แม้ว่ายามนี้หยางเจี้ยนจะยังเป็แค่เพียงคุณชายใหญ่ของจวนสกุลหยางยังไม่ใช่พระมาตุลาผู้สำเร็จราชการแผ่นดินดังเช่นในชาติที่แล้วแต่รอบกายของเขากลับมีพลังอำนาจคุกคามบางอย่างที่แผ่กระจายออกมาแล้วทำให้ทุกคนต่างก็เกรงขามและหวาดกลัวสายตาอันคมกล้าคู่นั้นของเขาทำให้หลายคนไม่กล้าสบตาแต่คนที่เคยผ่านความเป็ความตายมาแล้วอย่างหลินเหม่ยเหยากลับจ้องมองเขาด้วยสายตาพินิจพิจารณาพลางคิดในใจว่าทำอย่างไรดีนางและสกุลของนางจึงจะไม่มีเื่ขัดแย้งกับคนผู้นี้
“ข้าน้อยคือหลินเหม่ยเหยาบิดาของข้าคือรองหัวหน้าสำนักแพทย์หลวงหลินเจวี๋ยส่วนนี่คือน้องชายของข้าเป็เพราะข้ากังวลว่าลูกสุนัขจิ้งจอกสองตัวนั้นจะทำอันตรายเขาก็เลยลงมือกับลูกสุนัขจิ้งจอกสองตัวนั้นหนักมือไปหน่อยขอคุณชายใหญ่ได้โปรดให้อภัยข้าน้อยด้วยเถิดเ้าค่ะ”หลินเหม่ยเหยาเอ่ยพลางย่อกายคารวะขออภัยหยางเจี้ยนได้แต่หรี่ตาลงเมื่อได้เห็นท่าทีของนางแม้ว่าจะดูอ่อนน้อมและขออภัยอย่างจริงใจแต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้เขารู้สึกประหลาดใจก็คือเด็กสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาไม่ได้มีท่าทีหวาดกลัวเขาอย่างที่เด็กสาวคนอื่นๆมักจะเป็
“คุณหนูใหญ่หลินเป็สหายสนิทของคุณหนูสามจวนเราขอรับ”คำพูดของผู้ติดตามทำให้หยางเจี้ยนยิ้มเย็นออกมาสายตาที่ใช้มองหลินเหม่ยเหยาก็พลันเ็ามากยิ่งขึ้น
“อ้อที่แท้ก็คือคุณหนูที่อยู่จวนข้างๆนี่เอง แล้วเหตุใดเด็กสาวเช่นเ้าจึงได้มาป้วนเปี้ยนแถวนี้”คำพูดของหยางเจี้ยนทำให้หลินเหม่ยเหยายิ้มเย็นออกมาเช่นเดียวกันนางเงยหน้าขึ้นไปประสานสายตากับเขาแล้วจึงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“สำนักคุ้มภัยสกุลมู่คือกิจการของข้าดังนั้นจึงเป็เื่ปกติที่ข้าจะมาที่นี่”หลินเหม่ยเหยาเอ่ยพลางล้วงมือเข้าไปในถุงผ้าที่นางมักจะถือติดตัวมาด้วยแล้วนำขวดยาขวดเล็กๆออกมา
