อรุณรุ่งของวันเดินทางมาถึงพร้อมกับสายลมเย็นที่พัดผ่านเมืองหลิงโจว เหมยหลิงในชุดกระโปรงผ้าไหมสีฟ้าอ่อนที่ตัดเย็บอย่างประณีต ยืนสงบนิ่งอยู่หน้าประตูเมืองที่คึกคักไปด้วยผู้คนที่สัญจรไปมา ในใจของนางเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งความตื่นเต้นที่จะได้ทำหน้าที่สำคัญเพื่อร้านเหมยิ ความกังวลใจที่ต้องเดินทางไกลโดยไม่มีสามีอยู่เคียงข้าง และความประหม่าที่จะต้องเดินทางร่วมกับคณะของท่านหัวหน้าสมาคมผู้ทรงอิทธิพล
นางกอดห่อผ้าเล็กๆ ที่บรรจุของใช้ส่วนตัวและเอกสารการค้าไว้แนบอก พลางนึกถึงคำพูดของหลี่ิที่คอยให้กำลังใจและแสดงความเชื่อมั่นในตัวนางอย่างเต็มเปี่ยม "เ้าทำได้แน่นอน เหมยหลิงของพี่" เสียงของเขายังคงก้องอยู่ในหู เป็ดั่งเครื่องรางนำโชคที่ทำให้นางรู้สึกอบอุ่นใจขึ้นมาบ้าง
ไม่นานนัก ขบวนเดินทางของสมาคมการค้าก็ปรากฏให้เห็นอยู่ไกลๆ นำมาโดยรถม้าคันใหญ่ที่ตกแต่งอย่างหรูหราและสง่างาม เทียมด้วยม้าสีดำทมิฬสี่ตัวที่แข็งแรงกำยำ บ่งบอกถึงฐานะและอำนาจของผู้เป็เ้าของได้อย่างชัดเจน ตามมาด้วยรถม้าของพ่อค้าคนอื่นๆ อีกหลายคันที่แม้จะดูดี แต่ก็เทียบไม่ได้เลยกับความโอ่อ่าของรถม้าคันหน้าสุด
หัวใจของเหมยหลิงเต้นแรงขึ้นเล็กน้อยเมื่อขบวนรถเคลื่อนเข้ามาใกล้ นางรู้ได้ในทันทีว่ารถม้าคันงามนั้นเป็ของผู้ใด ซ่งเหวิน หัวหน้าสมาคมการค้าแห่งเมืองหลิงโจว ชายผู้ที่ทำให้นางรู้สึกหวั่นไหวและเกรงใจเสมอมา
เมื่อรถม้าคันแรกมาจอดเทียบตรงหน้านาง ประตูรถก็ถูกเปิดออกโดยคนรับใช้ที่แต่งกายสะอาดสะอ้าน ร่างสูงสง่าของซ่งเหวินก้าวลงมาจากรถม้าด้วยท่วงท่าที่มั่นคงและน่าเกรงขาม วันนี้เขาอยู่ในอาภรณ์ผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มปักลายัด้วยดิ้นทองที่อกเสื้อ ขับให้ผิวขาวสะอาดและใบหน้าที่หล่อเหลาคมคายของเขาดูโดดเด่นยิ่งขึ้น รอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากของเขาดูอบอุ่นและเป็มิตร แต่แววตาที่ลุ่มลึกนั้นกลับฉายแววบางอย่างที่เหมยหลิงมิอาจหยั่งถึงได้
"แม่นางเหมยหลิง" ซ่งเหวินเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มน่าฟัง "ข้าดีใจที่เ้ามาตรงเวลา การเดินทางไกลเช่นนี้ การรักษาเวลาถือเป็เื่สำคัญยิ่ง"
เหมยหลิงรีบย่อตัวคารวะอย่างนอบน้อม "ท่านหัวหน้าสมาคมให้เกียรติเรียกข้าเช่นนี้ได้อย่างไร เรียกข้าว่าเหมยหลิงก็พอแล้วเ้าค่ะ ข้าต้องขออภัยที่ท่านพี่หลี่ิไม่สามารถร่วมเดินทางมาด้วยตนเองได้"
