ขับรถมาได้ราวๆยี่สิบนาที หลินเสี่ยก็ขับพาเฉินเฟยมาถึงยังโรงพยาบาลสัตว์แล้ว ที่โรงพยาบาลสัตว์ที่หลินเสี่ยพาเฉินเฟยมานั้น เป็โรงพยาบาลสัตว์ที่ใหญ่มาก และดูจากสภาพความหรูของโรงพยาบาลแล้ว ราคาค่ารักษา คงไม่ใช่เบาๆแน่
“นี่เธอแน่ใจนะว่าที่นี่โรงบาล ไม่ใช่โรงแรมหรูนะ ทำไมโรงพยาบาลถึงมีโคมระย้าที่ดูแล้วมีราคาแพงด้วย”
เฉินเฟยมองไปที่หลินเสี่ย ระหว่างทางหลินเสี่ยได้พูดคุยกับเฉินเฟยบ้าง และพบว่าจริงๆแล้วเขาก็ไม่ได้เป็คนที่โเี้อะไรมากมายอย่างที่เธอคิด แถมเขายังเป็ถึงเด็กมหาลัยที่สามารถสอบติดมหาลัยอันดับหนึ่งของประเทศได้ด้วย
นี่ทำให้หลินเสี่ยมองอะไรต่างๆแตกต่างออกไป
“ไม่ใช่ว่าพวกที่ต่อยตีเก่งจะเรียนไม่ได้เื่ทุกคน”
หลินเสี่ยหาที่จอดรถก่อนที่จะหันไปหาเฉินเฟย
“ที่นี่เป็โรงพยาบาลสัตว์ที่ดีที่สุด ฉันเคยพาสัตว์เลี้ยงของฉันมารักษาที่นี่ ถ้าเป็ที่นี่ลูกแมวจะต้องปลอดภัยแน่ๆ”
หลินเสี่ยมั่นใจ
เฉินเฟยได้แต่ยักไหล่ก่อนที่จะแบกกล่องที่มีลูกแมวาเ็อยู่ออกมาจากในรถหลังจากที่หลินเสี่ยจอดรถนิ่งๆแล้ว
ทันทีที่เฉินเฟยออกมาจากในรถ บุรุษพยาบาลก็ตรงมาหาเขาทันที
“ทางด้านนี้ครับ”
บุรุษพยาบาลของดูอาการลูกแมวเล็กน้อยก่อนที่จะพาเฉินเฟยและหลินเสี่ยไปยังแผนกฉุกเฉิน เฉินเฟยที่เห็นบริการระดับนี้อดที่จะพูดขึ้นไม่ได้
“บริการดีแบบนี้ คิดว่าที่นี่เป็โรงพยาบาลรักษาคนเสียอีก”
หลินเสี่ยได้แต่กรอกลูกตา สำหรับคนที่รักสัตว์อย่างเธอ การรักษาคนกับสัตว์นั้นไม่ได้มีคุณค่าต่างกันเลย
“ใครเป็เ้าของลูกแมวค่ะ”
เ้าหน้าที่ด้านหน้าเคาน์เตอร์สอบถาม ในขณะที่บุรุษพยาบาลพาเหล่าลูกแมวไปหาหมอที่อยู่ด้านในแผนก
เฉินเฟยอย่างไวชี้นิ้วไปที่หลินเสี่ย
“เธอครับ ผมแค่มาเป็เพื่อนเฉยๆ”
หลินเสี่ยได้ยินแบบนั้นถึงกับพูดไม่ออก แต่ถึงเฉินเฟยไม่ชี้มาที่เธอ เธอก็คิดว่าจะรับเป็เคสของตัวเองอยู่ดี เธอแค่ไม่คิดว่าเฉินเฟยจะเป็คนแบบนี้
เฉินเฟยเห็นสายตาของหลินเสี่ยก็ได้แต่หัวเราะออกมา
“ฮ่าๆ เธอคงไม่โกรธกันหรอกใช่ไหม พอดีฉันไม่มีเงินนะ”
หลินเสี่ยกรอกลูกตา ก่อนที่จะส่ายหัว
“ไม่คิดว่าเราจะดันไปกลัวกับคนแบบนี้ได้ เห้อ”
เฉินเฟยยิ้มออกมาหลังจากที่เห็นว่าแววตาที่หลินเสี่ยมองมาที่เขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย
หลินเสี่ยหลังจากนั้นก็หยิบบัตรอะไรบางอย่างออกมา บัตรที่เธอหยิบออกมาเป็บัตรที่ไว้ใช้สำหรับการระบุตัวตน เธอเคยมีข้อมูลอยู่ที่โรงพยาบาลนี้อยู่แล้ว ทำให้การดำเนินการไวขึ้นเป็ยอย่างมาก
เ้าหน้าที่ๆเห็นบัตรและรายละเอียดของหลินเสี่ย จากปกติบริการดีอยู่แล้ว พวกเขาก็ยิ่งบริการดีขึ้นไปอีก พวกเขาถึงขั้นพาหลินเสี่ยและเฉินเฟยไปยังห้องรับแขกที่มีแต่เฉพาะแขกระดับ VIP เท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์เข้าไปได้
“หืม ไม่เลวเลย ไม่คิดว่าเธอจะเป็ถึงระดับ VIP ที่นี่”
