(จบแล้ว)ระบบร้านอาหารสามเวลาต่างโลก พระเอกเก่ง+เน้นอาหารไทย

    ตอนที่ 50 ผู้ปกครอง

    ตอนที่ 50 ผู้ปกครอง



    ภายในบ้านของมาร์คัสตอนนี้เรียกได้ว่า มันเข้าสู่ช่วงเวลาที่จะถอยกลับได้อีกแล้ว นับตั้งแต่ที่มาร์คัสได้บอกกับคุณยายเฮลีย์ ว่าจะขอออกไปรักษาตัวที่หมู่บ้าน พร้อมกับย้ายครอบครัวไปอยู่ด้วยกันเลย

    นั้นก็ทำให้คุณยายเฮลีย์แทบจะใจสลายลงแทบตรงนั้น...หญิงชราพยายามเกลี้ยกล่อมมาร์คัสเท่าที่เธอจะทำได้แล้ว เพียงแต่ยิ่งเธอพูดมากเท่าไหร่ เธอก็รับรู้ได้ถึงแรงต่อต้านที่ส่งผ่านมาจากมาร์คัสมากขึ้นในทุกขณะ



    ยิ่งไปกว่านั้น ทางด้านของยูริเองที่เป็นตัวตั้งตัวตีในการย้ายบ้าน ก็รีบจัดแจงจัดเก็บข้าวของเครื่องใช้ที่มีค่า เตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว...เผื่อว่ามาร์คัสจะเกิดเปลี่ยนใจกลางคันนั่นเอง



    ซึ่งคาดว่าในวันพรุ่งนี้หรือมะรืนนี้ มาร์คัสลูกชายของเธอ คงจะย้ายออกแน่ๆ คุณยายเฮลีย์ได้แต่ยืนนิ่งมองดูบ้านของลูกชาย ที่มียูริกำลังเก็บข้าวของ ด้วยน้ำตาที่ตกใน


    โดยที่มาร์คัส ไม่ได้สนใจไยดีต่อผู้เป็นแม่บังเกิดเกลา ที่กำลังเศร้าเสียใจคนนี้เลยสักนิด



    มาร์คัสแสร้งทำเป็นเจ็บปวดที่ขา และบอกให้มาร์วินลูกชายของมัน เดินกลับไปส่งคุณยายที่ร้านอาหาร

    ในระหว่างนั้นเอง ทางด้านคุณตาที่พึ่งพูดคุยกับไลท์เสร็จสรรพ ก็ได้เดินเข้ามาพอดิบพอดี


    “นี้มันอะไร พวกแกเก็บข้าวของไปไหนกัน?!”


    ทันทีที่คุณตาเกล เห็นสภาพบ้านทั้งหลังที่ตนเองได้ยกให้กับมาร์คัส ถูกรื้อของจนกระจุยกระจาย ชายชราก็แทบจะหัวใจหล่นวูบ

    ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อเห็นว่ามาร์คัสผู้เป็นลูกชาย เป็นตัวตั้งตัวตีกับเรื่องนี้ด้วยแล้ว



    ความตกใจ กับความโกรธ ก็แทบจะบังเกิดขึ้นมาพร้อมๆ กัน


    “มาร์คัสนี้แกทนเห็นแม่ของแกร้องไห้ โดยไม่สนใจไยดีได้ยังไง?” นี้เป็นครั้งแรกที่ชายชรา ระเบิดอารมณ์ของตัวเองออกมา


    มาร์คัสและยูริ ต่างก็ผงะถอยหลังด้วยความประหลาดใจ เมื่อเห็นท่าทีโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงของผู้เป็นพ่อ ที่ไม่ว่าจะถูกผู้อื่นดูถูก ดูแคลนสักแค่ไหน หรือ ถูกผู้อื่นกดขี่ข่มเหงเช่นไร...คุณตาเกลก็จะอดทนยิ้มรับ ราวกับว่าชั่วชีวิตนี้ ชายชราผู้นี้ไม่รู้จักคำว่าโกรธ



    เพียงแต่ว่าการกระทำในครั้งนี้ของมาร์คัส มันคือการกระทำที่ร้ายแรงเกินกว่าที่ชายชราผู้นี้จะทนรับไหวหรือหาเหตุผลมาเข้าข้างลูกชายคนนี้ได้อีกต่อไป



    โดยเหตุผลเพียงข้อเดียวที่คุณตาเกลยึดมั่นและทำเพื่อคนผู้นี้มาโดยตลอด คนที่หนึ่งก็คือ...คุณยายเฮลีย์ คนที่สองก็คือมาร์คัส

    คุณตาเกลไม่อาจยอมให้ใครมารังแกผู้เป็นภรรยาของตัวเองได้ แม้คนคนนั้นจะเป็นลูกชายหรือลูกสะใภ้ของตัวเองก็ตามที


    “แกทำเกินไปแล้ว...จริงๆ!”

