“ นายน้อยเทียนอวี้ คนจากตรอกซิ่นฮวายังคงรวมตัวกันหน้าตระกูลม่อไม่คิดจะไปที่ใด ”
ไป๋หลงเทียนอวี้กัดฟันจนเกิดเสียง มันเดินทางมาทวงหนี้จากคุณหนูตระกูลม่อั้แ่เย็นเมื่อวาน เช้านี้กลับยังไม่ได้รับเงินจากนางและยังไม่ได้หนังสือสัญญาตามที่ผู้าุโของตระกูลคาดหวัง
มันถูกเร่งให้หาวิธีบีบคุณหนูม่อเสวี่ยหรงทำสัญญาให้ได้โดยเร็ว เพียงแต่ว่าคนจากตรอกซิ่นฮวาเดินทางมาไม่หยุด
ข่าวการชำระล้างปราณปีศาจของคุณหนูม่อเสวี่ยหรงชักจูงให้คนจากตระกูลซิ่นฮวามารวมตัวกัน การแจกข้าวของเธอเมื่อ่ดึกของวันทำให้คนจากตรอกซิ่นฮวาเดินทางมาเพิ่มอีก จำนวนพวกเขามากราว 600 คนไปแล้ว
สิ่งที่มันหวาดกลัวไม่ใช่ระดับผู้ฝึกยุทธ์ของผู้มาจากตรอกซิ่นฮวา ถึงแม้จะมีผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงปะปนอยู่ภายในผู้คนที่มาจากตรอก ระดับของพวกเขากลับไม่มั่นคง อาการป่วยได้กดพลังของพวกเขาเอาไว้จนอ่อนแอไม่ต่างจากผู้คนธรรมดา แต่สิ่งที่เป็ปัญหาและทำให้มันไม่กล้าเข้าใกล้คือโรคร้ายต่างๆนานาที่แม้แต่แพทย์ระดับสูงของเมืองก็ยังไม่สามารถรักษาให้หายได้
มันกลัวการติดโรคร้าย จึงยังไม่กล้าเข้าใกล้ตระกูลม่อในตอนนี้
“ บอกให้พวกมันถอยไป ไม่เช่นนั้นข้าจะตัดคอของมัน ”
เทียนอวี้หมดความอดทน มันไม่สามารถรอได้อีกต่อไปแล้ว พระอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้าแล้ว เช้านี้ควรจะได้รับสัญญาเกี่ยวกับค่ายกลตระกูลม่อเพื่อนำกลับไปมอบให้ผู้าุโในตระกูล
“ นายน้อย เราทำเช่นนั้นไม่ได้ ” ผู้ฝึกยุทธ์เหน็บกระบี่ไว้ด้านหลังกระซิบบอกนายน้อยเทียนอวี้ ต่อให้คนตรงหน้าจะมาจากตรอกซิ่นฮวา พวกเขาไม่สามารถฆ่าคนแบบโจ่งแจ้งได้
การรวมตัวกันของผู้คนมากมายอาจจะดึงดูดคนจากท่านเ้าเมืองได้แล้ว ถ้าพวกเขาลงมือสังหารผู้คนหน้าตระกูลม่อ อาจจะมีผลร้ายแรงตามมาในภายหลัง
“ แล้วจะให้ข้าทำเช่นไร ”
“ นายน้อย ท่านรอก่อน ไม่ใช่เพียงแค่เราหรอกที่อยากได้ค่ายกลตระกูลม่อ ข้าว่ารอให้พวกเขาเปิดทางน่าจะดีกว่า ”
เทียนอวี้หันมองไปยังตระกูลหยางที่มาพร้อมกัน พวกเขาแสดงความไม่พอใจออกมาอย่างเห็นได้ชัดและเหมือนจะเริ่มลงมือทำบางสิ่งบางอย่างแล้ว
ไม่เพียงเท่านั้น เขายังเห็นตัวแทนของอีกหลายตระกูลเริ่มรวมตัวกัน เพียงแต่ว่ายังไม่มีตระกูลใดกล้าเข้าใกล้ตระกูลม่อเพราะคนจากตรอกซิ่นฮวาปิดทางเข้าออกเอาไว้จนหมด
