ตอนที่ 5. ศึกชิงนาง
“วันนี้พ่อเลี้ยงหนึ่งเดียวพาคุณดาพยาบาลคนสวยมาที่ไร่ด้วยครับ ผมได้ยินพ่อเลี้ยงบอกกับคุณรักร้อยว่าคุณดาเป็แฟนแก ผมทำงานกับพ่อเลี้ยงมาตั้งนานเพิ่งรู้ว่าพ่อเลี้ยงเป็แฟนกับคุณดา นี่ถ้าคุณรักร้อยไม่มาเสนอตัวแต่งงานด้วย พ่อเลี้ยงคงปิดเื่นี้เงียบไปอีกนาน” นายมิ่งโทรรายงานเื่ราวที่เกิดขึ้น ในไร่ดินเดียวให้ผู้เป็นายฟังเสียงแจ้ว
นายมิ่งแอบแฝงตัวอยู่ในหมู่คนงาน คอยลอบสังเกตความเคลื่อนไหวของเอกดนูมาร่วมปี อาศัยที่ตัวเขาเป็คนช่างจ้อคอยพูดคุยคอยช่วยคนนั้นคนนี้ไปทั่ว ทำให้ได้ข้อมูลดีๆ หลายอย่าง โดยไม่ถูกสงสัย วันนี้เขาอาสาไปช่วยแม่ครัวยกหม้อข้าวหม้อแกงในโรงอาหาร ทำให้ได้รู้ได้เห็นเื่สำคัญ
เตโชนั่งจิบกาแฟอยู่บนระเบียงของบ้านพักในรีสอร์ทไป หูก็ฟังรายงานจากนายมิ่งไป มาสะดุดหูกับถ้อยคำประโยคสุดท้ายของอีกฝ่าย
“อย่ามาออกความเห็นพร่อย ๆ แบบนี้นะ รักร้อยจำเป็ต้องแต่งงานกับไอ้เอกดนู ตามคำสั่งท่านเ้าสัวเกริกคุณตาของฉัน เธอไม่ได้เต็มใจเธอถูกบังคับ เข้าใจให้ถูกต้องด้วย! ” เตโชโวยลั่น พร้อมกับอธิบายให้คนฟังเข้าใจตามที่เขารู้สึก
ชายหนุ่มไม่คิดว่ารักร้อยเต็มใจแต่งงานกับเอกดนู เพราะรักร้อยไม่เคยพบกับหลานชายคนเดียวของเ้าสัวเกริกมาก่อน เขากับรักร้อยรู้จักกันมาร่วมห้าปี มารดาของเขาพาเขากลับมาอยู่เมืองไทยหลังจากบิดาชาวฮ่องกงของเขาเสียชีวิต เขากลับมาช่วยงานของผู้เป็ตา โดยได้รับมอบหมายให้ดูแลกิจการใต้ดินทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็สถานบันเทิง อาบอบนวด รวมถึง บ่อนการพนันและบ่อนกาสิโนที่เ้าสัวเกริกร่วมลงทุนกับชาวต่างชาติตามชายแดนเขมรและฝั่งพม่า กิจการเหล่านี้ทำรายได้มหาศาลให้เ้าสัวในแต่ละปี โดยมีบริษัทส่งออกและโรงแรมเป็กิจการรองไว้ฟอกเงินที่ได้ให้ขาวสะอาด