“นี่คือยาสลบที่ข้าใช้แม้ว่าฤทธิ์ยาจะทำให้คนหรือสัตว์หมดสติในทันทีที่ได้ััแต่กลับทำให้หมดสติไม่นานนักข้าขอมอบให้คุณชายใหญ่หยางเพื่อเป็การขอขมาที่ข้าลงมือกับลูกสุนัขจิ้งจอกของท่าน”หลินเหม่ยเหยาเอ่ยพลางยื่นขวดยาออกไปตรงหน้าหยางเจี้ยนรีบส่งสัญญาณให้คนของเขามารับไปในทันทีแม่สุนัขจิ้งจอกส่งเสียงคำรามใส่นาง แต่พอนางปรายสายตาไปทางมันแม่สุนัขจิ้งจอกก็ลดเสียงคำรามลงแล้วก้มหน้าลงไปเลียลูกๆของตนด้วยท่าทีที่เต็มไปด้วยความห่วงใย
“อีกไม่นานลูกสุนัขจิ้งจอกสองตัวนี้ก็จะฟื้นคืนสติขึ้นมาข้าขอรับรองว่าพวกมันจะต้องไม่เป็อันใดอย่างแน่นอน”เมื่อหลินเหม่ยเหยาเอ่ยเช่นนี้หยางเจี้ยนก็พยักหน้า
“เ้าก็จงภาวนาขออย่าให้พวกมันเป็อะไรก็แล้วกัน”เมื่อเขาเอ่ยจบก็สั่งให้คนของเขาไปอุ้มลูกสุนัขจิ้งจอกขึ้นแม่สุนัขจิ้งจอกเดิมทีก็ขู่คำรามใส่คนที่มาอุ้มลูกของมันแต่พอหยางเจี้ยนส่งเสียงห้ามปรามมันเบาๆมันก็หยุดคำรามแล้ววิ่งไปคลอเคลียหยางเจี้ยนในทันที
“ถ้าเช่นนั้นข้ากับน้องชายต้องขอตัวก่อนหากลูกสุนัขจิ้งจอกฟื้นขึ้นมาแล้วมีอาการผิดปกติท่านสามารถส่งคนไปตามข้าที่จวนได้ทุกเมื่อ”หลินเหม่ยเหยาเอ่ยเช่นนี้หยางเจี้ยนก็แค่นเสียงในลำคอแล้วโบกมือให้นางด้วยท่าทีไม่ใส่ใจนางจึงได้ย่อกายคารวะอำลาแล้วจึงได้พาน้องชายกลับจวน
เมื่อไปถึงจวนนางก็ยืนนิ่งมองหลินโม่วถูกชุยอวี้หลันเอาไม้ไล่ตีโดยไม่ช่วยเหลือหากเป็เมื่อก่อนนางคงจะออกหน้าช่วยน้อยชายอีกทั้งยังแสดงท่าทีต่อต้านมารดาเลี้ยงอย่างดื้อรั้นแต่ยามนี้นางกลับเห็นพ้องต้องกันกับมารดาเลี้ยงว่าน้องชายของนางควรจะได้รับการสั่งสอนเสียบ้าง
“พี่หญิง! เหตุใดคราวนี้ท่านจึงไม่ช่วยข้า”หลินโม่วเอ่ยพลางวิ่งมาแอบด้านหลังของนางแล้วหลบหลีกไม้เรียวที่ตั้งใจจะฟาดใส่เขาของชุยอวี้หลันด้วยความคล่องแคล่ว
“หลินโม่วอย่าหนีนะ” ชุยอวี้หลันเอ่ยพลางหอบออกมาด้วยความเหน็ดเหนื่อยนางไล่ตีเขามาหลายถ้วยชาแล้ว น้อยครั้งนักที่จะตีถูกเขาทำให้นางรู้สึกเหน็ดเหนื่อยเป็อย่างยิ่ง
“ท่านแม่ระวังนะระวังว่าท่านจะตีถูกพี่หญิงเข้า ถ้าพี่หญิงเจ็บตัวขึ้นมาจะต้องเป็เื่ใหญ่แน่”หลินโม่วเอ่ยพลางหัวเราะออกมาแต่หลินเหม่ยเหยากลับไม่ได้รู้สึกสนุกสนานไปกับเขาด้วยคำพูดของเขาทำให้แม้แต่ชุยอวี้หลันยังหยุดนิ่ง หลินเหม่ยเหยาได้แต่ทอดถอนใจออกมาแล้วเอ่ยกับน้องชายด้วยน้ำเสียงแ่เบา
