ขณะด้านจี้จิ่งเทียน มันเริ่มทนไม่ไหวอีกต่อไป “ลองทดสอบ เ้าขอทานตัวเหม็นหน่อย ก็จะรู้ ใครเป็คนฆ่า ไท่เฟิง”
ป้าซือ ลอบกลืนน้ำลายลงคอดัง อึก! รีบผงกศีรษะรับอย่างเร็ว “แล้วเราจะทำอย่างไรดี คุณชาย…?”
จี้จิ่งเทียน จู่ๆ ปรากฏประกายความคิดชั่วร้ายขึ้นมาวูบหนึ่ง เขาเปิดปากคำรามเสียงกร้าวขึ้นมา…ท่ามกลางเบาะรองนั่งฝึกฝน อันดับ7ของเขา
ให้ศิษย์คนอื่นๆ ฝึกฝน ลอบเปิดดวงตาคู่คม ปรายตามองทันที
“ข้าจะมอบเม็ดยาฝึกฝนพื้นฐาน หนึ่งเม็ด ‘ใครอยากได้’ โปรดแสดงตัวตน ออกมา”
ขณะยิ้มมีเลศนัยให้กัน หากว่ายเปียว ‘ซ่อนตัว’ ภายในห้องไม่ออกมา ก็เป็ไปได้ อีกฝ่ายจะมีพิรุธ ปิดบังอะไรพวกเขาไว้
ขณะเสียงเปิดบานประตูเลื่อน กากๆ ดังขึ้นไม่ขาดจากภายในเรือนพัก
ตอนนี้คงไม่มีใคร ไม่อยากได้เม็ดยาฝึกฝนพื้นฐาน ที่จะใช้ทะลวงพลัง แม้จะแค่หนึ่งเม็ดยาก็ตาม
ว่ายเปียวบ่นพึมพำกับตนเอง ที่คลี่ยิ้มทอประกาย ปนความทะเล้นในแววตาคู่คม ก่อนเสี้ยวหนึ่งจะเก็บสายตาคู่ กลับนั้นลงไป
“เล่นกันแบบนี้ เลยหรือ?” ครั้นเขา ไม่ออกไปคงจะผิดสังเกต แน่ “เล่นตามเกมอีกฝ่าย ไปก่อนแล้วกัน”
เสียงบานประตู ว่ายเปียวที่เปิดออกมาด้วย หน้าตาขอทาน กระหาย อยากได้เม็ดยาฝึกฝนพื้นฐาน
ดวงตาพวกจี้จิ่งเทียน พลันหรี่เป็มุมโค้ง ในทิศทางเดียวกันที่มองไปยังห้องว่ายเปียว ราวกับฝูงสุนัขหมาป่า เห็นเหยื่อ เผยตัวออกมา
พวกเขารีบพ่นวาจาอย่างนักเลง คุมซอยออกมาทันที
“เ้ามาเป็เป้าให้ ป้าซือ ใกล้่ทะลวงขั้น ขยายขอบเขตเส้นลมปราณ ซ้อมหน่อย แล้วข้าจะมอบขวดขาว ใส่เม็ดยาฝึกฝนพื้นฐาน ให้เ้า”
คนอื่นได้ยินเสียงประกาศก้อง พวกเขาก้าวเท้าถอยหลังแทบจะในทันที เมื่อเผยสายตาล่อกแล่ก ไม่ยินดีที่จะเสี่ยงเช่นนี้
เหลือแต่ว่ายเปียว มัวครุ่นคิด ขยับฝีเท้าไม่ทัน
เขา ยกนิ้วชี้หน้าตนเอง แววตาเลิ่กลั่ก น้อยๆ “เรียกข้าหรือ คุณชาย จี้จิ่งเทียน?”
