ถังหลี่มี่เห็นน้องสาวสองคนยังไม่รู้สึกถึงการมาของตนเอง นางเอ่ยขึ้นว่า “หวังมากไประวังจะผิดหวังเอานะ อารั่ว”
ถังรั่วเหลือกตามองพี่สาวคนโต “ข้ารู้ท่านอิจฉาพี่ถังอวี้ รอให้ข้ามีเงินมากมาย ข้าจะพาท่านแม่ซื่อเหนียง ท่านพี่ถังอวี้ไปอยู่ที่เมืองหลวง! ส่วนท่าน… ข้าจะเมตตาขอให้ท่านแม่ซื่อเหนียงหาบุรุษดี ๆ แถวนี้ให้สักคนละกัน ข้าได้ยินมาว่า ท่านแม่เริ่มหาคู่ครองให้ท่านแล้ว นางเข้าหาแต่บ้านพ่อหม้ายที่ร่ำรวย นางเมตตาท่านขนาดนั้น สำนึกไว้ซะด้วยล่ะ!”
“นางน้องสารเลว!” ถังลี่อิงชี้หน้าถังรั่ว
“พูดทีละเื่นะ อย่างแรก ถังอวี้มีอะไรให้ข้าอิจฉา? นางหาเงินสักอีแปะยังทำไม่ได้ วัน ๆ เอาแต่หลอกบุรุษบ้านนั้นบ้านนี้ให้ซื้อครีม ซื้อผ้า ซื้อปิ่น ซื้อรองเท้าให้ ข้ามองแล้วระคายเคืองตา อับอายขายขี้หน้าแทนวงศ์ตระกูล ส่วนเื่คู่ครองของข้า ขอบคุณในความเมตตาที่เ้ากับซื่อเหนียงมีให้ แต่ข้าไม่ขอรับไว้ ข้าจะรอดูว่าใครจะบังคับข้าได้!”
“นี่ท่านกล้าขัดแม้แต่เื่ออกเรือนรึ! ท่านมันอกตัญญู เลี้ยงเสียของสิ้นดี!” ถังรั่วไม่คิดว่าพี่สาวจอมหัวรั้นจะกล้าแข็งข้อได้ขนาดนี้ นางต้องรีบนำเื่นี้ไปบอกมารดาเลี้ยง!
“ก่อนจะว่าข้าอกตัญญูเลี้ยงเสียของ เ้าคายแป้งแข็ง ๆ กับ น้ำเต้าหู้จืด ๆ ของข้าออกมาก่อน ไม่รู้สึกละอายต่อของในท้องที่เพิ่งกินเข้าไปบ้างรึ!? ไร้ยางอายสิ้นดี อนาคตที่เ้าว่าจะมีเงินมากมายนั่น เ้าควรหาซื้อสันดานดี ๆ ก่อนจะหาสามีเมืองหลวง!” ถังหลี่มี่เดินมาที่โต๊ะกินข้าว นางวางเนื้อลงบนโต๊ะ จากนั้นแกะใบไม้ที่ห่อออก
กลิ่นเนื้อย่างหอม ๆ ลอยเตะจมูกเด็กสาวทั้งสองคนจนลืมเื่ถกเถียงเมื่อครู่
“เนื้อ!” ถังลี่อิงตาโตมองเนื้อก้อนโตตรงหน้า คนในหมู่บ้านส่วนใหญ่จะมีคนในครอบครัวเป็พรานป่า มักจะได้ทานเนื้อกันเดือนละหนึ่งครั้ง แต่พวกนางอยู่กันสามพี่น้อง ไม่มีใครล่าสัตว์เป็ ท่านพ่อออกทะเลเป็ส่วนใหญ่ น้อยครั้งจะเข้าป่าล่าสัตว์ ต่อให้ล่ามาได้ คนที่มีสิทธิ์กินมีเพียงบ้านใหญ่เท่านั้น พวกนางสามพี่น้องได้เพียงกลิ่นหอม ๆ ยั่วน้ำลาย เนื้อสัตว์มีราคาแพงมาก ชั่งละห้าสิบอีแปะ พวกนางจึงได้กินเนื้อกันน้อยครั้งมาก
“เนื้อ!” ถังรั่วตาโต กลืนน้ำลายอึกใหญ่ เนื้อที่ทั้งหอมทั้งน่ากินขนาดนี้ นางเพิ่งเคยเห็นเป็ครั้งแรก นางรีบคว้ามาไว้ในมือ “ข้าจะเอาไปให้ท่านแม่กับพี่ถังอวี้!”
