หลังจากที่เดินออกมาจากร้านผ้าพร้อมกับเงินจำนวนไม่น้อยในมือ อวี้เสวียนยังรู้สึกราวกับตนกำลังฝันไป
นางถือถุงผ้าสีซีดที่บรรจุเหรียญเงินแ่าไว้ในมือ นิ้วเรียวลูบคลำผ่านเนื้อผ้าหยาบเบา ๆ คล้าย้ายืนยันความจริงว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้หาใช่ความฝัน เงินทั้งหมดในถุงนั้นมีกว่าแปดสิบเหรียญเงิน เป็รายได้ครั้งแรกที่นางได้มาจากสองมือของตนเองอย่างแท้จริงในโลกใบใหม่นี้
แสงอาทิตย์ยามสายส่องผ่านชายคาบ้านเรือนเก่าแก่ อวี้เสวียนเงยหน้ารับแสงนั้น ดวงตาสุกสกาวเปี่ยมด้วยแรงใจ
"ท่านพี่เซียวเฉิน... ท่านว่าเงินพวกนี้ เพียงพอจะซื้อเกวียนสักคันได้หรือไม่เ้าคะ?" นางหันไปถามสามีที่เดินอยู่ข้าง ๆ น้ำเสียงแฝงความคาดหวังจนปิดไม่มิด
เซียวเฉินหันมามอง ดวงตาคมกริบจ้องใบหน้าเปื้อนยิ้มของภรรยา "เ้าคิดจะซื้อเกวียน?"
อวี้เสวียนพยักหน้ารัว รอยยิ้มเต็มริมฝีปาก "เ้าค่ะ เพราะทุกครั้งที่เราจะเข้าเมืองก็ต้องพึ่งเกวียนรับส่งจากชาวบ้าน หรือไม่ก็เดินเท้าตั้งไกล ไหนจะต้องระวังฝนตก แดดกล้า หรือแม้แต่ผ้าที่ข้าอุตส่าห์ย้อมมา หากเปียกน้ำคงเสียหายหมด"
นางทำท่าทางปวดใจอย่างโอเวอร์เล็กน้อย พร้อมยกมือกุมอกอย่างจริงจัง
"คราวหน้า ข้าอยากขนผ้าเข้าเมืองให้มากกว่านี้ หรืออาจจะหาซื้อของมาทำอย่างอื่นอีกด้วย หากมีเกวียนสักคัน เราจะไม่ต้องเหนื่อยขนาดนี้อีกแล้ว ท่านว่าจริงหรือไม่เ้าคะ?"
เซียวเฉินมองนางนิ่ง ๆ ครู่หนึ่ง ก่อนจะหลุดหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำแต่แฝงความอบอุ่นอย่างยากจะหาได้จากเขาในยามปกติ
"หึ เงินที่เ้ามี ซื้อเกวียนดี ๆ ได้ตั้งสามคันด้วยซ้ำ"
ดวงตาของอวี้เสวียนเบิกกว้างทันใด นางเผลอกุมแขนสามีแน่นด้วยความตื่นเต้น "จริงหรือเ้าคะ!? เช่นนั้นเรารีบไปดูเกวียนกันเถอะเ้าค่ะ!"
เซียวเฉินถอนใจเบา ๆ แม้จะยังสงสัยในความเปลี่ยนไปของหญิงตรงหน้า แต่เมื่อเห็นแววตามุ่งมั่นและรอยยิ้มจากใจ เขาก็ไม่อาจเอ่ยปฏิเสธได้เลย
ย่านท้ายเมืองใน่บ่ายเต็มไปด้วยเสียงโหวกเหวกของพ่อค้าแม่ขาย กลิ่นฝุ่นและกลิ่นม้าคละคลุ้งในอากาศ แดดจัดแผดเผาถนนดินจนเกิดไอร้อนลอยขึ้นเป็ระลอก
บริเวณตลาดค้าม้าและเกวียนมีผู้คนสัญจรพลุกพล่าน บ้างลากเกวียนมาทดลอง บ้างยืนต่อรองราคากันเสียงดัง อวี้เสวียนเดินจูงมือเซียวเฉินเข้าไปอย่างกระตือรือร้น สายตาเต็มไปด้วยความใคร่รู้
"เ้ามองหาเกวียนแบบใดหรือขอรับ?" ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งในชุดผ้าป่านเปื้อนฝุ่นเดินเข้ามาทัก เสียงของเขาแหบพร่าแต่แฝงความเป็มิตร
อวี้เสวียนยิ้มอย่างสดใส "ข้า้าเกวียนที่แข็งแรง ทนแดดฝน ล้อใหญ่ จะได้ไม่ติดหล่ม และต้องมีหลังคาคลุมด้วยนะเ้าคะ เพราะข้าจะขนผ้าเข้าเมืองบ่อย"
ชายผู้นั้นพยักหน้า เข้าใจความ้าของนางในทันที ก่อนจะผายมือเชิญทั้งสองเดินตามไปยังด้านหลังโรงเกวียน ที่นั่นมีเกวียนหลายคันจอดเรียงราย บ้างเก่าทรุดโทรม บ้างใหม่เอี่ยมส่งกลิ่นไม้สด