“อืมๆ ถูกต้อง”
ซึ่งไม่ต่างจาก ป้าซือ หากว่ายเปียวมีพลังฆ่าสังหารไท่เฟิงได้ เขาเองก็จะไม่แย่เอาหรือ
ขณะจี้จิ่งเทียน แค่นเสียง หึ! ดังขึ้นอีกประโยคขึ้นมา อย่างไม่สบอารมณ์คนของเขา “เ้าป้าซือ รีบขึ้นไปบนสนามประลอง เร็ว การประลองนี้ อาจทำให้เ้าทะลวงขั้นได้เชียว”
เมื่อขยิบตาให้อีกฝ่าย แล้วเปลี่ยนเสียงเป็พูดคุย ดี กับว่ายเปียว “เ้าหนู เ้านั่นแหละ แล้วข้าจะมอบขวดขาวใส่เม็ดยาฝึกฝนพื้นฐานให้เ้า หรือเ้าไม่สนใจมัน?”
ว่ายเปียว ทำหน้าโง่งม แต่ก็แสร้งฉายประกาย ลิงโลด ความอยากได้ขึ้นมา “คุณชาย คงจะไม่คืนคำหรอกกระมัง ที่จะมอบเม็ดยา ให้ข้า…”
เมื่อจี้จิ่งเทียน ยืนยันพยักหน้า รับ
ว่ายเปียว รีบขึ้นไปให้ ป้าซืออัด ซ้อมเป็กระสอบทรายทันใด
ศิษย์พี่สายนอก มีอันดับยังหดหรี่ดวงตามอง อยากจะรู้เื่จริงหรือเปล่า ที่ว่ายเปียวสังหารไท่เฟิง อยู่เหมือนกัน
แต่ไม่ใช่พวกอันดับต้นๆ พวกเขาปิดขั้นพลัง ไม่คิดปรายตามองเสียด้วยซ้ำ
จี้จิ่งเทียน พลางถามคำถาม ที่ทุกคนอยากรู้ เมื่อเห็นว่ายเปียว ขึ้นไปบนสนามประลอง ทำท่าทางลนลาน กลัวๆ กล้าๆ
“เ้าได้เจอไท่เฟิง ในป่าท้ายสำนักหรือเปล่า?”
ว่ายเปียว ตอบหน้าซีดเซียว ดูใอย่างสมจริง “ไม่เจอขอรับ คุณชาย หากไท่เฟิง เข้าป่าท้ายสำนักด้วย”
“ข้าเอง รู้ข่าว คงต้องเร่งรีบ ออกจากป่า มาแล้ว คุณชายเองก็รู้ พวกเรามีความสัมพันธ์ ไม่ค่อยสู้ดีนัก”
จี้จิ่งเทียนได้ยินก็ขมวดคิ้ว ก่อนพยักหน้าให้ ป้าซือจัดการว่ายเปียว วูม! ชายหนุ่มเผยความประหม่า เจือไว้ด้วยความกังวล ะเิพลัง ปะทุสภาวะขอบเขตก่อกำเนิด ระดับ5 ให้อากาศรอบตัวสั่นไหว อย่างไม่เก็บออม
ทันใดเมื่อเข้าจู่โจมว่ายเปียว ชนิดไม่อาจประมาทได้
ปึง! แต่เสี้ยวพริบตาหมัดทรงพลัง เข้าหาว่ายเปียว
ฝ่ามือที่เกิดสภาพแรงดูด ประหลาดหมุนของขอทาน คล้ายว่าว่ายเปียว จะรับการโจมตีหมัด อัดแน่นทรงพลังของเขาได้ หนึ่งกระบวนท่า
ทำให้ป้าซือใ เล็กๆ ’ ยังหรอกน่า!’ พร้อมมันขบกรามน้อยๆ โจมตีด้วยความดุดันอย่างต่อเนื่อง
ส่วนกระบวนท่าที่เหลือ จะทำให้ว่ายเปียวถูกอัดหมอบกระแต หมัดที่พุ่งเข้ามา เขาแสร้งรับไม่ได้ จวนแทบสำรอก ของเก่ากลับออกมา
พร้อมป้าซือสบถน้อยๆ ในใจ เมื่อเริ่มมั่นใจ ‘ถุย เ้าขอทาน เกือบทำข้าใ แล้วไงที่รับกระบวนท่าหมัดแรกของข้าได้เชียว’
อัก! สุดท้ายว่ายเปียวก็ต้อง กอดขาอีกฝ่ายไว้ด้วยความน่าอดสู ผู้คนมองการประลอง ยังลอบส่ายหัว
เมื่อได้ยินเสียงกล่าว เยินยอ ฉอเลาะ ว่ายเปียว ที่ถนัด พ่นออกมาจากปากขอทานตัวน้อยเป็ไฟ ด้วยความน่าอดสูของเขา
“ข้าแพ้…แล้ว ข้าแพ้ให้ท่าน ป้าซือ ผู้เก่งกาจไร้ผู้ใดเทียมแล้ว โปรดยั้งเท้าด้วย!”
