บทที่ 13
อีกด้านหนึ่ง..“พนักงานธนาคารดูแปลกๆกว่าทุกที.. ก็อย่างว่าแหละ มีเงินเยอะก็คิดจะดูดเงินของฉัน ฝันไปเถอะย่ะ!!..”ครีมที่งงๆกับพฤติกรรมของพนักงานธนาคารที่ดีต่อเธอมากเป็นพิเศษ แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ไม่ได้คิดจะดูดเงินของเธอแต่อย่างใด มันเป็นเพียงเพราะว่าเธอคือพี่สาวของลูกค้ารายใหญ่ของธนาคารที่ติดท็อปในชั่วข้ามคืน แต่เธอดันคิดว่ามันเป็นเหมือนกับดักให้เธอตายใจ และในอนาคตพวกเขาจะหลอกให้เธอซื้อประกัน หรือทำนู่นทำนี่ เอ๊ะ!!.. เสียงโทรศัพท์ของเธอดังขึ้นอย่างกะทันหัน แน่นอนว่าถ้าเป็นเรื่องงานเธอจะกดตัดสายในทันที“ไม่ใช่แฮะ.. สวัสดีค่ะคุณปังปอน เรื่องเช่าเดี๋ยวฉันจะเข้าไปคุยวันพรุ่งนี้นะคะ เป็นช่วงเย็นๆ พอจะสะดวกไหมคะ” ครีมที่เห็นว่าเป็นเบอร์ของคนที่จะปล่อยให้เธอเช่าที่ดิน เธอก็รับสายอย่างไว ก่อนจะพูดเป็นน้ำไหลไฟดับ“เออ..คุณครีมคะ ปอนต้องขอโทษด้วยนะคะที่ปอนตัดสินใจขายให้กับคนคนหนึ่งไปเมื่อสักครู่แล้ว.. ต้องขอโทษจริงๆที่ทำให้เสียเวลาค่ะ” ปังปอนเองก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มกล่าวยังไงดี ข้อเสนอของอีกฝ่ายดีกว่าจริงๆ เธอจึงไม่มีทางเลือกมากนัก ถึงจะตกลงกันไว้แล้ว แต่มันก็เป็นแค่สัญญาปากเปล่า ดังนั้นเธอคิดว่ายังมีโอกาสที่จะกล่าวปฏิเสธ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังรู้สึกผิดอยู่ไม่น้อย“ขายไปแล้วอย่างนั้นเหรอคะ.. ไม่เป็นไรค่ะ ทางนี้เข้าใจดี มันเป็นเรื่องธรรมดาถ้าอีกฝ่ายให้สิ่งที่ดีกว่า.. แต่ว่าถ้าเกิดว่าเขาคนนั้นเปลี่ยนใจที่จะไม่ซื้อแล้ว กรุณานึกถึงฉันเป็นคนแรกนะคะ..” ครีมเข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้น ถึงจะหัวร้อน และผิดหวังหน่อยๆก็ตาม แต่มันก็ขึ้นอยู่กับเจ้าของสถานที่ว่าจะจัดการกับมันอย่างไร“ต้องขอโทษอีกครั้งนะคะ ทางนั้นเขาให้สิ่งที่ปอนไม่สามารถปฏิเสธที่จะขายได้จริงๆ.. ปอนคิดว่าเขาคงไม่เปลี่ยนใจแน่นอนค่ะ แต่ปอนก็จะลองถามๆเขาดูให้ว่าเขาจะซื้อไปแล้วจะปล่อยเช่าหรือเปล่า ถ้าเขาปล่อยเช่า ปอนจะเสนอคุณครีมเป็นคนแรกเลยค่ะ..” ปังปอนกล่าว“ขอบคุณมากนะคะคุณปังปอน.. ถ้ายังไงช่วยแจ้งฉันอีกทีหนึ่งนะคะ” อย่างน้อยๆสำหรับครีมแล้ว คุณปังปอนคนนี้ก็ยังมีน้ำใจ และความรับผิดชอบเล็กๆน้อยๆจากคำสัญญา คนอย่างนี้นับว่าหายาก จากนั้นพวกเธอทั้งสองก็วางสายกันไป กริ๊งงงงง!! โทรศัพท์ของเธอดังขึ้นหลังจากที่วางสายแล้ว“เบอร์ใครเนี่ย