ตอนที่ 5: ประจันหน้ากลางเวทีโลก
แสงไฟสปอตไลท์สีขาวนวลสาดส่องลงบนเวทีทรงกลมขนาดใหญ่ใจกลางห้องประชุมแกรนด์บอลรูมของโรงแรมหรูระดับเจ็ดดาว ภายในงานสัมมนานานาชาติด้านเทคโนโลยีและพลังงานสะอาดแห่งเอเชีย บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก ผู้ทรงอิทธิพล นักธุรกิจระดับโลก และเหล่านักการเมืองชื่อดังต่างพากันสวมชุดสูทสากลเรียบร้อยนั่งประจำที่นั่งแถวหน้าเพื่อรอฟังการปาฐกถาพิเศษจากตัวแทนกลุ่มทุนพลังงานั์ใหญ่
ทว่าเื้ัความหรูหราอลังการและเสียงปรบมือต้อนรับกึกก้องนั้น กลับมีบรรยากาศตึงเครียดระอุราวกับพายุที่กำลังก่อตัวขึ้นในความเงียบ
กรณ์ในชุดสูทสีเทาเข้มตัดเย็บอย่างประณีตยืนสงบนิ่งอยู่บริเวณมุมอับสายตาใกล้ประตูทางเข้าด้านข้าง ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นกวาดสายตามองไปรอบห้องประชุมอย่างพินิจพิเคราะห์ เขารู้ดีว่าวันนี้ไม่ใช่แค่การมาร่วมงานสัมมนาธรรมดา แต่เป็สมรภูมิรบทางข้อมูลข่าวกรองที่ชี้ชะตาความอยู่รอดของโครงการเปลี่ยนโลกที่เขาก่อร่างสร้างตัวมานาน
ที่โต๊ะวีไอพีแถวหน้าสุด “ภาคิน” ประธานบริหารสูงสุดของกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานข้ามชาติและผู้นำเงาของสมาคมเงาพิทักษ์กำลังนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทีผ่อนคลาย บนใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นและแววตาที่ซ่อนความเ้าเล่ห์ไว้เต็มเปี่ยม เขากวาดสายตามองไปรอบห้องก่อนจะหยุดสายตาชั่วขณะที่มุมห้องซึ่งกรณ์ยืนอยู่ มุมปากของภาคินกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ราวกับเสือร้ายที่กำลังจ้องมองเหยื่อเดินเข้าสู่กรงขังที่เตรียมไว้
เสียงพิธีกรบนเวทีกล่าวต้อนรับด้วยน้ำเสียงกังวาน ก่อนจะเชิญภาคินขึ้นมากล่าวเปิดงานและนำเสนอแผนยุทธศาสตร์พลังงานอัจฉริยะที่จะพลิกโฉมเศรษฐกิจโลก
ภาคินลุกขึ้นยืนด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม ก้าวเท้าขึ้นสู่เวทีท่าเสียงปรบมือเกรียวกราว เขาเริ่มต้นการบรรยายด้วยวาทศิลป์อันแพรวพราว พูดถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และวิสัยทัศน์ที่จะนำพามนุษยชาติไปสู่ยุคทองแห่งความมั่งคั่ง โดยไม่มีใครล่วงรู้เลยว่าเื้ัสไลด์นำเสนอสุดล้ำสมัยนั้น กำลังมีการซ่อนชุดคำสั่งมัลแวร์เรียกค่าไถ่และระบบควบคุมเครือข่ายกระแสไฟฟ้าทั่วประเทศเอาไว้ ซึ่งหากเปิดใช้งานจริง ระบบสาธารณูปโภคทั้งหมดจะล่มสลายภายในพริบตา