ว่ายเปียว รู้ดี ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาของเขาจะ ‘เฉิดฉาย’ พลางกอดขาอีกฝ่าย ส่งแรงเตะ ไว้แน่น
“ไอ้บ้านี่ มันรัดเท้า แรงชะมัด!” ขณะป้าซือพยายาม สลัดว่ายเปียวให้หลุดเท้า จนบางคนอดไม่ได้ลอบขำหยามเหยียด ขอทานว่ายเปียวขึ้นมา ฮ่าๆ
แต่ก็ต้องยอมรับว่าคำชมอีกฝ่ายทำให้ บางคนฟังเคลิ้มตัวลอยได้จริงๆ เชียว
ก่อนเสียงพูดคุยเริ่มดังขึ้น คล้ายจะไม่ได้สนใจคนบนลานประลอง “การตายตกของไท่เฟิง เกรงว่าจะเกี่ยวข้องกับสัตว์อสูร ท้ายสำนักแล้วล่ะ แบบนี้”
“อืมๆ เกรงว่าจะเป็เช่นนั้น นึกว่าจะได้เห็นอะไร สนุกๆ เสียแล้ว…อีก” เมื่อเห็นความอ่อนแอ ของว่ายเปียว เสียงที่พูดคุยก็ไปในทิศทางเดียวกันเป็เอกฉันท์
ซึ่งการตายตกศิษย์สายนอก สำนักมารบูรพาคนหนึ่ง ย่อมไม่เป็ที่สนใจอยู่แล้ว
ระหว่างทุกคนไม่ได้สนใจทิศทางว่ายเปียว ถูกป้าซือ เตะกระเด็น ออก จากสนามประลอง อัก! ตามความตั้งใจว่ายเปียว
อดไม่ได้ระหว่างหน้าซุกพื้นเปื้อนดิน ว่ายเปียวจะลอบฉีกยิ้มมุมปาก เล็กๆ ‘เท่านี้เขาก็จะกลายเป็เสือหุ้มหนังแกะ อย่างสมบูรณ์’
ป้าซือ คำราม ออกมาทันที เมื่อเรียกความมั่นใจตนเองกลับมา “ย่า! เ้ายังอ่อนหัดนัก ขอทานโง่งม”
ทว่าหากสู้จริงว่ายเปียวระดับ 3 ก็อาจจะยังไม่มีความมั่นใจ ต่อสู้ ชนะป้าซือในขั้นพลัง ขอบเขตที่5ตอนนี้ จริงๆ
ส่วนเื่การดูแคลน เหยียบย่ำ เป็เื่สบายมาก ที่ว่ายเปียว จะรับมันไว้
ขณะว่ายเปียว ไอ แค่กๆ รีบกล่าวเป็ขอทานขี้ตืด “ของรางวัลข้าล่ะ?” เมื่อปัดเนื้อปัดตัว ยืนขึ้นอย่างยากลำบาก
จี้จิ่งเทียน โยนขวดขาวใส่เม็ดยาฝึกฝนพื้นฐานให้ขอทาน แอบลอบยิ้ม มีเลศนัยเล็กๆ
แต่ไม่ใช่สำหรับว่ายเปียว ที่ขมวดคิ้วมุ่น เมื่อเปิดขวดยา ดู เขาจะเผยสายตาหรี่จนเล็กแคบ “คุณชาย จี้จิ่งเทียน นี่มันขวดขาวใส่ยาเปล่าไม่ใช่หรือ? ท่านโยนมาผิดหรือเปล่า”
เมื่อเทมันลงให้คนอื่นๆ เห็น ภายในไม่มีอะไรอยู่
ดวงตาจองหอง จี้จิ่งเทียน เผยความร้ายกาจออกมา ซึ่งเป็่เวลาสำคัญ ใกล้เลื่อนขั้นเป็ศิษย์สายใน เข้าไปทุกเสี้ยวขณะ
เขาจะมาเสียทรัพยากร ในการฝึกฝนไม่ได้ แม้แต่น้อย ที่กล่าวออกหาว่ายเปียว “ไม่ผิดหรอก ข้าก็บอกั้แ่ตอนประลองแล้ว ข้าจะมอบขวดขาวใส่เม็ดยาฝึกฝนพื้นฐานให้เ้า”
ว่ายเปียว ปากกระตุกน้อยๆ ‘ไอ้หมอนี่ เล่นแบบนี้เลยซินะ’ เขาเก็บความแค้น หลอกเขาไว้ในใจ “ก็หมายถึงว่า ขวดขาวเปล่า ซินะ?”
