ระหว่างเดินทางขจรได้โทรกลับไปหาครูยอดเพื่อสอบถามว่าเรื่องด่วนอะไร
“ เรื่องชิงแชมป์ที่สนามมวยราชดำริไง”
“ ผมต้องชกด้วยหรือครับ”
“ เรื่องนี้แชมป์เก่ามันมีโปรแกรมที่จะขึ้นชิงแชมป์กับ เวทีราชดำริ แต่พอเอ็งชนะมัน ก็เลยต้องเป็นตัวแทนของสนามมวยเดอะแชมเปี้ยน ขึ้นชกแทนแชมป์คนเก่าไง ตอนที่ครูเซ็นสัญญาไปทีแรก ก็ไม่คิดว่าเอ็งจะชนะ แต่พอชนะแล้วมันก็ต้องทำตามสัญญาที่เซ็นเอาไว้”
ขจรคิดว่าตอนนี้เขาไม่เดือดร้อนเรื่องเงินแล้ว คิดว่าจะไม่ชกอีก แต่พอครูยอดบอกแบบนี้ คงต้องขึ้นชกอีกครั้ง
“ ก็ได้ครับ”
“ ดีมาก มาถึงค่ายมวยแล้ว ค่อยมาดูวีดีโอ คู่ต่อสู้แชมป์ราชดำริ กับครูทิมนะ”
“ ครับ”
ขจรกลับเข้ามาในค่าย ครูยอดก็เข้ามาหาแล้วพาไปหาครูทิม เพื่อดูคู่ชกคนต่อไป
“ มันชื่อ ทรงเดช ลูกเจ้าแม่ตะเคียนทอง เชิงชกของมันนั้นดียิ่ง สถิติการชกของมันไม่เคยแพ้ใครเลย ที่สำคัญคู่ต่อสู้ล้วนถูกน็อคไม่เกิดนยกสองทั้งนั้น น่ากลัวจริงๆ ทั้งการออกหมัด และ ลูกเตะของมัน ล้วนรวดเร็วยิ่ง เอ็งเจอคู่ต่อสู้ที่น่ากลัวเข้าให้แล้ว”
“ มิน่า ถึงได้เป็นแชมเปี้ยนของราชดำริ”
“ แต่เอ็งก็ไม่เบานี่ คราวก่อนเอ็งก็สามารถหลบหมัดของแชมป์โลกโรแลนด์เหมือนกัน ขอแค่หลบอาวุธมันให้ได้ แล้วค่อยตอบโต้จังหวะที่สอง มันต้องแพ้เอ็งแน่”
ขจรเองก็มั่นใจว่า สามารถผ่านแชมป์ทรงเดชได้ แต่ไม่อยากพูดให้ใครฟัง เพราะบัดนี้ประสาทสัมผัสของเขานั้น สามารถมองเห็นหมัดที่ว่ารวดเร็วของ แชมป์ทรงเดชได้ เหมือนกับว่า มองภาพสโลว์โมชั่นกันเลยทีเดียว
พอขจรออกมาจากห้องของครูทิม ก็พบกับ ซินดี้ ที่เคยชกด้วยพลังปราณจนขจรกระเด็นไปมา เมื่อคราวก่อน
“ อ้าว ขจรนั่นเอง ไม่ได้เจอกันนาน พวกเรามาซ้อมกันอีกสักยกสองยกดีไหม”
“ ได้เลยครับ”
ขจรก็เปลี่ยนชุดอยากลองชกกับ ซินดี้อีกครั้ง
ซินดี้ยิ้มให้ก่อน แล้วก็เริ่มจู่โจมด้วยหมัดชุดที่ล้วนเปี่ยมด้วยพลังปราณที่ไหลออกมาจากร่างเข้าสู่หมัด หากเป็นเมื่อก่อน ขจรคงได้กระเด็นไปอีกเหมือนเดิม
แต่คราวนี้ขจรกลับรับหมัดที่ต่อยออกมาได้ทุกหมัด ในแง่มุมที่แตกต่าง จนซินดี้เองเริ่มขมวดคิ้ว แล้วถอยหลังกลับมา
“ พลังปราณเทพยุทธ์ระดับกลาง นี่เธอฝึกฝนได้ยังไงกันเนี่ย”
“ ทำไม่จะฝึกไม่ได้ คุณเองก็ฝึกฝนได้เหมือนกันนี่”
“ ดีงั้นเรามาลองกันใหม่”
