ไม่นานนักโหรวอวี้ก็พาหนานิมายังที่พักของเขา
ที่พักของหนานิเป็บ้านเดี่ยวที่หรูหราแถมยังมีความเป็ส่วนตัวสูงเพราะที่พักแห่งนี้อยู่ในป่าไผ่และยังอยู่ใกล้กับที่พักของโหรวอวี้
“ นายท่านการที่จะมีที่พักเดี่ยวและอยู่ในพื้นที่สงบแบบนี้เกรงว่าจะมีแต่ศิษย์หลักเท่านั้น ศิษย์ชั้นในไม่มีทางที่จะได้ที่พักที่ยอดเยี่ยมแบบนี้ ” โหรวอวี้กล่าวด้วยน้ำเสียงที่ไพเราะ
หนานิยิ้มอย่างพึงพอใจก่อนที่จะกล่าวขึ้นว่า “ คงต้องรบกวนเ้าหลายเื่แล้วหลังจากนี้ ”
“ ข้าน้อยยินดีเ้าคะ ” โหรวอวี้กล่าวด้วยรอยยิ้ม
จากนั้นโหรวอวี้ก็พาหนานหมิเข้ามาในบ้านและพบว่าภายในบ้านถูกตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่งดงามอย่างมาก
ซึ่งตอนนี้ภายในบ้านมีชิงหยินและชิงหลานกำลังทำความสะอาดอยู่
“ ยินดีต้อนรับนายท่าน ” ชิงหยินและชิงหลานกล่าวขึ้นพร้อมกัน
“ พวกเ้าทำหน้าที่ของพวกเ้าไปก่อน ” หนานิกล่าวพร้อมกับโบกมือเล็กน้อย
“ เ้าคะนายท่าน ” ชิงหยินและชิงหลานตอบรับก่อนที่จะแยกย้ายกันทำหน้าที่ของตัวเอง
“ นายท่าน หลังจากนี้ชิงหยินและชิงหลานจะดูแลนายท่านที่บ้านหลังนี้ ” โหรวอวี้กล่าวขึ้น
“ เข้าใจแล้ว ” หนานิพยักหน้าเชิงเข้าใจ
หลังจากนั้นโหรวอวี้ก็พาหนานิมายังห้องรับแขกก่อนที่จะอธิบายถึงกฏต่างๆของสถาบันฉินเยี่ย รวมไปถึงสถานที่ต่างๆของสถาบันให้กับหนานิฟัง
ผ่านไปราวๆครึ่งชั่วยาม
เวลานี้โหรวอวี้ก็ได้อธิบายถึงกฏและสถานที่ต่างๆให้กับหนานิฟังจนละเอียด
ยามนี้หนานิเป็ศิษย์ชั้นในของสถาบันฉินเยี่ย ซึ่งศิษย์ของสถาบันฉินเยี่ยถูกแบ่งออกเป็สามประเภท ได้แก่ศิษย์ชั้นนอก ศิษย์ชั้นใน และศิษย์หลัก
ศิษย์ชั้นนอกจะเป็ศิษย์ที่เพิ่งเข้ามาใหม่หรือเป็ศิษย์ที่มีความแข็งแกร่งระดับนักยุทธ์และยอดยุทธ์
ถ้าหากจะเลื่อนขั้นเป็ศิษย์ชั้นในจะต้องมีความแข็งแกร่งระดับอาจารย์ยุทธ์และปรมาจารย์ยุทธ์ และถ้าหากเป็ศิษย์หลักแล้วล่ะก็ ความแข็งแกร่งจะต้องอยู่ในระดับบรรพจารย์ยุทธ์เท่านั้น
แต่ถ้าหากศิษย์คนไหนมาถึงระดับปราชญ์ยุทธ์แล้ว ศิษย์คนนั้นสามารถเลือกที่จะออกจากสถาบันหรือจะเป็อาจารย์ของสถาบันฉินเยี่ยต่อก็ได้