“คันนี้ล้อใหญ่ ทนทาน ทำจากไม้สนผสมไม้โอ๊ค หลังคาแข็งแรง ฝนตกหนักยังไม่ซึมเข้าแน่ ข้าทำเองกับมือเลยนะขอรับ” ชายผู้นั้นพูดพลางลูบล้อเกวียนอย่างภาคภูมิใจ
อวี้เสวียนเดินเข้าไปลูบพื้นไม้ ผิวััเรียบเนียนแข็งแรง สีหน้าเปี่ยมความพึงพอใจ
เซียวเฉินเองก็ก้มตรวจสอบใต้ท้องเกวียน ลูบดูโครงสร้างและรอยต่ออย่างจริงจัง ก่อนจะลุกขึ้นพยักหน้าเบา ๆ ให้ภรรยา
"คันนี้เท่าไหร่หรือเ้าคะ?" อวี้เสวียนเอ่ยถาม
"สามสิบห้าเหรียญเงินขอรับ แต่หากซื้อเลยวันนี้ ข้าจะแถมผ้าใบคลุมฝนกับเชือกผูกให้ด้วย"
อวี้เสวียนหันไปมองเซียวเฉิน แววตาเปล่งประกายคล้ายเด็กน้อยที่อยากได้ของเล่น นางไม่ได้พูดอะไร เพียงสบตาเขาเงียบ ๆ
เซียวเฉินพยักหน้าอนุญาตเงียบ ๆ แววตาอบอุ่นน้อย ๆ วูบผ่าน
หัวใจของอวี้เสวียนเต้นระรัว ราวกับได้รับการยอมรับอีกขั้นหนึ่งจากเขา
“ตกลงเ้าค่ะ ข้าขอซื้อคันนี้!”
เมื่อจ่ายเงินเรียบร้อย คนขายก็ช่วยผูกเกวียนเข้ากับวัวสีน้ำตาลขาวตัวใหญ่ที่ดูแข็งแรงนัก ก่อนจะอธิบายวิธีใช้เกวียนอย่างละเอียด ทั้งวิธีจับบังเหียน วิธีเบรค วิธีห้ามวัวไม่ให้ตื่นใ
จากนั้นทั้งสองก็ใช้เกวียนคันใหม่ไปซื้อของใช้ในเมืองเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็เกลือ ข้าวสาร ผ้าฝ้ายดิบ สมุนไพรพื้นบ้าน และของจิปาถะมากมายจนเต็มเกวียน
อวี้เสวียนยิ้มอย่างภาคภูมิเมื่อเห็นสิ่งของถูกวางเรียงอย่างเป็ระเบียบในเกวียนของตน นางลูบผ้าใบที่คลุมผ้าอย่างเบามือ คล้ายััความสำเร็จในรูปธรรมครั้งแรกในชีวิตใหม่นี้
จนเมื่อเวลาล่วงเข้าสู่เย็นย่ำ ท้องฟ้าเริ่มแปรเปลี่ยนเป็สีทองอมส้ม ลมเย็นโชยเอื่อย อวี้เสวียนก็หันไปบอกเซียวเฉินด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"ท่านพี่เซียวเฉินเ้าคะ วันนี้เราได้ของครบแล้ว กลับก่อนจะค่ำดีกว่าเ้าค่ะ"
เซียวเฉินไม่เอ่ยปฏิเสธ เขาปีนขึ้นเกวียนนั่งบังคับวัวตามปกติ ส่วนอวี้เสวียนก้าวขึ้นไปนั่งเคียงข้าง รอยยิ้มยังไม่คลายจากใบหน้า
ล้อเกวียนกลิ้งไปตามถนนดินผ่านไร่นาเขียวขจี ลมเย็นระลอกหนึ่งพัดโชยผ่านพาให้ผ้าใบคลุมหลังเกวียนกระพือเบา ๆ
อวี้เสวียนเอนหลังพิงเบาะไม้ มองทิวทัศน์สองข้างทางที่เคลื่อนผ่านไปอย่างเนิบช้า นางไม่คิดมาก่อนเลยว่า เพียงไม่กี่วันหลังจากทะลุมิติมาในร่างหญิงสาวยากจนไร้ใครเหลียวแล ชีวิตจะเปลี่ยนไปได้มากถึงเพียงนี้
จากคนไร้ค่า เดินเท้าเปล่าผ่านป่า วันนี้มีเกวียนของตัวเอง มีสามีที่เริ่มยอมรับนาง และมีความหวังใหม่ ๆ ก่อตัวในใจ
“ข้าดีใจที่ได้มาอยู่ที่นี่ แม้มันจะไม่ใช่บ้านเดิมของข้า…” นางเอ่ยเสียงแ่ แต่แฝงความหนักแน่น
เซียวเฉินหันมามองนางเล็กน้อย แววตานิ่งสงบ คล้ายกำลังพินิจความเปลี่ยนแปลงของนางด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก
"ข้าก็เริ่มดีใจ... ที่เ้ากลายเป็แบบนี้" เขาตอบเบา ๆ
เพียงคำนั้นสั้น ๆ
แต่กลับทำให้อวี้เสวียนยิ้มออกมาอย่างมีความสุขที่สุดในรอบหลายวัน...