ซ่งเหวินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "ข้าเข้าใจดี เื่ความรับผิดชอบต่อกิจการเป็สิ่งที่น่าชื่นชม หลี่ิทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว และการที่เขาส่งภรรยาผู้มีความสามารถเช่นเ้ามาแทน ก็ถือเป็การตัดสินใจที่ชาญฉลาดอย่างยิ่ง" เขากวาดสายตามองเหมยหลิงั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างไม่ปิดบังความชื่นชม "เ้าดูพร้อมสำหรับการเดินทางแล้ว... เชิญขึ้นรถม้าของข้าเถิด เราจะได้ออกเดินทางกันเสียที"
ซ่งเหวินผายมือไปยังรถม้าคันหรูของตน เหมยหลิงชะงักไปเล็กน้อย นางคิดว่าตนเองจะต้องเดินทางไปกับรถม้าคันอื่นร่วมกับพ่อค้าคนอื่นๆ การได้รับเชิญให้ร่วมเดินทางในรถม้าส่วนตัวของท่านหัวหน้าสมาคมเป็สิ่งที่นางไม่คาดคิดมาก่อน
"เอ่อ... ท่านหัวหน้าเ้าค่ะ ข้าเดินทางไปกับรถม้าคันอื่นก็ได้เ้าค่ะ ไม่กล้ารบกวนท่านถึงเพียงนี้" นางกล่าวด้วยความเกรงใจ
"อย่าได้เกรงใจไปเลย" ซ่งเหวินกล่าวพลางส่งยิ้มที่ยากจะปฏิเสธ "ข้ารับปากกับหลี่ิแล้วว่าจะดูแลเ้าเป็อย่างดี การให้เ้าเดินทางร่วมกับข้าจะทำให้ข้าสามารถดูแลความปลอดภัยและให้คำแนะนำแก่เ้าได้อย่างใกล้ชิด อีกทั้งรถม้าของข้าก็กว้างขวางสะดวกสบายกว่าคันอื่นมากนัก การเดินทางไกลนั้นเหนื่อยล้า การได้พักผ่อนอย่างเต็มที่จะทำให้เ้ามีแรงพอที่จะเรียนรู้สิ่งต่างๆ ที่เมืองหลวงได้อย่างเต็มที่"
เหตุผลของซ่งเหวินนั้นฟังดูสมเหตุสมผลและเต็มไปด้วยความปรารถนาดีจนเหมยหลิงไม่สามารถหาข้อโต้แย้งใดๆ ได้ นางจึงโค้งคำนับอีกครั้งและตอบรับด้วยความรู้สึกขอบคุณระคนประหม่า "ขอบพระคุณในความเมตตาของท่านหัวหน้าเ้าค่ะ"
คนรับใช้รีบเข้ามาช่วยถือห่อผ้าและประคองเหมยหลิงขึ้นไปบนรถม้า ทันทีที่ก้าวเข้าไป นางก็ต้องตกตะลึงกับความหรูหราภายใน ภายในรถม้ากว้างขวางกว่าที่คิดไว้มาก พื้นปูด้วยพรมขนสัตว์เนื้อนุ่ม เบาะที่นั่งบุด้วยผ้าไหมปักลายงดงาม มีโต๊ะเล็กๆ ตั้งอยู่ตรงกลางซึ่งมีชุดถ้วยชาและกาน้ำร้อนเตรียมพร้อมไว้เรียบร้อย หน้าต่างมีม่านผ้าไหมโปร่งบางที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ภายนอกได้ แต่คนภายนอกกลับมองเข้ามาไม่เห็น กลิ่นหอมอ่อนๆ ของไม้จันทน์และกำยานลอยอบอวลอยู่ภายใน สร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายและเป็ส่วนตัวอย่างยิ่ง
ซ่งเหวินก้าวตามขึ้นมานั่งบนเบาะฝั่งตรงข้าม เขามองใบหน้าที่ฉายแววตื่นตาตื่นใจของเหมยหลิงด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ
"นั่งตามสบายเถิด เหมยหลิง" เขากล่าวพลางรินชาหอมกรุ่นจากกาใส่ถ้วยแล้วยื่นส่งให้นาง "การเดินทางของเราจะใช้เวลาหลายวัน ทำตัวให้เหมือนอยู่บ้านเถิด"
