ตอนที่ 11 งานวิจัยกับการเพ้อฝันของ loser girl
หลังจากที่วางสายจากเติมไปฉันก็ฉันก็ได้มีเวลามาทบทวน่ชีวิตที่ผ่านมาของฉันอย่างจริงจังฉันเกิดและโตในชนบทของจังหวัดหนึ่งทางภาคอีสานที่แร้นแค้น คนทั่วไปอาจจะคิดว่าคนบ้านนอกนั้นใกล้ชิดกันมีความเป็กันเองแบบบ้านไม่มีรั้วกันแต่ฉันสามารถบอกได้เลยว่าในความกันเองของพวกเขามีหลายอย่างที่ทำให้ฉันรู้สึกว่าการใช้ชีวิตโดดเดี่ยวในเมืองใหญ่นั้นดีกว่าเล็กน้อย
ยกตัวอย่างให้เข้าใจง่ายป้าข้างบ้าน ทุกคนคงเคยมีสมรภูมิข้างบ้านกันมาบ้างไม่มากก็น้อยในการรบในสมรภูมิข้างบ้านนั้นข้อมูลถือเป็สิ่งสำคัญอย่างสุดซึ้ง เพราะหากหน่วยข่าวไม่ได้กรองของป้าข้างบ้านทราบข้อมูลบางอย่างแม้อาจจะเป็ความจริงเพียงเล็กน้อยหรืออาจจะไม่เป็ความจริงเลยแต่ป้าข้างบ้านก็จะจุติตัวเองเพื่อให้เป็ราวกับศิลปินนักเล่าเื่ชั้นหนึ่งพวกเขาสามารถหาถ้อยคำ มาเรียงร้อยต่อกันดังบทกวีที่มีท่วงทำนองจับจิตของผู้ฟัง เติมแต่งจากสิ่งที่รู้มาเพียงน้อยนิดให้สามารถกลายเื่ราวที่ตื่นเต้นเร้าใจและน่าติดตามราวกับละครหลังข่าวที่ทั้งป้าข้างบ้านและแม่ของคุณติดงอมแงม
ด้วยความสามารถในการเล่าของนักกวีชั้นหนึ่งที่รู้จักกันในนามป้าข้างบ้านนี้มันจะทำให้เื่ราวของเราจับใจผู้ฟังอย่างสุดซึ้งจนกลายเป็เื่เล่าประจำซอยที่มีผู้ฟังั้แ่ต้นซอยยันท้ายซอยและเมื่อผู้คนที่เจอเราซึ่งอาจเป็หนึ่งในตัวละครหลักของบทกวีชั้นหนึ่งจากป้าข้างบ้านพวกเขาจะมองเราแบบสนใจแต่จะไม่คุยกับเราและหันไปซุบซิบกับคนที่อยู่ตรงข้ามแทนมีแม้กระทั่งบางคนที่ยกมือชี้และสาธยายพร้อมกับแสดงออกทางสีหน้าอย่างออกรสออกชาติเมื่อการซุบซิบเรื่มขึ้น
นั่นคือความน่ากลัวของสมรภูมิข้างบ้านที่ท่านอาจจะประสบพบเจอมากับตัวเองแต่มันไม่เพียงแค่นั้นป้าข้างบ้านไม่ได้มีเพียงสกิลในการหาข้อมูลของพวกเราเพียงเท่านั้นแต่ถ้าหากป้าข้างบ้านได้รับทราบว่ามีบุคลในหน่วยของเธอที่ประสบความสำเร็จบางอย่างพวกเขาก็จะเริ่มเล่าความสำเร็จดังกล่าวให้เป็ตำนานที่มีผู้ฟังั้แ่ต้นซอยยันท้ายซอยอีกเช่นกัน
ตำนานที่เธอเล่ามักจะเกี่ยวข้องกับคนในหน่วยของเธอเองที่ประสบความสำเร็จยกตัวอย่างเช่นคนที่ถูกเรียกว่า สามีของป้าข้างบ้านเมื่อสามีของเธอได้รับการเลื่อนตำแหน่งหรือประสบกับความโชคดีทางธุรกิจการงาน คุณสามารถคาดเดาได้เลยว่าคุณจะเป็คนแรกที่ทราบเื่ดังกล่าวหากไม่นับคนในหน่วยของเธอเองทั้งนี้เนื่องจากสมรภูมิที่อยู่ติดกันทำให้มีการแข่งขันซึ่งกันและกันเธอจะเล่าเื่ความสำเร็จของคนในหน่วยของเธอราวกับเป็ความสำเร็จของกษัตริย์อาเธอร์ที่ดึงดาบออกจากหินและปกครองอังกฤษแน่นอนว่าเธอจะไม่ลืมบอกเกี่ยวกับเมอร์ลินอย่างเธอที่คอยอยู่เื้ัและช่วยเหลืออาเธอร์ในทุกโอกาส
