“ที่รักครับ วันนี้คุณเป็อะไร ทำไมดูท่าทางอารมณ์ไม่ดี” กัวจิ้งหยวนเดินเข้าไปหาคนรักของเขาและรับกระเป๋าถือของเธอมาถือไว้อย่างเอาใจ
“ที่รักคนไหนของคุณหรือคะ คุณเรียกฉันว่าที่รัก แล้วคุณก็เรียกยัยซูเจินว่าที่รักเหมือนกัน”
“ถ้าอย่างนั้น คำว่าที่รัก ต่อไปผมจะเอาไว้ใช้เรียกคุณคนเดียวนะครับ ผมแค่สวมบทบาทเพื่อไม่ให้ซูเจินผิดสังเกตเื่ของเราเท่านั้นเอง คุณอย่างอนผมเลยนะ”
“ต่อไปคุณอย่าเรียกยัยนั่นว่าที่รักอีกนะคะ คำนี้จะต้องเป็ของฉันคนเดียว” หลินจิงจือกอดแขนแฟนหนุ่มไว้อย่างแง่งอน
“ตกลงครับ อันที่จริง ผมสามารถบอกเลิกกับซูเจินได้เลยนะ ทุกวันนี้ผมไม่อยากมองหน้าผู้หญิงคนนั้นเลย ผมอยากเดินกับคุณอย่างเปิดเผย”
“ตอนนี้ยังทำอย่างนั้นไม่ได้หรอกค่ะ”
“แล้วเมื่อไหร่ล่ะครับ หรือว่าเป็เพราะฐานะของผมที่ทำให้คุณไม่กล้าเปิดเผยเื่ของเรา” กัวจิ้งหยวนพูดอย่างน้อยใจ
“จิ้งหยวนคะ คุณอย่าน้อยใจไปเลยค่ะ ถ้าฉันแคร์เื่ฐานะของคุณจริงๆ ทุกวันนี้คุณจะได้มาอยู่กับฉันอย่างนี้เหรอคะ” หลินจิงจือเอียงหัวไปซบที่ไหล่ของชายหนุ่ม
“วันนี้คุณจะค้างที่นี่ไหมครับ” กัวจิ้งหยวนกอดหญิงสาวไว้ในอ้อมแขน
“วันนี้คงไม่สะดวกหรอกค่ะ พี่ชายฉันกลับมาจากต่างประเทศ ฉันต้องอยู่ทานข้าวกับครอบครัว แต่ถ้าไม่ดึกมาก ฉันจะแวะมาหาคุณนะคะ”
“ตกลงครับ ผมจะรอคุณอยู่ที่นี่ไม่ไปไหนเลยครับที่รัก”
หลินจิงจือให้กัวจิ้งหยวนย้ายเข้ามาอยู่ที่คอนโดหรูของเธอ พ่อของเธอซื้อคอนโดนี้ไว้ให้ เพราะเขาเห็นว่ามันตั้งอยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยที่ลูกสาวเรียนอยู่ หากวันไหนมีกิจกรรมหรือลูกสาวของเขาไม่สะดวกที่จะกลับบ้าน ลูกสาวของเขาก็จะได้เข้ามาพักได้ทันที
กัวจิ้งหยวนชอบความสะดวกสบายของคอนโดแห่งนี้มาก อาหารการกินในตู้เย็นมีคนมาเติมให้ทุกวันเว้นวัน หลินจิงจือจ่ายเงินพิเศษให้แม่บ้านเพื่อให้ช่วยเก็บความลับเื่ที่กัวจิ้งหยวนอาศัยอยู่ที่นี่ แม่บ้านเมื่อรับเงินไปแล้วก็ทำเป็ไม่รู้ไม่เห็นกับเื่นี้ไป
ขณะที่กัวจิ้งหยวนกำลังเดินลงมาส่งหลินจิงจือที่ชั้นจอดรถ โทรศัพท์ของเขาก็ดึงขึ้น หลินจิงจือแย่งโทรศัพท์ชายหนุ่มไปและมองไปยังชื่อที่แสดงอยู่บนหน้าจอ ก่อนที่เธอจะทำท่าทางไม่พอใจ แล้วกดรับสายโดยไม่พูด และยังไม่ยอมคืนโทรศัพท์ให้ชายหนุ่มอีกด้วย
“ฮัลโหลๆ จิ้งหยวนคะ คุณได้ยินฉันไหม ตอนนี้คุณอยู่ที่ไหนคะ อยู่ที่บ้านหรือเปล่า ฉันซื้อบะหมี่มาฝากคุณด้วย ตอนนี้ฉันยืนอยู่ที่หน้าปากซอยค่ะ” ซูเจินพูดกับโทรศัพท์เมื่อมีคนกดรับสาย
“ตอนนี้ผมทำงานพิเศษอยู่น่ะ ผมยังไม่ได้กลับบ้านเลย เอาไว้วันหลังเราค่อยเจอกันก็แล้วกันนะ” กัวจิ้งหยวนใช้มือข้างหนึ่งแย่งโทรศัพท์จากหลินจิงจือมารับสาย ส่วนอีกมือหนึ่งก็กุมมือหญิงสาวที่อยู่ข้างตัวไว้อย่างไม่ยอมปล่อย
“น่าเสียดายจังเลยนะคะ เอาไว้วันหลังเราค่อยเจอกันก็ได้ค่ะ ถ้าคุณว่างเมื่อไหร่ก็โทรหาฉันบ้างนะคะ ฉันไม่ได้เจอคุณนานแล้ว” ซูเจินแสร้งพูดอย่างเสียดาย แต่จะให้เธอแกล้งบอกว่าคิดถึงเขานั้น เธอพูดออกมาไม่ได้จริงๆ