“ฮ่าๆ ถูกต้องแล้วไอ้เ้าขอทานโง่งม คนโง่ ย่อมเป็เหยื่อของคนฉลาด ที่ข้าบอกให้คือขวดยา เปล่า เท่านั้น รีบพาสังขาร ร่างสะบักสะบอม ของเ้ากลับหลุมไปได้แล้ว”
พวกศิษย์อันดับต้นๆ ยังส่ายหัว กับการกระทำของ คุณชายจี้จิ่งเทียนคนนี้
ไม่เว้นแม้แต่รั่วเฉินกวางที่เป็อันดับ3ของศิษย์สายนอก เขาเห็นการกระทำ เหล่านี้จากศิษย์สายนอก มาหลากหลาย เล่ห์เพทุบาย
แต่วิธีการเช่นนี้ เป็อะไรที่น่ารังเกียจ จริงๆ แต่ด้วยสถานะจี้จิ่งเทียน ที่มีพี่ เป็ ศิษย์พี่สายใน แม้แต่คนลำดับต้นๆ อย่างพวกเขา ยังต้องเกรงใจ เว้นที่เดินให้อีกฝ่าย
แต่ก็ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะ ทำกับว่ายเปียวถึงขนาดนี้ อดไม่ได้ถอนลมหายใจยาวออกมา เฮือกใหญ่
ว่ายเปียว รีบเดินคอตก เตรียมกลับเข้าที่พัก
แต่กระนั้น ว่ายเปียว ก็ทำให้พวกจี้จิ่งเทียน มั่นใจว่า ไท่เฟิง ได้ตายตก จากฝีมือสัตว์อสูรในป่าท้ายสำนักเป็ที่แน่นอน
ซึ่งเหตุการณ์ประลองนี้ เหมือนอยู่ในสายตาของ หลินเอ๋อร์ พึงกลับมาจากการทำงานอยู่ตลอด
นางจะมองว่ายเปียว เปลี่ยนไปนิดหนึ่ง ก่อนถามขอทานจะปิดประตูเข้าห้อง
เสียงเด็กหญิง ยืนพิงประตู พลันดังขึ้นที่ขวาง “เ้าเหมือน จะไม่ค่อย เสียใจเลยนะ ว่ายเปียว” ที่นางลอบหรี่ดวงตา
“มีเื่อะไร ให้ต้องเสียใจ เล่า หลินเอ๋อร์” เมื่อปิดประตูดัง ปัง! ลอบยิ้มในตอนท้าย
ปู้หาญซาน คนที่โดดเด่นที่สุดในกลุ่มยังส่ายหัว กับขอทานอย่างว่ายเปียว “ช่างคาดเดา ความคิด คนบ้ายาก จริงๆ ช่างเขาเถอะ!”
หลินเอ๋อร์ หันไปมองปู้หาญซาน ยังพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดนี้ เมื่อนางเข้าห้องตนเอง แอบบีบมือเข้าหากัน น้อยๆ คล้ายได้เรียนรู้ หากเป็นางถูกดูแคลนเช่นนี้ จะยังรับมันได้หรือเปล่า
ซึ่งก็จะมีคนบ้า ที่ไม่ยอมหักยอมงอ ยอมตายดีกว่า อดสูอยู่จริงๆ แต่หลักการของว่ายเปียว น่าจะใช้กับสามัญสำนึก ของคนปกติทั่วไปไม่ได้แล้ว