โคตรมวยไทยถล่มโลกเซียน

    ตอนที่ 47 ทำบุญใหญ่มาก

    ระหว่างเดินทางขจรได้โทรกลับไปหาครูยอดเพื่อสอบถามว่าเรื่องด่วนอะไร

    “ เรื่องชิงแชมป์ที่สนามมวยราชดำริไง”

    “ ผมต้องชกด้วยหรือครับ”

    “ เรื่องนี้แชมป์เก่ามันมีโปรแกรมที่จะขึ้นชิงแชมป์กับ เวทีราชดำริ แต่พอเอ็งชนะมัน ก็เลยต้องเป็นตัวแทนของสนามมวยเดอะแชมเปี้ยน ขึ้นชกแทนแชมป์คนเก่าไง ตอนที่ครูเซ็นสัญญาไปทีแรก ก็ไม่คิดว่าเอ็งจะชนะ แต่พอชนะแล้วมันก็ต้องทำตามสัญญาที่เซ็นเอาไว้”

    ขจรคิดว่าตอนนี้เขาไม่เดือดร้อนเรื่องเงินแล้ว คิดว่าจะไม่ชกอีก แต่พอครูยอดบอกแบบนี้ คงต้องขึ้นชกอีกครั้ง

    “ ก็ได้ครับ”

    “ ดีมาก มาถึงค่ายมวยแล้ว ค่อยมาดูวีดีโอ คู่ต่อสู้แชมป์ราชดำริ กับครูทิมนะ”

    “ ครับ”

    ขจรกลับเข้ามาในค่าย  ครูยอดก็เข้ามาหาแล้วพาไปหาครูทิม เพื่อดูคู่ชกคนต่อไป

    “ มันชื่อ ทรงเดช ลูกเจ้าแม่ตะเคียนทอง เชิงชกของมันนั้นดียิ่ง สถิติการชกของมันไม่เคยแพ้ใครเลย ที่สำคัญคู่ต่อสู้ล้วนถูกน็อคไม่เกิดนยกสองทั้งนั้น น่ากลัวจริงๆ ทั้งการออกหมัด และ ลูกเตะของมัน ล้วนรวดเร็วยิ่ง เอ็งเจอคู่ต่อสู้ที่น่ากลัวเข้าให้แล้ว”

    “ มิน่า ถึงได้เป็นแชมเปี้ยนของราชดำริ”

    “ แต่เอ็งก็ไม่เบานี่ คราวก่อนเอ็งก็สามารถหลบหมัดของแชมป์โลกโรแลนด์เหมือนกัน ขอแค่หลบอาวุธมันให้ได้ แล้วค่อยตอบโต้จังหวะที่สอง มันต้องแพ้เอ็งแน่”

    ขจรเองก็มั่นใจว่า สามารถผ่านแชมป์ทรงเดชได้ แต่ไม่อยากพูดให้ใครฟัง เพราะบัดนี้ประสาทสัมผัสของเขานั้น สามารถมองเห็นหมัดที่ว่ารวดเร็วของ แชมป์ทรงเดชได้ เหมือนกับว่า มองภาพสโลว์โมชั่นกันเลยทีเดียว

    พอขจรออกมาจากห้องของครูทิม ก็พบกับ ซินดี้ ที่เคยชกด้วยพลังปราณจนขจรกระเด็นไปมา เมื่อคราวก่อน

    “ อ้าว ขจรนั่นเอง  ไม่ได้เจอกันนาน พวกเรามาซ้อมกันอีกสักยกสองยกดีไหม”

    “ ได้เลยครับ”

    ขจรก็เปลี่ยนชุดอยากลองชกกับ ซินดี้อีกครั้ง 

    ซินดี้ยิ้มให้ก่อน แล้วก็เริ่มจู่โจมด้วยหมัดชุดที่ล้วนเปี่ยมด้วยพลังปราณที่ไหลออกมาจากร่างเข้าสู่หมัด หากเป็นเมื่อก่อน ขจรคงได้กระเด็นไปอีกเหมือนเดิม