เหมยหลิงรับถ้วยชามาด้วยสองมืออย่างสุภาพ "ขอบคุณเ้าค่ะ" นางจิบชาเล็กน้อย กลิ่นหอมของดอกมะลิช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายลงได้บ้าง ขบวนรถม้าเริ่มเคลื่อนตัวออกจากประตูเมืองหลิงโจวอย่างช้าๆ มุ่งหน้าสู่ทิศตะวันออกซึ่งเป็ที่ตั้งของเมืองหลวงจินหลิง
ใน่แรกของการเดินทาง เหมยหลิงยังคงรู้สึกเกร็งและประหม่า นางนั่งตัวตรงอย่างสำรวม พยายามไม่ขยับเขยื้อนมากนัก ซ่งเหวินเองก็ไม่ได้เร่งรัดที่จะชวนคุย เขานั่งอ่านตำราการค้าอย่างสงบ ปล่อยให้เหมยหลิงได้ปรับตัวและทำความคุ้นเคยกับบรรยากาศบนรถม้า
ความเงียบที่น่าอึดอัดดำเนินไปได้พักใหญ่ ซ่งเหวินก็เป็ฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นก่อน เขาปิดตำราลงแล้วหันมามองเหมยหลิงด้วยสายตาที่อ่อนโยน
"หลี่ิคงจะภูมิใจในตัวเ้ามาก" เขาเริ่มต้นบทสนทนา "การที่ภรรยาสามารถเป็ธุระจัดการเื่สำคัญแทนสามีได้เช่นนี้ ไม่ใช่เื่ที่จะพบเห็นได้บ่อยนักในแคว้นซ่งของเรา"
คำชมของซ่งเหวินทำให้เหมยหลิงหน้าแดงระเรื่อ "ท่านหัวหน้ากล่าวเกินไปแล้วเ้าค่ะ ข้าเป็เพียงภรรยาที่ทำหน้าที่ของตนเองเท่านั้น ที่ร้านเหมยิ ท่านพี่หลี่ิต่างหากที่เป็หัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญ ข้าเป็เพียงผู้ช่วยเท่านั้น"
"ความถ่อมตนเป็คุณสมบัติที่ดี" ซ่งเหวินยิ้ม "แต่ข้าได้ยินชื่อเสียงของเ้ามานานแล้ว เหมยหลิง พ่อค้าหลายคนในสมาคมต่างชื่นชมในความสามารถด้านการจัดร้านและความรู้เื่ผ้าไหมของเ้า พวกเขาบอกว่าผ้าไหมธรรมดาๆ เมื่อผ่านมือเ้าแล้วกลับดูงดงามราวกับของวิเศษ" เขาหยุดเล็กน้อย จ้องมองเข้าไปในดวงตาของนาง "ข้าเชื่อว่าเ้ามีความสามารถมากกว่าการเป็เพียงผู้ช่วย"
คำพูดของเขาทำให้นางรู้สึกราวกับถูกมองทะลุเข้าไปถึงในใจ เหมยหลิงไม่เคยคิดว่าจะมีใครมองเห็นความสามารถของนางได้ลึกซึ้งถึงเพียงนี้ แม้แต่หลี่ิผู้เป็สามี ก็มักจะมองนางในฐานะภรรยาที่น่ารักและเป็แม่บ้านแม่เรือนที่ดี การได้รับคำชมจากบุรุษผู้ทรงอิทธิพลเช่นซ่งเหวินจึงทำให้นางรู้สึกหวั่นไหวและภาคภูมิใจในเวลาเดียวกัน
"ท่านหัวหน้าช่างสังเกตเหลือเกินเ้าค่ะ" นางตอบเสียงแ่
"ข้าเป็พ่อค้า เหมยหลิง" เขากล่าว "การมองคนให้ออกเป็ทักษะที่สำคัญที่สุดในการทำธุรกิจ และข้ามองเห็นศักยภาพในตัวเ้า... ศักยภาพที่อาจจะยังไม่ถูกค้นพบอย่างเต็มที่"
บทสนทนาของพวกเขายังคงดำเนินต่อไป ซ่งเหวินเป็นักสนทนาที่ฉลาดและมีเสน่ห์ เขาสามารถชวนคุยได้หลากหลายเื่ ั้แ่เื่กลยุทธ์การค้า ปรัชญาการใช้ชีวิต ไปจนถึงเื่ดินฟ้าอากาศและบทกวี เขาเล่าเื่ราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับเมืองหลวงจินหลิง วัฒนธรรมที่แตกต่าง และโอกาสทางธุรกิจที่รออยู่ ทำให้ความกังวลของเหมยหลิงค่อยๆ คลายลง และถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกตื่นเต้นและอยากรู้อยากเห็น