เขาทำงานหนักเพื่อหวังให้ผู้เป็ตายอมรับ ศัตรูทางธุรกิจและศัตรูเก่าของท่านถูกเขาจัดการจนไม่กล้าหือ โดยอาศัยอิทธิพลของบิดาที่เคยเป็คนสนิทของมาเฟียอันดับต้นๆ ของฮ่องกง เขาขอความช่วยเหลือลูกน้องและคนที่เคยมีบุญคุณกันมาเป็ตัวช่วยกำจัดเสี้ยนหนาม ผลงานเข้าตาแต่ไม่โดนใจ เพราะคุณกรวรรณมารดาของเขาเป็แค่ลูกบุญธรรมไม่ใช่ลูกแท้ๆ ทำให้เ้าสัวเกริกไม่ยอมยกมรดกให้เขา แต่กลับทำพินัยกรรมยกทุกอย่างให้เป็ของเอกดนูหลานชายคนเดียวแทน โดยมีข้อแม้ที่ทำลายหัวใจเขาอย่างรุนแรงโดยบังคับให้รักร้อยแต่งงานกับเอกดนู เพื่อเหนี่ยวรั้งหลานชายให้กลับมารับมรดกทั้งหมด
“ไอ้เอกดนูมันมีแฟนแล้วก็ดี รักร้อยจะได้ไม่ต้องแต่งงานกับมัน” เตโชเอ่ยด้วยรอยยิ้มสมใจ “แล้วรักร้อยเธอว่ายังไงบ้าง ตอนที่รู้เื่”
“คุณรักร้อยเธอไม่ว่าอะไรครับ แต่เธอเป็ลม”
นายมิ่งได้ยินแต่่แรก ่หลังเขาถูกแม่ครัวเรียกให้ไปช่วยตักแกง ได้แต่แอบมองอยู่ห่างๆ เห็นแค่รักร้อยล้มลงไปแล้วถูกเอกดนู อุ้มขึ้นรถไป จึงคาดเดาว่าหญิงสาวน่าจะเป็ลมเพราะรู้ข่าวร้าย
“บ้าจริง! แล้วรักร้อยเป็อะไรมากหรือเปล่า” เตโชสบถขึ้นอย่างขัดใจ ก่อนจะถามอาการของหญิงสาว
“อันนี้ผมก็ไม่ทราบครับ ผมไม่ได้ตามไปด้วย แหะๆ ” นายมิ่งพูด จบ ก็รีบยกโทรศัพท์ออกห่างจากหู อย่างรู้งาน
“ไอ้เวรมิ่ง! ทำไมแกไม่ตามไปดูวะ ไอ้สมองไร้รอยหยัก ก่อนจะโทรมารายงานฉันแกน่าจะหาข้อมูลมาให้ครบก่อน ฉันไม่น่าส่งคนอย่างแกไปเป็สายเลย ทำงานไม่รอบคอบไม่พอ ยังโง่อีก ไอ้เวร !” เป็ตามคาด เตโชตะคอกใส่โทรศัพท์เต็มเสียง เขาด่า ด่า และด่า จนพอใจ จึงค่อยสงบลง
ชายหนุ่มเป็คนสุขุมรอบคอบและเยือกเย็น ยามอยู่ท่ามกลางลูกน้องเขาเป็หัวหน้าที่น่าเกรงขาม ด้วยความโเี้ไม่ปราณีใคร ทำให้หลายคนขยาดเกรงกลัว แต่เตโชมีจุดอ่อนคือคนที่เขารัก ชายหนุ่มมักจะทนไม่ได้หากมีอะไรเกิดขึ้นกับมารดาหรือรักร้อย จากก้อนน้ำแข็งจะกลายเป็ูเาไฟในทันที เช่นตอนนี้เป็ต้น
“ใจเย็นครับคุณเต้ ผมจะรีบไปดูอาการคุณรักร้อยเดี๋ยวนี้แหละครับ แล้วจะรีบโทรรายงานทันที” นายมิ่งถือโอกาสทำดีไถ่โทษ แล้วรีบวางสายทันที
“ไอ้มิ่ง ไอ้เวร รีบวางสายทำไม”
เตโชดึงหูฟังออกจากหู ก่อนจะโยนไว้บนโต๊ะอย่างหงุดหงิด เขาไม่น่าให้คนอย่างเ้ามิ่งทำงานนี้เลย หากมีใครที่ดีกว่านี้เขาคงไม่ใช้มัน เ้ามิ่งเป็เด็กที่คุณกรวรรณรับมาอุปการะ หลังจากเ้ามิ่งได้ช่วยท่านไว้จากการถูกวิ่งราว ถึงจะโง่ไปนิด แต่มันก็เป็คนที่ซื่อสัตย์ และจงรักภักดีต่อมารดาของเขามาก เ้ามิ่งจึงเป็ตัวเลือกที่ดีกว่าลูกน้องคนอื่นที่เคยเป็คนของเ้าสัวเกริกมาก่อน
