คำบอกนั้นทำให้มนัสวีและภูดิศหน้าถอดสีพร้อมกัน ความกลัวแล่นจับใจ...ภูดิศรู้ดีว่าหากผู้เป็แม่เห็นหน้าเติมเต็มและมนัสวีในยามนี้ เื่ราวความเข้าใจผิดและกำแพงในอดีตต้องะเิกลายเป็าใหญ่แน่ ชายหนุ่มไม่รอช้าใช้อำนาจเด็ดเดี่ยวอุ้มร่างที่หลับปุ๋ยของเติมเต็ม นำทางผลักมนัสวีให้ก้าวเดินเข้าไปใน ‘ห้องพักรับรองส่วนตัววีไอพี’อีกห้องหนึ่งที่อยู่ติดกันทันที
"รออยู่ในห้องนี้ก่อนแล้วกัน" ภูดิศสั่งเสียงเฉียบแววตาคมกริบสบตาเธอตรงๆ
"รอให้คุณแม่ผมกลับไปก่อน แล้วผมจะพาคุณกับลูกกลับออกไปเอง"
มนัสวีจำยอมพยักหน้ารับ สับสลักล็อกประตูเงียบเชียบ ไม่กี่นาทีต่อมา บานประตูห้องทำงานใหญ่เปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของ ‘คุณหญิงดาริกา’ จอมบงการผู้ภูมิฐานหญิงสูงศักดิ์เดินเยื้องย่างเข้ามาด้วยรอยยิ้ม
"ภูดิศลูกรัก...แม่คิดถึงจังเลย"
"คุณแม่มาถึงนี่มีธุระด่วนอะไรหรือเปล่าครับ"
ภูดิศปรับสีหน้าเรียบ เดินเข้าประคองผู้เป็แม่ให้นั่งลงบนโซฟา คุณหญิงดาริกายิ้มกว้าง พลางกวาดสายตามองไปรอบห้องอย่างพึงใจ
"แม่ก็แค่เป็ห่วงงานเปิดตัวโรงพยาบาลสาขาใหม่ในอีกไม่กี่วันนี้ยังไงล่ะลูก ตกแต่งไปถึงไหนแล้วจ้ะแล้วอีกเื่ที่สำคัญที่สุด... แม่ไปคุยกับท่านนายพลเกริกเกียรติมาแล้วนะเื่หาฤกษ์แต่งงานของลูกกับหนูลิลลี่น่ะแม่ว่าเราควรจะจัดงานให้เร็วที่สุดหลังจากเปิดโรงพยาบาลเสร็จ จัดต่อทันทีเลยดีไหมจ้ะภูดิศ"
ภูดิศแสร้งทำสีหน้าเหนื่อยล้า ถอนหายใจยาวซบใบหน้าลงกับฝ่ามือ แกล้งพ่นคำพูดประชดประชันความเหนื่อยเพื่อไล่ทางอ้อม
"คุณแม่ครับ...ตอนนี้ผมงานเยอะมาก โปรเจกต์ตกแต่งภายในเละเทะไปหมดระบบทุกอย่างยังไม่ลงตัวเลยครับ ผมเหนื่อยและปวดหัวจนแทบไม่มีเวลาหายใจเลยครับ เื่ฤกษ์แต่งงานเอาไว้ก่อนเถอะครับขอร้องเถอะครับคุณแม่... วันนี้คุณแม่กลับไปพักผ่อนก่อนเถอะนะ ไว้สัปดาห์หน้าว่างๆค่อยมาคุยกันใหม่นะครับ"
เมื่อเห็นลูกชายคนเดียวแสดงท่าทีอ่อนล้าขนาดนั้น คุณหญิงดาริกาจึงยอมถอยพยักหน้ารับคำอย่างจำใจ
"โอเคจ้ะ ๆ งั้นแม่ไม่รบกวนเวลาทำงานแล้ว ดูแลตัวเองดีๆนะลูก"
หญิงสูงศักดิ์หมุนตัวก้าวเดินออกจากห้องและลงลิฟต์กลับไปในที่สุด เมื่อเสียงความวุ่นวายภายนอกเงียบสงบลงภูดิศสูดหายใจเข้าลึก ชายหนุ่มก้าวเท้าเดินตรงดิ่งมายังบานประตูห้องรับรองส่วนตัวเขาขยับจับลูกบิดไขกุญแจแล้วเปิดประตูสอดแทรกกายเข้าไปด้านในเงียบ ๆ
และภาพตรงหน้าบนเตียงนอนหนานุ่ม...ก็ทำให้ก้อนเนื้อในอกซ้ายของประธานบริหารหนุ่มกระตุกไหวอย่างแรง และอบอวลไปด้วยความสุขล้นพ้น แสงแดดรำไรยามเย็นสาดส่องผ่านม่านบังหน้าต่างกระทบร่างระหงของมนัสวีที่นอนตะแคงกอดรัดโอบอุ้มร่างกลมป้อมของน้องเติมเต็มไว้แนบอกสองแม่ลูกนอนกอดกันหลับสนิททั้งคู่ด้วยความเหนื่อยล้าจากพายุอารมณ์เมื่อครู่ใบหน้าหวานของมนัสวีดูละมุนตาน่าเอ็นดูตัดกับแก้มยุ้ย ๆอมชมพูของลูกชายที่ขยับตามจังหวะหายใจอย่างสม่ำเสมอ
ภูดิศระบายรอยยิ้มที่อบอุ่นและนุ่มนวลที่สุดในรอบห้าปีออกมาโดยที่เขาไม่รู้ตัว ชายหนุ่มขยับก้าวเดินอย่างไร้เสียง ทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ข้างเตียง สายตาคู่คมจับจ้องมองใบหน้าของสตรีที่เขาโหยหาและเืเนื้อเชื้อไขสายเืแท้ๆของเขาด้วยหัวใจที่พองโตคับอก ความโกรธแค้น และอารมณ์เสียเมื่อครู่มลายหายไปสิ้นในพริบตาเหลือเพียงความรู้สึกอิ่มเอมใจ ราวกับชะตากรรมได้หมุนวนนำพา ‘ดวงใจและรักแท้’ที่เคยสูญเสียไปกลับคืนมาอยู่ตรงหน้าเขาอีกครั้ง
ชายหนุ่มนั่งนิ่ง นั่งมองดูสองแม่ลูกนอนหลับปุ๋ยอยู่อย่างนั้นเป็เวลานานแสนนานข้ามชั่วโมงโดยไม่มีความรู้สึกเบื่อหน่ายเลยแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียวสัจธรรมแห่งความผูกพันประกาศก้องในสมองของเขาแล้วว่า...ต่อจากนี้ไป ไม่ว่าความเข้าใจผิดหรือใครหน้าไหนจะขวางกั้นเขาจะใช้ทุกสิ่งที่มีเพื่อปกป้องและทวงคืนครอบครัวที่สมบูรณ์แบบพร้อมหน้าพ่อแม่ลูกนี้ให้กลับมาอยู่ใต้ร่มเงาอ้อมกอดของเขาชั่วชีวิต