“ข้าคงจะตามใจเ้ามากจนเกินไปให้ท้ายเ้ามากจนหลงลืมตน มู่เหอ มู่จิ่นมาจับตัวเขาเอาไว้ข้าจะดูสิว่าคราวนี้เขาจะหนีรอดไม่เรียวของแม่เล็กได้ไหม”เมื่อหลินเหม่ยเหยาเอ่ยเช่นนี้หลินโม่วก็ผงะถอยหลังไปแต่ก็ยังช้าไปกว่ามู่เหอและมู่จิ่นที่เข้ามาช่วยกันจับยึดแขนของเขาเอาไว้คนละข้าง
“แม่เล็กคือผู้ควบคุมดูแลจวนแห่งนี้เป็นายหญิงที่ทุกคนให้ความเคารพส่วนข้าแม้ว่าจะเป็คุณหนูใหญ่ของจวนแต่ก็ยังต้องให้ความเคารพนางในฐานะผู้าุโในจวนที่คอยอบรมเลี้ยงดู ก่อนหน้านี้ข้าคิดไม่ได้แต่ก็ใช่ว่าจะไม่รู้จักคิดได้ตลอดไปเ้าเองก็เช่นกัน เป็คุณชายคนเดียวของจวน วันๆไม่สนใจศึกษาเรียนรู้ตำราวิชาแพทย์ก็ไม่เป็ไร แต่เื่ความอ่อนน้อมถ่อมตนรู้กาลเทศะเ้าควรจะเรียนรู้เอาไว้ วันหน้าเมื่อเติบใหญ่เ้าต้องพบกับผู้คนอีกมากมายหากเ้ายังคงพูดจาไม่คิดและไม่รู้กาลเทศะเช่นนี้วันหน้าเ้าจะต้องเกิดเื่แน่”เมื่อหลินเหม่ยเหยาเอ่ยเช่นนี้หลินโม่วก็พลันน้ำตาคลอเต็มสองหน่วยตาในทันทีด้วยรู้แน่ชัดแล้วว่าวันนี้พี่สาวจะต้องไม่ช่วยเขาแน่
“แต่ข้ายังมีท่านพ่อคอยช่วยเหลือแถมยังมีท่านคอยปกป้องแล้วข้ายังจะต้องระมัดระวังอะไรอีก”คำพูดของน้องชายทำให้คราวนี้หลินเหม่ยเหยาพลันมีน้ำตาเอ่อคลอเต็มสองตาไปด้วย
“หากวันหน้าท่านพ่อไม่อยู่แล้วเล่าส่วนข้าเองก็ไร้ความสามารถไม่อาจจะปกป้องเ้าได้ แล้วเ้าจะเอาตัวรอดได้อย่างไร”หลินเหม่ยเหยาเอ่ยพลางคิดถึงเื่ราวในชาติที่แล้ว ไม่เพียงไม่อาจจะช่วยบิดาได้แม้แต่น้องชายและมารดาเลี้ยงนางก็สิ้นไร้หนทางที่จะช่วยเหลือ แม้ว่าจะมีผู้เยี่ยมยุทธ์ในสำนักคุ้มภัยอยู่ในมือแต่เมื่อเป็เื่ที่เกี่ยวข้องกับราชสำนักแล้วนางก็สิ้นไร้กำลังที่จะช่วยเหลือกองกำลังของสำนักคุ้มภัยเล็กๆ มีหรือจะสู้กองกำลังอันยิ่งใหญ่ของแคว้นได้ยังไม่นับว่านางไม่อยากจะดึงคนของสำนักคุ้มภัยมาเกี่ยวข้องกับเื่ฏของบิดาสิ่งเดียวทำได้ก็คือนางจำต้องตัดความเกี่ยวข้องกับสำนักคุ้มภัยเพื่อให้ทุกคนในสำนักรอดพ้นจากข้อหาฏ
