“นายท่าน เหตุใดจึงมอบกำไลข้อเท้าที่มีกระพรวนทองชิ้นนั้นให้นางเล่า ของชิ้นนั้นมีค่ากับนายท่านมากกว่าสิ่งใดทั้งหมดเลยนะขอรับ นายท่านควรจะมอบให้ภรรยาเอกของนายท่านจึงจะเหมาะสมกว่า”
อู๋ฮวนได้ยินถ้อยคำของเซินสี่ก็ชะงักแต่ไม่ได้พูดอะไร เซินสี่นั่งมองอู๋ฮวนพลางนึกขึ้นได้ว่า ตอนที่เขาไม่อยู่อู๋ฮวนตกลงรับจางหลินถง สตรีครึ่งคนครึ่งผีมาอยู่ข้างกาย ทั้งยังจุมพิตนางต่อหน้าทุกคน ตอนที่ผู้คุ้มกันทั้งสิบคนแย่งกันเล่าเื่นี้ให้เขาฟัง เขาหน้าซีดราวกับโดนผีหลอก แทบไม่อยากเชื่อว่าอู๋ฮวนจะถูกตาต้องใจนางเข้าจริงๆ
“นายท่าน นายท่านคิดดีแล้วหรือขอรับ”
“เมื่อใดกันที่เ้ามีสิทธิ์สงสัยข้า” อู๋ฮวนตอบน้ำเสียงห้วนเจือความไม่พอใจหลายส่วน
“นายท่าน ข้าน้อยเพียงคิดว่าหากนายท่านหลงใหลความแปลกใหม่ ในต้าอู๋มีสตรีที่มีความสามารถหลากหลาย ถ้านายท่าน้า ข้าน้อยย่อมจัดหามาให้นายท่านได้”
ตึง! อู๋ฮวนที่ตบโต๊ะเสียงดัง ยิ่งได้ฟังเซินสี่พูด อู๋ฮวนก็รู้สึกประหนึ่งว่าเป็เขาที่โดนด่าทอ “เ้าคิดว่าข้าหลงใหลความแปลกใหม่งั้นหรือ ด้วยสภาพของนางเ้าคิดว่าข้าหลงใหลนางลงงั้นหรือ”
“มะ ไม่ใช่เช่นนั้นหรือขอรับ”
“เ้าติดตามข้ามานานกว่าใคร เหตุใดเ้ายังมองไม่ออก หากนางไม่มีประโยชน์ต่อข้า คิดหรือว่าข้าจะรับนางมาอยู่ข้างกายและมอบของสำคัญให้นาง”
“นายท่าน เป็ข้าน้อยที่โง่เขลาเบาปัญญา ต่อไปข้าน้อยจะไม่สงสัยในการตัดสินใจของนายท่านอีกขอรับ”
“เซินสี่ เ้าเป็หัวผู้คุ้มกัน เ้าโตกว่าพวกเขา ย่อมมีความคิดมากกว่าพวกเขา จากนี้ไปนางจะติดตามข้ากลับทางเหนือในฐานะผู้หญิงของข้า พวกเ้าอย่าได้สงสัยหรือดูถูกนางอีกเป็อันขาด พวกเ้าต้องปฏิบัติต่อนางเสมือนปฏิบัติต่อข้า”คำกล่าวของอู๋ฮวนเด็ดขาด ไม่มีช่องว่างให้โต้แย้ง เซินสี่ได้แต่ก้มหน้ารับคำสั่ง
“ขอรับนายท่าน”
เมื่อเซินสี่ออกไปแล้ว อู๋ฮวนจึงวางสารลับในมือลง พลางนึกถึงเื่เซินสี่มารายงาน ที่แท้นางมีชื่อแซ่ว่าจางหลินถง อายุสิบห้า เป็คุณหนูสามของตระกูลจาง บิดาชื่อจางซิ่งเป็ขุนนางขั้นสี่ทำงานในสังกัดกรมโยธา จางหลินถงเกิดจากภรรยารองชื่อหลี่ถิงถิง หลังคลอดนางมารดาตายจากไป นางจึงถูกซุนเจียหลิน ภรรยาเอกรับเลี้ยงดู ต่อมาเมื่อนางโตขึ้นพ้นวัยปักปิ่นพอดี นางจึงแต่งให้ตระกูลซ่งแทนคุณหนูใหญ่ที่ป่วยตายก่อนงานวิวาห์
หลังแต่งเข้ามาชีวิตสะใภ้ตระกูลซ่งเหมือนสุขสบาย แต่แม่สามีไม่ชอบหน้าหาทางกลั่นแกล้ง แม้มีสามีที่รักใคร่ก็จริงแต่ไม่อาจปกป้องภรรยา นางจึงถูกกลั่นแกล้งจนล้มป่วย ต่อมาตระกูลจางถูกตรวจสอบพบว่ามีความผิดฐานก่อฏจึงถูกฮ่องเต้ปะาเก้าชั่วโคตร แม้แต่นางก็ไม่ละเว้น แต่เพราะนางป่วยจึงถูกประทานยาพิษ แต่อดีตสามีของนางไม่อาจทนเห็นภรรยาตายได้จึงสังหารหรงหรง สาวใช้ของภรรยาด้วยยาพิษพระราชทาน จากนั้นส่งศพสาวใช้ให้ทางการแทน