“ นั่นสินะ ข้าไม่จำเป็ต้องรีบร้อน ตราบใดที่ข้าได้หนังสือสัญญา ต่อให้จะรออีกสิบวันข้าก็ทนได้ ”
นายน้อยเทียนอวี้ยิ้มอย่างพอใจ ตัวแทนตระกูลที่ถูกส่งมาล้วนแล้วเป็นายน้อย ความอดทนอดกลั้นมีจำกัด อีกไม่นานคงจะสร้างปัญหาบางอย่างขึ้นจนเปิดทางให้มันเข้าถึงตระกูลม่อได้ เช่นนั้นเทียนอวี้จึงนั่งรออย่างใจเย็น ปล่อยให้นายน้อยหลายตระกูลเปิดทาง
“ คุณหนูเ้าคะ ทำเช่นไรดีเ้าคะ ตระกูลม่อถูกล้อมเอาไว้ทุกทางแล้ว ”
ยี่ยี่กล่าวด้วยความหวาดวิตก คนจากตรอกซิ่นฮวาได้ล้อมตระกูลม่อเอาไว้ทุกทิศทางแล้ว สิ่งน่ากลัวที่พวกเขานำติดตัวมาด้วยคือโรคร้าย ร่างกายเธออ่อนแอมากกลัวว่าจะทนไม่ไหวจนป่วยตายไปเสียก่อน
เสวี่ยหรงรู้สึกกังวลเช่นเดียวกัน ด้านหลังคนจากตรอกซิ่นฮวาเต็มไปด้วยตระกูลมากมายที่เดินทางมาทวงหนี้ การรวมตัวของคนจากตรอกซิ่นฮวาและคนจากตระกูลในเมืองชุยฉานทำให้เกิดกำแพง 2 ชั้นปิดกั้นตระกูลม่อจากภายนอก
การแจกจ่ายอาหารใน่ค่ำทำผู้คนจากตรอกซิ่นฮวามาเพิ่มทำให้เธอคิดว่าต้องเพิ่มข้าวอีก 1 หม้อใหญ่ รายจ่ายที่ใช้ไปทำให้ตระกูลม่อใช้ชีวิตลำบากมากยิ่งขึ้น เธอจึงให้ยี่ยี่ประกาศชัดเจน ตระกูลม่อไม่สามารถเลี้ยงข้าวได้เยอะ เธอสามารถมอบข้าวต้มให้คนจากตรอกซิ่นฮวาได้เพียง่เช้าเท่านั้น โดยจะเริ่มจากพรุ่งนี้ เพื่อไม่ให้มีการขอข้าวนอกเวลาจึงต้องทำทุกอย่างให้ชัดเจน
“ คุณหนู ข้ากลับมาแล้ว ”
พ่อบ้านหวางเช็ดเหงื่อออกจากใบหน้า ท่าทางของเขาแสดงให้เห็นว่าพึ่งผ่านการทำงานหนัก
“ ได้ครบไหมคะพ่อบ้านหวาง ”
“ คุณหนู ยังไม่มีผู้ใดปฎิเสธที่จะขายข้าวให้กับเรา ข้าจึงสามารถซื้อข้าวและเครื่องปรุงด้วยเงินทั้งหมดที่คุณหนูให้ไป ”
เสวี่ยหรงยิ้มอย่างพอใจ มีปัญหาหนึ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากมีผู้คนมากมายมารวมตัวกัน
การที่เธอแจกจ่ายข้าวต้มในทุกๆวันจะดึงดูดคนจากตรอกซิ่นฮวาให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น การจะเล่นงานเธอทำได้ง่าย ตระกูลที่คิดจะทวงหนี้สามารถปฎิเสธที่จะขายสินค้าให้กับเธอได้
การทำเช่นนี้จะเป็การบีบให้ตระกูลม่อไม่สามารถเลี้ยงข้าวผู้ใดอีกได้ สุดท้ายเธอจะถูกความหิวโหยของคนจากตรอกซิ่นฮวาเล่นงาน พวกเขายังคงเป็คนที่น่ากลัวสามารถทำทุกอย่างได้ขอเพียงแค่มีข้าวกิน