นางเริ่มรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น และกล้าที่จะแสดงความคิดเห็นของตนเองเกี่ยวกับเื่ผ้าไหมและการค้า ซ่งเหวินตั้งใจฟังทุกคำพูดของนางอย่างใส่ใจ พยักหน้าเห็นด้วยในบางครั้ง และตั้งคำถามที่ลึกซึ้งในบางครา ทำให้เหมยหลิงรู้สึกว่าความคิดของนางมีคุณค่าและได้รับการยอมรับ
เมื่อถึงเวลาพักกลางวัน ขบวนรถม้าหยุดพักที่โรงเตี๊ยมเล็กๆ แห่งหนึ่งระหว่างทาง พ่อค้าคนอื่นๆ ต่างแยกย้ายกันไปหาที่นั่งและสั่งอาหาร แต่ซ่งเหวินกลับให้คนรับใช้จัดโต๊ะส่วนตัวสำหรับเขาและเหมยหลิงในมุมที่เงียบสงบที่สุดของโรงเตี๊ยม อาหารที่สั่งมานั้นล้วนเป็อาหารชั้นเลิศที่หาทานได้ยากในเมืองเล็กๆ เช่นนี้
"เชิญทานเถิด เหมยหลิง" ซ่งเหวินกล่าวพลางคีบเป็ดย่างหนังกรอบชิ้นงามใส่ในถ้วยข้าวของนาง "การเดินทางยังอีกยาวไกล เ้าต้องทานเยอะๆ จะได้มีแรง"
การดูแลเอาใจใส่ที่มากเป็พิเศษของซ่งเหวินทำให้เหมยหลิงรู้สึกเกรงใจระคนอึดอัดใจเล็กน้อย นางคุ้นเคยกับการดูแลสามี แต่ไม่คุ้นเคยกับการถูกบุรุษอื่นที่ไม่ใช่สามีดูแลอย่างใกล้ชิดถึงเพียงนี้
"ขอบคุณเ้าค่ะ ท่านหัวหน้า" นางกล่าวรับและก้มหน้าทานอาหารอย่างเงียบๆ พยายามหลีกเลี่ยงสายตาของเขาที่มักจะจับจ้องมาที่นางเสมอ
ตลอดการเดินทางใน่บ่าย ซ่งเหวินยังคงชวนนางพูดคุยอย่างต่อเนื่อง เขาเล่าถึงชีวิตในวัยหนุ่มที่ต้องดิ้นรนสร้างตัวจากการเป็พ่อค้าเร่จนกระทั่งกลายเป็หัวหน้าสมาคมผู้มั่งคั่ง เื่ราวของเขาเต็มไปด้วยความยากลำบากและความท้าทาย แต่เขาก็ผ่านมันมาได้ด้วยความมุ่งมั่นและสติปัญญา เื่เล่าของเขาทำให้เหมยหลิงรู้สึกทึ่งและนับถือในตัวเขามากยิ่งขึ้น
นางเริ่มมองเห็นซ่งเหวินในมุมที่แตกต่างออกไป เขาไม่ใช่แค่หัวหน้าสมาคมที่น่าเกรงขาม แต่เป็บุรุษที่มีความลึกซึ้งและผ่านโลกมาอย่างโชกโชน อำนาจและบารมีที่เขามีไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่มาจากความสามารถของเขาล้วนๆ ความรู้สึกเกรงใจที่นางมีต่อเขาค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็ความนับถือและชื่นชมอย่างจริงใจ
เมื่อตะวันคล้อยต่ำ ขบวนรถม้าก็เดินทางมาถึงเมืองหน้าด่านแห่งหนึ่งเพื่อหยุดพักค้างคืน ซ่งเหวินได้สั่งให้คนจองโรงเตี๊ยมที่ดีที่สุดในเมืองไว้ล่วงหน้าแล้ว และเช่นเคย เขาจองห้องพักที่ดีที่สุดสำหรับตัวเขาเอง และห้องพักที่อยู่ติดกันสำหรับเหมยหลิง
"คืนนี้พักผ่อนให้เต็มที่นะ เหมยหลิง" ซ่งเหวินกล่าวขณะที่ยืนส่งนางอยู่หน้าห้องพัก "พรุ่งนี้เราจะออกเดินทางกันแต่เช้า หากมีอะไรขาดเหลือ ก็เรียกใช้คนของข้าได้ตลอดเวลา"