    ชายชราจูงภรรยาที่อ่อนแรงจากมือของมาร์วินที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ มาแนบตัว

    ก่อนจะพาหญิงชราที่ใจสลายกลับออกจากบ้านไป พลางปิดประตูไล่ตามหลังเสียงดัง...ปัง!



    ‘เสียงอะไรนะ?’ ไลท์สะดุ้งเล็กน้อย เมื่อได้ยินถึงเสียงที่ดังมาจากบ้านของมาร์คัส


    ไลท์ที่กำลังงวนอยู่กับการเตรียมวัตถุดิบที่จะขายในตอนเช้าของวันพรุ่งนี้ เงยหน้าขึ้นมาเพื่อมองออกไปทางด้านนอกร้าน ก่อนจะพบเห็นคุณตาและคุณยาย เดินประคองกันกลับเข้ามาในร้าน ด้วยท่าทางกระฟัดกระเฟียด



    “พวกเธอสองคน รอพี่อยู่ตรงนี้ก่อนนะ พี่ขอออกไปดูคุณตากับคุณยายก่อน”



    ไลท์ยังไม่ได้แนะนำเอลล่าและแอล ที่เขาได้ตัดสินใจที่จะดูแลทั้งสองให้กับคุณตาและคุณยายที่เป็นเจ้าบ้านได้รู้จักเลย มิหนำซ้ำดูจากสถานการณ์ในตอนนี้ การพาเด็กทั้งสองคนออกไปให้ทั้งสองท่านได้รู้จัก ก็ดูจะไม่ค่อยใช่เวลาที่เหมาะนัก


    ดังนั้นไลท์จึงขอออกไปรับหน้ากับทั้งสองท่านดูเสียก่อน พลางหาน้ำติดมือเพื่อให้คุณตาและคุณยายได้ดื่ม คลายใจลงเสียก่อน ดูจะเหมาะสมมากกว่า



    “ทั้งสองคน นั่งลงและดื่มน้ำนี้ก่อนครับ” ชายหนุ่มหยิบยื่นแก้วน้ำให้กับคุณตาและยาย

    คุณตารับเอาไว้ ก่อนจะยกดื่มจนหมดในรวดเดียว...ตึง!


    ส่วนทางด้านของคุณยายเฮลีย์ เธอแค่รับเอาไว้พอเป็นพิธี หากแต่ไม่ได้แตะต้องน้ำดังกล่าวนี้เลยแม้แต่อึกเดียว


    “ขอบใจมากนะไลท์ ฉันใจเย็นขึ้นบ้างแล้ว” คุณตาเกล เป่าปากออกมาแรงๆ เพื่อขจัดอารมณ์ที่ขุ่นมัว

    “มีเรื่องอะไรกันหรือเปล่าครับ คุณยายถึงดูเศร้าๆ ไป”

    “จะเรื่องอะไรสักอีกล่ะ ก็เจ้ามาร์คัสนะสิ...มันหลงฟังคำของเมียมัน จนไม่สนใจไยดีพ่อกับแม่แท้ๆ ของมันแล้ว พูดแล้วก็น่าโมโห”



    ไลท์นั่งฟังเรื่องราวจากปากของคุณตาเกลที่พร่ำบ่นอยู่นานสองนาน พร้อมกับรับรู้ถึงเรื่องที่มาร์คัสกำลังจะย้ายออกจากบ้านไปอยู่ที่หมู่บ้านดาราฉายในวันพรุ่งนี้อีกด้วย


    “มาร์คัสจะย้ายออกไปจริงๆ หรือครับ?” ในใจหนึ่งไลท์ก็รู้สึกยินดี ที่จะได้ไม่ต้องทนเห็นหน้าของมาร์คัสที่มักหาเรื่องตนเองอยู่บ่อยๆ อีกต่อไปแล้ว



    แต่อีกใจหนึ่งก็รู้สึกสงสารคุณตาและคุณยายอยู่ไม่น้อย เพราะรู้ว่าทั้งสองคนรักลูกชายคนนี้มากเพียงใด