สิ่งที่ฉันเจอมาส่วนหนึ่งก็คือตำนานของคนในหน่วยของเธอที่มีชื่อว่าลูกสาวดาวคณะของป้าข้างบ้านนี้เองแม้ว่าหน้าตาของลูกสาวดาวคณะของป้าข้างบ้านจะดูดีกว่าฉันแต่ฉันสามารถบอกได้เลยว่าหน้าตาของเธอนั้นยังห่างไกลจากคำว่าสวยและแน่นอนในเื่ของความสามารถแม้ว่าจะดีกว่าฉันแต่ก็ยังคงห่างไกลจากคำว่าเก่งอยู่มากโขแต่เชื่อเถอะไม่ว่าความจริงจะเป็เช่นใดป้าข้างบ้านก็จะเล่าเื่ของเธอราวกับตำนานปรัมปราและทำให้เธอเป็ดั่งนางอัปสร์ที่ลงมาจุติบนโลกมนุษย์และดีพร้อมไปเสียทุกอย่างอย่างไรก็ตามเมื่อเทียบกับฉัน ฉันเป็จุดอ่อนในสมรภูมินี้และป้าข้างบ้านจะเล่าเื่ของฉันราวกับบุคลที่ย่ำแย่ที่สุดในโลก
ที่มันแย่ยิ่งขึ้นเพราะนี่คือบ้านนอกบทกวีลักษณะนี้แพร่กระจายไปได้กว่าค่อนตำบล เมื่อมันถูกขับขานออกจากนักกวีชั้นหนึ่งอย่างป้าข้างบ้าน ไม่เพียงเท่านั้นแต่ป้าข้างบ้านยังสามารถโจรกรรมข้อมูลของมาตุภูมิของคุณได้อย่างง่ายดายในสังคมบ้านนอกเพราะความกันเองที่ไม่จำเป็ต้องเกรงใจกันมากมายและไม่มีรั้วรอบขอบชิดแม้เป็สมรภูมิที่อยู่ติดกัน
ในตอนนี้ไม่ว่าพ่อแม่หรือญาติพี่น้องของฉันก็กำลังอับอายเพราะฉันซึ่งกลายเป็หนึ่งในตัวละครหลักในบทกวีของป้าข้างบ้าน นั่นแหละคือความจริงแม้ฉันจะทำงานหาเงินส่งตัวเองเรียนหรือแม้แต่ส่งเงินให้ทางบ้านแม้ฉันจะพยายามอย่างมากเพื่อตนเองและพ่อแม่ หรือเพื่อให้คนรอบรอบข้างมองฉันด้วยสายตาที่นับถือแต่อย่างไรก็ตามผลก็คือฉันยังคงเป็ยัยอ้วนไม่เอาไหนในสายตาของคนอื่นและทำให้พ่อแม่อับอาย
เห็นพูดอย่างนี้แต่ฉันก็ไม่ได้เกลียดบ้านนอกหรอกนะอย่างที่ฉันบอกมีเพียงบางเหตุผลเท่านั้นที่ทำให้ฉันรู้สึกว่าการอยู่เมืองใหญ่นั้นดีกว่าแต่มีหลายเหตุผลเหลือเกินที่ทำให้ฉันรักบ้านเกิดของฉัน บ้านนอกที่ฉันเกิดและเติบโตความสงบร่มรื่นของธรรมชาติทีสวยงาม ท้องทุ่งนาที่ไกลสุดลูกหูลูกตาเสียงหมู่แมกไม้และสัตว์ต่างๆที่ดังเจื้อยแจ้วไม่ว่าจะกลางวันหรือกลางคืนอากาศที่บริสุทธิ์ที่สามารถสูดเข้าได้เต็มปอด กลิ่นดินโคลน หญ้า น้ำกลิ่นธรรมชาติที่ลอยมากับสายลมบวกกับอากาศที่บริสุทธิ์ที่เมื่อสูดสักฟอดแล้วจะรู้สึกดังต้องมนตร์ทำให้ผู้คนรู้สึกสดชื่นสถานที่ที่ดีที่จะปลีกวิเวกตัวเองเพื่อความสงบสุขและการพักผ่อนนั่นแหละคือที่ที่ผู้คนเรียกว่าบ้านนอกอันแร้นแค้น บ้านของฉัน
