หลังจากพูดคุยกันเสร็จ ซินอี๋กับซินหยางก็พาลี่อินเดินกลับไปยังบ้านหลักของตระกูลซิน ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากไร่ชา ระหว่างทาง ลี่อินเริ่มสังเกตเห็นว่าทุกสิ่งรอบตัวดูแตกต่างจากสิ่งที่เธอคุ้นเคย ไม่ใช่แค่เสื้อผ้า หรือภาษาพูดเท่านั้น แต่แม้กระทั่งกลิ่นอากาศ และวิถีชีวิตคนรอบข้าง
เมื่อมาถึงบ้านหลังใหญ่ ลี่อินถึงกับอึ้ง บ้านหลังนี้สร้างด้วยไม้ทั้งหลังแต่ดูมั่นคง มีพื้นที่กว้างขวาง ประตูไม้บานใหญ่แกะสลักสวยงาม ข้างในแบ่งเป็ห้องต่างๆ อย่างเป็ระเบียบ มีห้องโถงใหญ่ตรงกลางซึ่งใช้เป็ห้องรับแขก ห้องทำงานอยู่ด้านหนึ่ง ส่วนอีกฝั่งเป็ทางเดินยาวที่ทอดไปยังห้องพักส่วนตัวของแต่ละคน
“บ้านของเราสร้างมาั้แ่รุ่นปู่ ขยายต่อมาเรื่อยๆ จนทุกคนมีห้องของตัวเอง” ซินอี๋กล่าวอย่างภาคภูมิใจ
“มีทั้งห้องแม่ ห้องพ่อ ห้องข้า ห้องของเ้าซินหยาง แล้วก็ห้องเก็บตำรา ห้องเก็บชา และห้องครัวด้านหลังอีก” ซินหยางเสริมพร้อมรอยยิ้ม
ลี่อินพยักหน้าเบาๆ เดินตามสองพี่น้องเข้าไปในโถงบ้าน ขณะสายตายังคงมองไปรอบๆ อย่างไม่อยากเชื่อ
“นี่…ปีนี้คือปีอะไรหรือ?” เธอถามในที่สุด สีหน้าจริงจัง
ทั้งซินอี๋และซินหยางหันมามองหน้ากัน ก่อนที่ซินอี๋จะตอบเสียงราบเรียบ “ปีนี้คือปีค.ศ. 1682… ปีมะแม ตามปฏิทินของราชวงศ์ชิง”
หัวใจลี่อินเต้นแรง เธอย้อนเวลากลับมาถึง 368 ปีก่อนจริงๆ ไม่ใช่แค่ฝัน ไม่ใช่แค่ภาพลวงตา เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือเย็นเฉียบโดยไม่รู้ตัว
“แม่นาง…หากยังไม่มีจุดหมายว่าจะไปที่ใด ข้าแนะนำให้พักที่นี่ก่อนก็ได้” ซินอี๋พูดขึ้นเสียงนุ่ม เขาเห็นความสับสนในสายตาของเธอ
“ใช่แล้ว!” ซินหยางพูดเสริมพร้อมรอยยิ้ม “บ้านเราห้องเยอะ จะพักห้องไหนก็เลือกเลย แต่ข้าแนะนำห้องริมสวนหลังบ้านนะ วิวดี อากาศเย็นสบาย”
“เ้าคงยังไม่รู้ทาง เดี๋ยวข้ากับพี่รองจะช่วยจัดห้องให้ แล้วพาเดินดูรอบบ้าน วันหน้าค่อยว่ากันว่าจะทำอะไร หรือจะไปทางไหน” ซินหยางพูดด้วยน้ำเสียงเป็มิตร
ลี่อินยิ้มบางๆ อย่างขอบคุณ แม้ภายนอกจะดูสงบ แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยคำถาม ความสับสน และความรู้สึกแปลกแยก
แต่ในความไม่แน่นอนนั้น…มีบางอย่างอบอุ่นจากสายตาของทั้งสองคน ที่ทำให้เธอรู้สึกว่า อย่างน้อย วันนี้เธอก็ไม่ได้อยู่ลำพัง