    ‘รักจนกระทั่งยกร้านนี้ทั้งร้านให้เป็นชื่อของมาร์คัส’ ตามกฎหมายการตั้งร้านค้าของอาณาจักรลูนาเทีย

    อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากความเป็นห่วงที่มีต่อสองตายาย ไลท์ยังแอบนึกสงสัยถึง เงินเก็บของมาร์คัสที่ได้ยินจากปากของคุณตา ว่านอกจากมาร์คัสจะย้ายบ้านออกไปอยู่ที่หมู่บ้านแล้ว มาร์คัสยังคิดที่จะเปิดร้านอาหารแห่งใหม่ที่หมู่บ้านอีกด้วย



    ‘ร้านแห่งนี้ขาดทุนมาหลายปี มาร์คัสจะเอาเงินมาจากไหนมาเปิดร้านอาหาร?’ อย่างไรก็ตามไลท์ไม่ได้คิดที่จะซักไซ้เรื่องเงินของครอบครัวนี้มากนัก เพราะเมื่อพูดถึงเรื่องเงินทอง ขึ้นมาเมื่อใด


    ต่อให้เป็นคนในครอบครัว หรือญาติที่มีเชื้อสายเดียวกันมากสักแค่ไหน ก็ตบตีเพื่อแย่งชิงเงินทองกันให้เห็นมานักต่อนัก



    อีกทั้งตัวของไลท์เองก็มีหน้าที่เป็นแค่พ่อครัวในร้านอาหารแห่งนี้เท่านั้น การไปยุ่งหยามกับเรื่องเงินของร้าน ต่อให้สองตายายจะรักและเอ็นดูเขามากเท่าไหร่ มันก็ยังไม่เหมาะสมอยู่ดี


    ดังนั้นไลท์จึงเก็บความสงสัยนี้เอาไว้ในใจ รับผิดชอบหน้าที่ในส่วนของตัวเองให้ดีก็พอ



    “เอ่อ คุณตาคุณยายครับ ผมรู้ว่านี้ไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมเท่าไหร่นัก...แต่ผมมีเรื่องจะบอกกับทั้งสองคน สักเรื่องหนึ่งจะได้ไหมครับ?” ไลท์รู้ดีว่าคุณยายเฮลีย์กำลังเศร้า ส่วนตัวของคุณตาเกลก็พึ่งจะผ่อนคลายอารมณ์ลง


    แต่หากไม่ยอมพูดออกไปตอนนี้ มีหวังว่าเอลล่าและแอล คงจะไม่มีที่ซุกหัวนอนในคืนนี้แน่ๆ


    “เอลล่า แอล ออกมาสิ” ไลท์กวักมือเรียกเด็กทั้งสองคนที่หลบอยู่ในครัวให้ออกมา



    เอลล่าและแอล ต่างจูงมือกันออกมาจากครัว ด้วยท่าทางกล้าๆ กลัวๆ จากการที่เผอิญไปเห็นคุณตาเกลในช่วงที่ชายชรากำลังโกรธพอดิบพอดี



    “เด็กสองคนนี้?” คุณตาเกลและคุณยายเฮลีย์ เมื่อเห็นเด็กท่าทางน่าสงสาร เดินออกมาจากครัวในร้านของตนก็นึกสงสัย

    เนื้อตัวของเอลล่าและแอล แม้จะได้รับการเช็ดเนื้อเช็ดตัวไปบ้างแล้ว แต่ร่างกายของทั้งสองคนก็ยังห่างจากคำว่าสะอาดไปไกลอยู่ดี ไม่ว่าจะเสื้อผ้าที่ขาดวิ่นจากการเดินทางหรือผมเผ้าที่ยุ่งเหยิง


    ลำพังเมื่อได้เห็นสภาพอันน่าอนาถของเด็กทั้งสองคนที่เดินมาแนะนำตัว คุณยายเฮลีย์ก็ดูเหมือนจะลืมความเศร้าที่เกิดขึ้นไปเลย



    “ตายแล้วไลท์...ทำไมถึงปล่อยให้เด็กสองคนนี้ เนื้อตัวหม่อมแม่มแบบนี้ล่ะ?” คุณยายเฮลีย์รีบไปหาผ้าสะอาดมาเช็ดเนื้อตัวให้กับเด็กทั้งสอง ก่อนจะเอ่ยถามถึงที่มา ที่ไปและถามถึงพ่อกับแม่ของทั้งเด็กๆ