เธอจึงสั่งให้พ่อบ้านหวางแอบออกไปซื้อข้าวและเครื่องปรุงั้แ่เช้ามืด ร้านค้าภายในเมืองอาจจะยังไม่รู้ข่าวการมาถึงของคนจากตรอกซิ่นฮวา เธอจึงใช้โอกาสนี้รีบซื้อข้าวตัดหน้าก่อนจะถูกปฎิเสธจนไม่มีข้าวแจกจ่าย
“ เอาล่ะ ได้เวลาของเราแล้ว ไปกันเถอะ ”
เสวี่ยหรงมุ่งหน้าไปยังประตูทางเข้าตระกูล กิจกรรมในยามเช้าของเธอจบลงไปแล้ว ดูดซับลมปราณ ตามหาห้องลับเธอทำทั้งสองอย่างแล้ว วันนี้เธอได้เพิ่มการฝึกร่างกายให้กับตัวเองด้วยการลองใช้วรยุทธ์ท่าเท้าของตระกูลม่อ ถึงแม้จะไม่มีปราณหล่อเลี้ยง เธอกลับรู้สึกได้ว่าการก้าวเท้าของเธอมั่นคงกว่าเดิม
“ คุณหนูม่อเสวี่ยมาแล้ว! ”
ชายแก่ที่เห็นว่าผู้ใดออกมาจากประตูไม้หน้าตระกูลร้องด้วยท่าทางดีใจ เสียงร้องของเขาดึงดูดสายตาของผู้คนจากตรอกซิ่นฮวาให้หันมองไปจนทุกสายตาจับจ้องไปยังคุณหนูม่อเสวี่ยในชุดสีขาวปักลวดลายดอกโบตั๋นมีผ้าขาวปิดครึ่งหน้าเผยให้เห็นเพียงแค่ดวงตาเท่านั้น มันกลับไม่สามารถปิดซ่อนความงามของเธอจากสายตาผู้คนเอาไว้ได้
ยี่ยี่ทุบอกแล้วร้องะโ หลังจากเธอเห็นว่าผู้คนเริ่มส่งเสียงอ้อนวอนขอให้คุณหนูเสวี่ยหรงช่วยชำระล้าง มันกำลังจะเกิดปัญหาและอาจจะเกิดคลื่นลูกใหญ่โถมเข้าใส่คุณหนู เธอจึงต้องสั่งห้ามไม่ให้ทุกคนเคลื่อนไหว
ความเงียบเข้าปกคลุมผู้คนจากตรอกซิ่นฮวา ไม่มีผู้ใดกล้าส่งเสียงหรือเดินออกจากตำแหน่งของตนเองหลังจากรู้ว่าคุณหนูม่อจะไม่ให้ข้าวและไม่ให้การชำระล้างปราณปีศาจออกจากร่างกาย
เสวี่ยหรงเห็นว่ายี่ยี่ควบคุมผู้คนได้ด้วยคำพูด เธอจึงก้าวเท้ามาด้านหน้าเล็กน้อยแล้วบอกบางสิ่ง
“ ข้ารู้ว่าพวกเ้าอยากกลับมาเป็ปกติ ข้าเองก็มีปราณจำกัดเช่นเดียวกัน ข้ายังยืนยันคำเดิมว่าตัวข้านั้นไม่สามารถรักษาโรคให้พวกเ้าได้ แต่ข้าสามารถชำระล้างปราณปีศาจออกจากตัวให้กับพวกเ้าได้ สิ่งที่ข้าจะพูดก็คือ ข้าจะให้โอกาสพวกเ้าได้รับการชำระล้างปราณปีศาจทุกคน เพียงแต่ว่าพวกเ้าต้องใจเย็นและรู้จักรอ ข้าไม่รู้ว่าผู้ใดมาก่อนหรือมาหลัง ข้าจะใช้วิธีเดินไปตามถนนจนสุดทาง ในระหว่างเดินข้าก็จะสุ่มชำระล้าง วันหนึ่งข้าใช้พลังไม่ได้มาก อย่างน้อยน่าจะมีคนราว 20 - 30 คนที่ได้รับการชำระล้างปราณ คนที่เหลือจำเป็ต้องรอข้าฟื้นปราณก่อน วันถัดไปข้าจะมาชำระล้างปราณปีศาจให้กับพวกเ้า ”
ยี่ยี่มองเห็นชายวัยกลางคนลุกขึ้นยืน ราวกับว่าเขามีบางสิ่ง้าจะเอ่ย เธอไม่รู้ว่าคำพูดนั้นคือสิ่งใด เพื่อไม่ให้มีผู้ใดลุกขึ้นก่อความวุ่นวายเพื่อขอสิทธิในการชำระล้างก่อน เธอจึงสั่งให้เขานั่งทันที