    แต่คราวนี้ขจรกลับรับหมัดที่ต่อยออกมาได้ทุกหมัด ในแง่มุมที่แตกต่าง จนซินดี้เองเริ่มขมวดคิ้ว แล้วถอยหลังกลับมา

    “ พลังปราณเทพยุทธ์ระดับกลาง นี่เธอฝึกฝนได้ยังไงกันเนี่ย”

    “ ทำไม่จะฝึกไม่ได้ คุณเองก็ฝึกฝนได้เหมือนกันนี่”

    “ ดีงั้นเรามาลองกันใหม่”

    ซินดี้ พูดจบก็เหวี่ยงหมัดใส่ขจรอีกครั้ง แต่คราวนี้ขจรพบว่า พลังหมัดที่ปล่อยออกมานั้น มีพลังเหนือกว่าพลังขั้นปราณเทพยุทธ์ของเขาแน่ๆ จึงหลบและไม่ปะทะด้วย แม้ว่าจะมีพลังยุทธ์เหนือกว่าเขา แต่ด้วยที่เขานั้นต่อสู้มาอย่างโชกโชน

    จึงสามารถหลบได้ อย่างง่ายๆ แล้วสามารถโต้กลับได้ แต่ว่าขจรก็ไม่ทำเพราะไม่เช่นนั้น ซินดี้ต้องได้รับบาดเจ็บแน่ๆ ขจรปล่อยให้ซินดี้ชกไปมา จนหมดแรง  จึงได้หยุด

    “ เยี่ยมจริงๆ ใครเป็นอาจารย์ของเธอกันแน่”

    “ ไม่มี ผมฝึกด้วยตัวเอง”

    “ ไม่บอกก็ไม่เป็นไร หากว่าเธอฝึกถึงขั้นปราณระดับสูงสุดแล้ว ก่อนเลื่อนขั้นไปที่ขั้นวิญญาณเทพยุทธ์ เธออาจติดอยู่ที่คอขวดของพลัง นี่คือเม็ดยาวิญญาณยุทธ์ กินเพียง 1 เม็ดจะช่วยให้เธอผ่านพ้นขั้นพลังปราณขี้นไปพลังวิญญาณเทพยุทธ์ได้อย่างง่ายดาย”

    ขจรหยิบเม็ดยาสีดำ มีตัวหนังสือจีน ไม่รู้เขียนว่าอะไร มาไว้ในมือ ก็สงสัยยิ่ง

    “ เก็บเอาไว้ มีโอกาสเราคงได้เจอกันอีก”

    ซินดี้เอ่ยจบก็จากไป

    “ เม็ดยาวิญญาณยุทธ์อะไร ท่านรู้จักหรือเปล่า” ขจรเอ่ยถามหินเจ้าปัญญา

    “ สตรีผู้นี้ ต้องเป็นคนโลกเซียนแน่ๆ ไม่อย่างนั้น จะมีเม็ดยาวิญญาณยุทธ์ได้อย่างไร”

    “ นี่คือเม็ดยาวิญญาณยุทธ์จริงๆ หรือนี่”

    “ ใช่ไม่ผิด แต่ว่ามันใช้สำหรับคนทั่วไป ในโลกเซียน แต่ไม่ใช่เจ้า วิธีที่จะเลื่อนพลังที่ดีที่สุด คือการฝึกฝนวิชายุทธ์ ขั้นปราณยุทธ์ หากฝึกสำเร็จ เจ้าก็จะเข้าสู่ขั้น วิญญาณเทพยุทธ์ รากฐานของเจ้าจะมั่นคงกว่า กินเม็ดยาพวกนี้”

    “ ถ้าเช่นนั้น ข้าควรฝึกวิชาปราณยุทธ์ได้หรือยัง”

    “ รอก่อน เจ้าต้องมีพลังปราณยุทธ์ขั้นสูงสุดเสียก่อน ค่อยๆฝึกได้”