ในห้องควบคุมลับชั้นใต้ดินของมูลนิธิที่อยู่ห่างออกไปหลายกิโลเมตร พิมพ์ชนกกำลังรัวนิ้วลงบนแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์อย่างรวดเร็วจนเกิดเสียงดังระรัว หน้าจอแสดงผลกราฟิกสามจอเต็มไปด้วยชุดโค้ดและเส้นสัญญาณดิจิทัลที่วิ่งตัดกันไปมาอย่างดุเดือด
"ท่านประธานคะ ทางนั้นเริ่มส่งสัญญาณเจาะระบบโครงข่ายหลักของเมืองแล้วค่ะ!" พิมพ์ชนกส่งเสียงรายงานผ่านระบบสื่อสารไร้สายตรงถึงหูฟังของกรณ์ด้วยน้ำเสียงร้อนรน "พวกมันกำลังจะใช้เวทีสัมมนาเป็ตัวกระจายสัญญาณคำสั่งชุดใหญ่ หากเราไม่ตัดการเชื่อมต่อตอนนี้ ระบบจ่ายไฟและระบบสื่อสารทั้งหมดจะถูกพวกมันยึดครอง"
กรณ์ใช้นิ้วแตะที่หูฟังเบาๆ น้ำเสียงของเขายังคงราบเรียบและหนักแน่นไร้ความตื่นตระหนก "ใจเย็นๆ พิมพ์ชนก ทำตามแผนที่เราซ้อมกันไว้ ปลดล็อกระบบสำรองและเตรียมอัปโหลดชุดคำสั่งล้างบางไฟร์วอลล์ของพวกมันได้เลย... ตาเราเดินหมากแล้ว"
บนเวทีสัมมนา ภาคินกำลังดำเนินมาถึง่ท้ายของการบรรยาย รอยยิ้มแห่งชัยชนะปรากฏเด่นชัดบนใบหน้าเมื่อเขาเห็นเวลาบนนาฬิกาใกล้ถึงจุดที่ตั้งตั้งเวลาปล่อยมัลแวร์อัตโนมัติ เขาหันไปมองทางกลุ่มผู้บริหารและผู้สื่อข่าวที่นั่งฟังอย่างเคลิบเคลิ้ม ก่อนจะกล่าวสรุปปิดท้ายด้วยน้ำเสียงก้องกังวาน
"และในวินาทีนี้ โครงข่ายพลังงานอนาคตกำลังจะเริ่มต้นขึ้นอย่างสมบูรณ์..."
พรึบ!
สิ้นเสียงของภาคิน จู่ๆ หน้าจอโปรเจกต์เตอร์ขนาดใหญ่กลางห้องประชุมก็ดับวูบลงทันที ความมืดเข้าปกคลุมชั่วขณะก่อนที่หลอดไฟฉุกเฉินสีแดงจะสว่างวาบขึ้นทั่วทั้งห้อง เสียงฮือฮาด้วยความใและเสียงกระซิบกระซาบดังเซ็งแซ่ไปทั่วฮอลล์ประชุม บรรดาแขกวีไอพีและนักธุรกิจต่างลุกขึ้นยืนด้วยความตื่นตระหนก
ภาคินขมวดคิ้วแน่นด้วยความงุนงง เขารีบหันไปมองทีมงานเทคนิคหลังเวทีที่กำลังหน้าซีดเผือดกดแป้นพิมพ์รัวๆ แต่หน้าจอยังคงมืดสนิท
ทันใดนั้น หน้าจอโปรเจกต์เตอร์ขนาดใหญ่ก็สว่างวาบขึ้นอีกครั้ง แต่ภาพที่ปรากฏไม่ใช่สไลด์นำเสนอพลังงานสะอาด หากแต่เป็คลิปวิดีโอหลักฐานมัดตัว เอกสารการทุจริต และคลิปเสียงการวางแผนปล่อยสารพิษลงสู่แหล่งน้ำชุมชน รวมถึงแผนการก่อวินาศกรรมโครงสร้างพื้นฐานที่ภาคินและพรรคพวกเป็ผู้บงการ!