    “แม่ของเรา...ได้จากโลกนี้ไปแล้วค่ะ” เอลล่าตอบออกมา ทั้งๆ ที่มันเป็นคำตอบที่ดูจะทิ่มแทงใจเธอกับน้องชาย ไปเสียทุกครั้งที่มีคนถามถึงเรื่องนี้

    คุณยายเฮลีย์พยักหน้ารับฟังและไม่ได้คิดที่จะถามซักไซ้อะไรต่อ เพราะรู้ว่าคำถามของเธออาจไปทำลายจิตใจของเด็กน้อยที่บริสุทธิ์



    ส่วนทางด้านของคุณตาเกล แม้จะไม่ได้อ่อนโยนและเข้าใจเด็กๆ เหมือนกับคุณยายเฮลีย์ แต่ชายชราก็เลือกที่จะถามคำถามอันลึกซึ้งนี้กับไลท์ ที่เป็นคนนำพาเด็กทั้งสองคนมาแนะนำตัว เป็นการถามไถ่แทน


    ไลท์บอกเล่าเรื่องราวถึงที่มา ที่ไปของเด็กทั้งสองคน ที่ตั้งใจจะเข้าไปในป่าดาราฉายให้สัตว์อสูรเป็นฆ่าพวกเขาให้กับคุณตาเกลได้รับฟัง รวมถึงบอกเล่าการตายของแม่ ที่ถูกวางยาจนเสียชีวิตอีกด้วย

    แน่นอนว่าทันทีที่คุณเตาเกลล่วงรู้ถึง ความตั้งใจและโศกนาฏกรรมที่เด็กทั้งสองต้องเผชิญ ชายชราก็ร้องออกมาด้วยความตกใจ



    “เป็นอย่างนั้นจริงๆ เหรอไลท์?!”

    “ครับ” ไลท์พยักหน้าตอบรับ ยืนยันว่าสิ่งที่ตนได้บอกเล่าออกไปล้วนเป็นความจริง เพียงแต่เขาไม่ได้เล่าถึง ศักดิ์ฐานะของเด็กทั้งสองให้กับชายชราได้รู้ก็เท่านั้น



    เนื่องด้วย การตายของผู้เป็นแม่ ที่ถูกวางยาพิษ...หากเขาบอกเล่าถึงศักดิ์ฐานะที่แท้จริง เกรงว่าคนร้ายที่เป็นคนวางยานางสนมผู้เป็นมารดาของเด็กทั้งสอง สักวันอาจจะย้อนกลับมาทำลาย เอลล่าและแอล ในภายหลังก็เป็นได้

    โดยบุคคลที่น่าจะเป็นคนร้ายและคนวางยาพิษ ที่เด็กทั้งสองปักใจเชื่อในครั้งนี้ นั้นเป็นถึง ราชินีของอาณาจักรลูนาเทีย แห่งนี้เลยทีเดียว



    ‘ราชินี ลีอาห์ เดล ลูน่า!’


    ไลท์ไม่อยากให้เด็กทั้งสองเป็นอันตรายไปมากกว่านี้ ฉะนั้นการที่มีคนรู้ถึงศักดิ์ฐานะที่แท้จริงของเด็กทั้งสองน้อยเท่าไหร่ ก็ยิ่งดีเท่านั้น



    “พวกเธอสองคนอยากจะอยู่ที่นี่ไหม?” คราวนี้เป็นคุณตาที่เป็นฝ่ายถามบ้าง


    ซึ่งคำถามนี้เอง ก็เป็นเรื่องเดียวกับที่ไลท์ต้องการจะขอร้องกับทั้งสองคนพอดิบพอดีและในเมื่อทางด้านของคุณตาและคุณยาย ต่างก็ไม่ติดขัดอะไร



    นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เอลล่าและแอล จะเข้ามาเป็นหนึ่งในสมาชิกของร้านอาหารสามเวลาที่มีไลท์เป็นผู้ปกครอง




    ...โปรดติดตามตอนต่อไป...

    เข้าไปร่วมพูดคุยกับไรท์หรือสมาชิกนักอ่านคนอื่นๆ ได้ที่แฟนเพจตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ

    www.facebook.com/writelazy

    ตารางการลงนิยายทุกวันเวลา 18.00

    (ในอนาคตอาจมีการปรับตารางลงใหม่เพื่อให้ตัวผู้แต่งมีเวลาพัก ขอบคุณครับ) 

    คล้ายกับเรื่อง(จบแล้ว)ระบบร้านอาหารสามเวลาต่างโลก พระเอกเก่ง+เน้นอาหารไทย ที่คุณอ่าน