“เช่นนั้นคราวหน้าข้าจะไม่ทำอีกแล้วท่านก็อย่าได้หลั่งน้ำตาออกมาอีกเลย”เมื่อหลินโม่วเอ่ยเช่นนี้หลินเหม่ยเหยาจึงได้รู้ว่ายามนี้บนใบหน้าของนางเต็มไปด้วยน้ำตาแห่งความเสียใจ
“เอาเถอะๆวันนี้จะละเว้นโทษโบยตีให้เ้าสักครั้ง แต่ครั้งหน้าอย่าได้มีอีกหากมีอีกแม่จะสั่งให้คนช่วยกันจับตัวเ้าส่งไปที่หอลงทัณฑ์ในทันที”ชุยอวี้หลันเอ่ยพลางโยนไม้ลงพื้นแล้วจึงได้หันมาทางหลินเหม่ยเหยา
“เอาล่ะคุณหนูใหญ่ท่านก็ไม่ต้องร้องไห้แล้วข้าไม่ตีน้องชายของท่านก็ได้เพียงแต่ครั้งหน้าหากเขาทำผิดอีกคงต้องเป็หน้าที่ของคุณหนูใหญ่ที่จะต้องลงทัณฑ์เขาจนกว่าเขาจะหลาบจำและไม่ทำอีก”คำพูดของชุยอวี้หลันทำให้หลินเหม่ยเหยาที่กำลังใช้ผ้าซับน้ำตาพลันชะงักไป ด้วยรู้ดีว่ายามนี้ทุกคนกำลังเข้าใจท่าทีของนางผิดคิดว่านางกำลังร้องไห้เพราะเกรงว่าน้องชายจะถูกลงโทษแต่นางก็ไม่คิดจะแก้ไขความเข้าใจผิดของทุกคนแถมยังยินดีที่จะได้เป็คนลงไม้ลงมือกับน้องชายของตนเองอีกด้วย
“ในเมื่อแม่เล็กมอบหมายหน้าที่สำคัญให้ข้าเช่นนี้ข้าก็ยินดีจะทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มที่แม่เล็กวางใจเถิดข้าจะลงโทษเขาให้หนักกว่าที่แม่เล็กลงมือเสียอีก”คำพูดของหลินเหม่ยเหยาทำให้หลินโม่วเอ่ยวาจาประท้วงออกมาในทันที
“พี่หญิง!ท่านจะลงมือกับข้าได้ลงคอจริงหรือ”คำถามของน้องชายทำให้หลินเหม่ยเหยาพยักหน้าพลางเอ่ยวาจายืนยันในทันที
“ต้องอบรมให้หนักสักหน่อยในเมื่อเ้ายังแยกแยะไม่ออกว่าระหว่างลูกสุนัขกับลูกสุนัขจิ้งจอกข้าก็ควรจะลงมือกับเ้าให้หนักสักหน่อย” หลินเหม่ยเหยายืนยันด้วยน้ำเสียงจริงจังในใจของนางคิดถึงภาพน้องชายที่เป็หนุ่มน้อยแล้วในชาติที่แล้วแม้ว่าจะเติบใหญ่แล้วแต่หลินโม่วกลับยังคงอาลัยอาวรณ์และพูดถึงลูกสุนัขที่ตนเองเคยอยากได้มาเลี้ยงในวัยเด็กทั้งๆที่เขามีสุนัขให้เลี้ยงตั้งหลายตัวแต่ก็เอาแต่บอกว่าไม่เหมือนลูกสุนัขที่เขาเคยอยากได้ยามนั้นนางไม่เข้าใจแต่ยามนี้นางเข้าใจแล้วว่าเพราะเหตุใดจึงไม่เหมือนลูกสุนัขที่ชาวบ้านทั่วไปเลี้ยงจะนำไปเทียบกับลูกสุนัขจิ้งจอกที่หยางเจี้ยนเลี้ยงเอาไว้ได้อย่างไร...