เสียงอื้ออึงด้วยความใดังกระหึ่มยิ่งกว่าเดิม บรรดานักข่าวรัวชัตเตอร์ภาพหลักฐานบนหน้าจอไม่ยั้ง ขณะที่บรรดานักการเมืองและผู้นำธุรกิจที่นั่งแถวหน้าต่างหันมามองหน้ากันด้วยความหวาดระแวงและตกตะลึง
ภาคินหน้าซีดเผือด สีเืหดหายไปจากใบหน้าจนหมดสิ้น เขากำหมัดแน่นจนตัวสั่นเทาด้วยความโกรธแค้นและใสุดขีด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความเหลือเชื่อ พลางกวาดสายตามองไปทั่วห้องประชุมเพื่อหาต้นตอของความพินาศครั้งนี้
และที่มุมห้องนั้นเอง กรณ์ยืนกอดอกนิ่งสงบอยู่ใต้แสงไฟสลัว เขาก้าวเท้าเดินออกมาจากมุมมืดทีละน้อย ร่างกายในชุดสูทสง่างามเดินตรงมาหยุดอยู่ที่หน้าทางเดินหลัก สายตาคมกริบมองประสานกับภาคินที่ยืนอยู่บนเวทีราวกับผู้พิพากษากำลังมองนักโทษปะา
ภาคินจ้องมองชายวัยกลางคนที่ก้าวออกมาด้วยความเคียดแค้น เขาจำผู้ชายคนนี้ได้ดี—กรณ์ ประธานมูลนิธิผู้ขัดขวางแผนการของเขามาโดยตลอด!
"แก... ไอ้กรณ์!" ภาคินเค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความเกลียดชัง
กรณ์หยุดยืนห่างจากเวทีเพียงไม่กี่เมตร ก่อนจะยกมุมปากยิ้มบางๆ ที่แฝงไปด้วยพลังอำนาจอันน่าเกรงขาม เขากล่าวด้วยน้ำเสียงกังวานที่ดังฟังชัดไปทั่วห้องประชุมผ่านไมโครโฟนไร้สายที่ถืออยู่ในมือ
"ความลับที่ซ่อนไว้ใต้พรม ต่อให้พยายามกวาดลบแค่ไหน วันหนึ่งความจริงก็ต้องปรากฏขึ้นมาอยู่ดี ภาคิน... เกมบนกระดานนี้ จบลงแล้ว"
สิ้นเสียงประกาศของกรณ์ ประตูทางเข้าห้องประชุมด้านหลังก็เปิดผางออกพร้อมกับเ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและหน่วยสืบสวนพิเศษจำนวนมากที่เดินแถวเข้ามาปิดล้อมพื้นที่ไว้ทั้งหมดอย่างแ่า ไม่มีทางหลบหนีสำหรับกลุ่มอิทธิพลมืดอีกต่อไป
ภาคินทรุดตัวลงพิงขอบโต๊ะบนเวทีอย่างหมดแรง แผนการครองอำนาจระดับโลกที่สะสมมานานพังทลายลงในพริบตาด้วยกลยุทธ์และการวางหมากที่เหนือชั้นกว่าของชายที่ชื่อกรณ์
ท่ามกลางเสียงปรบมือชื่นชมและความโล่งใจของผู้คนในห้องประชุม กรณ์หันหลังเดินกลับออกมาอย่างเงียบเชียบ งานใหญ่ครั้งนี้ลุล่วงไปด้วยดี แต่เขารู้ดีว่าโลกใบนี้กว้างใหญ่เกินกว่าจะกวาดล้างความมืดให้หมดสิ้นไปได้ในวันเดียว การเดินหมากเพื่อสร้างสรรค์อนาคตที่ดีงามและปกป้องผู้มีศักยภาพทั่วโลกยังคงต้องดำเนินต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง
รถยนต์อเนกประสงค์สีดำเคลื่อนตัวออกจากโรงแรมหรูมุ่งหน้าสู่สำนักงานใหญ่ กรณ์ถอดแว่นสายตาออกแล้ววางไว้บนเบาะข้างตัว เขามองออกไปนอกหน้าต่างที่แสงไฟของเมืองเริ่มสว่างไสวอีกครั้งด้วยความรู้สึกอิ่มเอมใจ หมากตัวสำคัญถูกกำจัดและถูกจัดวางให้อยู่ในที่ที่ควรจะเป็แล้ว และในวันพรุ่งนี้ หน้าประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของมวลมนุษยชาติภายใต้ธรรมาภิบาลและความถูกต้องกำลังจะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง