หลังจากถูกบิดาทำโทษให้สำนึกผิดภายในห้องจนครบสามวันแล้ว นางจึงออกเดินทางไปหาอาจารย์ทันที เพราะมีเรื่องที่ต้องแจ้งให้อาจารย์ทราบ หลังจากที่ได้สืบเรื่องราวบางอย่าง แต่ก็ตามสืบต่อไม่ได้ทั้งหมด
ทันที เมื่อลงจากรถม้า นางจึงใช้วิชาตัวเบากระโดดลัดเลาะป่าเขา แล้วตรงไปยังบ้านหลังเล็กๆตรงเชิงเขานั่น
"ศิษย์คารวะอาจารย์"
"มาแล้วหรือ...นั่งก่อนสิ"
"พี่สาว...พี่มาแล้ว...พี่มาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน"เทียนซือที่กำลังวางพืชสมุนไพรที่ตากเเห้งแล้ว ตรงโต๊ะไม้ข้างๆ เมื่อเห็น ว่านางมา เขาจึงเดินเข้ามาใกล้อย่างดีใจ
"ก็มาตอนที่เจ้าเห็นอย่างไรล่ะ...เทียนซือ" นางกล่าวพลาง ใช้มือลูบศีรษะของเทียนซือที่ยืนอยู่ข้างนาง อย่างเอ็นดู
"เทียนซือ...เจ้าออกไปทำอย่างอื่นก่อน...พี่สาวมีเรื่องต้องคุยกับอาจารย์"
"ได้...นั้นข้าจะไปตากพืชสมุนไพรสักหน่อย"
"นั้น! เจ้ารีบไปเถอะ"
เมื่อเห็นเทียนซือ เดินออกไปแล้ว นางจึงหันไปคุยกับอาจารย์
"อาจารย์...ข้ากลับมาคราวนี้มีเรื่องจะมาเเจ้งให้ทราบเจ้าคะ"
"คงเป็นเรื่องของฮุ้ยเซียนใช่ไหม"
"อาจารย์ทราบเรื่องนี้แล้วเหรอ...เจ้าคะ"
"ก็ได้ยินมาบ้าง...รายละเอียดเป็นอย่างไร...ไหนลองเล่ามาสิ"
"ข้าได้พบเขาแล้ว...เขาได้ก่อเรื่องฆ่าคนมาตลอดและยังสั่งบริวารไปฆ่าผู้อื่นอีก แต่ว่าเขาฆ่าตัวตายไปแล้ว...แถมยังไม่รู้ด้วยว่าคัมภีร์ฝึกยุทธ์ต้องห้าม เขาซ่อนไว้ที่ใด...ทันทีที่เขาตาย ข้าก็ตามสืบหามาโดยตลอด แต่ก็ไม่พบเบาะแส...ดูเหมือนเรื่องจะเงียบไปทันที"
อู๋ฟ่าน หลับตาลงครู่หนึ่ง หลังจากได้ยินว่าศิษย์ทรยศผู้นั้นฆ่าตัวตายแล้ว เขานึกย้อนไปถึงเมื่อครั้งก่อน ฮุ้ยเซียนเป็นศิษย์สำนักเขาเทียนซาน ความสามารถของเขา นับว่าเป็นศิษย์เอกของสำนักในตอนนั้น แต่คิดไม่ถึงว่าเขามีความทะเยอทะยานสูง จนคิดแผนร้ายเพื่อขโมยคัมภีร์ฝึกยุทธ์ต้องห้าม เเละขโมยยาพิษที่ร้ายเเรงที่สุดของสำนักไป คิดไปแล้วก็น่าใจหายไม่น้อย ที่เขาตัดสินใจฆ่าตัวตาย เพื่อจบปัญหาที่เขาได้ก่อเรื่องราวต่างๆไว้
"สงสัยคนเบื้องหลัง...น่าจะวางแผนไว้เป็นอย่างดี...ดังนั้นทันที...เมื่อเขาตาย...เรื่องทุกอย่างเลยเงียบไป...ทำให้สืบหาได้ยาก" เขาเอ่ยพลางมองไปทางศิษย์ที่นั่งครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง นางจึงเอ่ยถามขึ้นมา