บ้านของฉันเป็บ้านไม้ยกสูงที่ด้านล่างเปิดโล่งเป็ใต้ถุนบ้านที่มีพื้นที่สำหรับเลี้ยงสัตว์มีต้นไม้รอบบ้านและโอ่งน้ำขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตก 2 ใบวางติดกันใบหนึ่งใช้สำหรับรองน้ำใช้และอีกใบสำหรับน้ำดื่มแน่นอนว่าด้วยความบ้านนอกเรายังไม่มีน้ำประปาใช้อย่างไรก็ตามน้ำบาดาลที่ใช้เครื่องปั๊มขึ้นมาบวกกับน้ำฝนที่ตกตามฤดูกาลนั่นก็เพียงพอให้ใช้ตลอดทั้งปี
และหากเรา้าใช้น้ำสำหรับกิจกรรมอื่นๆเช่นล้างรถหรือซักผ้าก็จะมีบึงที่ขุดขึ้นมาเพื่อรองรับน้ำให้ใช้งานหรือถ้าคุณพอใจการอาบน้ำในบึงก็ไม่ได้เป็ปัญหาแต่สำหรับฉันการโดดลงไปในบึงเพื่อเล่นน้ำนั่นคือกิจกรรมที่ฉันรักที่สุด
นี่คือเื่หนึ่งที่ฉันสามารถพูดว่าตัวเองเป็อัจฉริยะได้‘การว่ายน้ำ’ฉันว่ายน้ำได้เร็วกว่าเพื่อนรุ่นเดียวกันมากและมันไม่ยากเกินไปที่จะลอยตัวอยู่เหนือผิวน้ำเพราะ....ไขมันที่หนาที่ฉันสะสมมาเพื่อใช้เป็ท่าไม้ตายนั่นเอง
ตอนนั้น มณี(เพื่อนบ้านนอก 1)ไอ้เปี๊ยก(เพื่อนบ้านนอก2)และเด็กๆอีกหลายคนรวมถึงฉันอยู่ในวัยที่มีความสุขกับชีวิตโดยที่ไม่ต้องกังวลกับวันนี้วันพรุ่งนี้ หรืออนาคตซึ่งยังห่างไกลพวกเรายังไม่โตจึงยังไม่จำเป็ต้องคิดเื่อะไรพวกนั้น แค่เล่นสนุกกันการอยู่กับเพื่อนนั้นให้ความรู้สึกดีที่ตอนนี้ฉันไม่แน่ใจแล้วว่าความรู้สึกมันเป็แบบไหน
ไม่เหงา ไม่โดดเดี่ยว ทำเื่บ้าๆด้วยกันช่วยเหลือซึ่งกันและกัน บางทีถ้าหากย้อนเวลากลับไปได้เมื่อมีใครถามฉันในเวลานั้นว่า โตขึ้นอยากเป็อะไร จากประสบการณ์การโตเป็สาวตอนนี้ฉันคงบอกเขาไปว่าฉันไม่อยากโตเลย
การแข่งขันในวัยเด็กมันก็เป็อะไรที่เรียบง่ายกว่ามากเมื่อเทียบกับทุกวันนี้ฉันแทบจะรู้สึกว่าตัวฉันเองเป็คนที่ขาดความทะเยอทะยานใครจะคิดล่ะจากเมื่อตอนคุณยังเด็กที่แค่แข่งกันจำคำขวัญ คัดลายมือ วาดรูปโง่ๆมันจะเปลี่ยนกลายเป็การแข่งขันที่บีบคุณเข้าสู่จุดที่คุณไม่อยากยืนอยู่ในสังคม
ในเวลานั้นฉันและเพื่อนๆ ดำผุดดำว่ายแข่งกันว่ายน้ำ กลั้นหายใจ แต่ทุกวันนี้พวกเราแข่งกันอวดรวย อวดความสำเร็จและมันแย่ตรงที่ฉันเทียบกับคนอื่นไมได้ ทำให้ป้าข้างบ้านซึ่งเป็แม่ของมณีคอยหาเื่ของฉันและปั้นแต่งเื่ราวขับขานไปค่อนตำบล
“อ้วน..ไปหุงข้าว กรอกน้ำไว้นำเด้อ..”