ซินดี้ พูดจบก็เหวี่ยงหมัดใส่ขจรอีกครั้ง แต่คราวนี้ขจรพบว่า พลังหมัดที่ปล่อยออกมานั้น มีพลังเหนือกว่าพลังขั้นปราณเทพยุทธ์ของเขาแน่ๆ จึงหลบและไม่ปะทะด้วย แม้ว่าจะมีพลังยุทธ์เหนือกว่าเขา แต่ด้วยที่เขานั้นต่อสู้มาอย่างโชกโชน
จึงสามารถหลบได้ อย่างง่ายๆ แล้วสามารถโต้กลับได้ แต่ว่าขจรก็ไม่ทำเพราะไม่เช่นนั้น ซินดี้ต้องได้รับบาดเจ็บแน่ๆ ขจรปล่อยให้ซินดี้ชกไปมา จนหมดแรง จึงได้หยุด
“ เยี่ยมจริงๆ ใครเป็นอาจารย์ของเธอกันแน่”
“ ไม่มี ผมฝึกด้วยตัวเอง”
“ ไม่บอกก็ไม่เป็นไร หากว่าเธอฝึกถึงขั้นปราณระดับสูงสุดแล้ว ก่อนเลื่อนขั้นไปที่ขั้นวิญญาณเทพยุทธ์ เธออาจติดอยู่ที่คอขวดของพลัง นี่คือเม็ดยาวิญญาณยุทธ์ กินเพียง 1 เม็ดจะช่วยให้เธอผ่านพ้นขั้นพลังปราณขี้นไปพลังวิญญาณเทพยุทธ์ได้อย่างง่ายดาย”
ขจรหยิบเม็ดยาสีดำ มีตัวหนังสือจีน ไม่รู้เขียนว่าอะไร มาไว้ในมือ ก็สงสัยยิ่ง
“ เก็บเอาไว้ มีโอกาสเราคงได้เจอกันอีก”
ซินดี้เอ่ยจบก็จากไป
“ เม็ดยาวิญญาณยุทธ์อะไร ท่านรู้จักหรือเปล่า” ขจรเอ่ยถามหินเจ้าปัญญา
“ สตรีผู้นี้ ต้องเป็นคนโลกเซียนแน่ๆ ไม่อย่างนั้น จะมีเม็ดยาวิญญาณยุทธ์ได้อย่างไร”
“ นี่คือเม็ดยาวิญญาณยุทธ์จริงๆ หรือนี่”
“ ใช่ไม่ผิด แต่ว่ามันใช้สำหรับคนทั่วไป ในโลกเซียน แต่ไม่ใช่เจ้า วิธีที่จะเลื่อนพลังที่ดีที่สุด คือการฝึกฝนวิชายุทธ์ ขั้นปราณยุทธ์ หากฝึกสำเร็จ เจ้าก็จะเข้าสู่ขั้น วิญญาณเทพยุทธ์ รากฐานของเจ้าจะมั่นคงกว่า กินเม็ดยาพวกนี้”
“ ถ้าเช่นนั้น ข้าควรฝึกวิชาปราณยุทธ์ได้หรือยัง”
“ รอก่อน เจ้าต้องมีพลังปราณยุทธ์ขั้นสูงสุดเสียก่อน ค่อยๆฝึกได้”
ขจรเก็บเม็ดยาวิญญาณยุทธ์เอาไว้ก่อน แล้วจากนั้นก็ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อเดินทางกลับวัด เพื่อไปเยี่ยมหลวงตา
ณ โลกเซียน ดินแดนหิมะ
มีหญิงสาววัย ประมาณ 40 กว่าปี แต่ใบหน้ายังคงวัยเยาว์ยิ่งนัก นั่งอยู่ในถ้าน้ำแข็งแห่งหนึ่ง ด้านหน้าคล้ายกับมีม่านสีรุ้ง ค่อยกักขังนางเอาไว้ไม่ให้ออกไปได้ นางได้แต่มองภาพชายหนุ่มคนหนึ่งเอาไว้ แล้วก็ยิ้มอยู่เพียงคนเดียว
แล้วก็มีหญิงสาวคนหนึ่งเหาะเข้ามาบนภูเขา แล้วเข้ามาที่ในถ้ำน้ำแข็ง เธอคนนั้นแต่งกายคล้ายกับชุดหนังคล้ายนักรบ ที่แท้คือ ซินดี้นั่นเอง
“ ท่านพี่”