ตอนนี้หนานิได้แสดงความแข็งแกร่งออกมาในระดับอาจารย์ยุทธ์ขั้นสมบูรณ์ทำให้เขาสามารถเป็ศิษย์ชั้นในได้โดยตรง แม้ว่าเขาจะไม่ได้เป็ศิษย์ของโหรวอวี้ซึ่งเป็อาจารย์ระดับทองก็ตาม
“ นายท่าน ท่านจะพักอยู่ที่นี้หรือว่าจะไปพักอยู่ด้านนอกสถาบัน? ” โหรวอวี้ถามขึ้น
เนื่องจากตอนนี้ยังไม่ใช่่เวลาเปิดเรียน ทำให้หนานิสามารถเลือกที่จะพักอยู่ในสถาบันหรือนอกสถาบันได้ แต่ถ้าหากเปิดเรียนเมื่อไหร่ศิษย์ทุกคนจะต้องพักอยู่ภายในสถาบันเท่านั้น นอกจากจะมีภารกิจที่ต้องออกไปทำด้านนอกจึงจะออกจากสถาบันได้
แต่สำหรับสถานที่แห่งนี้มีการวางค่ายกลเคลื่อนย้ายเชื่อมต่อกับหอการค้าหมื่นสมุทรเอาไว้ ซึ่งหนานิสามารถเดินทางไปมาระหว่างสถาบันฉินเยี่ยกับหอการค้าหมื่นสมุทรได้ตลอดเวลา
หนาหนมิงครุ่นคิดก่อนที่จะกล่าวขึ้นว่า “ ข้าจะพักอยู่ด้านนอกก่อนแล้วกัน รอจนกว่าจะเปิดเรียนข้าถึงค่อยมาที่สถาบัน ”
“ เข้าใจแล้วเ้าคะนายท่าน ” โหรวอวี้ตอบรับ
หลังจากที่พูดคุยกันสักพัก โหรวอวี้ก็ได้พาหนานิเที่ยวชมสถาบันฉินเยี่ย
แน่นอนว่าข่าวที่หนานิมีพร์ระดับตำนานได้แพร่กระจายไปทั่วสถาบันฉินเยี่ยแล้ว เมื่อโหรวอวี้มาพร้อมกับหนานิ เขาก็กลายเป็จุดสนใจขึ้นมาทันที
อาจารย์ที่เห็นโหรวอวี้และหนานิก็เข้ามาทักทายพร้อมกับพูดคุยกับหนานิเล็กน้อยเพื่อทำความรู้จัก
ต้องรู้ว่าพร์ระดับ์ในอนาคตจะต้องมาถึงระดับราชันยุทธ์หรือจักรพรรดิยุทธ์ในอนาคตถ้าหากไม่ตกตายเสียก่อน เพราะฉะนั้นการทำความรู้จักกับว่าที่ราชันยุทธ์ในอนาคตก็อาจจะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีได้
แม้ว่าหนานิจะไม่ใช่ศิษย์คนแรกที่มีพร์ระดับตำนาน ภายในสถาบันฉินเยี่ยเองก็มีศิษย์ระดับตำนานอยู่ถึงห้าคน ซึ่งศิษย์เหล่านี้ถ้าหากไม่ใช่ศิษย์ของอาจารย์ใหญ่ก็เป็ศิษย์ของอาจารย์ระดับทองทั้งหมด
แน่นอนว่าหนานิก็ทักทายเหล่าอาจารย์ด้วยความเคารพและไม่มีความหยิ่งผยองแม้แต่น้อย ซึ่งนี้ทำให้ทัศนคติของเหล่าอาจารย์เป็ไปในทิศทางที่ดีและทำให้กลายเป็ที่รักของเหล่าอาจารย์ได้อย่างรวดเร็ว
ณ ห้องอาจารย์ใหญ่ของสถาบันฉินเยี่ย
หลังจากที่ข่าวที่ลูกศิษย์ของอาจารย์โหรวอวี้มีพร์ระดับตำนาน อาจารย์ใหญ่แห่งสถาบันฉินเยี่ยเองก็ทราบข่าวเช่นกัน