เมื่อถึงตอนเย็นของทุกวันแม่ของฉันจะใช้ฉันให้ทำนู่นนี่เด็กบ้านนอกอาจอย่างฉันอาจจะมีเวลาอยู่นอกบ้านแค่ถึงสี่โมงเย็นจากนั้นก็มีงานมากมายที่เราต้องรับผิดชอบต้อนวัวควายเข้าคอกในตอนเย็น นำมันออกไปผูกกลางทุ่งในตอนเช้า ไม่มีความรีบร้อนเรียบง่ายและน่าคิดถึง
เมื่อถึงเวลาทานข้าวก็จะล้อมวงกันทานพร้อมๆกันเมื่อมีแขกมาที่บ้านก็จะเรียกพวกเขาเพื่อร่วมวงกินข้าวกับพวกเราหลังจากกินข้าวเย็นทั้งครอบครัวก็เอกเขนกกันอยู่หน้าจอทีวี ดูละครหลังข่าว
เมื่อนึกถึงตรงนี้ฉันก็รู้สึกว่ามันค่อนข้างประหลาดนิดหน่อยผู้คนที่มองหารสชาติความแปลกใหม่ในชีวิตเริ่มหายไป เพราะโดยปกติแล้วพวกเขาก็จะชอบอะไรเดิมๆคุณหญิงใหญ่แกล้งนางเอก นางเอกติดหนวด แล้วก็พูดว่า ฮะ ลงท้ายทุกคำแต่ทุกคนก็จะจำไม่ได้ไม่น่าเชื่อว่าไอ้เื่พรรณนี้จะติดโผละครที่ได้รับความนิยมทุกครั้งไปที่ออกฉายไม่ใช่เพราะความแก่ทำให้เหล่าป้าๆลุงๆ ชอบอะไรเดิม ๆ หรอกคนหนุ่มสาวเองก็เหมือนกันนั่นแหละเพราะหากดูการ์ตูนหรือนิยายทุกวันนี้มันก็แทบจะไม่มีอะไรแปลกใหม่เลย.. ไปต่างโลก..ติดอยู่ในเกม.. เกิดใหม่.. แม้แต่เื่นี้ซึ่งมีคำว่า’เกิดใหม่’อยู่ในชื่อเื่ยังทำให้ผู้คนเข้ามาดูคำโปรยได้ตั้งเยอะ...ใช่มั้ย?
สิ่งที่ทำให้ผู้คนติดใจกับอะไรแบบนี้มีเพียงสิ่งเดียว...มันเพ้อฝัน........ คนอย่างพวกเรามักจะสนใจจินตนาการ..อยากลองัักับอะไรสักอย่างในจินตนาการ..สักครั้ง..เพราะไอ้จินตนาการเนี่ยมันก็เหมือนการที่เราได้ทำสิ่งแปลกใหม่ ความตื่นเต้นของครั้งแรก มันเกิดขึ้นได้น้อยในโลกแห่งความเป็จริงการที่เราเสพผ่านคนอื่น...มันก็เพียงพอที่จะทำให้คุณมีความสุข แม้บางเื่มันจะขัดใจคุณมากเหลือเกินเช่น ทั้งตอนมันมีบทพูดแค่สองประโยคประโยคแล้วที่เหลือมันก็บรรยายอะไรก็ไม่รู้แต่บางทีคุณก็อดที่จะติดตามมันไม่ได้....