“ น้องพี่ ลูกข้าเป็นยังไงบ้าง”
“ เขาเหมือนท่านพี่มาก ตอนนี้เขาเรียนแพทย์ปีสองแล้ว แล้วยังสามารถฝึกฝนพลังเทพยุทธ์ได้ด้วยตนเอง ตอนนี้เขามีพลังปราณเทพยุทธ์ระดับกลางแล้วด้วย”
“ จริงรึ? ดีจริง ต่อไปคงไม่มีใครรังแกเขาได้อีกแล้ว”
“ ตอนนี้ข้าได้ข่าวมาว่า เขาถูกท่านชายภาสกร รับเป็นบุตรบุญธรรมไปแล้ว”
“ จริงรึ? เป็นไปได้อย่างไร”
“ รายละเอียดข้าก็ไม่ทราบชัด”
“ อืม ข้าดีใจจริง เขาได้อยู่กับท่านชายภาสกร นับเป็นเรื่องที่ดีที่สุดแล้ว”
“ แต่ว่า ให้ข้าพาเขามาหาท่านดีหรือไม่”
“ อย่าเลย โลกเซียนไม่เหมาะกับเขา ฝีมือยังอ่อนด้อยของเขา ไม่อาจเผชิญโลกที่โหดเหี้ยมในโลกเซียนนี้ได้”
“ ท่านพี่ แล้วท่านจะยอมถูกกักขังเช่นนี้ตลอดไปหรือ ยอมรับปากราชินีหิมะเถอะ”
“ ไม่ หัวใจของข้าไม่อาจรักใครได้อีกแล้ว ข้าจะขอตายแต่ไม่ขอมีใหม่อีก”
“ โธ่ท่านพี่”
“ ขอบใจเจ้ามากนะที่ส่งข่าวมาบอกกับข้า หากเจ้าไปโลกมนุษย์อีก ก็ช่วยสืบข่าวเรื่องของเขามาบอกกับข้าอีกนะ”
ส่วนขจรนั้นเขาเองยังไม่รู้เลยว่าเขานั้นยังมีแม่อยู่ที่โลกเซียน พอเขามาถึงวัดก็พบว่า มีชาวบ้านหลายคนต่างเข้ามาพักอาศัยกันในวัดเต็มไปหมด ขจรรีบขึ้นไปหาหลวงตาทันที
“ เกิดอะไรขึ้นหรือครับ”
“ ก็มีปัญหาเรื่องที่ดิน ที่ฟ้องร้องกันอยู่ สุดท้ายศาลตัดสินว่า เจ้าของคนใหม่ชนะ ทำให้วัดต้องคืนที่ดินให้กับเจ้าของคนใหม่ ชาวบ้านพวกนี้ ก็เลยถูกพวกเขาขับไล่ เลยไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน เสียดายเมรุ ดันไปอยู่ในที่ มีปัญหาเสียนี่ คงต้องทุบทิ้งสร้างใหม่”
หลวงตาเอ่ยด้วยความเครียด
“ ที่ดินที่เจ้าของเก่ามอบให้วัด ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไรไม่ใช่หรือครับ ทำไมคนที่มาฟ้องร้องถึงชนะได้”
“ ก็เขามีโฉนด เป็นเจ้าของที่แท้จริง คนที่ได้สิทธิครอบครอง หาใช่เจ้าของที่ดินไม่ พวกเขาแค่มีเจตนาดี ใครจะไปรู้ว่ามีเจ้าของที่แท้จริงดันปรากฏตัวขึ้นมาหลังผ่านไปแล้วเกือบยี่สิบปี”
“ พนักงานที่ดินเขาทำงานอย่างไร ดันออกโฉนดซ้ำซ้อนแบบนี้ แย่จริงๆ เราขอซื้อที่ดินคืนมาได้ไหมครับ”
“ ก็ได้อยู่ เขาเรียกมา 120 ล้าน จะเอาเงินที่ไหนไปซื้อเล่า”
ขจรกัดฟันพูดออกไปว่า
“ เอาเงินผมไปซื้อคืนมาก็ได้ครับ”
“ หา นี่เอ็งเอาเงินมาจากไหน ท่านชายให้มารึ?”
