ชั้นที่หก
ชายหนุ่มค่อยๆพิจารณาหนังสือแต่ละเล่มที่เดินผ่านมันพบว่าส่วนใหญ่แล้วเป็วิชาที่เน้นลมปราณเป็หลักไม่ค่อยพบวิชาลักษณะอื่นเลย เดินมาจนสุดทางก็ยังไม่พบว่าจะมีวิชาใดที่เหมาะกับตนมันจึงเดินขึ้นไปชั้นที่เจ็ดอีกครั้ง
“เ้าขึ้นมาทำไมอีก”ชายชราเค้นเสียงขึ้นไม่รอให้ชายหนุ่มเอ่ย
“ผู้เยาว์อยากขอคำชี้แนะจากผู้าุโสักหน่อยขอรับไม่ทราบว่าผู้เยาว์จะหาวิชาเพิ่มกำลังกายได้ที่ใด?”
ชายชรายกมือข้างซ้ายขึ้นมาลูบเคราของตนพลางครุ่นคิด“ข้านึกออกแล้ว ที่เ้าควรไปคือชั้นที่สองจะมีคัมภีร์ยุทธ์ที่ไม่สมบูรณ์อยู่เล่มหนึ่ง มันเป็วิชาเพิ่มความแข็งแกร่งทางกายเพียงแต่ว่าวิชานี้ฝึกฝนยากนัก เ้าลองไปหาดูเถอะ”
“ขอบคุณขอรับ”หนิงเฟยหลงไม่รอช้ารีบลงมายังชั้นที่สอง มันเดินหากว่าครึ่งชั่วยามจึงพบชั้นที่สองนี้มีหนังสือคัมภีร์มากมายกว่าชั้นอื่นๆนั่นเพราะวิชาระดับนั้นสร้างสรรค์ขึ้นมาได้ง่ายมีโดยทั่วไปจึงไม่ยากที่จะหามาไว้รวมถึงชั้นนี้ยังรวบรวมวิชาที่ไม่สมบูรณ์ไว้เป็จำนวนมากการหาได้ช้าจึงไม่ใช่เื่แปลกอันใด
“หลบอยู่เสียในหลืบกว่าจะเจอกายาปัญจธาตุ!” หนิงเฟยหลงไม่รอช้าพอหยิบได้ก็เปิดขึ้นอ่านทันทีกายาปัญจธาตุเป็วิชาที่เพิ่มพลังกายและช่วยปรับเปลี่ยนให้เหมาะกันคุณสมบัติต่างๆของวิชาอื่นที่ต้องฝึกฝนร่วมจะช่วยให้การฝึกฝนนั้นง่ายขึ้น และยังเพิ่มความแข็งแกร่งแปรเปลี่ยนไปตามสถานการณ์
กายาเบญจธาตุแบ่งออกเป็ห้าร่าง ร่างละสามขั้นเป็วิชาขั้นสูงคาดว่าจะมากกว่าระดับปฐีหลายเท่าแต่ที่ถูกลดมาที่ระดับหนึ่งนั่นเพราะมันมีแค่ขั้นหนึ่งที่สำคัญคือมีแค่สามธาตุเท่านั้น คือร่างลมหวน ร่างวารีเคลื่อน และร่างอัคคีโชติ่
ชายหนุ่มจ้องมองด้วยความตื่นตาตื่นใจ!มันยิ้มแก้มปริรีบเคลื่อนย้ายเข้ามิติปริศนาทำการฝึกฝนทันที!
หนิงเฟยหลงเลือกที่จะฝึกฝนร่างลมหวนเสียก่อนมันจะได้ใช้ร่างนี้ในการฝึกก้าวย่างชมจันทร์ร่างลมหวนจำเป็ต้องแปรเปลี่ยนลมปราณในตัวให้เข้าใกล้กับสายลมชายหนุ่มพยายามเข้าถึงสายลมให้ได้มากที่สุด ร่างกายต้องเบาบางเคลื่อนที่ดั่งใจนึกร่างสั่นไหวใจไม่โอนเอน ชายหนุ่มค่อยๆฝึกฝนไปเรื่อยๆท่าร่างนี้เริ่มแรกไม่ได้มีความยากอันใดการฝึกฝนเป็ไปอย่างราบรื่น
..........
หนึ่งวันผ่านไป(ในมิติปริศนา) “สำเร็จ ฮ่าๆในที่สุดข้าก็ได้ร่างลมหวนมา”การเคลื่อนไหวของมันรวดเร็วขึ้นมาก ถึงแม้ยังจะไม่ใช้ก้าวย่างชมจันทร์ก็ตาม!
“ต่อไปข้าคงต้องฝึกก้าวย่างชมจันทร์ก่อนสินะ”มันหยิบเอาม้วนหนังสือที่ตนเองจดไว้ขึ้นมาอ่านดู ตัวหนังสือขีดเป็เส้นยั้วเยี้ยๆแต่ก็พอจะอ่านได้ มันเริ่มการฝึกฝนเริ่มจากการใช่ร่างลมหวนเคลื่อนไหวอย่างที่คัมภีร์ได้ว่าไว้
“รวดเร็วแต่ไม่รุนแรง เคลื่อนกายคล้ายสายลม เหินหาวคล้ายภูตผี สลับลับไปมาแยกเงาให้หลง......”อ่านมาเท่านี้ชายหนุ่มจึงเริ่มเคลื่อนย้ายตามจุดที่เนื้อหาและเคล็ดวิชาได้ว่าไว้
ใน่แรกชายหนุ่มฝึกอย่างยากลำบากทุกอย่างไม่เป็ดั่งใจนึก แม้จะได้ร่างลมหวนมาแล้วก็ตามแต่ก็ยังติดขัดอยู่มากหากไม่ได้ร่างลมหวนมาช่วยคงต้องใช้เวลามากกว่านี้หลายเท่าร่างที่เคลื่อนย้ายอย่างสลับซับซ้อนยากที่จะควบคุมชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะชมเชยยอดวิชา “สมแล้วที่ได้ชื่อว่าวิชาระดับปฐี!”
ใช้เวลามากกว่าหนึ่งปีในมิติปริศนาจึงจะเริ่มเข้าที่เข้าถึงก้าวย่างขั้นที่หนึ่งได้ถึงแม้จะฝึกฝนอย่างหนักแต่มันก็ไม่คิดจะย่อท้อเลยแม้แต่น้อย
..........