58 2-2
ตอนที่ 96 คนของตระกูลสายหลักมาถึง (2)
“....” โม่เฉินหยวนอึ้งจนพูดไม่ออกไปชั่วขณะ ก่อนจะกวาดสายตามองนางตั้งแต่หัวจรดเท้ารอบหนึ่ง
“ข้าหลงคิดว่าเจ้าเป็นคนบ้าระห่ำไม่เกรงกลัวความตายเสียนี่?”
เหลิงหยุนเจียวถึงกับสำลึกคำกล่าวของโม่เฉินหยวน แต่เนื่องด้วยอีกฝ่ายมีความจำเป็นต่อนางอย่างยิ่งในยามนี้ นางจึงทำได้เพียงแค่ฝืนยิ้มแห้งตอบกลับไป แต่ทว่าภายในใจกำลังก่นด่าสาปแช่งบรรพชนโคตรเหง้าของโม่เฉินหยวนเป็นคำรบสอง...
หากมิใช่เพราะขุมพลังความแกร่งกล้าเกินหยั่งถึงของเจ้าแล้วล่ะก็ มีหรือที่ตระกูลสายหลักจะส่งยอดฝีมือระดับขอบเขตปราณปฐพีมาเช่นนี้!
.............
ณ โถงใหญ่ ลานหลักแห่งจวนตระกูลเหลิง
เหลิงหยวนหลงส่งมอบโอสถล้างพิษเม็ดหนึ่งให้แก่ชายวัยกลางคน ผู้ซึ่งนั่งอยู่ตรงข้ามด้วยสองมืออย่างสุภาพนอบน้อม
“ท่านผู้อาวุโสเฉา ข้าโชคร้ายนัก ถูกเหลิงหยุนเจียวใช้วิธีสกปรกเล่นงานด้วยพิษแขนงประหลาด”
“หากเกิดอันใดขึ้นกับท่าน โอสถต้านพิษชนิดนี้จักสามารถช่วยท่านได้ ท่านรีบกินเข้าไปก่อนเถิดจะได้เป็นเกราะคุ้มกัน”
เฉาเซี่ยหนานปรายหางตาจับจ้องไปทางเหลิงหยวนหลง แววตาเจือไปด้วยความประมาทดูแคลนอยู่หลายส่วน ก่อนจะเคลื่อนลงมามองที่โอสถในมือเม็ดนั้น
เขาหยิบโอสถต้านพิษดังกล่าวขึ้นมา กวาดตามองสำรวจอยู่สองสามาอบ ก่อนจะใช้สองนิ้วบีบทำลายเบาๆอย่างไม่แยแสนัก โอสถต้านพิษแหลกสลายเป็นผุยผงในพริบตาเดียว
“เจ้าคิดว่ามีสิ่งนี้แล้ว จะไม่ถูกพิษของนางเล่นงานอย่างนั้นรึ? เท่าที่เห็นก็แค่โอสถไร้ประโยชน์เม็ดหนึ่งเท่านั้น”
“....”
เหลิงหยวนหลงแอบโมโหจนเลือดขึ้นหน้ามิใช่น้อยๆ เส้นเลือดสีเขียวคล้ำปูดโปนขึ้นเต็มหน้าผากพร้อมสั่นกระตุกตุ้บๆพร้อมกัน ภายในใจทั้งคับแค้นและอัปยศอดสูเกินพรรณนา แต่ก็ไม่สามารถทำอันใดได้นอกเสียจากต้องระงับเก็บไว้
หากเขารู้ตั้งแต่แรกว่าท่านอาจารย์ถังผู้นั้นคือ เหลิงหยุนเจียว เขาคงกินโอสถต้านพิษไว้ล่วงหน้า และไม่มีทางที่พิษของนังสารเลวนั่นจะใช้ได้ผลกับตัวเขาแน่!
อย่างไรก็ตาม การที่ทุกอย่างดำเนินมาจนถึงจุดนี้ได้ ต้องยอมรับว่า เหลิงหยุนเจียวนางนี้มากไปด้วยไหวพริบและเล่ห์เพทุบาย หาได้มาจากพลังความแข็งแกร่งสักทีเดียว
และคนประเภทนี้ก็นับเป็นผู้ที่หาทางรับมือได้ด้วยยากที่สุดแล้ว!
คลื่นอารมณ์ของความขัดข้องใจและความขุ่นเคืองมากมาย ได้สร้างความปั่นป่วนขึ้นภายในใจของเหลิงหยวนหลงจนแทบคลั่งอีกครา ทว่าอยู่ต่อหน้าเฉาเซี่ยหนานในยามนี้ เขาจึงต้องจำใจปั้นหน้าฝืนยิ้มออกไปอย่างไม่มีเงื่อนไข
“สิ่งที่ท่านผู้อาวุโสกล่าวล้วนถูกต้อง กระนั้นเอง แม้ว่านางจะหยิบใช้วิธีน่ารังเกียจปานใด แต่ด้วยพลังความสามารถของท่าน อีกฝ่ายย่อมไม่มีทางทำอันตรายท่านได้กระทั่งปลายเล็บเป็นแน่”
หากมิใช่ข้อเท็จจริงที่ว่า บุคคลผู้นี้ไม่เพียงเป็นผู้อาวุโสในตระกูลสายหลักเท่านั้น แต่ทว่ายังมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงไปถึงมารดาของท่านประมุขสายหลักอีกด้วย มีหรือที่เหลิงหยวนหลงจะยอมก้มหัวปล่อยให้อีกฝ่ายถ่มน้ำลายรดหัวดูถูกดูแคลนเช่นนี้ได้?