“ขืนรอฟังข่าวจากไอ้มิ่งเราคงอกแตกตายก่อน เอาวะ เป็ไงเป็กัน” เตโชลุกยืนทันที เขาคว้ากุญแจรถที่เพื่อนให้ยืมมา แล้วรีบเดินออกไปทันที
ต่อให้กลัวว่าจะถูกรักร้อยด่า ก็ขอให้ได้เห็นว่าเธอปลอดภัยดีกว่า มานั่งรอฟังข่าวจากไอ้มิ่งแบบนี้ ถือโอกาสไปทำความรู้จักกับไอ้เอกดนูด้วย อยากเห็นหน้ามันนักไอ้ทายาทผู้รับมรดกจอมหยิ่งคนนั้น มันจะหน้าตาเป็ยังไง เตโชสตาร์ทรถได้ก็เหยียบคันเร่งมุ่งตรงไปยังไร่ดินเดียวทันที
///
อาการป่วยของรักร้อยทำให้เอกดนูต้องยอมให้หญิงสาวยุติการทำงานในวันนี้ลงก่อนเวลา ชายหนุ่มพารินลดาไปส่งที่บ้านหลังจากหญิงสาวจัดยาให้คนป่วยแล้ว ตลอดทางเ้าของไร่หนุ่มไม่ยอมพูดอะไรออกมา เขานิ่งสงบจนทำให้คนที่นั่งมาด้วยรู้สึกอึดอัด
“เป็อะไรหรือเปล่าคะเดียว”
“หือ... ผมแค่ใช้ความคิดนิดหน่อยน่ะ ไม่ต้องห่วงผมมีสมาธิในการขับรถมากพอน่า ไม่ทำให้เกิดอุบัติเหตุหรอกหนูดา”
เอกดนูหันมาตอบคำถามคนข้างกาย ก่อนจะหันกลับไปสนใจมองถนนข้างหน้าต่อ วันนี้อุตส่าห์ตั้งใจทำให้รักร้อยถอดใจแล้วแท้ๆ แต่ทำไมเขาถึงรู้สึกผิดกับสายตาตัดพ้อของเธอ แล้วยังจะใจสั่นตอนที่ััเนื้อตัวนุ่มนิ่มหอมกรุ่นนั้นอีก ตอนที่โอบอุ้มร่างบางไว้ในอ้อมแขน เกิดความรู้สึกราวกับว่าอยากจะทอดเวลาให้เธออยู่แนบชิดให้นานกว่านี้ มันเกิดอะไรกับหัวใจดวงนี้ของเขากันแน่ ทำไมถึงได้รู้สึกแบบนี้กับผู้หญิงร้ายกาจคนนั้นได้ เอกดนูสับสนจนหาคำตอบไม่เจอ
“ท่าทางผู้หญิงคนนั้น จะทำให้เดียวคิดมากนะคะ” รินลดาพูดเสียงเรียบ ไม่จงใจให้เขารู้สึกว่าเธอกำลังเอ่ยกระทบเทียบอยู่
“ไม่หรอก ผมไม่มีทางคิดอะไรกับรักร้อยแน่ คุณก็รู้นี่หนูดา ว่าผมเกลียดธุรกิจที่ปู่ของผมทำแค่ไหน เพราะธุรกิจบ้า ๆ พวกนั้น ทำให้พ่อกับแม่ผมต้องถูกฆ่าตาย เงินที่มาจากหยดน้ำตาและหยดเืของใครต่อใคร ต่อให้มีค่ามีราคาแค่ไหน ผมก็ไม่เอาหรอก”
