ณ บ้านของฟ้าลดา สามคนพ่อแม่ลูกร่วมกันรับประทานเที่ยงในวันอาทิตย์
“แต่งตัวซะสวยเชียว ลูกจะออกไปไหนอีกล่ะวันนี้”
“ฟ้ามีนัดกับเพื่อน ว่าจะพากันไปห้างของพี่รบค่ะพ่อ”
“พ่อว่าลูกตามเขามากเกินไปนะ ผู้ชายเขาไม่ชอบผู้หญิงที่คอยตาม มันอึดอัดนะลูก”
“โถ่พ่อ ยังไงลูกก็ยังถือคติตื๊อเท่านั้นที่ครองโลกค่ะ”
“กับข้าวมาแล้วจ้า ทั้งสองพ่อลูก คุยอะไรกันเอ่ย”
เนื่องจากตอนนี้ฟ้าลดาก็เรียนจบมาเป็เดือนแล้ว แต่ยังไม่หางานทำหรือไปช่วยงานที่โรงแรมของพ่อตน แม่จึงพยายามพูดกล่อม “่นี้ลูกก็ดูว่างๆ แล้วนี่ แม่ว่าลูกไปช่วยงานพ่อเขาดีมั้ย เจอคนเยอะๆ จะได้ไม่เบื่อด้วย”
“ขอเวลาให้ลูกอีกซักเดือนนะคะแม่ ไม่แน่นะ อาจจะมีข่าวมงคลก็ได้ค่ะ “ฟ้าลดาคาดหวังไว้สูงมากที่จะได้แต่งงานกับพันรบ
พ่อกับแม่ทำได้เพียงคอยดูเหตุการณ์ต่อไป เพราะรู้ดีว่าไม่อาจห้ามลูกสาวที่มีนิสัยเอาแต่ใจได้ ทั้งสองได้แต่มองดูลูกสาวออกไปเที่ยวกับเพื่อน
*******************************************
ในห้างฯ แห่งหนึ่ง ฟ้าลดาพร้อมกับสนและแป้งพากันไป shopping เลือกซื้อเสื้อผ้า ได้กันไปคนละถุงสองถุง สนเป็คนตาไวมาก พอเห็นม่านฟ้ากับพันรบมากินข้าวด้วยกัน ก็รีบบอกฟ้าทันที เนื่องจากฟ้าเป็คนไม่ยอมคน จึงพาเพื่อนไปทักทายพี่พันรบ
“สวัสดีค่ะ พี่พันรบมาทานข้าวไม่ชวนฟ้าเลยนะคะ”
ปกติถ้าพันรบได้เห็นฟ้าลดาจะพยายามหลบหน้า แต่วันนี้ตั้งตัวไม่ทันจริงๆ “เอ่อ วันนี้พี่กับม่านฟ้าทำงานจนเลยเที่ยง เลยพากันมาทานข้าวช้ากว่าปกติ พี่ว่าน้องฟ้าน่าจะทานแล้วนี่ครับ”
ฟ้ากัดปาก เพราะพันรบรู้ทัน บรรยากาศเริ่มไม่ดี สนกับแป้งจึงชวนกลับออกมาก่อน ฟ้าไม่อยากยอมแพ้จึงแกล้งปัดน้ำส้มหกใส่ม่านฟ้าทันที
“อุ้ย! พี่ม่านฟ้า ฟ้าไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ค่ะ ทำไมซุ่มซ่ามอย่างนี้นะ เดี๋ยวฟ้าช่วยเช็ดค่ะ”
ม่านฟ้ารู้ว่าเป็การแกล้ง แม้โกรธแต่ก็สงบสติอารมณ์ “ไม่เป็ไรค่ะ ม่านอิ่มแล้วพอดี เดี๋ยวไปห้องน้ำที่สำนักงาน รบกวนรบจ่ายให้ก่อนนะคะ ค่อยคุยกันทีหลังค่ะ”
ฟ้าลดาแอบยิ้ม เมื่อมองเห็นม่านฟ้าเดินออกไป
“พี่ว่าฟ้าทำเกินไปนะครับ เห็นๆ อยู่ว่าฟ้าแกล้งปัดแก้วน้ำ พี่ไม่ชอบพฤติกรรมแบบนี้รู้มั้ย”