จางหลินถงเป็สตรีที่เก็บตัวอยู่แต่ในเรือนจึงไม่มีใครเคยเห็นนาง ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีใครสงสัยศพ ในขณะที่จางหลินถงตัวจริงถูกกรอกยาพิษแกล้งตายสวมรอยเป็สาวใช้ รอให้นางมีสภาพเหมือนคนตายขึ้นอืด แล้วส่งออกมานอกจวนตระกูลซ่งอย่างไร้พิรุธ การกระทำเหล่านี้แม้แต่ซ่งซือฉีก็ไม่รู้เื่ หลังจากส่งจางหลินถงถึงขึ้นเขา ซ่งตงหยางผู้นั้นให้คนติดตามคุ้มครองนางห่างๆ และปล่อยข่าวให้ผู้คนหวาดกลัวเพื่อไม่ให้ใครไปพบนางที่นั่น นี่จึงเป็ที่มาของผีสาวบนหุบเขาหวีฟาน
เมื่ออู๋ฮวนได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนพบว่าแท้จริงแล้ว คุณชายผู้นั้นรักจางหลินถงอย่างจริงใจ แต่เพราะเขาไม่มีอำนาจที่จะปกป้องนางได้ จึงยอมเฉือนหัวใจตนเอง ยอมกลายเป็คนที่จางหลินถงเกลียดชัง หักหลังบิดา หักหลังตระกูล หักหลังชินอ๋อง หลอกลวงฮ่องเต้ ทั้งที่รู้ดีแก่ใจว่าจางหลินถงมีสิ่งที่ฮ่องเต้และชินอ๋องตามหา แต่คุณชายผู้นั้นยังตัดใจไม่หวังเอาความก้าวหน้า ผลักนางออกจากวงจรผลประโยชน์ทางการเมืองจนได้
ทว่าเขาไม่ใช่คุณชายผู้นั้น และเขา้าผลประโยชน์จากนาง ตอนที่พบนางริมทะเลสาบหากไม่เห็นรอยแดงที่หลังใบหูซ้ายของนาง เขาคงไปจากเขาหวีฟานนานแล้ว แต่เพราะเหลือบเห็นรอยแดงที่น่าสงสัย จึงตามไปเพื่อดูให้แน่ใจว่านางคือคนที่เขาต้องหา ต่อมาได้รู้ว่านางคือคนที่เขาตามหาจริงๆ เขาจึงทำทุกอย่างให้นางไว้ใจและจูบนางเพื่อรวบรัดให้นางกลายเป็คนของเขา เพื่อให้นางหนีเขาไม่ได้
เขาทำไปเพราะผลประโยชน์อย่างแท้จริง ด้วยสภาพของนางบวกกับได้ยินว่านางเคยผ่านการแต่งงานมาแล้ว ในใจจึงเกิดความรังเกียจมาก แต่เพราะผลประโยชน์เขาจึงต้องฝืนยิ้มแสร้งทำเป็ไม่รู้สึกอะไร และมุ่งมั่นทำให้สตรีครึ่งคนครึ่งผีอย่างนางซาบซึ้งใจจนลืมไม่ลง ตอนที่อยู่ในถ้ำเขาแค่รับปากส่งเดชว่าจะคุ้มครองนาง เขาทำเพื่อให้นางเชื่อใจและยอมติดตามเขา เขายังคิดว่าหลังจากได้สิ่งที่้าแล้ว เขาจะทิ้งนางและไม่ใยดีนางอีก
ทว่าหลังจากเห็นนางละเมอออกมาด้วยความเ็ปทุกข์ทรมานใจ ทั้งยังได้รับรู้จากเซินสี่ว่าครอบครัวนางถูกฆ่า แม้แต่ตัวนางก็ถูกครอบครัวอดีตสามีทำร้ายจนมีสภาพเช่นที่เห็น นางไม่เหลือญาติพี่น้อง และไม่มีที่ไป ความรังเกียจในใจของเขาคลี่คลายลง และเกิดความละอายใจขึ้นมาแทนที่
แต่เขาได้รับคำสั่งจากฮ่องเต้ให้หาคน แม้จะละอายใจอย่างไร ก็ต้องใช้ประโยชน์จากนางอยู่ดี เขาจึงตัดสินใจว่าจะทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับนางและให้ความคุ้มครองนาง กำไลข้อเท้าที่มีกระพรวนทองชิ้นนั้นเดิมเคยเป็ของมารดาเขามาก่อน เป็กำไลข้อเท้าที่อู๋อ๋อง บิดามอบให้มารดาด้วยความรัก เมื่อเขาได้รับสืบทอด เขาจึงมอบกำไลข้อเท้าชิ้นนั้นให้จางหลินถง ทว่าเขาไม่ได้มอบให้นางในฐานะคนรัก แต่มอบให้เพื่อแสดงว่านางคือสำคัญเท่านั้น!
คิดมาถึงตรงนี้อู๋ฮวนก็นึกรังเกียจตนเอง เมื่อเทียบกับคุณชายใหญ่ตระกูลซ่งที่มีใบหน้าอัปลักษณ์แล้ว อู๋ฮวนผู้นี้อัปลักษณ์ยิ่งกว่ามาก เขา้าผลประโยชน์จากนาง เพราะนี่เป็ทางเดียวที่จะทำให้เขาอยู่รอดได้ท่ามกลางความโหดร้ายของราชสำนัก!
อู๋ฮวนคิดแล้วก็อ่านสารลับอีกครั้งก่อนจะยื่นไปจุดไฟเผาทำลายแล้ว หลังจากนั้นกลับไปดูจางหลินถงซึ่งพักผ่อนอยู่อีกห้อง เมื่อมาถึงพบว่านางนอนหลับไปแล้ว ในห้องนอกจากจางหลินถงยังมีสาวใช้อีกคนหนึ่ง เนื่องจากจางหลินถงป่วยและต้องเช็ดตัวบ่อย เขาจึงต้องซื้อสาวใช้มาคอยมาดูแลนาง สาวใช้นางนี้มีนามชื่อชูหลิง อายุสิบห้า
อู๋ฮวนเห็นสาวใช้กำลังใช้ผ้าเปียกเช็ดเท้าให้สตรีที่นอนบนเตียงจึงเอ่ยถามขึ้นว่า“นางมีไข้อีกแล้วหรือ”
“เ้าค่ะนายท่าน แต่บ่าวเช็ดตัวให้แล้ว ตัวเย็นลงแล้วเ้าค่ะ”
“ออกไปเถอะ”
“เ้าค่ะ”ชูหลิงหยิบถุงเท้ามาสวมเท้าให้หญิงสาวบนเตียง แล้วยกอ่างน้ำออกไป
อู๋ฮวนเห็นประตูห้องถูกงับสนิทจึงเดินไปนั่งข้างนาง ยื่นมือแตะที่หน้าผากนางเบาๆ ครั้นพบว่านางตัวเย็นลงแล้วจริงๆจึงเบาใจขึ้นมาก ขณะที่จางหลินถงรู้สึกว่ามีมือของใครบางคนแตะลงบนหน้าผาก นางสะดุ้งตื่นขึ้นทันที
อู๋ฮวนเห็นนางยังมีอาการผวาดจึงปลอบเบาๆว่า“ไม่ต้องในี่ข้าเอง ข้าให้คนไปสืบเื่ของเ้ามาแล้ว”
“ท่าน...”จางหลินถงเบิกตากว้าง ผุดลุกขึ้นทันที“ท่านรู้แล้วหรือว่าข้าเป็ใคร”
อู๋ฮวนพยักหน้า“ไม่ต้องกลัว ในเมื่อเ้าตกลงเป็คนของข้าแล้ว ข้าไม่เปิดโปงเ้าหรอก ไข้เพิ่งลดพักต่ออีกหน่อยเถอะ”เขายื่นมือกดไหล่ให้นางนอนลง
ได้ยินเช่นนั้นจางหลินถงจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก แต่นางยังไม่คลายระแวงทั้งหมด อู๋ฮวนรู้ว่านางไม่เชื่อใจจึงสัญญาว่าเขาจะไม่บอกใครเื่ที่นางเป็บุตรสาวตระกูลจาง และจะกำชับไม่ให้คนของเขาแพร่งพรายเื่ของนางด้วย จางหลินถงเห็นเขาทำสีหน้าจริงจังไม่เหมือนคนกำลังโกหก นางพยักหน้ารับจากนั้นหลับตานอนต่อ
อู๋ฮวนฉวยโอกาสมองใบหน้าหญิงสาว นางอายุยังน้อยร่างกายจึงฟื้นฟูได้รวดเร็ว ผิวพรรณของนางเริ่มเปลี่ยนแปลงแล้ว จากเดิมผิวหยาบกร้าน หลังจากดื่มยาบำรุงที่ปรุงจากตัวยาที่ดีที่สุดเพียงมื้อสองมื้อ ผิวของนางก็เริ่มมีความชุ่มชื้นเรียบลื่นขึ้น เขาแทบจินตนาการไม่ออกว่าหากนางกลับมาแข็งแรงดี นางจะเป็อย่างไร