อาจารย์ใหญ่ของสถาบันฉินเยี่ยเป็ชายชรารูปร่างผอมสูง เขามักจะสวมชุดสีน้ำเงินเข้มคล้ายกับชุดบัณฑิต แต่แท้จริงแล้วเขาเป็หนึ่งในยอดฝีมือที่แข็งแกร่งที่สุดของแคว้นต้าฉิน เพราะเขาเป็ถึงระดับจักรพรรดิยุทธ์ขั้นต้น อีกทั้งเขายังเป็อาจารย์ของฉินอ๋องอีกด้วย
อาจารย์ใหญ่ของสถาบันฉินเยี่ยมีนามว่า ไท่อี้เจินซู
หลังจากที่ไท่อี้เจินซูทราบข่าวว่าลูกศิษย์ของอาจารย์โหรวอวี้มีพร์ระดับตำนาน เขาก็พึงพอใจอย่างยิ่ง เพราะยิ่งสถาบันฉินเยี่ยมีลูกศิษย์ที่แข็งแกร่งมากเท่าไหร่ ชื่อเสียงของสถาบันฉินเยี่ยก็โด่งดังมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้มันจะช่วยให้ฉินอ๋องต้านทานสัตว์อสูรจากเทือกเขามรณะได้อีกด้วย
ไท่อี้เจินซูหยิบเอายันต์ส่งสารก่อนที่จะส่งข้อความไปหาฉินอ๋องและบอกให้เขาทราบว่าสถาบันฉินเยี่ยได้รับศิษย์มากพร์เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคนแล้ว
ณ ค่ายหลักของกองทัพพยัคฆ์ทมิฬ
ค่ายหลักของกองทัพพยัคฆ์ทมิฬตั้งอยู่ติดกับเทือกเขามรณะและยังกินพื้นที่หลายลี้ ค่ายหลักนี้มีทหารไม่ต่ำกว่าห้าแสนคน แม้ว่าทหารส่วนมากจะเป็คนธรรมดาและนักยุทธ์หรือยอดยุทธ์ส่วนใหญ่ สำหรับระดับอาจารย์ยุทธ์ส่วนมากจะได้รับการแต่งตั้งให้กลายเป็หัวหน้าหมู่หรือนายกอง
กระโจมหลักของผู้บัญชาการ
ฉินอ๋องเป็ชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าคมเข้ม ที่แก้มซ้ายของเขามีลอยกรงเล็บของสัตว์อสูรสร้างแผลเอาไว้ เขาสวมชุดเกาะสีดำทมิฬและสะพายดาบใหญ่ไว้ที่ด้านหลัง
ฉินอ๋องกำลังอ่านรายงานจากหน่วยสอดแนมในเทือกเขามรณะอยู่ จู่ๆยันต์ส่งสารก็ปรากฏขึ้นที่ด้านหน้าของเขา
“ จากท่านอาจารย์งั้นหรือ? ” ฉินอ๋องแสดงความประหลาดใจครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะอ่านข้อความในยันต์ส่งสาร
เมื่อได้อ่านข้อความ ฉินอ๋องก็ยิ้มอย่างพึงพอใจและกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ ไม่เลวๆ ใน่เวลาไม่ถึงสามปีก็รับศิษย์พร์ระดับตำนานได้อีกคนแล้ว อย่างน้อยในอนาคตกองทัพข้าก็จะมีระดับราชันยุทธ์เพิ่มอีกหนึ่งคน ”