เฉินเฟยไม่ได้มีความรู้สึกที่เปลี่ยนไปเลย ในขณะที่เขาเข้ามาในห้อง VIP หรูนี้ จะบอกว่ามันหรู มันก็หรูอยู่หรอก แต่เฉินเฟยที่เคยเป็ถึงวีรบุรุษผู้ช่วยโลกไว้จะไม่เคยได้รับการปฏิบัติแบบพิเศษแบบนี้เลยรึ แน่นอน แม้แต่ในฮาเร็มของมหาจักพรรดิเขายังเคยเข้าไปเสวยสุขในนั้นมาแล้ว ห้อง VIP แค่นี้ถือว่าเป็ของเด็กเล่น
หลินเสี่ยมีประสบการณ์พบเจอผู้คนมาเยอะ แต่เธอไม่เคยพบเจอใครที่มีลักษณะเฉพาะเหมือนเฉินเฟยมาก่อน ต่อหน้าระดับการบริการที่หรูหราระดับ VIP เขาเพียงแต่ไม่ตื่นเต้น เขายังรู้สึกเฉยๆกับมันอีก
เฉินเฟยหลังจากเข้ามายังห้อง VIP กับหลินเสี่ยแล้ว เขาก็เดินตรงไปยังโซฟาหนังที่ตั้งอยู่กลางห้องก่อนที่จะนั่งลงและไขว่ห้าง เขานั้นดูชิลมากๆ เหมือนกับเขาเองที่เป็แขกระดับ VIP แทนที่จะเป็เธอ
หลินเสี่ยเองก็เดินตรงไปนั่งยังโซฟาหนึ่งที่อยู่ห่างจากเฉินเฟย เธอถึงจะไม่ได้กลัวเขามากแล้ว ก็ไม่ได้คิดจะสนิทสนมกับเขา เธอรับไม่ได้กับคนที่สามารถหักแขนหักขาคนได้อย่างไม่รู้สึกอะไรเลย
เฉินเฟยมองไปที่หลินเสี่ยที่นั่งห่างเขามาก เขารู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่
“เธอรู้ไหมว่าฉันช่วยชีวิตเธอไว้นะ”
หลินเสี่ยตัวสั่นเล็กน้อยเมื่อได้ยินที่เฉินเฟยพูด
“ฉันโหด ฉันเหี้ยม นั่นเพราะมีเหตุผล หากฉันไม่โหดไม่เหี้ยม วันนี้เธอคงได้ไปนอนอยู่บนเตียง รอคอยการสับเปลี่ยนของเ้าพวกนั้นแล้ว เธอลองคิดดูดีๆ ถึงตอนนั้นแล้วเธอจะรู้สึกยังไง จะเหลืออะไรอยู่อีก สิ่งที่เธอจะได้พบหลังจากนั้นคืออะไร”
หลินเสี่ยไม่ใช่คนโง่ เธอแค่คิดว่าร่างกายของเธอจะถูกกระทำอะไรบ้าง ก็เกิดความกลัวขึ้นมาในส่วนลึกของจิตใจ
“หึม ทั้งๆที่ฉันช่วยเธอเอาไว้ แต่สิ่งแรกที่ฉันเห็นคือสายตาที่เต็มไปด้วยความระแวง สายตาที่เต็มไปด้วยความไม่เชื่อใจ จริงอยู่ถ้าฉันเป็เธอฉันเองก็จะระวัง แต่มาถึงขั้นนี้แล้ว เธอยังทำตัวแบบนี้อยู่อีก แย่จริงๆ”
เฉินเฟยในตอนนี้ราวกับหัวหน้าที่กำลังต่อว่าลูกน้องตัวเองอยู่
หลินเสี่ยรู้สึกโมโหเล็กน้อยที่ถูกต่อว่าแบบนั้น เป็ใครๆก็รู้สึกแบบนั้นทั้งนั้น แต่ในคำพูดของเฉินเฟยก็มีความถูกต้องอยู่ ถูกตรงที่เขาช่วยชีวิตเธอไว้ แล้วก็ไม่ได้ทำอะไรไม่ดีกับเธอด้วย
คิดดูดีๆเธอก็รู้สึกผิด เฉินเฟยั้แ่ที่ใต้สะพานจนมาถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่ได้ทำอะไรไม่ดีต่อเธอเลยแม้แต่นิดเดียว แต่กลับเป็เธอเองที่แสดงความรังเกียจและตีตัวออกห่างจากเขา
หลินเสี่ยคิดอยู่สักครู่หนึ่งก่อนที่จะนึกอะไรออก เธอรีบหยิบบางอย่างออกมาจากในกระเป๋า ที่หยิบออกมาจากในกระเป๋าก็คือเงินจำนวน 20,000Y เธอยื่นให้กับเฉินเฟย
“นี่คงเป็แทนคำขอบคุณได้”
เฉินเฟยมองไปที่ปึกเงินหนา เขาได้แต่ถอนหายใจออกมาก่อนที่เขาจะหยิบเงินที่หลินเสี่ยสงมาให้เขา
“ยอดเยี่ยมจริงๆเลย”
หลินเสี่ยพยักหน้าทุกอย่างคงหายกันหลังจากที่เธอให้เงินเขาแล้วแต่ทว่า
Quack! เฉินเฟยฉีกปึกเงินหนาออกเป็เสี่ยงๆก่อนที่จะโปรยมันไปทั่ว
“เธอนี่มันน่ารังเกียจจริงๆ”
เฉินเฟยพูดเสร็จ หลังจากนั้นก็ลุกขึ้นจากโซฟา ก่อนที่จะออกไปจากห้อง VIP โดยที่ไม่หันหลังกลับมามองหลินเสี่ยอีก