เอกดนูระบายสิ่งที่อยู่ในใจให้เพื่อนสาวฟัง เขาไม่อยากรับมรดกไม่้าทรัพย์สมบัติพวกนั้นเลย เื่เมื่อห้าปีก่อนทำให้เขาเ็ปฝังใจ วันนั้นเป็วันรับปริญญาของเขาแต่ไร้เงาบิดามารดาต่างจากเพื่อนคนอื่น เขารอท่านทั้งสองมาร่วมแสดงความยินดี จนกระทั่งได้รับข่าวร้ายว่าท่านได้จากโลกนี้ไประหว่างเดินทางมาร่วมงาน ท่านถูกคนร้ายลอบยิงจนเสียชีวิตคาที่ เหมือนกับลุงของเขาที่ถูกลอบฆ่าก่อนหน้านั้น เมื่อเห็นร่างไร้ิญญาของพ่อแม่ถูกเข็นออกมาจากห้องดับจิต เอกดนูหลั่งน้ำตาลูกผู้ชายออกมาอย่างไม่อายใคร เขามองหน้าผู้เป็ปู่ที่ยืนซึมอยู่ข้างๆ ศพด้วยความเกลียดชัง
“เพราะคุณปู่บังคับให้พ่อกลับมา พ่อเลยถูกฆ่าเหมือนคุณลุง ทำไมคุณปู่ถึงไม่ยอมเลิกธุรกิจนอกกฏหมายพวกนั้น มันสำคัญมากกว่าชีวิตของลูกชายของคุณปู่หรือครับ” เอกดนูหันไปถามเ้าสัวเกริกทั้งน้ำตา
“เคยได้ยินคำว่า ขี่หลังเสือแล้วลงไม่ได้หรือเปล่า ธุรกิจของปู่ก็เหมือนขี่หลังเสือทำแล้วเลิกไม่ได้ ปู่อยู่ในวงการนี้มาตลอดชีวิต ศักดิ์ศรีของตระกูลเราจะถูกเหยียบย่ำจมดิน ถ้าปู่ไม่มีอำนาจบารมีพวกนี้ค้ำยันเอาไว้ แกต้องเป็ผู้สืบทอดทุกอย่างของมหทรัพย์ไพศาลนะเ้าหนึ่งเดียว”
เ้าสัวเกริกบีบไหล่หลานชายแน่น แววตาของเ้าพ่อวงการมืดวาวกล้าขณะเอ่ยคำพูดเหมือนฝากอนาคตไว้ที่หลานชายคนเดียว
“ไม่ครับ ผมไม่มีวันสืบทอดอำนาจมืดพวกนี้ ผมไม่โหดพอที่จะเห็นคนตายแล้วยืนทำหน้าเฉยได้หรอกครับ ปู่ไปหาคนอื่นสืบทอดแทนเถอะครับ ผมไม่้า ไม่รับ และอย่าบังคับให้ผมทำอะไรที่ฝืนใจแบบนี้”
เอกดนูประกาศจุดยืนของตนเองต่อหน้าผู้เป็ปู่ หลังจากเสร็จงานศพของพ่อแม่ เขานำอัฐิของท่านทั้งสองกลับมาที่ไร่ดินเดียว สร้างเจดีย์บรรจุอัฐิไว้บนเนินเขา แล้วมุ่งมั่นสานต่อสิ่งที่พ่อของเขา้าทำ คือการเป็เกษตรกรปลูกพืชผักปลอดสารพิษ ทำเกษตรอินทรีย์และเลี้ยงสัตว์แบบครบวงจร ใช้ความรู้ด้านการเกษตรที่เรียนมาพลิกฟื้นผืนดินให้มีค่า ตอนนี้เขาได้ทำสำเร็จแล้ว และไม่คิดจะกลับไปรับมรดกของเ้าสัวเกริกอีก
“ขอบคุณมากนะหนูดา ที่ยอมช่วยผม” เอกดนูเอ่ยขอบคุณเพื่อนสาว หลังจากพาเธอมาส่งถึงหน้าประตูบ้าน
รินลดายิ้มละมุน ใบหน้าอ่อนหวานชวนมองเงยหน้าขึ้นสบตาเพื่อนชายด้วยแววตาอ่อนโยน