แต่ไม่อย่างไร เขาจำต้องอดทนเท่านั้น! ขอเพียงอดทนจนกว่าเหลิงหยุนเจียวจะถูกกำจัดทิ้ง ทุกอย่างก็จะกลับมาเหมือนเดิม!
เฉาเซี่ยหนานจับสังเกตเห็นแววโทสะที่เหลิงหยวนหลงพยายามระงับข่มไว้ในดวงตาคู่นั้นของเขา จึงหยิบเข็มเหล็กสีเงินขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะ พลางหยิบถ้วยชาจวิ๋นชานชั้นเยี่ยมขึ้นริมจิบคำหนึ่งอย่างสุขุมเยือกเย็น
“ข้าได้ยินมาว่า มียอดฝีมืออยู่ข้างกายนาง?”
เหลิงหยวนหลงเป็นเพียงหัวหน้าตระกูลสายรองเล็กๆคนหนึ่งเท่านั้น ไม่ว่าเขาจะรู้สึกไม่พอใจสักเพียงใด ที่เห็นเฉาเซี่ยหนานหาได้กระตือรือร้นสนใจกับเรื่องของเหลิงหยุนเจียวนัก แต่ก็ทำได้เพียงแค่นิ่งเงียบและตอบคำถามของอีกฝ่ายไป
แต่ก็หาใช่เรื่องแปลกเช่นกันที่เฉาเซี่ยหนานจะดูสนอกสนใจกับยอดฝีมือข้างกายของนางเป็นพิเศษ เพราะเนื้อหาในจดหมายฉบับนั้น ก็ได้เขียนบอกไว้อย่างชัดเจนว่า ข้างกายเหลิงหยุนเจียวมียอดฝีมือลึกลับที่มีระดับพลังสูงส่งเกินหยั่งถึงผู้หนึ่งอยู่ด้วย และก็เป็นเพราะข้อความประโยคนี้เช่นกัน ที่ทำให้เฉาเซี่ยหนานถูกส่งมาที่นี่
ก่อนเดินทาง นายหญิงยังกำชับเฉาเซี่ยหนานอีกว่า ครานี้จะต้องกำจัดชนิดถอนรากถอนโคนให้ได้ สาวไปให้ถึงตัวการสำคัญที่ทำให้เหลิงหยุนเจียวผงาดขึ้นมาได้!
กล่าวคือ ภารกิจที่แท้จริงของเขาในครั้งนี้ก็คือ การกำจัดภัยอันตรายทั้งหมดที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงามืด ที่อาจส่งผลกระทบต่อคุณหนูรองแห่งจวนตระกูลเหลิงสายหลักทั้งทางตรงและทางอ้อมให้สิ้นซากนั่นเอง!
เหลิงหยุนเจียวทั้งรักและคลั่งไคล้องค์รัชทายาทยิ่งกว่าอะไรดี เรื่องนี้มีหรือที่จะไม่มีผู้ใดล่วงรู้? ฉะนั้น การที่นางมียอดฝีมือลึกลับคอยช่วยและหนุนหลังอยู่เช่นนี้ ในอีกไม่ช้า นางคงต้องกลับไปสร้างปัญหาในเมืองเซิงจิ้งอีกเป็นแน่!
“เรื่องนั้นเป็นความจริง”
เหลิงหยวนหลงเองก็แอบเฝ้าสังเกตปฏิกิริยาท่าทีของเฉาเซี่ยหนานเช่นกัน เหมือนว่าอีกฝ่ายกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่คนเดียวตั้งแต่เมื่อครู่แล้ว
“ข้าไม่สามารถสัมผัสได้ถึงระดับขั้นพลังลมปราณของชายผู้นั้นได้ อย่างไรเสีย ท่านก็ควรระมัดระวังตัวให้จงดี”
เฉาเซี่ยหยานแกว่งถ้วยชาในมือเล่นพลางใช้ความคิด
“ในเมื่อคนผู้นั้นกล้ายื่นมือเข้าช่วยเหลือเหลิงหยุนเจียว ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม เราก็ไม่สามารถปล่อยให้มันมีชีวิตต่อไปได้”
“สำหรับยอดฝีมือผู้นั้น ปล่อยให้ข้าจัดการเอง ส่วนพวกเจ้าสองพ่อลูก ไปจัดการกับเหลิงหยุนเจียวซะ”
“ตะ-...แต่ พวกเราล้วนถูกเหลิงหยุนเจียววางยาพิษ นางลงมือเพียงหนึ่งกระบวน พวกเราสองพ่อลูกย่อมตายได้ทุกเมื่อ”
เหลิงหยวนหลงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวยอมรับออกไปตามตรง
“เพล้ง!!”
ถ้วยชาในมือถูกขว้างออกไปกระแทกกับกำแพงจนแตกกระจาย เสียงแหลมแสบแก้วหูที่ดังขึ้นฉับพลันนี้ ทำเอาเหลิงหยวนหลงกับเหลิงหงเฟยถึงกับสะดุ้งเฮือกสั่นสะท้านขึ้นทันใด