“ถ้าเ้าคิดว่าจะรอดชีวิตออกไปพร้อมกับเนื้อชิ้นนั้นก็ลองดู!” ถังหลี่มี่รินน้ำเปล่าในกาใส่ถ้วยดื่มอย่างใจเย็น
“นี่ท่าน! ท่านกล้าดีอย่างไรมาขู่เอาชีวิตข้า!” ถังรั่วมือสั่น แต่ยังไม่วางเนื้อในมือลง
“ของที่เป็ของเ้า เ้าจะเอาไปประเคนให้ผู้ใดข้าไม่ว่า แต่ของที่เป็ของข้า… เ้าต้องเดิมพันด้วยชีวิตเพื่อแย่งมันไป!” นางเงยหน้ามองน้องสาวคนเล็กด้วยสายตาเย็นเยียบ
“แค่เนื้อก้อนเดียว ท่านถึงกับหมายเอาชีวิตข้า เหตุใดจิตใจท่านจึงโเี้ผิดมนุษย์เช่นนี้!? ต้องเป็เพราะมีสายเืของหญิงต่ำช้าคนนั้นแน่!” ถังรั่วสวนกลับ แต่ไม่กล้ามองตาถังหลี่มี่ตรง ๆ
‘เพี๊ยะ!’ ชั่วพริบตา ถังหลี่มี่ลุกขึ้นตบน้องสาว
“หญิงต่ำช้าที่เ้าว่าคือคนที่เบ่งเ้าออกมาอย่างยากลำบาก! นางอยากได้บุตรชายใจจะขาด แต่คลอดออกมาเป็หญิงทั้งสามคน นางควรจะชิงชังลูกสาวทั้งสาม แต่เปล่าเลย… ท่านแม่เลี้ยงดูพวกเราด้วยความรักทะนุถนอม ตอนเด็กข้าไม่เคยต้องอดอยาก เ้ากับลี่อิงก็เช่นกัน! นางพยายามสุดความสามารถเลี้ยงดูพวกเราสามคน ในขณะที่ท่านพ่อเอาแต่หลงมัวเมานางจิ้งจอกสกปรกตัวนั้น! หญิงต่ำช้าควรจะเป็นางจิ้งจอกจากหอนางโลมกับลูกสาวไร้บิดาของนาง! หาใช่ท่านแม่ของข้า!” ถังหลี่มี่เืขึ้นหน้าที่มารดาถูกลูกสาวแท้ ๆ เหยียดหยาม
“ท่านบ้าไปแล้ว! ท่านปกป้องทั้งที่รู้ว่านางเป็คนบาป!”
“คนบาปคือพวกโจรสลัดสารเลวกลุ่มนั้น! หาใช่ท่านแม่ที่หาเก็บผักเลี้ยงลูกเลว ๆ อย่างเ้า จนถูกพวกมันจับตัวไป! แล้วเ้าจงวางเนื้อของข้าลง เนื้อสกปรกของข้า เทพธิดา์เช่นเ้าทนกินไม่ได้แน่!” ถังหลี่มี่ใช้มือทุบโต๊ะ เร่งให้น้องสาววางเนื้อลง
ถังรั่วสะดุ้งใ รีบวางเนื้อก้อนใหญ่ลงบนโต๊ะด้วยความลืมตัว
“หากเ้าไม่กินก็ไสหัวออกไป! ลี่อิง เ้ารีบกินเสีย” ถังหลี่มี่เรียกน้องสาวคนรองกิน ส่วนน้องคนเล็กนางหาได้สนใจไม่
“เ้าค่ะ เรากินกันสองคนให้หนำใจ แบ่งสองดีกว่าแบ่งสาม!” ถังลี่อิงหยิบเนื้อชิ้นใหญ่กินเต็มคำ ชนบทไม่มีกฎเคร่งครัดเื่มารยาทสตรี นางตั้งใจกินโอ้อวดถังรั่ว เมื่อเห็นอีกฝ่ายมองด้วยความอิจฉา ถังลี่อิงยิ่งได้ใจ
“ข้าจะกิน! ไม่ยอมให้ท่านสองคนเก็บของดีไว้กินกันเองหรอก!” ถังรั่วยอมปล่อยวางความโกรธแค้น นั่งลงแย่งพี่สาวทั้งสองกิน
แม้ถังลี่อิงจะไม่ชอบอุปนิสัยของน้องสาวคนเล็ก แต่อย่างไรก็เป็น้องในไส้ นางตัดใจทำร้ายไม่ลง