เหมือนคุ้นๆแฮะ.. สวัสดีค่ะ ‘อัชราพร’ รับสายค่ะ ไม่ทราบว่าโทรติดต่อเรื่องอะไรคะ” ครีมกล่าวกับปลายสายอย่างสุภาพ เบอร์คุ้นๆอย่างนี้ก็คงจะมีแต่ลูกค้าเท่านั้น“สวัสดีเจ้าค่ะ คุณอัชราพร.. นี่คือปิยธิดาเองนะเจ้าคะ.. พอดีว่าปิยธิดาคนนี้มีของมาส่งให้กับคุณอัชราพร ตอนนี้อยู่หน้าบ้านแล้วเจ้าค่ะ..” ปลายสายตอบกลับมา แน่นอนว่าครีมมึนงงไปชั่วขณะหนึ่ง ยกดูเบอร์ และพิจารณาเบอร์ดูดีๆ ก็นึกออกในทันทีว่าคนนี้เป็นใคร“ยัยบิวตี้.. แกกลับมาเชียงใหม่แล้ว?.. โอเคเดี๋ยวฉันจะรีบเข้าบ้านทันที..” ครีมยิ้มออกมา เพื่อนสนิทสมัยเรียนของเธอมาเยี่ยมถึงที่บ้าน ถึงจะโกรธนิดๆที่ตลอดหลายปีมานี้ ยัยเพื่อนบ้าคนนี้ติดต่อมาน้อยมาก เธอกดวางสายก่อนที่จะสตาร์ทรถในทันที“เดี๋ยว!!... ยัยครีมนี่จริงๆเลย กำลังจะบอกเลยว่ายังไม่ต้องรีบมา ซอยบ้านก็แคบกว่าจะเอารถลงทั้งสองคันก็ต้องใช้เวลา.. เห้อ.. พี่คะช่วยเอารถลงอย่างระวังๆด้วยนะคะ” บิวตี้บ่นอุบกับเพื่อนสาวที่เป็นอย่างนี้ตลอด ยังไม่ทันพูดอะไรจบก็วางสายอย่างนี้ตลอด“เอาลงตรงนี้เลยใช่ไหม เดี๋ยวพี่จัดให้..” เมื่อพนักงานขนรถของลูกค้าได้ยินคำยืนยันจากพนักงานขาย เขาก็พูดรับทราบในทันที หลังจากนั้นข้างๆบ้านหลายคนก็ต่างออกมาดูรถหรูสองคันที่เพิ่งจะยกลงมา แน่นอนว่ามันเป็นเหล่าป้าข้างบ้านที่กำลังพูดนู่นพูดนี่“ดูเด็กบ้านนั้นซิ อวดรวย ไม่รู้ว่าเอาเงินมาจากไหน..” เสียงของป้าคนหนึ่งกล่าวออกมากับกลุ่มป้าๆ“นั่นสิ ไม่รู้ว่าไปทำอะไรไม่ดีมาหรือเปล่า ผิดกฎหมายหรือเปล่าก็ยังไม่รู้ จู่ๆจะรวยเลยได้อย่างไร น่าสงสัย” ป้าB กล่าวพร้อมกับชี้นู่นชี้นี่ตามประสาคนเมาท์“ถ้าอยากรู้ลองไปถามแม่หนูนั่นดีกว่า..” ป้าC พูดขึ้นแล้วชี้ไปทางบิวตี้ เหล่าป้าๆก็เห็นด้วยเลยเดินเข้าไปเป็นแก๊งอย่างกับบอยแบนด์“นี่ๆแม่หนู รถพวกนี้มันแพงมากไหม.. ดูเหมือนจะมีราคาเอาเรื่องอยู่นะ” ป้าคนแรกกล่าวถาม“เออค่ะ.. ทั้งหมดก็ราวๆ 12 ล้านบาทน่ะค่ะคุณป้า มีอะไรหรือเปล่าคะ” บิวตี้ตอบกลับไปอย่างงงๆ แต่ด้วยความที่อยู่ในหน้าที่อยู่ก็ต้องตอบกลับไปอย่างสุภาพชนคุยกัน“ตั้ง 12 ล้านเชียวเหรอแม่หนู.. บ้านนี่ชักจะยังไงๆอยู่นะ เมื่อก่อนไม่ใช่ว่าไม่มีเงินกันไม่ใช่หรือยังไง นี่สงสัยต้องประกอบการอะไรที่ผิดกฎหมายแน่ๆเลย..” ป้าB ก็พูดออกมาตามที่ตัวเองคิด บิวตี้ที่ได้ยินอย่างนั้นก็คิ้วกระตุกๆ อย่างไม่ชอบใจ ที่จู่ๆพวกป้านี่ก็มาด่าเพื่อนของเธอ“หนูได้ยินมาว่าน้องชายของบ้านหลังนี้เขาถูกหวยรางวัลที่หนึ่งน่ะค่ะ... แต่ก็ไม่ทราบรายละเอียดอย่างอื่นอีก” บิวตี้ออกปกป้องเพื่อนของตัวเองมั่วๆออกไป เหล่าป้าๆที่ได้ยินอย่างนั้นก็ถึงกับร้อง ‘อ่อ’ ในทันที“ไอ้ฉันก็นึกว่ามีเสี่ยที่ไหนมาเลี้ยงดูซะอีก.. ไปเป็นเมียน้อยของใครอะไรอย่างนั้น เห้อ..