ระหว่างที่อู๋ฮวนนั่งคิด นางยื่นมือมาคว้าแขนเสื้อของเขาพลางขยับตัวเข้ามาใกล้เพื่อหาไออุ่น อู๋ฮวนรู้สึกว่านางเหมือนลูกเสือตัวน้อยน่าสงสาร ที่พลัดหลงจากฝูงและได้รับความลำบากจนผ่ายผอม ้าที่พึ่งพาและคนที่ไว้ใจได้ ชะตาชีวิตนางและมีส่วนคล้ายคลึงกับเขาอยู่มาก เห็นนางเป็เช่นนี้เขายิ่งรังเกียจต่อไม่ลง
ในขณะที่จางหลินถงไม่เพียงดึงแขนเสื้อแต่ยังดึงแขนของเขาไปกอด อู๋ฮวนตกตะลึงดวงตาเบิกค้าง เขาถูกดึงจนล้มอยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน แขนของเขาถูกนางกอดจนแน่นดึงอย่างไรก็ดึงไม่ออก เขาจึงตัดสินใจล้มตัวนอนข้างๆและยกแขนข้างนั้นให้นางกอดอย่างเต็มที่
หลังจากได้กอดแขนชายหนุ่มสมใจ นางจึงลืมตาขึ้นมองเขา แท้จริงแล้วนางไม่ได้ละเมอ แต่ที่นางกอดแขนเขาก็เพื่อให้มั่นใจ ว่าเขาจะไม่แอบลุกหนีไปแจ้งทางการ นางจะวางใจก็ต่อเมื่อเขายังอยู่ในสายตาของนางเท่านั้น
“แม่นางเสี่ยวถง เ้ามีสิ่งที่ข้า้า เพียงแต่เ้ายังไม่รู้ตัว” พลันนางนึกถึงคำนี้ขึ้นมาได้ จริงสิ! เขาจะส่งนางให้ทางการได้อย่างไร ในเมื่อนางมีสิ่งที่เขา้า แม้ไม่รู้ว่าสิ่งที่เขา้าคืออะไร แต่นางคิดว่าต้องเป็ของที่สำคัญมาก ในเมื่อนาง้าความคุ้มครองจากเขา เขาก็้าผลประโชน์จากนาง เช่นนั้นก็มีไม่อะไรให้ต้องกลัว
แต่ถึงอย่างไรนางก็ไม่ไว้ใจเขา เพียงแต่ระยะนี้แค่คล้อยตามเขาไปก่อน รอจนวันหนึ่งเมื่อนางแข็งแรงดี นางจะกลับมาแก้แค้นทุกคนที่ทำร้ายนาง ด้วยแรงแค้นที่อยู่ในใจนางจึงเผลอบีบแขนอู๋ฮวนอย่างแรง เวลานั้นอู๋ฮวนรู้สึกได้ว่านางกำลังบีบแขนของเขา เขาคิดว่านางกำลังฝันร้ายจึงพลิกตัวหันมา จางหลินถงรีบหลับตา ขณะที่อู๋ฮวนนอนตะแคงเข้าหาและใช้มืออีกข้างตบหลังนางเบาๆ
แม้เขายังไม่ชินกับการมีสตรีนอนข้างกาย และไม่ชอบให้สตรีมาคลอเคลียออดอ้อน แต่เพราะนางน่าสงสาร เขาจึงยกเว้นและอยู่เป็เพื่อนนาง ทว่านอนไปได้ครู่หนึ่งก็ค้นพบว่าการมีนางอยู่ข้างกาย แท้จริงแล้วก็ไม่ได้เลวร้ายนัก ทั้งยังรู้สึกเหมือนได้กลิ่นรสชาติของขนมหวานที่ผุดขึ้นมาในใจ อู่ฮวนผงกหน้ามองนาง เห็นนางหลับตาหลับสนิทจึงยื่นหน้าแนบริมฝีปากจุมพิตที่หน้าผากนางเบาๆอย่างไม่รู้สึกรังเกียจ
“อาหลินไม่ต้องกลัว ข้าอยู่นี่แล้ว”
จางหลินถงอึ้ง รู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนของอู๋ฮวนอย่างชัดเจน
*************************************************