    ขจรเก็บเม็ดยาวิญญาณยุทธ์เอาไว้ก่อน แล้วจากนั้นก็ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อเดินทางกลับวัด เพื่อไปเยี่ยมหลวงตา

    ณ โลกเซียน ดินแดนหิมะ

    มีหญิงสาววัย ประมาณ 40 กว่าปี แต่ใบหน้ายังคงวัยเยาว์ยิ่งนัก นั่งอยู่ในถ้าน้ำแข็งแห่งหนึ่ง ด้านหน้าคล้ายกับมีม่านสีรุ้ง ค่อยกักขังนางเอาไว้ไม่ให้ออกไปได้ นางได้แต่มองภาพชายหนุ่มคนหนึ่งเอาไว้ แล้วก็ยิ้มอยู่เพียงคนเดียว

    แล้วก็มีหญิงสาวคนหนึ่งเหาะเข้ามาบนภูเขา แล้วเข้ามาที่ในถ้ำน้ำแข็ง เธอคนนั้นแต่งกายคล้ายกับชุดหนังคล้ายนักรบ ที่แท้คือ ซินดี้นั่นเอง

    “ ท่านพี่”

    “ น้องพี่  ลูกข้าเป็นยังไงบ้าง”

    “ เขาเหมือนท่านพี่มาก ตอนนี้เขาเรียนแพทย์ปีสองแล้ว แล้วยังสามารถฝึกฝนพลังเทพยุทธ์ได้ด้วยตนเอง ตอนนี้เขามีพลังปราณเทพยุทธ์ระดับกลางแล้วด้วย”

    “ จริงรึ? ดีจริง ต่อไปคงไม่มีใครรังแกเขาได้อีกแล้ว”

    “ ตอนนี้ข้าได้ข่าวมาว่า เขาถูกท่านชายภาสกร รับเป็นบุตรบุญธรรมไปแล้ว”

    “ จริงรึ? เป็นไปได้อย่างไร”

    “  รายละเอียดข้าก็ไม่ทราบชัด”

    “ อืม ข้าดีใจจริง เขาได้อยู่กับท่านชายภาสกร นับเป็นเรื่องที่ดีที่สุดแล้ว”

    “ แต่ว่า ให้ข้าพาเขามาหาท่านดีหรือไม่”

    “  อย่าเลย โลกเซียนไม่เหมาะกับเขา ฝีมือยังอ่อนด้อยของเขา ไม่อาจเผชิญโลกที่โหดเหี้ยมในโลกเซียนนี้ได้”

    “ ท่านพี่ แล้วท่านจะยอมถูกกักขังเช่นนี้ตลอดไปหรือ ยอมรับปากราชินีหิมะเถอะ”

    “ ไม่ หัวใจของข้าไม่อาจรักใครได้อีกแล้ว ข้าจะขอตายแต่ไม่ขอมีใหม่อีก”

    “ โธ่ท่านพี่”

    “ ขอบใจเจ้ามากนะที่ส่งข่าวมาบอกกับข้า หากเจ้าไปโลกมนุษย์อีก ก็ช่วยสืบข่าวเรื่องของเขามาบอกกับข้าอีกนะ”

    ส่วนขจรนั้นเขาเองยังไม่รู้เลยว่าเขานั้นยังมีแม่อยู่ที่โลกเซียน พอเขามาถึงวัดก็พบว่า มีชาวบ้านหลายคนต่างเข้ามาพักอาศัยกันในวัดเต็มไปหมด ขจรรีบขึ้นไปหาหลวงตาทันที

    “ เกิดอะไรขึ้นหรือครับ”

    “ ก็มีปัญหาเรื่องที่ดิน ที่ฟ้องร้องกันอยู่ สุดท้ายศาลตัดสินว่า เจ้าของคนใหม่ชนะ ทำให้วัดต้องคืนที่ดินให้กับเจ้าของคนใหม่ ชาวบ้านพวกนี้ ก็เลยถูกพวกเขาขับไล่ เลยไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน เสียดายเมรุ ดันไปอยู่ในที่ มีปัญหาเสียนี่ คงต้องทุบทิ้งสร้างใหม่”