ไปกันเถอะพวกเรา” ป้าC ที่กล่าวสมมติฐานของตัวเองออกมา แม้ว่าพวกป้าจะเดินเมาท์กันไปเรื่อยๆ แต่คำพูดสุดท้ายนี้มันเล่นเอาบิวตี้ถึงกับกัดฟันเอาไว้แน่น จะเรียกว่าโกรธมากก็ว่าได้ มันเป็นเรื่องที่เธอไม่อยากจะได้ยินหรืออยากเล่าให้ใครฟัง ‘ก็เพราะเชื่อใจเขาไง.. ถึงได้ไปเป็นเมียน้อยคนอื่นเขาแบบไม่รู้ตัวอย่างนี้..’ แม้ว่าเธอคิดอยู่ในใจ แต่น้ำตาที่พยายามอดกลั้นมานานมันก็เริ่มซึมๆออกมาอย่างไม่รู้ตัว บิวตี้รีบตั้งสติก่อนจะปาดน้ำตาของตัวเองออกไป ตอนนี้ก็ยังเป็นเวลางาน และเพื่อนของเธอกำลังจะมา แต่ทันใดนั้นเองเพื่อนของเธอก็ขับรถเข้ามาจอดก่อนที่จะลงจากรถ “ยัยครีม...ฮือๆๆๆ” จากน้ำตาที่พยายามกลั้นเอาไว้ มันก็ได้แตกออกมาเมื่อเห็นเพื่อนที่รู้ใจอยู่ตรงหน้า นี่มันคือเหตุผลหลักๆเลยว่าทำไมเธอถึงยังไม่อยากมาพบหน้าเพื่อนคนนี้สักเท่าไร เพราะว่าเธอกลัวว่าจะเป็นแบบนี้“เดี๋ยว!! เดี๋ยว!! เดี๋ยว!! นี่แกเป็นอะไร ใครทำอะไรแก ... แล้วนี่มันเรื่องอะไรกัน ฉันงงไปหมดแล้ว” ครีมกล่าวด้วยความมึนงงที่จู่เพื่อนสนิทก็ร้องไห้แล้ววิ่งเข้ามากอดเธออย่างเด็กๆ แล้วยังไม่พอเหตุการณ์ที่มีรถหรูอีกสองคันมาจอดหน้าบ้านของเธออีก ชาวบ้านที่ต่างก็จับกลุ่มนินทาอย่างไม่ทราบสาเหตุ จากนั้นมันก็มีเรื่องให้เธอมึนงงเพิ่มเข้าไปอีก เมื่อเสียงของรถสปอร์ตดังมาจากหน้าปากซอยบ้าน ก่อนที่จะหยุดจอดตรงหน้าของเธอ กระจกถูกเลื่อนลงทำให้เห็นชัดๆว่ามันเป็นเจ้าน้องชายตัวดีของเธอ“อ่าว พวกพี่จะมากอดกันอยู่ตรงนี้ไม่ได้นะ.. เดี๋ยวคนอื่นเขาก็เข้าใจผิดกันแย่หรอก..” ไอซ์กล่าวพร้อมกับส่ายหัวเบาๆ ส่วนบิวตี้ที่ได้ยินก็พยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของไอซ์ เธอเช็ดน้ำตาเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้นมา“นั่นสินะ เอาเป็นว่าเข้าบ้านก่อนก็แล้วกัน เจ้าตัวมาก็ดีเหมือนกัน เราจะต้องเซ็นเอกสารรับรถให้พี่อีกนะ ..ป่ะๆๆ” บิวตี้กล่าวพร้อมกับโบกมือเรียกไอซ์ที่อยู่ภายในรถ ไอซ์เองก็เดินลงมาเพื่อจัดการกับเอกสารให้มันเสร็จๆไป จากนั้นจะได้เข้าบ้านจัดของเสียที“หยุดเดี๋ยวนี้!! แล้วบอกมาซะว่านี้มันเรื่องอะไรกันนนนนนนนน”