“ก็พี่ชอบไปไหนมาไหนกับผู้หญิงคนอื่นที่ไม่ใช่ฟ้านี่คะ”
“พี่บอกเป็ร้อยรอบพันรอบแล้ว ว่าเราไม่ได้เป็อะไรกัน พี่ขอร้องอย่าคอยตามพี่แบบนี้อีกเลยนะ ตอนนี้พี่หมดความอดทนแล้ว”
ฟ้ารู้สึกผิดหวังกับคำพูดนี้ และกำลังจะบีบน้ำตา จึงวิ่งออกไปนอกร้านอาหาร โดยมีเพื่อนทั้งสองวิ่งตามออกมาด้วย ทั้งคู่ไม่รู้จะทำอย่างไรได้แต่ปลอบใจว่า “สนว่า พี่รบเขาพูดออกมาเพราะพี่กำลังโกรธนะฟ้า อย่าคิดมากเลย ให้พี่เขาอารมณ์เย็นก่อนคอยปรับความเข้าใจกันใหม่นะ”
แป้งไม่รู้ว่าจะช่วยอะไรดี เลยว่า “งั้นคืนนี้พวกเราออกไปเที่ยวลืมความเศร้ากันดีมั้ย”
พอได้ยิน ฟ้าก็หยุดร้องไห้และเห็นด้วยกับแป้ง “ดีเหมือนกัน พวกเราออกไปผับที่เดิมกัน เจอกันที่นั่นเลยนะ”
*******************************************
ณ ผับแห่งหนึ่ง เสียงดนตรีดังสนั่น ผู้คนหนาแน่น
“ชนแก้ว ชนแก้ว ดื่มให้เมาไปเลย มาดื่ม” ฟ้าลดาดื่มอย่างไม่ลดละ
“พอแล้วฟ้า เมามากแล้วนะ หมดไปสองขวดแล้วนี่ “สนพยายามปรามเพื่อน
“แป้งว่า ห้ามไม่อยู่แล้วล่ะ คงทำได้แค่คอยดูและคอยไปส่งฟ้าที่บ้านนั่นแหละ”
“กะมาแค่ผ่อนคลาย ไม่คิดว่าฟ้าจะเมาหนักเพราะอกหักขนาดนี้เลย” สนเห็นเพื่อนเป็อย่างนั้นก็ไม่กล้าดื่มเยอะ เพราะถ้าพากันเมาหมด จะเกิดอันตรายกันไปหมด
“ฟ้าไม่เมา ฟ้าไม่เมา ขอดื่มอีกหน่อย ยังไงฟ้าก็จะแย่งพี่รบมาให้ได้เลยคอยดูสิ”
ทั้งสองพากันส่ายหน้า คงพูดเตือนหรือทำอะไรไม่ได้แล้ว
*******************************************
ณ หอพักของอรภาและอันนิภา สองพี่น้องมาอยู่ด้วยกันเพื่อประหยัดค่าเช่าห้อง ตอนนี้ก็เสียทั้งพ่อและแม่ไป นอกจากอรภาจะเป็พี่สาวแล้วยังจึงเปรียบเสมือนแม่ของอันนิภาที่คอยส่งเสียจนกระทั่งอันนิภาได้มาเป็ตำรวจเต็มตัว
“ดึกมากแล้ว อันจะไปไหนน่ะ”
“คือว่า มีคดีด่วนที่ผับค่ะ ผู้กองพงศ์เทพแจ้งให้รีบไปด่วน”
“ไม่มีเวลาแล้ว อันรีบไปก่อนนะคะพี่อร”
*******************************************
เหตุเกิดที่ลานจอดรถของผับ มีคนลอบไปวางะเิโดยติดะเิไว้ที่ใต้ท้องรถของฟ้าลดา มีช่างพลเมืองดีที่เห็นเนื่องจากต้องไปซ่อมรถที่จอดอยู่ข้างๆ รถฟ้าลดา ช่างคนนั้นจึงรีบแจ้งตำรวจ