ทั้งสามกินกันจนหมดเกลี้ยง พวกนางนอนพักกลางวัน ก่อนจะออกไปทำงานต่อใน่บ่าย
ถังหลี่มี่ตื่นขึ้นมาล้างหน้าจนสดชื่น นางเริ่มงานตอนบ่ายของตนเอง นอกจากขายน้ำเต้าหู้กับแผ่นแป้งในตอนเช้าแล้ว นางยังแกะสลักไม้ขายเป็รายได้เสริมอีกทาง งานไม้สำหรับสตรีแล้วไม่มีผู้ใดยอมรับ นางส่งขายให้ร้านในตัวอำเภอ โชคดีที่เ้าของร้านเป็คนใจกว้าง ยอมรับงานฝีมือของนางไปวางขายในร้าน ทั้งยังให้ราคาที่เป็ธรรม
นางนำไม้กฤษณาราคาแพงออกมาแกะสลักต่อ ไม้ชิ้นนี้นางตั้งใจแกะสลักเป็ปิ่นปักผมนกยวนยางคู่ บุรุษที่มีใจแก่สตรีน่าจะต้องตาปิ่นชิ้นนี้ สตรีที่แต่งงานแล้วก็เช่นกัน
มือเล็ก ๆ สองข้างของนางหยาบกร้าน แต่ทั้งคล่องแคล่วและว่องไว ทุกจังหวะการแกะสลักต้องใช้ทั้งความแม่นยำทั้งน้ำหนักที่ต้องสลักลงไป
แผ่นไม้สี่เหลี่ยมค่อย ๆ เปลี่ยนเป็ปิ่นไม้นกยวนยางคู่ที่สวยงามแปลกตา ปิ่นปักผมและกำไลไม้แกะสลัก นางขายส่งราคาหกสิบถึงแปดสิบอีแปะ หากเป็งานแกะสลักชิ้นใหญ่ เช่นบานหน้าต่าง แกะสลักภาพ หรือประตู จะมีราคาสูง แต่ความ้าน้อยกว่า นานครั้งจึงจะมีคนสั่งซื้อ
นางแกะสลักจนถึงเย็น น้องสาวสองคนกลับจากไปเก็บผักป่ามาให้หมูที่บ้านใหญ่ใช้ให้เลี้ยง แลกกับการที่ปล่อยให้พวกนางอยู่กันเอง บ้านใหญ่จะไม่เข้ามาวุ่นวาย นางไม่รู้ว่าการต่อรองนี้จะคงอยู่ไปถึงเมื่อไร อย่างน้อยก็ขอให้มีเงินซื้อบ้านหลังใหม่เป็ของตนเองก่อน
ถังหลี่มี่คิดหาหนทางทำเงินจากงานแกะสลักให้มากขึ้น นางตั้งใจจะส่งไปขายที่แคว้นอื่น หากหาพ่อค้าจากแคว้นอื่นได้ ราคากับความ้าซื้อย่อมมากขึ้นไปด้วย
ตอนนี้เงินเก็บหลังจากทำงานตรากตรำอย่างหนักมาเป็เวลาหลายปีมีอยู่ประมาณหนึ่งร้อยตำลึง บ้านหลังเล็กในตัวอำเภออย่างต่ำน่าจะหลังละสองร้อยตำลึง หากซื้อร้านค้าตรงท่าเรือต้องมีเงินอย่างต่ำประมาณห้าร้อยตำลึง ในอนาคตกว่านางจะเก็บได้ครบราคาคงพุ่งสูงขึ้นอีก
อาณาจักรต้าลู่เปิดการค้าเสรีทางทะเล เงินมหาศาลหลั่งไหลเข้ามา ในขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้โจรสลัดสามารถปล้นได้อิสรเสรี เพราะทะเลกว้างใหญ่ไพศาล กองทัพเรือของอาณาจักรมีอยู่เพียงหยิบมือ ไม่อาจควบคุมดูแลได้อย่างทั่วถึง
เรือสินค้ามากมายราวกับขุมสมบัติเคลื่อนที่ของโจรสลัด ทางการได้ตั้งค่าหัวให้กับผู้ที่สามารถบั่นคอหัวหน้ากลุ่มโจรสลัดได้ กลุ่มใหญ่บางกลุ่มหัวหน้ามีค่าหัวถึงหนึ่งล้านตำลึง!
จำนวนเงินมหาศาลเหล่านี้ล่อตาล่อใจกลุ่มจอมยุทธ์ผู้มากไปด้วยฝีมือ พวกเขารวมกลุ่มกันล่าค่าหัวโจรสลัด ถือเป็ผู้ปราบปรามที่คานอำนาจกลุ่มโจรสลัดได้เป็อย่างดี สามารถเบาแรงทหารเรือลงไปไม่น้อย
อีกด้านในป่าไผ่ เสียงร้องเพลงโหยหวนดังกึกก้องสะท้อนไปทั่วป่าไผ่ ชายฉกรรจ์กว่ายี่สิบคนกำลังจัดงานฉลองกันอย่างครึกครื้น กลิ่นเหล้าคละคลุ้งจนแสบจมูก
ลู่ฮ่าวอู๋กระดกถังหมักเหล้าดื่ม มือหนาเช็ดเหล้าที่หกเลอะปากและคาง ใบหน้าหล่อเหลาแดงก่ำ ดวงตาคู่คมปิดปรือ ตอนนี้เขากำลังมอมเมาตัวเองอยู่ใต้ต้นไผ่ หลังจากตั้งหลักดักฆ่านักฆ่ามากมายที่ตั้งใจมาเด็ดหัวเขา นี่ก็ผ่านมาสามวันแล้ว พวกนักฆ่าเลิกตามมาในวันที่สาม คาดว่าคงหมดคนที่จะส่งมาแล้ว
“นายน้อย! ค่าหัวใหม่ออกมาแล้วขอรับ!” เสี่ยวหวังวิ่งหน้าตั้ง มือขวาถือกระดาษสาแผ่นหนึ่งชูขึ้นแกว่งไปมา ใบหน้าอ้วนกลมยิ้มจนแก้มแทบจะฉีก
“ไหน ๆ ค่าหัวนายน้อยเพิ่มขึ้นหรือไม่!?” บรรดาชายฉกรรจ์คนอื่นต่างมารุมล้อมกระดาษแผ่นนั้น “ไอ้หยา! เกินหนึ่งล้านตำลึงแล้ว! ตอนนี้นายน้อยค่าหัวมากเป็อันดับสามของแคว้นต้าลู่! ดูเหมือนพวกมันจะเชื่อจริง ๆ ว่านายน้อยเราฆ่าไอ้คุณชายไป๋อะไรนั่น!”
“ก็นายน้อยเป็คนฆ่าจริง ๆ นี่” เฉินเฟิงดื่มเหล้าเฝ้ายามอยู่บนต้นไม้ แม้จะเมาจนเกือบตกต้นไม้ แต่เขาก็ยังไม่หล่นลงมา
ลู่ฮ่าวอู๋ไม่สนใจเสียงหนวกหูของลูกน้อง แม้แต่ใบค่าหัวของตนเองก็ไม่อยากดู
“นายน้อย! ดูนี่ซิ! เ้าพวกทหารเรือมันวาดรูปใหม่ด้วยนะ วาดซะนายน้อยกล้ามโต เกินไปจริง ๆ” เสี่ยวหวังนำกระดาษไปกางตรงหน้าผู้เป็นาย ในกระดาษเป็รูปวาดบุรุษร่างกายบึกบึนกำยำ ออกจะดูเกินกว่ารูปร่างของลู่ฮ่าวอู๋ไปจริง ๆ ใบหน้าชายในภาพถูกปิดบังด้วยหน้ากากปีศาจ
“เ้ากำลังว่าข้าหาได้น่ามองเหมือนในใบประกาศจับไม่?” ลู่ฮ่าวอู๋ปรือตามองลูกน้องตัวดีฝีปากหาเื่
“มิบังอาจ! มิบังอาจ! นายน้อยของข้าเป็บุรุษรูปงามที่สุดบนเรือของเราแล้ว!” เสี่ยวหวังรีบประจบเอาหน้า เขาส่งสายตาไร้เดียงสาที่น่าขนลุกมองนายน้อย
“บนเรือ!? ที่อื่นข้าสู้ไม่ได้เลยรึ!” ลู่ฮ่าวอู๋คว้าดาบข้างกาย เขาชักมันออกมาเล่นแสงกับเปลวไฟ
เสี่ยวหวังขนลุกชูชัน ยกมือเกาหัวแกก ๆ ด้วยไม่รู้ว่านายน้อยไม่พอใจตรงไหน “นายน้อยของข้าสู้ได้หมดทุกคน แต่ข้าน้อยหาใช่สตรี ไม่มีมาตราวัดความงามของบุรุษนี่ขอรับ!”
“ฝีปากคมกล้า น่าเอามันมาลับดาบของข้ายิ่ง!” ลู่ฮ่าวอู๋ใช้สายตาคมกริบมองบ่าวที่ไม่อยากสนิทด้วย
เสี่ยวหวังหุบปากฉับ สิ่งที่พูดเป็ความจริงหมดทุกคำ ก็เขาไม่พิศวาสผู้ชายจริง ๆ หรือนายน้อยอยากให้เขาเป็พวกตัดแขนเสื้อ[1]!?