“ เปล่าครับ เป็นเงินที่ผมได้มาจากการชกมวย”
“ เอ็งไปชกบนสวรรค์หรือไง ถึงได้มากขนาดนี้?” หลวงตาถามด้วยความสงสัย
แล้วขจรก็เล่าที่ีมาของเงินให้หลวงตาฟังจนหมด
“ เฮ้อ นี่มันเงินร้อน เอ็งเอามาทำบุญใหญ่แบบนี้น่ะดีแล้ว บุญกุศลที่ทำ จะทำให้เอ็งมีความสุข สมหวัง ในชาตินี้”
“ ครับ หลวงตา ” ขจรพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ไม่รู้ว่าปลื้มใจหรือว่า รู้สึกเสียดายเงิน 120 ล้านกันแน่
ในตอนเช้า ขจรไปที่ธนาคารโอนเงินให้เจ้าของที่ไปจนหมด 120 ล้าน แล้วก็มอบทำการโอนโฉนดที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์ของวัดโดยสมบูรณ์ แล้วชาวบ้านกับเมรุ ก็ได้อยู่ที่เดิมเป็นปกติ
“ ยังดี ที่ยังมีเหลือตั้ง 10 ล้าน ค่อยสบายใจหน่อย” ขจรได้แต่ปลอบใจตัวเอง
วันนี้ขจรต้องเข้าเรียนตามปกติ พบกับกิ๊ฟ ที่รออยู่ก่อนแล้ว พอไปถึงก็ยื่นมือถือให้ขจรดูข่าว
“ รองประธานบรัษัท นาคบดินทร์กรุ๊ป คนใหม่ ขจร นาคบดินทร์ เข้ารับตำแหน่งวันแรกก็มีการปรับเปลี่ยนผู้บริหารยกชุด นับว่าเป็นนักธุรกิจหนุ่มที่น่าจับตาที่สุดในปีนี้ ที่ได้บริหารทรัพย์สินมูลค่ากว่าแสนล้าน.....”
“ แค่ท่านชายภาสกรใช้ให้ไปช่วยทำงานแค่นั้น”
“ ไม่ได้ว่าอะไร แต่อยากรู้ว่า ต่อไปยังคิดจะเรียนหมออีกหรือเปล่า”
“ ก็ต้องเรียนซิ เราไม่เคยลืมคำสัญญา ว่าหากเรียนจบใช้ทุนแล้ว จะเก็บตังเปิดคลีนิคเป็นของเราสองคน รักษาคนไข้โดยไม่คิดเงิน ยังไงเล่า”
“ แต่ว่า ตอนนี้จรเป็นนักธุรกิจแสนล้านไปแล้ว ต่อไป ต้องมีผู้หญิงเข้ามาหามากมาย ต่อไปก็คงลืมเราแล้ว”
“ คิดมากน่ะ เราก็มีกิ๊ฟอยู่คนเดียวเท่านั้น”
“ จริงนะ”
“ อืม”
แล้วทันใดนั้น กรกันต์กับ ซีก็เข้ามาหาทั้งสอง
“ เฮ้ ว่าไง หนุ่มนักธุรกิจใหญ่ นี่ยังคิดมาเรียนอีกเหรอ?” ซีเอ่ยยิ้มๆ
“ ฉันไม่ใช่นักธุรกิจสักหน่อย แค่นักศึกษาแพทย์ธรรมดาเท่านั้น”
“ เรื่องบริหารเงิน 100 ล้านนั่น พี่สี่บอกว่าให้ไปหาอากู๋เล็กของฉัน เขาเป็นโบรกเกอร์มือ 1 ของตระกูล รับประกันได้ค่าตอบแทนคุ้มค่ากว่าฝากธนาคารแน่ๆ แต่ว่าตอนนี้นายเป็นนักธุรกิจใหญ่ไปแล้ว คงไม่สนใจแล้วมั๊ง?”
“ ก็สนใจอยู่ แต่ว่าฉันเพิ่งใช้เงินหมดไปแล้วเมื่อเช้านี้” ขจรเอ่ยด้วยความเสียดาย
“ อะไรนะ ใช้หมดแล้ว เงิน 100 ล้านเนี่ยนะ” ทั้งหมดอุทานมาพร้อมๆกัน
ขจรเลยเล่าเรื่องเมื่อคืนให้ทุกคนฟัง
“ โอ้ ทำบุญใหญ่ขนาดนี้ ชาติหน้าคงได้เกิดเป็นโคตรเศรษฐีแน่ๆ” ซีเอ่ย
“ ดีแล้ว เงินพวกนี้ได้มาง่ายๆ ทำบุญไปก็ดีเหมือนกัน” กิ๊ฟก็รู้สึกดีไปด้วย
“ หมดกัน ฉันต้องรีบโทรไปยกเลิกนัดกับ อากู่เล็กของฉันแล้ว อ้อ อาฑิตย์หน้า ปู่ของฉันให้มาเชิญนายไปร่วมงานวันเกิดท่าน นายห้ามปฏิเสธเป็นอันขาดนะ”