    หลวงตาเอ่ยด้วยความเครียด

    “ ที่ดินที่เจ้าของเก่ามอบให้วัด ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไรไม่ใช่หรือครับ ทำไมคนที่มาฟ้องร้องถึงชนะได้”

    “ ก็เขามีโฉนด เป็นเจ้าของที่แท้จริง คนที่ได้สิทธิครอบครอง หาใช่เจ้าของที่ดินไม่ พวกเขาแค่มีเจตนาดี ใครจะไปรู้ว่ามีเจ้าของที่แท้จริงดันปรากฏตัวขึ้นมาหลังผ่านไปแล้วเกือบยี่สิบปี”

    “ พนักงานที่ดินเขาทำงานอย่างไร ดันออกโฉนดซ้ำซ้อนแบบนี้ แย่จริงๆ เราขอซื้อที่ดินคืนมาได้ไหมครับ”

    “ ก็ได้อยู่  เขาเรียกมา 120 ล้าน จะเอาเงินที่ไหนไปซื้อเล่า”

    ขจรกัดฟันพูดออกไปว่า

    “ เอาเงินผมไปซื้อคืนมาก็ได้ครับ”

    “ หา นี่เอ็งเอาเงินมาจากไหน ท่านชายให้มารึ?”

    “ เปล่าครับ เป็นเงินที่ผมได้มาจากการชกมวย”

    “ เอ็งไปชกบนสวรรค์หรือไง ถึงได้มากขนาดนี้?” หลวงตาถามด้วยความสงสัย

    แล้วขจรก็เล่าที่ีมาของเงินให้หลวงตาฟังจนหมด

    “ เฮ้อ นี่มันเงินร้อน เอ็งเอามาทำบุญใหญ่แบบนี้น่ะดีแล้ว บุญกุศลที่ทำ จะทำให้เอ็งมีความสุข สมหวัง ในชาตินี้”

    “ ครับ หลวงตา ”   ขจรพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ไม่รู้ว่าปลื้มใจหรือว่า รู้สึกเสียดายเงิน 120 ล้านกันแน่

    ในตอนเช้า ขจรไปที่ธนาคารโอนเงินให้เจ้าของที่ไปจนหมด 120 ล้าน แล้วก็มอบทำการโอนโฉนดที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์ของวัดโดยสมบูรณ์  แล้วชาวบ้านกับเมรุ ก็ได้อยู่ที่เดิมเป็นปกติ

    “ ยังดี ที่ยังมีเหลือตั้ง 10 ล้าน ค่อยสบายใจหน่อย”  ขจรได้แต่ปลอบใจตัวเอง

    วันนี้ขจรต้องเข้าเรียนตามปกติ  พบกับกิ๊ฟ ที่รออยู่ก่อนแล้ว พอไปถึงก็ยื่นมือถือให้ขจรดูข่าว

    “ รองประธานบรัษัท นาคบดินทร์กรุ๊ป คนใหม่ ขจร นาคบดินทร์ เข้ารับตำแหน่งวันแรกก็มีการปรับเปลี่ยนผู้บริหารยกชุด นับว่าเป็นนักธุรกิจหนุ่มที่น่าจับตาที่สุดในปีนี้ ที่ได้บริหารทรัพย์สินมูลค่ากว่าแสนล้าน.....”