“ผมทำงานพิเศษเยอะมาก ่นี้ผมยังหาเวลาว่างไม่ได้เลย แต่ผมรับปากนะว่าจะหาเวลาว่างออกไปเจอคุณให้ได้”
“ตกลงค่ะ ถ้าอย่างนั้นฉันวางสายก่อนนะคะ”
หลังจากซูเจินวางสายไป กัวจิ้งหยวนก็รีบเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋า ก่อนจะพูดกับคนรักอย่างเอาใจ
“คุณก็เห็นว่าเธอเป็ฝ่ายโทรมาหาผมเอง ผมปฏิเสธเธอทุกครั้งที่เธอโทรมาเลยนะครับ ที่รัก...คุณอย่าโกรธผมเพราะผู้หญิงไม่ได้เื่คนนั้นสิครับ”
“เธอโทรมาหาคุณบ่อยๆ อย่างนี้ คุณไม่ใจอ่อนกับเธอบ้างเลยเหรอคะ” หลินจิงจือพูดเสียงงอน
“ผมจะใจอ่อนกับเธอทำไมครับ ผมมีที่รักคนดีของผมอยู่ตรงนี้ทั้งคน”
“ให้มันจริงเถอะค่ะ”
“ผมสัญญาเลยว่า่นี้ผมจะไม่ไปพบกับเธอ ที่รัก...คืนนี้ผมจะรอคุณอยู่ที่นี่นะครับ” กัวจิ้งหยวนพูดพร้อมกับส่งสายตาชวนเคลิ้มให้หญิงสาว
หลินจิงจือหลงใหลในสายตาอย่างนี้ของกัวจิ้งหยวนเป็ที่สุด เธอพยักหน้ารับอย่างเขินอาย และหอมแก้มชายหนุ่มอย่างรวดเร็วก่อนที่เธอจะรีบเข้าไปในรถแล้วขับออกไป
ทั้งสองคนไม่ได้สังเกตเลยว่าที่ชั้นจอดรถไม่ได้มีแค่พวกเขาสองคนที่อยู่ที่นี่ ในรถเก๋งเก่าๆ คันหนึ่ง มีชายหนุ่มรูปหล่อนั่งมองพฤติกรรมของพวกเขาอยู่ในรถอย่างเงียบๆ มิหนำซ้ำเขายังใช้มือถือถ่ายรูปของคนทั้งคู่เก็บไว้อีกหลายภาพเลยทีเดียว
‘เราจะถ่ายรูปพวกนี้เก็บไว้ทำไมกัน’
‘ยายผู้หญิงขี้เหร่นั่นก็อีก แฟนตัวเองมาอยู่กับคนอื่นแล้วยังไม่รู้เื่อะไรเลย มัวแต่ไปทำกิจกรรมคณะบ้าบออะไรนั่นอยู่ได้’
‘แล้วเราจะไปเดือดร้อนแทนเธอทำไมกันนะ’
ชายหนุ่มพูดกับตัวเองคนเดียวอยู่เป็เวลานาน เมื่อเขาเห็นหลินจิงจือขับรถออกไป และกัวจิ้งหยวนเดินกลับเข้าไปในคอนโดแล้ว เขาจึงถอดแว่นตา จัดแต่งทรงผมใหม่ แล้วใส่แจ็คเก็ตราคาแพงสวมทับเสื้อนักศึกษาของเขา หลังจากนั้นเขาก็ลงจากรถแล้วเดินเข้าไปในคอนโด
ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ หญิงสาวสองคนที่นั่งอยู่ที่เคาน์เตอร์มองเห็นหนุ่มหล่อเดินเข้ามาแต่ไกลก็เริ่มหน้าแดง และมองชายหนุ่มอย่างไม่วางตา สายตาที่พวกเธอมองไปที่ชายหนุ่มนั้นช่างร้อนแรง สร้างความอิจฉาให้ผู้ชายหลายๆ คนที่อยู่ในบริเวณนั้นจริงๆ
แต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้สนใจความอิจฉาของผู้ชายพวกนั้นเลย กลับกันเขากับรู้สึกอึดอัดและไม่พอใจกับสายตาที่ผู้หญิงเ่าั้ใช้มองเขาต่างหาก เขาเดินผ่านเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ตรงไปที่ลิฟท์
“คุณเย่คะ” เสียงหญิงสาวที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์เรียกเขาอย่างประหม่า
ชายหนุ่มหยุดเดินแล้วหันไปมองเธอด้วยสีหน้าเรียบเฉย หญิงสาวเห็นอย่างนั้นก็รีบหยิบโน๊ตเดินเข้าไปหาเขาอย่างอายๆ
“มีคนฝากโน้ตไว้ให้คุณน่ะค่ะ”
“ขอบคุณครับ” ชายหนุ่มรับโน๊ตมาถือไว้แล้วเดินตรงไปที่ลิฟท์เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ได้แต่ปล่อยให้หญิงสาวมองตามหลังด้วยความเสียดายที่ไม่ได้พูดกับเขาให้มากกว่านี้