“ดาทำทุกอย่างเพื่อเดียวนะคะ ดาอยากให้เดียวเชื่อมั่นในตัวดา ว่าดาไม่มีทางคิดร้ายกับเดียว”
มือบางยืนไปกุมมือหนากว่าไว้ ก่อนจะจับฝ่ามือของเขาให้หงายขึ้น แล้ววางสิ่งหนึ่งลงบนมือของอีกฝ่าย
“เอาไปฟังดูนะคะ ถ้าอยากรู้ว่าดาคุยอะไรกับผู้หญิงคนนั้นบ้าง ดารู้ว่าเดียวเป็คนมั่นคงในความคิดของตนเอง ไม่มีทางวอกแวกใจอ่อนยอมถอนคำพูดเพราะมารยาของผู้หญิงร้ายกาจอย่างยายรักร้อยแน่ ดาเชื่อมั่นในตัวเดียวนะคะ”
พูดจบร่างบางระหงก็เดินเข้าไปในบ้าน ปล่อยให้เพื่อนชายยืนนิ่งจ้องมองโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในมือ เอกดนูไม่รอให้กลับไปถึงไร่เขาเปิดคลิปเสียงที่รินลดาบันทึกฟังขณะขับรถกลับมา คิ้วดกหนาเริ่มขมวดจนยับย่นในที่สุด เมื่อได้ยินเสียงแจ้วๆ ของรักร้อยเอ่ยถ้อยคำชวนโมโห
“ถ้าไม่อยากให้นายเอกดนู ต้องสิ้นไร้ไม้ตอกกลายเป็คนล้มละลาย ก็ช่วยเกลี้ยกล่อมให้เขาแต่งงานกับฉันสิ แค่จดทะเบียนทุกอย่างก็จบ พอครบหกเดือนก็หย่า ง่ายจะตาย”
“นี่ เธออย่าเสียเวลามาออกฤทธิ์แผลงเดชใส่ฉันเลย เก็บเวลาไปทำสวยลดอาการหวานเลี่ยนของตัวเองลงบ้าง เดี๋ยวจะสู้สาวเซ็กส์ เอ็กซ์แตกอย่างฉันไม่ไหวนะ ขอบอกว่าฉันไม่มีวันยอมปล่อยให้เดียวขาของเธอหลุดมือแน่”
“แหม... ชักอยากลองยั่วพ่อสุภาพบุรุษของเธอดูซะแล้ว อยากรู้จริงๆ ว่าเขาจะเป็สุภาพบุรุษขนาดไหน”
ทุกคำพูดทุกถ้อยคำของรักร้อยแสดงเจตนาของตัวเองออกมาอย่างชัดแจ้ง หญิงสาวหน้าหนาไร้ยางอายกว่าที่คิด อีกทั้งยังเ้าเล่ห์แสนกล ล่อหลอกปั่นหัวเขาเล่นราวกับเป็คนโง่ เอกดนูใช้มือข้างหนึ่งลูบคลำบนศีรษะของตัวเอง คลำดูว่าเขาบนหัวของตนงอกยาวแค่ไหนแล้ว มารยาร้อยเล่มเกวียนคงไม่ถึงครึ่งที่รักร้อยมี เขาไม่ยอมให้ตัวเองกลายร่างเป็พี่ชายเ้าแรมโบ้แน่ ถึงแม้ไม่ถึงชั่วโมงที่ผ่านมาเขาจะมีสภาพไม่ต่างจากวัวตัวหนึ่งก็ตาม
“ยายตัวแสบเอ้ย ฉันจะไม่ใจอ่อนกับเธออีกแล้ว” เอกดนูะโลั่นอย่างแค้นจัด รีบเหยียบคันเร่งขับรถไปให้ถึงไร่ให้เร็วที่สุด เพื่อจัดการกับผู้ร้อยเล่ห์จอมมารยาคนนั้น
///
ขอบคุณที่แวะมาอ่านค่ะ
รวิญาดา