"ขอบคุณในความกรุณาของท่านหัวหน้าเ้าค่ะ" เหมยหลิงย่อตัวคารวะ ก่อนจะเปิดประตูเข้าห้องไป
ภายในห้องพักกว้างขวางและสะอาดสะอ้าน มีอ่างน้ำไม้ขนาดใหญ่และน้ำอุ่นเตรียมไว้พร้อมสรรพ หลังจากที่เหนื่อยล้าจากการเดินทางมาทั้งวัน การได้แช่น้ำอุ่นๆ ช่วยให้นางรู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก ขณะที่เอนกายพิงขอบอ่าง เหมยหลิงหลับตาลงและทบทวนเื่ราวที่เกิดขึ้นในวันนี้
การเดินทางกับซ่งเหวินไม่ได้น่ากลัวอย่างที่นางคิดในตอนแรก ตรงกันข้าม เขากลับเป็สุภาพบุรุษที่ดูแลเอาใจใส่นางเป็อย่างดี ความรู้ ความสามารถ และเสน่ห์ของเขาทำให้นางรู้สึกประทับใจอย่างยิ่ง นางเริ่มเข้าใจแล้วว่าเหตุใดสามีของนางจึงให้ความเคารพและนับถือในตัวเขามากถึงเพียงนี้
ซ่งเหวินเป็ชายที่มีความแข็งแรงทั้งกายและใจ เขาสามารถจัดการกับปัญหาต่างๆ ได้อย่างเฉียบขาด แต่ในขณะเดียวกันก็มีความอ่อนโยนและเอาใจใส่ในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้นางรู้สึกปลอดภัยและได้รับการดูแล การที่เขาฟังความคิดเห็นของนางอย่างตั้งใจ และให้ความเคารพในความสามารถของนาง ทำให้นางรู้สึกมีคุณค่าในตัวเองมากขึ้น
อำนาจของซ่งเหวินไม่ได้แสดงออกผ่านการบังคับขู่เข็ญ แต่เป็การค่อยๆ แทรกซึมเข้ามาในความคิดและความรู้สึกของนางอย่างนุ่มนวล ผ่านความเอาใจใส่ คำพูดที่ชาญฉลาด และการปฏิบัติตัวที่ให้เกียรติ มันเป็อำนาจที่ทำให้นางรู้สึกเกรงใจและยอมทำตามโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกนี้ทำให้นางสับสนไม่น้อย มันเป็ความรู้สึกที่นางไม่เคยมีต่อหลี่ิผู้เป็สามีเลยแม้แต่น้อย
เหมยหลิงสลัดความคิดฟุ้งซ่านออกจากหัว นางบอกตัวเองว่าซ่งเหวินเพียงแค่ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับหลี่ิเท่านั้น เขาดูแลนางในฐานะภรรยาของลูกน้องที่เขาเอ็นดู ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น นางต้องตั้งใจทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด เพื่อไม่ให้สามีและหัวหน้าสมาคมต้องผิดหวัง
หลังจากแช่น้ำจนสบายตัวแล้ว เหมยหลิงก็เข้านอน แต่ในความฝันคืนนั้น ภาพของรอยยิ้มและแววตาที่ลุ่มลึกของซ่งเหวินกลับปรากฏขึ้นมาวนเวียนอยู่ในความคิดของนางครั้งแล้วครั้งเล่า ปลุกเร้าความรู้สึกบางอย่างที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ในใจให้เริ่มสั่นไหว ความรู้สึกที่นางพยายามปฏิเสธ แต่ก็ยิ่งเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ โดยที่นางไม่รู้เลยว่านี่เป็เพียงจุดเริ่มต้นของแผนการอันแยบยลที่ถูกวางไว้แล้วอย่างดี