จากนั้นฉินอ๋องก็ได้เรียกแม่ทัพคนหนึ่งเข้ามาพร้อมกับนำกล่องไม้ขนาดเล็กให้กับเขาและกล่าวขึ้นว่า “ หลันเว่ยเ้าไปที่สถาบันฉินเยี่ยและไปหาท่านไท่อี้จากนั้นก็มอบกล่องไม้นี้ให้กับเขา ”
“ รับคำสั่งท่านแม่ทัพ ” หลันเว่ยตอบรับก่อนที่จะนำกล่องไม้เก็บไว้ในอุปกรณ์มิติและมุ่งหน้าไปยังสถาบันฉินเยี่ยในทันที
ไม่กี่วันต่อมา
หลังจากที่หนานิเที่ยวชมเมืองต้าฉินจนเขาพอรู้เส้นทางแล้ว เขาจึงมักจะเดินเที่ยวเล่นคนเดียวบ้างหรือไม่ก็ให้เยี่ยจวงมาเป็เพื่อน
ยามนี้หนานิกำลังนั่งดื่มชาอยู่ที่หอหมื่นสมุทร โดยที่มีเยี่ยจวงยืนอยู่ด้านหลัง
“ นายท่านข้าน้อยได้รับแจ้งมาว่าตอนนี้คุณหนูหนานหลินได้กลับมาถึงที่สำนักผู้ตรวจการแล้วขอรับ ” เยี่ยจวงกล่าวขึ้นหลังจากที่เขาได้รับยันต์ส่งสาร
หนานิชะงักก่อนที่จะยิ้มจางๆ เพราะเมื่อไม่กี่วันก่อนพี่สาวของเขาและคนอื่นๆได้ไปที่เมืองจ้าวจิงเพื่อตรวจสอบเื่ที่สัตว์อสูรของลานประลองร้อยอสูรถูกปล่อยออกมาและสร้างความเสียหายให้กับชาวบ้าน
ทันใดนั้นยันต์ส่งสารก็ปรากฏขึ้นที่ด้านหน้าของหนานิ
หนานิจึงหยิบเอายันต์ส่งสารมาและพบว่าผู้ที่ส่งมาก็คือพี่สาวของเขา เื่นี้ทำให้หนานิอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา เพราะเขาพึงพูดถึงนางไปและไม่นานนางก็ติดต่อมาทันที
ข้อความที่หนานหลินส่งมาก็เพียงแค่ถามว่าหนานิมาถึงเมืองต้าฉินแล้วหรือยัง ถ้าหากว่ามาถึงแล้วก็ให้ติดต่อไปหานางแล้วจะได้มากินข้าวด้วยกัน
ณ สำนักงานผู้ตรวจการ
หนานหลินหลังจากที่นางกลับมาจากเมืองจ้าวจิง นางก็คำนวนเวลาแล้วและพบว่าตอนนี้น้องชายของนางก็ใกล้ที่จะมาถึงเมืองต้าฉินแล้ว ทำให้นางส่งข้อความไปหา
ไม่นานนักยันต์ส่งสารก็ปรากฏขึ้นที่ด้านหน้าของหนานหลิน
เมื่อนางอ่านข้อความที่หนานิส่งมา นางก็รีบลุกขึ้นและไปอาบน้ำแต่งตัวทันที
“ เ้าน้องชายตัวแสบมาถึงแล้ว ” หนานหลินพึมพำพร้อมกับแช่น้ำแร่และยังใช้ดอกไม้โรยไปในถังเพื่อเพิ่มกลิ่นหอม รวมไปถึงนางยังใช้สบู่ที่ซื้อมาจากหอการค้าหมี่นสมุทร
ซึ่งกลิ่นสบู่ที่นางชอบมากที่สุดก็คือกลิ่นสบู่ของดอกกุหลาบ เพราะมันทั้งหอมและดูอ่อนโยนและยังเป็ที่นิยมของสตรีจำนวนมากอีกด้วย อีกทั้งราคาของมันก็ยังถูกมากเช่นกัน