    “ แค่ท่านชายภาสกรใช้ให้ไปช่วยทำงานแค่นั้น”

    “ ไม่ได้ว่าอะไร แต่อยากรู้ว่า ต่อไปยังคิดจะเรียนหมออีกหรือเปล่า”

    “ ก็ต้องเรียนซิ เราไม่เคยลืมคำสัญญา ว่าหากเรียนจบใช้ทุนแล้ว จะเก็บตังเปิดคลีนิคเป็นของเราสองคน รักษาคนไข้โดยไม่คิดเงิน ยังไงเล่า”

    “ แต่ว่า ตอนนี้จรเป็นนักธุรกิจแสนล้านไปแล้ว ต่อไป ต้องมีผู้หญิงเข้ามาหามากมาย ต่อไปก็คงลืมเราแล้ว”

    “ คิดมากน่ะ เราก็มีกิ๊ฟอยู่คนเดียวเท่านั้น”

    “ จริงนะ”

    “ อืม”

    แล้วทันใดนั้น กรกันต์กับ ซีก็เข้ามาหาทั้งสอง

    “ เฮ้ ว่าไง หนุ่มนักธุรกิจใหญ่ นี่ยังคิดมาเรียนอีกเหรอ?” ซีเอ่ยยิ้มๆ

    “ ฉันไม่ใช่นักธุรกิจสักหน่อย แค่นักศึกษาแพทย์ธรรมดาเท่านั้น”

    “  เรื่องบริหารเงิน 100 ล้านนั่น พี่สี่บอกว่าให้ไปหาอากู๋เล็กของฉัน เขาเป็นโบรกเกอร์มือ 1 ของตระกูล รับประกันได้ค่าตอบแทนคุ้มค่ากว่าฝากธนาคารแน่ๆ แต่ว่าตอนนี้นายเป็นนักธุรกิจใหญ่ไปแล้ว คงไม่สนใจแล้วมั๊ง?”

    “ ก็สนใจอยู่ แต่ว่าฉันเพิ่งใช้เงินหมดไปแล้วเมื่อเช้านี้” ขจรเอ่ยด้วยความเสียดาย

    “ อะไรนะ ใช้หมดแล้ว เงิน 100 ล้านเนี่ยนะ” ทั้งหมดอุทานมาพร้อมๆกัน

    ขจรเลยเล่าเรื่องเมื่อคืนให้ทุกคนฟัง

    “ โอ้ ทำบุญใหญ่ขนาดนี้ ชาติหน้าคงได้เกิดเป็นโคตรเศรษฐีแน่ๆ” ซีเอ่ย

    “ ดีแล้ว เงินพวกนี้ได้มาง่ายๆ ทำบุญไปก็ดีเหมือนกัน” กิ๊ฟก็รู้สึกดีไปด้วย

    “ หมดกัน ฉันต้องรีบโทรไปยกเลิกนัดกับ อากู่เล็กของฉันแล้ว อ้อ อาฑิตย์หน้า ปู่ของฉันให้มาเชิญนายไปร่วมงานวันเกิดท่าน นายห้ามปฏิเสธเป็นอันขาดนะ”

    “ ได้อยู่แล้ว ว่าแต่มีแจกกิ๊ฟ วอยเชอร์อีกหรือเหล่า”

    “ มีอยู่แล้ว”

    ทั้งหมดต่าวหัวเราะแล้วก็เข้าไปเรียน โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่า มีคนใช้กล้องส่องทางไกลมองดูพวกเขาอยู่

    “ ไม่เห็นมันพกดาบติดตัวเลย” ชายหนุ่มผมทองเป็นชาวจีนไต้หวันเอ่ย

    “ ก็จับมันมาถามเสียก็สิ้นเรื่อง” หญิงสาวผมทองเป็นชาวจีนเหมือนกัน พูดไปด้วยเคี้ยวหมากฝรั่งไปด้วย

    “ ในข้อมูลบอกว่า มันเป็นแชมป์มวยไทย พวกเราต้องระวังฝีมือของมันด้วย”

    “ เฮอะ ก็แค่นักมวยไทย จะมาสู้กับ เทควันโด้สายดำของเราทั้งคู่ได้ยังไง”

    “ ชิงเสีย อย่าประมาทดีกว่า”

    “ แล้วจะเอายังไง”