“ ข้าบอกไปแล้ว ผู้ใดที่สร้างความวุ่นวายตระกูลม่อจะไม่รักษา ไม่ว่าพวกเ้าจะใกล้ตายหรือไม่ข้าไม่สน การชำระล้างขึ้นอยู่กับคุณหนูของข้า นางจะเป็คนตัดสินใจเอง แต่ที่ข้ารู้ นางเป็คนใจดีมาก พวกเ้าที่คิดว่าจะตายในวันนี้อาจจะได้รับการขับปราณปีศาจออกจากร่าง โปรดนั่งลงแล้วใจเย็น ”
หลายคนที่คิดจะลุกขึ้นยืนเงียบเสียง พวกเขาหวาดกลัวความตายจนอยากจะขอให้คุณหนูปัดเป่าปราณปีศาจออกจากร่างให้ไวโดยไม่ได้คิดให้ดีก่อนว่าสิ่งที่ตนทำจะส่งผลเสียเช่นไร พวกเขาขอเพียงแค่ตนเองได้รับสิทธินั้นก็เพียงพอ
“ นั่งลงไป ผู้ใดก็ตามที่ลุกหรือส่งเสียงข้าจะให้พ่อบ้านไล่เ้าออกไปจากตระกูลม่อ ”
ยี่ยี่ค้ำสะเอวราวกับว่าเธอเป็สิงโตตัวใหญ่ที่พยายามสะกดข่มผู้คนหน้าตระกูล หลังจากทุกอย่างกลับมาเงียบเธอจึงไปยืนด้านข้างคุณหนูเสวี่ยหรงที่กำลังก้าวเท้าออกจากหน้าประตูลงไปยืนบนพื้นถนน เธอที่เห็นเช่นนั้นจึงส่งสัญญาณให้ผู้คนจากตรอกซิ่นฮวาแหวกทางออกเล็กน้อยเพื่อให้คุณหนูของเธอมีที่เดิน
เสวี่ยหรงพยักหน้าให้กับยี่ยี่ จากนั้นเธอจึงกวาดตาสำรวจผู้คนรอบๆ สกิลปัดเป่าของเธอใช้ได้ไม่จำกัด แต่เธอจำเป็ต้องจำกัดการใช้งาน ไม่อย่างนั้นอาจจะนำปัญหามาให้ตนได้ ถึงแม้จะยังไม่รู้ว่าใช้ชำระล้างปราณปีศาจได้สูงถึงระดับใด แต่จากที่ถามลุงหาน ปราณปีศาจระดับสูงสุดที่เธอชำระล้างในตรอกซิ่นฮวาคือระดับปราณไหลเวียน มันคือระดับที่ 3 ของผู้ฝึกยุทธ์.
พูดคุยท้ายเื่
อ่านมาแล้ว 20 ตอน หลายคนคงยังไม่รู้ว่าเื่จะเป็ยังไง หากเป็นิยายเื่ก่อนหน้าของไรต์ ตัวเอกคงจะหวดมอนสเตอร์หรือไม่ก็หวดพวกตัวร้ายฟันหักไปแล้ว เหตุใดนิยายเื่นี้ดูเรื่อยๆจัง
ต้องขอบอกก่อนเลยว่า ไรต์เร่งแล้ว แต่มีหลายอย่างต้องใส่เข้าไปเยอะมากเพื่อปูพื้นฐานให้นางเอกดูมีอะไรเป็ผู้เป็คนขึ้นมาหน่อย เพราะเธอจะต้องมีกองกำลังเป็ของตนเองเพื่อสู้กับคนอื่นๆในอนาคต
ในส่วนของเนื้อเื่และแนวทางที่จะเป็ไป ในภาคที่ 1 นั้น ไรต์จะเน้นไปที่การสร้างตระกูลขึ้นมาให้ได้ก่อน หลังจากถูกทวงหนี้จากมากมายตระกูล เสวี่ยหรงจะหาทางปลดหนี้และสร้างเส้นทางทำเงินให้กับตนเองเช่นไร
หลังจากตั้งหลักได้และไม่มีผู้ใดทำลายธุรกิจได้ เนื้อเื่จะเข้าสู่การต่อสู้อันเข้มข้น ดุเดือด ตามสไตน์ของไรต์
หากมีอะไรสงสัยสามารถพิมพ์ข้อความพูดคุยทักทายกันได้นะครับ ^^