หลังจากที่หนานหลินออกมาจากสำนักผู้ตรวจการ นางก็เจอกับศิษย์พี่ของนางที่กำลังจะหามานางพอดี
ศิษย์พี่ของนางผู้นี้มีนามว่าชิงเหยา นางเป็ลูกศิษย์ของปิงมู่หลิงเหมือนกันกับนาง นางอายุยี่สิบปีและปัจจุบันมีความแข็งแกร่งระดับยอดยุทธ์ขั้นสมบูรณ์
“ น้องหนานหลินเ้าจะไปไหนงั้นหรือ? ” ชิงเหยาถามขึ้นด้วยความสงสัย เพราะเมื่อไม่หนึ่งชั่วยามหนานหลินก็เพิ่งจะกลับมาจากเมืองจ้าวจิง แล้วตอนนี้นางจะไปข้างนอกต่อแบบนี้มันไม่ใช่ศิษย์น้องของนางแล้ว เพราะนางเป็คนที่ขยันฝึกฝนตัวเองมาก แม้กระทั้งนางลากไปไหนนางก็เอาแต่ปฏิเสธ
“ พอดีเ้าน้องชายตัวแสบของข้ามาถึงเมืองต้าฉินแล้ว ” หนานหลินตอบตามความจริง แม้ว่านางจะมาที่เมืองต้าฉินเป็เวลานานกว่าสามปี นางก็ไม่เคยสนใจบุรุษคนไหนแม้แต่คนเดียว นางเอาแต่ฝึกยุทธ์และพัฒนาตัวเองทุกวันเพื่อที่ว่าพอน้องชายของนางมาถึง นางจะได้ปกป้องน้องชายของนางได้
“ น้องชายของเ้ามาถึงแล้วงั้นหรือ? ” ชิงเหยาแสดงสีหน้าประหลาดใจออกมา
ครอบครัวของหนานหลินไม่ใช่ความลับเพราะฉะนั้นการที่นางมีน้องชายก็เป็เื่ที่ทุกๆคนรู้กัน
หนานหลินพยักหน้ารับ
“ โอ้วดีเลยข้าเองก็อยากพบกับน้องชายของเ้าพอดีเลย ข้าอยากรู้นักว่าคนที่ทำให้อัจฉริยะฟ้าประทานอย่างน้องหนานหลินพ่ายแพ้เป็ประจำจะแข็งแกร่งขนาดไหน ” ชิงเหยากล่าวด้วยรอยยิ้ม
สำหรับหนานหลิน นางถือได้ว่าเป็อัจฉริยะของสำนักผู้ตรวจการก็ได้ เนื่องจากตอนนี้นางใช้เวลาแค่สามปีก็มาถึงระดับปรมาจารย์ยุทธ์แล้ว ทุกๆคนคาดว่าอีกไม่นานนางก็น่าจะทะลวงเข้าสู่ระดับบรรพจารย์ยุทธ์ก่อนยี่สิบปีและอาจจะไปถึงระดับปราชญ์ยุทธ์์ก่อนอายุยี่สิบห้าปีด้วยซ้ำ
หนานหลินครุ่นคิดก่อนที่จะตอบตกลง ถึงอย่างไรพี่ชิงเหยาก็เป็คนที่ดูแลนางั้แ่นางมายังสำนักผู้ตรวจการใหม่ๆ การพาพี่ชิงเหยาไปหาเ้าตัวแสบก็คงไม่เป็ไรมากนัก
ระหว่างทางที่ชิงเหยาและเซี่ยซูหลานเดินทางไปยังหอหมื่นสมุทร พวกนางก็พูดคุยเื่ทั่วไปของสาวๆ
เพียงแต่เมื่อทั้งสองเดินออกมาที่ประตูของสำนักผู้ตรวจการ พวกนางก็พบว่ามีบุรุษรุ่นเยาว์ผู้หนึ่งเดินออกมา
