที่รออยู่นั่นคือจุดจบ
อย่าแค้นกันเลยนะที่ต้องใช้วิธีนี้ ถ้าไม่ใช้เขตแดนทำลายล้าง การสู้ด้วยฐานพลังปกติคงทำอะไรเ้าไม่ได้แม้แต่จะแค่ััตัว แล้วก็นะอีกอย่างข้าไม่มีเวลาเล่นกับเ้าด้วย
โจวเฉินถอนหายใจยาว ความรู้สึกราวพละกำลังถูกสูบออกไปอย่างมหาศาล จนรู้สึกอยากนอนพักฟื้นฟูจิตใจยังไงยังงั้น
เพราะครั้งนี้เขาใช้งานหนึ่งในพลังความเข้าใจที่ติดตัวมาจาก่เวลาที่แล้ว นั่นคือเจตนาการทำลายล้าง อีกทั้งนี่ยังเป็พลังอีกขั้นหนึ่งที่เรียกว่าเขตแดน
และแม้ว่านี่จะเป็่สั้น ๆ เพียงเปิดเผยแวบเดียวแล้วเก็บกลับมา แต่ผลที่ตามมายังกระทบไปถึงที่อื่น ๆ นอกจากที่นี่อีกด้วย
โจวเฉินที่ทราบดีจึงเร่งจากไป หลังจัดการกับถุงเก็บของที่เป็ของศพเ่าั้
อีกด้านหนึ่ง
ไกลออกไปจากตำแหน่งที่เพิ่งเกิดการปะทะมาก ภายในเขตชั้นบนพื้นที่ตั้งตระกูลใหญ่แห่งหนึ่งของเมืองจันทร์เงิน
ชายชราท่าทีสูงส่งนั่งในท่าขัดสมาธิ พลันเปิดตามุ่งการมองเห็นไปยังทิศทางหนึ่ง ด้วยหัวใจบีบแน่นแสดงให้เห็นความรู้สึกสั่นกลัวผ่านแววตา
“พลังแห่งเจตนา ผู้แข็งแกร่งท่านใดมาเยือนเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้กันนะ”
ตัวตนที่เป็ดั่งบรรพบุรุษของตระกูลผู้นี้ ไม่กล้าแม้แต่จะออกไปตรวจสอบ ร่างผอมแห้งยังคงตัวสั่นอยู่ในส่วนลึกภายในตระกูล
ไม่เพียงเท่านั้น ในเวลาเดียวกันหลายสถานที่ของเมืองจันทร์เงินก็มิได้ต่างกัน ผู้แข็งแกร่งในแต่ละขุมพลังััได้ถึงความรู้สึกนี้
แม้จะเพียงพริบตาเดียว แต่มันทำให้พวกเขาไม่มีทางลืมเลือนไปได้เลย
อีกทั้งยังมีผู้ฝึกพลังที่แข็งแกร่งหลายคนที่อยากรู้อยากเห็น พวกเขาต่างพากันลอยตัวขึ้นไปบนที่สูง พร้อมหันหน้าไปยังทิศทางหนึ่งกันอย่างพร้อมเพรียง
และนี่จึงกลายเป็บรรยากาศแปลก ๆ ที่เกิดขึ้นในเมืองแห่งนี้ ไม่ว่าลูกหลานในตระกูล หรือศิษย์ในสำนักก็พากันแตกตื่นไปตาม ๆ กัน
หลายคนไม่เข้าใจว่า เหตุใดเหล่าผู้เฒ่าที่ปกติมักจะไม่ออกมาแสดงตัว ในยามนี้กลับขึ้นไปบนหลังคาแล้วขมวดคิ้วมองไปในทางเดียวกัน
“ท่านบรรพบุรุษเกิดอะไรขึ้น”
บนเรือนไม้หลังหนึ่งในตระกูลน่าหลัน สตรีชุดเหลืองตั้งคำถามด้วยน้ำเสียงเคารพ กับผู้าุโของนางที่มีท่าทีที่แปลกไป
ผู้เฒ่าที่ถูกเรียกว่าบรรพบุรุษทอดสายตายาวไปทางด้านหนึ่งชั่วขณะ ก่อนจะละความสนใจกลับมาที่หลานสาว
“มีผู้แข็งแกร่งที่เข้าใจพลังแห่งเจตนามาเยือนเมืองนี้ ไม่รู้ว่าจะนำพาเื่ร้ายหรือดีเข้ามา”
“เจตนาดาบใช่หรือไม่ ท่านบรรพบุรุษ” น้ำเสียงของนางเปี่ยมไปด้วยความสงสัย ด้วยความรู้ที่มีอย่างจำกัด นางจึงนึกถึงแต่เพียงเจตนาดาบเท่านั้น
ผู้เฒ่าคนดังกล่าวส่ายหน้า “ไม่ใช่”
“หรือจะเป็เจตนากระบี่”
“ยังไม่ถูก” ผู้เฒ่าเผยรอยยิ้มเล็กน้อย แต่ก็ยังไม่บอกความจริงกับหลานสาวโดยตรง