แม้ว่ามันจะเป็เื่เพ้อฝันไปบ้างสำหรับละครหลังข่าวพวกนี้แต่ฉันก็รัก่เวลาแห่งความสุขในครอบครัวแบบนี้เหลือเกินฉันนอนกับพื้นไม้บนบ้านดูทีวี มีกลิ่นยาจุดกันยุงที่พ่อจุดลอยมาเตะจมูกพ่อที่นอนอยู่ทางซ้าย แม่นอนอยู่ทางขวา มีเสียงบ่นให้ตัวร้ายของแม่บางทีแม่ก็น้ำตาคลอเบ้าในขณะที่มีอารมณ์ร่วมไปกับละครฉันแหงนมองขึ้นไปบนเพดานที่ไม่มีฝ้าเพดานทำให้สามารถมองเห็นทะลุไปถึงสังกะสีที่มุงหลังคาสายตาของฉันกวาดไปตามแนวไปเรื่อยๆ ตู้เก่าๆที่ฉันคิดถึง ตู้เย็น พัดลมรูปบางรูปที่แขวนอยู่บนผนัง....เป็รูปขาวดำของพ่อและแม่..ด้านล่างมีเขียนไว้ว่าชาตะ...มรณะ....ฉันรีบหันกลับมาหาพ่อและแม่...ขนทั้งร่างของฉันลุกซู่พ่อยังคงส่งยิ้มให้ฉันจากด้านข้าง...แม่ที่อินกับละครจนน้ำตาไหลออกมาเป็เื.....บ้านไม้ที่ฉันเห็นเริ่มมีฝุ่นจับพร้อมกับใยแมงมุมเต็มไปหมด.. กลิ่นอับเริ่มเตะจมูกและฉันเริ่มจะได้กลิ่นไม้ผุๆ......
**
***
****
******
********
***********
*************
‘เฮือกกกกกกกกกกกกกก…..’
ในที่สุดฉัน........ก็ตื่นนอน...เมื่อครู่ฉันแค่ฝันไป!!!!!!
ฉันรีบหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาดูก่อนที่จะโล่งใจขึ้น...เบอร์เติมยังอยู่ในเครื่องฉันเพิ่งจะเริ่มฝันบ้าๆนี่ ก็ตอนที่ฉันเริ่มเพ้อเจ้อบนที่นอน แล้วก็เผลอหลับไป....ฉันไม่ได้ฝันไปทั้งหมดเื่ที่ฉันเจอกับผู้คนและเพื่อนใหม่ นั่นเป็เื่จริง......
พอคิดแบบนั้นแล้วหน้าไอ้เติมก็ลอยมา....สาเหตุที่ฉันฝันพิลึกๆแบบนี้เพราะตอนที่เราขับรถไปที่โรงหนังไอ้เติมมันพูดถึงหนังเื่หนึ่งซึ่งมันคิดว่าฉันอาจจะอยากดูหนังเื่ที่ว่าเป็หนังผีมันไม่ได้เป็หนังสยองขวัญซะทีเดียวแต่เป็หนังที่แสดงมุมมองอีกด้านหนึ่งว่าหากคนที่ตายและเขาเป็ิญญาซึ่งมีความทรงจำเหลืออยู่น้อยนิดพวกเขาจะเลือกทำอะไร..ด้วยความคิดสร้างสรรค์ของฉัน...บวกกับสุดยอดสกิลloser ‘สกิลคิดไปเอง’ ในที่สุดฉันก็ลงเอยด้วยการฝันแปลกๆ
เมื่อดูนาฬิกาในสมาร์ทโฟนตอนนี้เป็เวลาตีสองเจ็ดนาทีในที่สุดฉันก็ขยับนิ้วที่อวบอ้วนเพื่อแตะที่ปุ่มโทรออก
“เติม....ฉันนอนไม่หลับ!!.....เพราะแกเลย!!!!!!!”