    “ คืนนี้พวกเราค่อยตามมันไป แล้วค่อยลงมือตอนที่มันไม่ทันได้ตั้งตัว จะเป็นการดีที่สุด” หม่าคุน เอ่ยด้วยความไม่ประมาท ทั้งสองคนเป็นนักฆ่าจากเรือนมังกรซ่อนไต้หวัน โดยที่อาจารย์บุญเป็นคนส่งมา ทั้งสองคนมีฉายาว่า นักฆ่าคู่มหากาฬ รับงานมาแล้ว 40 งานไม่เคยพลาดแม้แต่ครั้งเดียว

    หลังเลิกเรียนขจรก็กลบไปนอนที่ตำหนัก เพราะว่า ยังห่วงอาจมีคนร้ายบุกเข้ามาทำร้ายท่านชายภาสกรอีก

    ก่อนนอนขจรเดินออกไปที่ ศาลเจ้าที่ แล้วเอ่ยว่า

    “ คราวก่อน ต้องขอบคุณท่านมาก ที่ได้ช่วยเตือน  ท่านอยากได้อะไรก็บอก ผมจะได้หามาเซ่นไหว้ท่าน”

    “ ชุดราตรี 1 ชุด ชุดลำลอง สองชุด ชุดแต่งหน้า อีก 1 ชุด รองเท้า เครื่องประดับอีก 1 ชุด เอ เอาอะไรอีกน้า พอแค่นี้ก่อนก็แล้วกัน”

    หญิงสาวที่เป็นวิญญาณเจ้าที่ของตำหนักริมน้ำ ปรากฏกายออกมาให้ขจรได้เห็นอีกครั้ง คราวนี้ขจรได้เห็นชัดๆ พบว่านางยังสาวอยู่เลย ไม่เห็นเป็นตาแก่ เหมือนเจ้าที่ทั่วไป

    “ ไม่มีปัญหา พรุ่งนี้ผมจะให้คนจัดมาให้ แต่ว่า ผมสงสัย ทำไมท่านเจ้าที่ทำไมยังสาวจัง ไม่เห็นแก่แบบเจ้าที่ของบ้านอื่นเลย”

    “ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ฉันเองก็เพิ่งเข้ามาอยู่ที่ศาลเจ้าที่แห่งนี้”

    “ อ้าว แล้วเจ้าที่องค์ก่อนไปไหน แล้วท่านเข้ามาอยู่ได้อย่างไรกัน?”

    “ ก็บอกว่าไม่รู้ จู่ๆฉันก็มายืนอยู่ที่บ้านหลังนี้ และเห็นศาลเจ้าที่ พอเข้ามากลับสามารถเข้ามาอยู่อาศัยได้เฉยเลย”

    ขจรเริ่มมองผีสาวตนนี้แปลกๆ เหมือนกับว่า ผีสาวตนนี้ไม่ใช้ ผีเจ้าที่ของศาลแห่งนี้ แต่คงเป็นผีแร่ร่อนที่หลงเข้ามามากกว่า แต่ไม่ว่าอย่างไร นางก็เป็นคนช่วยเตือนท่านชาย ก็เลยไม่คิดอะไรมาก รับปากจะจัดการเรื่องที่ขอให้ในตอนเช้า

    แล้วก็กลับเข้านอนไป

    กลางดึก นักฆ่าคู่มหากาฬ ก็กระโดดข้ามรั้วเข้ามา แล้วเคลื่อนตัวในความมืดอย่างรวดเร็ว และกำลังเข้าไปในห้องนอนของ ขจร ทั้งสองใช้มีดเปิดประตูหน้าต่าง ออกมาอย่างช้าๆ พอหน้าต่างเปิดออก ก็พุ่งตัวเข้าไปพร้อมๆกัน แล้วก็ตรงไปที่เตียงนอน แต่ทว่าไม่เห็นร่างของขจร

    “ สวัสดี พวกแกเข้ามาผิดห้องแล้ว”