ผู้กองพงศ์เทพแจ้งว่า หน่วยกู้ะเิกำลังจะมา แต่ให้ลูกน้องตำรวจซึ่งรวมอันนิภาด้วยไปช่วยกันคอยกันผู้คนแถวนั้นให้ออกจากจุดนั้น นอกจากนี้มีตำรวจคนหนึ่งได้ประกาศให้คนที่มาเที่ยวผับพากันกลับ
ในขณะนั้นฟ้าลดากำลังเข้าห้องน้ำพอดี ไม่ได้ยินเสียงประกาศ เลยไม่รู้เื่นี้ ส่วนสนกับแป้งเป็ห่วงรถเลยว่าจะไปเอารถออกจากจุดนั้นก่อนค่อยมารับฟ้าลดา ผู้คนในผับพากันทยอยออกกันไปหมด เมื่อฟ้าออกมาไม่เห็นใคร คิดว่าเพื่อนคงพากันกลับแล้ว เลยเดินไปที่รถแบบไม่สนใจใคร ใน่นั้นเหตุการณ์วุ่นวายมาก เพราะมีแต่คนจะรีบขับรถกลับเพราะกลัวะเิ ตำรวจคอยแต่ช่วยกันโบกให้รถทยอยออกไป เลยไม่ทันสังเกตว่าฟ้าลดากำลังจะขึ้นไปบนรถตัวเองแล้ว ยังโชคดีที่อันนิภาหันมาเห็นเข้าพอดี เลยรีบวิ่งไปกะไปบอกกล่าว แต่รถกำลัง start อันนิภาเลยตัดสินใจขึ้นนั่งด้านข้างคนขับซึ่งโชคดี ประตูฝั่งที่จะขึ้นไม่ได้ล็อค
ฟ้าใมาก คิดว่าต้องเป็โจรปล้นรถแบบที่เคยฟังข่าวมา และไม่กล้าหยุดรถเพราะกลัวถูกยิง “แกเป็ใคร กล้าดียังไงมาขึ้นรถฉัน”
“ฉันเป็ตำรวจค่ะ ใจเย็นๆ นะคะ คือรถคันนี้มีะเิค่ะ หน่วยกู้ะเิกำลังจะมา หยุดรถก่อนนะคะ”
“ฉันไม่เชื่อแกหรอก แกเป็โจรปล้นรถใช่มั้ย ให้ฉันหยุดรถ กะให้พรรคพวกมารุมทำร้ายฉันน่ะสิ”
โชคร้ายที่อันนิภาลืมกระเป๋าสตางค์และโทรศัพท์ไว้บนรถตำรวจ เลยไม่สามารถนำบัตรมายืนยันว่าเป็ตำรวจได้
“เชื่อฉันเถอะนะคะ ฉันเป็ตำรวจจริงๆ ยิ่งรถวิ่งอยู่อย่างนี้มันอาจจะไปกระตุ้นให้ะเิทำงานก็ได้นะคะ”
นอกจากฟ้าลดาจะไม่ยอมเชื่อแล้ว ยังเหยียบคันเร่งให้วิ่งเร็วกว่าเดิม
ทางด้านตำรวจท่านอื่นเมื่อเห็นเหตุการณ์ ที่รถติดะเิกำลังวิ่งไปในถนนสาธารณะ ก็พากันรีบติดตามทันที นอกจากจะห่วงความปลอดภัยของคนขับแล้ว ยังห่วงว่ารถรอบข้างอาจเกิดอันตรายไปด้วย เพื่อนตำรวจพยายามติดต่ออันนิภาแต่กลับได้ยินเสียงโทรศัพท์ในรถตัวเอง “บ้าจริง ไม่ได้เอามือถือไปด้วย”
อันนิภาตั้งใจว่า จะรอให้รถคันนี้วิ่งไปในที่เปลี่ยวๆ แล้วเข้าแย่งพวงมาลัย แต่ก็คิดว่าอาจจะไม่มีเวลาแล้วเลยตัดสินใจเข้าปลดเข็มขัดนิรภัยทั้งของตัวเองและฟ้าลดาเปิดประตูฝั่งคนขับ เลยดึงตัวฟ้าะโออกจากรถด้วยกัน แต่น่าเสียดายที่ะเิกลับทำงานเร็วเกินไป แรงอัดะเิทำให้ทั้งสองกระเด็นมาไกลและถูกไฟคลอก