บุรุษผู้นี้มีอายุประมาณยี่สิบปี เขาสวมชุดของสำนักผู้ตรวจการและยังมีพลังยุทธ์อยู่ในระดับปรมาจารย์ยุทธ์ขั้นปลาย เขาคือเถียนซวง บุตรชายของเถียนจินหยวนรองผู้บัญชาการสำนักผู้ตรวจการแห่งแคว้นฉินโจว
เถียนซวงชื่นชอบหนานหลินั้แ่เมื่อหนึ่งปีก่อน จากนั้นเขาก็ตามจีบหนานหลินั้แ่นั้นเป็ต้นมา
เนื่องจากโลกใบนี้การแต่งงานมีั้แ่อายุสิบห้าหรือสิบหกปี เพราะฉะนั้นกาารที่จะหมายปองสตรีที่อายุเพียงแค่สิบหกสิบเจ็ดปีถือว่าเป็ธรรมดาสำหรับโลกใบนี้
อีกทั้งหนานหลินก็ถูกยกว่าเป็อัจฉริยะอันดับต้นๆของสำนักผู้ตรวจการ ย่อมต้องมีบุรุษรุ่นเยาว์จำนวนมากที่หมายตาเอาไว้
“ นายน้อยเถียนซวง? ” ชิงเหยาหรี่ตาลงเล็กน้อย
หนานหลินเหลือบมองเถียนซวงครู่หนึ่งก่อนที่จะเดินผ่านไป แต่ทว่าเถียนซวงรีบเดินไปขวางทันที
“ น้องหนานหลินเ้าจะไปไหนอย่างงั้นหรือ? ” เถียนซวงถามขึ้น เพราะเขามาที่นี้ก็เพราะได้ยินมาว่าหนานหลินได้กลับมาจากการทำภารกิจที่เมืองจ้าวจิงแล้ว
“ ข้าจะไปไหนมันก็เื่ของข้า? ” หนานหลินกล่าวอย่างไม่ใส่ใจนัก
แม้ว่าเื้ัของเถียนซวงจะมีบิดาที่เป็ถึงรองผู้บัญชาการสำนักผู้ตรวจการ แต่เื้ัของนางก็ยังมีท่านอาจารย์ปู่เผิงซวีไช่ที่เป็ยอดฝีมือแถวหน้าของสำนักผู้ตรวจการเช่นเดียวกัน ซึ่งความแข็งแกร่งของท่านอาจารย์ปู่นั้นก็เรียกได้ว่าเหนือกว่ารองผู้บัญชาการเถียนจินหยวนด้วยซ้ำ
เพราะฉะนั้นหนานหลินและชิงเหยาจึงไม่ได้เกรงกลัวเถียนซวงสักเท่าไหร่
เมื่อเห็นว่าหนานหลินยังคงเ็าเหมือนเดิม เถียนซวงก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาจากนั้นเขาก็เดินตามหนานหลินและชิงเหยาไป
หนานหลินและชิงเหยาไม่ได้ให้ความสนใจกับเถียนซวงมากนัก เพราะทั้งสองชินกับนิสัยของเถียนซวงแล้ว เพราะเขามักจะตามติดหนานหลินเป็เงาแบบนี้ประจำ
ไม่นานทั้งสองก็มาถึงหอหมื่นสมุทร
สำหรับหอหมื่นสมุทรแล้วพวกเขาเรียกได้ว่าเป็กองกำลังที่ทรงพลังแห่งหนึ่งในอาณาจักรต้าเหยียน แม้กระทั้งคนของสำนักผู้ตรวจการและกองกำลังต่างๆภายในเมืองต้าฉินก็ยังไม่กล้าที่จะสร้างปัญหาขึ้นที่นี้ เนื่องจากนี้เป็คำสั่งโดยตรงของฉินอ๋อง