"หากเป็นเช่นนี้...แล้วคัมภีร์ฝึกยุทธ์ต้องห้าม...หากตกถึงมือผู้อื่น...แบบนี้จะเป็นเช่นไร"
"คัมภีร์ฝึกยุทธ์ต้องห้าม...แม้จะถูกเก็บไว้ที่สำนักเขาเทียนไว้หลายปี แต่กลับถูกขโมยไป...แม้ผู้ใดจะเอาไปฝึกตามคัมภีร์เล่มนั้น...ไม่ใช่จะฝึกสำเร็จโดยง่าย...แต่หากใครฝึกสำเร็จ...คนผู้นั้นก็จะมีวรยุทธ์เก่งกาจล้ำเลิศขั้นสูงสุด...แต่คนผู้นั้นต้องมีพรสวรรค์"
"เหตุใดการฝึกยุทธ์ในคัมภีร์ต้องห้าม...ต้องมีพรสวรรค์ด้วย" นางเอ่ยถามอย่างสงสัย เพราะไม่คิดว่าจะมีเรื่องราวเช่นนี้ด้วย
"มันเป็นลิขิตฟ้า...แม้เเต่ข้าเองก็ยังฝึกไม่สำเร็จ...เลยถูกเก็บไว้ในสำนักเขาเทียนซานตั้งหลายปี...แต่ตอนนี้กลับถูกขโมยไปแล้ว"
"ขนาดอาจารย์...ยังฝึกไม่สำเร็จ...แบบนี้...คัมภีร์นั้นคงเป็นไปตามที่อาจารย์กล่าวจริงๆ"
"ก็คงเป็นเช่นนั้น..."
"แสดงว่าข้า...เข้าใจผิดมาตั้งนาน...คิดว่าคัมภีร์ฝึกยุทธ์ต้องห้ามนั้น...เป็นท่านที่เขียนขึ้นมา"
"มันมีอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว...อาจารย์ที่เขียนคัมภีร์เล่มนั้นขึ้นมาได้ เพราะเขามีพรสวรรค์ ชื่อเสียงของเขาเล่าขานกันต่อมาเรื่อยๆ เก่งกาจล้ำเลิศวรยุทธ์ขั้นสูงสุด ไม่มีใครเทียบเขาได้"
"แล้วเหตุใด...คัมภีร์ฝึกยุทธ์ต้องห้ามจึงอยู่ที่สำนักเขาเทียนซาน..."
"เพราะเขา...เป็นผู้ก่อตั้งสำนักเขาเทียนซานขึ้นมา...และข้าก็เป็นผู้สืบทอดต่อจากเขา"
"เเล้ว...อาจารย์เกี่ยวข้องกับเขาอย่างไรเจ้าค่ะ"
"เขาเป็นอาจารย์ของข้า...มีนามว่าซานเว่ย"
ซานเว่ยอดีตเป็นเเม่ทัพใหญ่ของเมืองไทซาน ทำสงครามออกรบคราใด มีชัยชนะกลับมาทุกครั้ง ด้วยวรยุทธ์ที่ล้ำเสิคไม่มีผู้ใดเทียบได้ พลังยุทธ์ที่เเข็งเเกร่ง เทียบกับพลังเซียนที่มีพรสวรรค์มาตั้งแต่เกิด พอช่วงหลังบ้านเมืองสงบสุข เขาเลยลาออกมา เปิดสำนักเขาเทียนซานขึ้น และสอนศิษย์อยู่หลายรุ่น พร้อมทั้งเขียนคัมภีร์ฝึกยุทธ์ต้องห้ามเก็บรักษาไว้ จนตราบเขาสิ้นลมหายใจด้วยวัยชราภาพ ก่อนหน้านั้นเขาได้สั่งให้อู๋ฟานช่วยดูแลสำนักเขาเทียนซานต่อจากเขา เเต่พอมาถึงรุ่นของเขา สืบต่อได้ไม่นานก็ต้องปิดตัวลง เพราะคัมภีร์ฝึกยุทธ์ต้องห้ามถูกขโมยไป
"แล้วเเบบนี้...ต้องสืบต่อหรือไม่...ว่าคัมภีร์ฝึกยุทธ์ต้องห้ามอยู่ที่ไหนกันแน่"