เฉินเฟิงเหลือบมองเสี่ยวหวังด้วยสายตารังเกียจ “ต่อไปเลิกล่าหมูป่า เปลี่ยนเป็จับปลามาให้เสี่ยวหวังกินกันเถอะ เผื่อความเขลาของเขาจะทุเลาลงบ้าง”
เหล่าชายฉกรรจ์ที่กำลังเมามายพร้อมใจกันพยักหน้าขึ้นลง ปากของเสี่ยวหวังหาเื่เจ็บตัวตลอดเวลา โชคดีที่นายน้อยไม่ได้ให้ค่าจึงรอดจากการถูกลงไม้ลงมือหลายครั้ง
เสี่ยวหวังถลึงตามองเฉินเฟิง “ชาตินี้ข้าไม่ฉลาดบ้างก็แล้วไป!” พูดจบก็กอดใบประกาศค่าหัว แล้วมองนายน้อยของตนเองอย่างน้อยอกน้อยใจ
ลู่ฮ่าวอู๋หลับตาลงดื่มด่ำกับบรรยากาศยามค่ำคืน เหล้าดีจากอาณาจักรตะวันตก มอมเมาเหล่าโจรสลัดกลุ่มเขา ให้เมามายสติไม่ครบมาสามวันแล้ว
เสี่ยวหวังเห็นนายน้อยหลับตาดื่มเหล้าคนเดียวอย่างเงียบเหงา บ่าวกตัญญูเช่นเขาจึงหาเื่คุย เสี่ยวหวังยกถังเหล้าขึ้นมากระดกจนเกือบหมดลมหายใจ จากนั้นเอ่ยว่า “เหล้าดี แต่ขาดนารีเด็ด มันก็เหมือนอาหารขาดรสชาติเผ็ด ไร้สีสัน จืดชืดสิ้นดี เฉินเฟิง ข้าว่าต่อไปเราหานางรำมาประจำเรือดีหรือไม่? นายน้อยจะได้เจริญหูเจริญตา ไม่ต้องมาเสียสายตากับหน้าเหม็น ๆ ของพวกเ้า!”
ข้อชี้แนะนี้ของเสี่ยวหวังเรียกเสียงปรบมือของชายชาตรีเกือบทุกคน ยกเว้นเสี่ยวเฟิง บ่งบอกว่าสิ่งที่ขาดคือสาวงามจริง ๆ
“ใช่แล้ว! บรรยากาศดีแบบนี้ นั่งมองกล้ามมองหนวดเครากันไปมา ข้าขนลุกทุกคราเชียว!” หนึ่งในชายชาตรีกล่าว
“ข้าเห็นด้วย! นายน้อยขอรับ คราวนี้ตอนออกเรือเราก็ไม่ต้องเหงาเปล่าเปลี่ยวแล้ว!” ชายชาตรีอีกคนเห็นด้วยเช่นกัน
ลู่ฮ่าวอู๋ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น แววตาฉายความเบื่อหน่ายออกมาชัดเจน “ข้ากลัวแต่ว่า… จะมีเด็กเกิดออกมาเต็มเรือ โดยที่ไม่รู้ว่าลูกใครเป็ลูกใคร”
เสี่ยวหวังยิ้มค้างกลางอากาศ นายน้อยกล่าวเช่นนี้แสดงว่าไม่เห็นด้วยซินะ! ชายร่างใหญ่ใจปลาซิวกอดถังเหล้าด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย
ลู่ฮ่าวอู๋ไม่อยากบั่นทอนความสุขของบ่าวจนขาดสะบั้น “แต่ถ้าจ้างเป็ครั้งคราวข้าก็หาได้ต่อว่าอันใด”
“อ๊ากกกกก” บรรดาชายชาตรีแหกปากร้องลั่น ในที่สุดความฝันเล็ก ๆ ก็เป็จริง แม้จะไม่ได้เหล่าสาวงามมาประจำเรือ แต่จ้างมาสร้างความสุขเป็ครั้งคราว เปลี่ยนไปเรื่อย แวะเกาะไหนก็จัดชุดใหญ่ที่เกาะนั้น! ์ชัด ๆ
ลู่ฮ่าวอู๋มองใบหน้าหื่นกระหายของเหล่าลูกเรือ เขาถอนหายใจคนเดียวเงียบ ๆ หวังว่าหมาป่าหิวโหยฝูงนี้จะไม่ฉีกกระชากจนเนื้อลูกแกะเสียหายหรอกนะ
[1] รักร่วมเพศ ชายรักชาย