“ ได้อยู่แล้ว ว่าแต่มีแจกกิ๊ฟ วอยเชอร์อีกหรือเหล่า”
“ มีอยู่แล้ว”
ทั้งหมดต่าวหัวเราะแล้วก็เข้าไปเรียน โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่า มีคนใช้กล้องส่องทางไกลมองดูพวกเขาอยู่
“ ไม่เห็นมันพกดาบติดตัวเลย” ชายหนุ่มผมทองเป็นชาวจีนไต้หวันเอ่ย
“ ก็จับมันมาถามเสียก็สิ้นเรื่อง” หญิงสาวผมทองเป็นชาวจีนเหมือนกัน พูดไปด้วยเคี้ยวหมากฝรั่งไปด้วย
“ ในข้อมูลบอกว่า มันเป็นแชมป์มวยไทย พวกเราต้องระวังฝีมือของมันด้วย”
“ เฮอะ ก็แค่นักมวยไทย จะมาสู้กับ เทควันโด้สายดำของเราทั้งคู่ได้ยังไง”
“ ชิงเสีย อย่าประมาทดีกว่า”
“ แล้วจะเอายังไง”
“ คืนนี้พวกเราค่อยตามมันไป แล้วค่อยลงมือตอนที่มันไม่ทันได้ตั้งตัว จะเป็นการดีที่สุด” หม่าคุน เอ่ยด้วยความไม่ประมาท ทั้งสองคนเป็นนักฆ่าจากเรือนมังกรซ่อนไต้หวัน โดยที่อาจารย์บุญเป็นคนส่งมา ทั้งสองคนมีฉายาว่า นักฆ่าคู่มหากาฬ รับงานมาแล้ว 40 งานไม่เคยพลาดแม้แต่ครั้งเดียว
หลังเลิกเรียนขจรก็กลบไปนอนที่ตำหนัก เพราะว่า ยังห่วงอาจมีคนร้ายบุกเข้ามาทำร้ายท่านชายภาสกรอีก
ก่อนนอนขจรเดินออกไปที่ ศาลเจ้าที่ แล้วเอ่ยว่า
“ คราวก่อน ต้องขอบคุณท่านมาก ที่ได้ช่วยเตือน ท่านอยากได้อะไรก็บอก ผมจะได้หามาเซ่นไหว้ท่าน”
“ ชุดราตรี 1 ชุด ชุดลำลอง สองชุด ชุดแต่งหน้า อีก 1 ชุด รองเท้า เครื่องประดับอีก 1 ชุด เอ เอาอะไรอีกน้า พอแค่นี้ก่อนก็แล้วกัน”
หญิงสาวที่เป็นวิญญาณเจ้าที่ของตำหนักริมน้ำ ปรากฏกายออกมาให้ขจรได้เห็นอีกครั้ง คราวนี้ขจรได้เห็นชัดๆ พบว่านางยังสาวอยู่เลย ไม่เห็นเป็นตาแก่ เหมือนเจ้าที่ทั่วไป
“ ไม่มีปัญหา พรุ่งนี้ผมจะให้คนจัดมาให้ แต่ว่า ผมสงสัย ทำไมท่านเจ้าที่ทำไมยังสาวจัง ไม่เห็นแก่แบบเจ้าที่ของบ้านอื่นเลย”
“ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ฉันเองก็เพิ่งเข้ามาอยู่ที่ศาลเจ้าที่แห่งนี้”
“ อ้าว แล้วเจ้าที่องค์ก่อนไปไหน แล้วท่านเข้ามาอยู่ได้อย่างไรกัน?”
“ ก็บอกว่าไม่รู้ จู่ๆฉันก็มายืนอยู่ที่บ้านหลังนี้ และเห็นศาลเจ้าที่ พอเข้ามากลับสามารถเข้ามาอยู่อาศัยได้เฉยเลย”
ขจรเริ่มมองผีสาวตนนี้แปลกๆ เหมือนกับว่า ผีสาวตนนี้ไม่ใช้ ผีเจ้าที่ของศาลแห่งนี้ แต่คงเป็นผีแร่ร่อนที่หลงเข้ามามากกว่า แต่ไม่ว่าอย่างไร นางก็เป็นคนช่วยเตือนท่านชาย ก็เลยไม่คิดอะไรมาก รับปากจะจัดการเรื่องที่ขอให้ในตอนเช้า
แล้วก็กลับเข้านอนไป
กลางดึก นักฆ่าคู่มหากาฬ ก็กระโดดข้ามรั้วเข้ามา แล้วเคลื่อนตัวในความมืดอย่างรวดเร็ว และกำลังเข้าไปในห้องนอนของ ขจร ทั้งสองใช้มีดเปิดประตูหน้าต่าง ออกมาอย่างช้าๆ พอหน้าต่างเปิดออก ก็พุ่งตัวเข้าไปพร้อมๆกัน แล้วก็ตรงไปที่เตียงนอน แต่ทว่าไม่เห็นร่างของขจร
“ สวัสดี พวกแกเข้ามาผิดห้องแล้ว”