"ข้าคิดว่า...เรื่องนี้..ไม่ต้องสืบต่อแล้ว...ในเมื่อคนที่ขโมยไปก็ตายไปแล้ว...คัมภีร์เล่มนั้นคงยากที่จะสืบต่อ..เรื่องนี้สรรค์คงลิขิตไว้แล้ว"
ซูหลินเดินออกมาบริเวณด้านหน้า แสงเเดดที่สาดส่องลงมายังพืชสมุนไพรที่ตากอยู่ ทำให้บริเวณนั้นได้กลิ่นสมุนไพรอ่อนๆโชยเข้าจมูก เป็นผลทำให้รู้สึกผ่อนคลาย นางนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ตัวยาวมองเทียนซือ ที่กำลังหยิบพืชสมุนไพรลงบนกระจาดใบกลม นางนั่งมองเหม่อลอยอยู่สักพักแล้ว จนเทียนซือ เรียกนางเท่าไหร่ นางก็ยังนิ่งเงียบมิกล่าวอะไรออกมา
"พี่สาว...พี่สาว..."เทียนซือที่จัดการตากพืชสมุนไพรพวกนั้น เรียบร้อยแล้วเขาจึงเดินเข้ามาใกล้ พร้อมกับใช้ฝ่ามือของตนโบกไปมาตรงหน้านาง เเละเอ่ยเรียกอีกครั้ง
เสียงเรียกอีกครั้งของเทียนซือ เหมือนเรียกสติให้นางรู้สึกตัว ก่อนจะเอ่ยถามคนตรงหน้า
"มีอะไรเหรอ...เทียนซือ"
"พี่สาวเป็นอะไรไป...นั่งเหม่อลอย...เมื่อครู่ข้าเรียกท่านแต่รู้เหมือนว่า...จะไม่รู้สึกตัว"
"พอดีว่า...พี่สาวมีเรื่องให้คิดนิดหน่อย"
"ดูไปแล้ว...พี่สาวมีเรื่องอะไรให้คิดกัน...เห็นนั่งเงียบเช่นนี้...มีเรื่องอะไรเล่าให้ข้าฟังได้..."
"เจ้ายังเด็กนัก...จะไปรู้เรื่องราวของผู้ใหญ่ได้อย่างไรกันเล่า"
"เห้อ!..ทำไมเด็กอย่างข้า...จะรู้เรื่องราวของผู้ใหญ่ไม่ได้...ข้าไม่เข้าใจจริงๆเลย"
"นั้นพี่สาวถามเจ้า...เจ้ารู้จักคำว่า สตรีเมื่อถึงเวลาก็ต้องออกเรือน...เจ้าเข้าใจความหมายหรือไม่"
"ข้า...ไม่เข้าใจ" เทียนซือกล่าวตอบ พร้อมกับส่ายหน้าไปมาอย่างไม่เข้าใจ
"เห็นไหม..พี่สาวบอกเเล้ว...ว่าเรื่องของผู้ใหญ่...เด็กอย่างเจ้าจะไปรู้อะไร"
"พี่สาวไม่อธิบาย ให้ข้าฟัง...เด็กอย่างข้าจะรู้เรื่องราวคำพวกนั้นได้อย่างไรกัน...ช่างเถอะ ข้าไม่อยากรู้แล้ว...ข้าอยากรู้ว่าพี่สาวกลับมาครั้งนี้...พี่สาวจะอยู่สักกี่วัน"
"ยังไม่รู้เลย...น่าจะหลายวัน"
"นั้นดีเลย...พี่สาวจะได้ช่วยรักษา คนป่วยพวกนั้น ช่วงที่ผ่านมามีคนป่วยมารอรักษาตั้งมากมาย ท่านผู้เฒ่าอู๋ฟาน คนเดียว แทบจะไม่ได้พัก ให้ดีพี่สาวมาช่วยอีกแรง คงจะดีไม่น้อย"
"เช่นนั้น!..หากพี่สาวไม่มีธุระอะไร ...น่าจะอยู่หลายวันหน่อย...จะได้ช่วยรักษาคนป่วยเหล่านั้น"นางกล่าวออกมาแล้วส่งยิ้มให้กับเทียนซือ