"เยว่เออร์ลูกรักตื่นเถิด" เสียงสะอื้นของบุรุษวัยกลางคน
"เยว่เออร์ ์ไยถึงได้โหดร้ายเช่นนี้ ตระกูลเสวี่ยของพวกข้าทำผิดอันใด ฮืออออ" เสียงสตรีร้องไห้จนจินเยว่รู้สึกเศร้าไปกับนางด้วย
ก่อนหน้านี้เธอกำลังเข้าจับกุมพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ของประเทศอยู่ เธอที่รอกองกำลังที่กำลังเดินทางมาช่วยเหลือ เพียงแต่ลูกน้องของเธอที่เห็นโอกาสตรงหน้าแล้วไม่อยากจะรออีก จึงได้แสดงตัวเข้าจับกุม แต่พวกเขาคิดไม่ถึงว่าหน่วยงานของตนจะมีหนอนบ่อนไส้
ภารกิจครั้งนี้คือการวางแผนตลบหลังหน่วยงานสืบของพวกเธอ จินเยว่ที่เข้าช่วยเหลือลูกน้องให้ฝ่าวงล้อมเพื่อหนีออกไป แต่จำนวนคนที่ต่างกันทำให้เธอพลาดโดนะุปืนหลายนัด ก่อนที่ภาพตรงหน้าจะดับลง กองกำลังเสริมก็เข้ามาควบคุมพื้นที่ได้พอดี
อย่างน้อยการตายของเธอก็ไม่เสียเปล่า เพราะทางฝั่งพ่อค้ายาก็ยอมสู้จนตัวตายเช่นกัน เสียงโวยวาย เสียงร้องเรียกเธอดังขึ้นอย่างต่อเนื่องก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็เสียงของบุรุษและสตรีที่เอาแต่กอดเธอร้องไห้อยู่
คำเรียกที่แปลกไป หากจะบอกว่าเป็คุณพ่อคุณแม่ของเธอก็คงไม่ใช่ เพราะพวกท่านเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเมื่อสามปีที่แล้ว ตอนนี้เธอจึงอาศัยอยู่คนเดียวโดยที่ไม่มีพี่น้องหรือญาติที่ใดอีก
เธออยากจะลืมตาเพื่อมองคนตรงหน้า เพราะเธอมั่นใจว่าน้ำเสียงของคนทั้งคู่คือคุณพ่อคุณแม่ของเธออย่างแน่นอน แต่เปลือกตาที่หนักเกินกว่าจะลืมได้ อย่าว่าแต่จะลืมตาเลยแม้แต่แขนขาของเธอก็ไร้เรี่ยวแรงที่จะขยับเช่นกัน
ลมหายใจที่อ่อนจนแทบหมดไปแล้วของสตรีตรงหน้า แต่ตอนนี้กับหายใจอย่างสม่ำเสมอขึ้นอีกครั้ง สองสามีภรรยาคุกเข่าคำนับขอบคุณฟ้าดิน หากบุตรสาวของตนไม่หายใจแล้ว พวกเขาคงไม่อาจจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ การเดินทางไกลที่ยากลำบากครั้งนี้ทำให้บุตรสาวของตนที่เป็เพียงสตรีในห้องหอล้มป่วยลง พวกเขาได้แต่ทนมองดูโดยมิอาจช่วยเหลือสิ่งใดได้
การโดนเนรเทศครั้งนี้ของตระกูลเสวี่ย เป็เพราะถูกใส่ร้ายอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะเสวี่ยป๋อเหวิน เสนาบดีกรมคลังเป็คนขององค์รัชทายาท อีกอย่างเสวี่ยจินเยว่ก็มีความเป็ไปได้สูงว่าตำแหน่งพระชายาองค์รัชทายาทต้องเป็ของนาง เมื่อองค์รัชทายาทถูกกักบริเวณเพราะเื่เงินที่ส่งไปสร้างเขื่อนที่เมืองเจียงไห่โดนยักยอก เื่นี้จึงเกี่ยวพันโดยตรงกับเสนาบดีเสวี่ย
ยังมิทันได้หาหลักฐานเพื่อมายืนยันความบริสุทธิ์พระราชโองการปลดเสนาบดีเสวี่ยและให้เนรเทศไปยังชายแดนเหนือก็ถูกนำมาประกาศถึงหน้าจวน เหมือนฟ้าผ่านายบ่าวที่ต่างยังไม่การเตรียมตัวเตรียมใจก็ถูกทางการจับใส่กรงขังนำตัวออกเดินทางทันที
บ่าวในเรือนถูกนำไปขายเป็ทาสหลวงต่อ มีเพียงนายสามคนของตระกูลเสวี่ยที่ต้องออกเดินทางโดยมีทหารควบคุมตัว แต่อย่างน้อยก็ยังมีขุนนางที่สนิทกันคอยช่วยเหลือเื่เงินทองและยังให้ทหารดูแลอย่างดีจนถึงชายแดน ถึงอย่างไรความผิดก็ยังมิได้ตัดสินออกมา ไม่รู้ว่าผู้ใดเป็คนที่ทำให้ฮ่องเต้ออกพระราชโองการที่สร้างความสั่นะเืนี้ออกมาได้
ทหารที่นำตัวไปส่งก็มิกล้าละเลยหากวันใดที่องค์รัชทายาทหาหลักฐานแก้ต่างได้ เสวี่ยป๋อเหวินย่อมต้องกลับคืนตำแหน่งเดิม แต่ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลานานเพียงใด สภาพอากาศและการเดินทางที่ยากลำบากจะทำให้ตระกูลเสวี่ยรอดพ้นต่อด้านเคราะห์ครั้งนี้ได้หรือไม่ก็ยังไม่รู้
คนที่ยุให้ฮ่องเต้ปลดเสวี่ยป๋อเหวินและสั่งเนรเทศทันทีก็คงมีความคิดเช่นนี้อยู่เหมือนกัน แต่เพียงคงไม่กล้าที่จะปลิดชีพทั้งสามระหว่างทาง ขบวนเดินทางจึงใกล้เข้าเขตชายแดนเหนือแล้ว หากไม่เป็เพราะบุตรสาวล้มป่วยลงอย่างหนักอยู่กลางป่า พวกเขาคงได้ก้าวเท้าเข้าเขตชายแดนเหนือแล้ว
เสวี่ยจินเยว่ล้มป่วยได้สามวันแล้ว ขบวนเดินทางจึงไม่อาจเร่งการเดินทางได้ หากวันนี้นางยังคงไม่ฟื้นพวกทหารคงได้หมดความอดทนเช่นกัน อาจจะเป็เพราะ์ที่ยังคงเหลือทางรอดให้ตระกูลเสวี่ยอยู่บ้าง เสวี่ยจินเยว่ตื่นขึ้นมาในตอนเย็นของวันนั้น แม้บุตรสาวจะมีอาการมึนงงอยู่บ้าง สองสามีภรรยาก็ยังคงดีใจอย่างยิ่ง
จินเยว่มองไปรอบๆทันทีที่นางตื่นขึ้นมา นางอยู่ในกระโจมเก่าๆ อากาศรอบด้านช่างหนาวเย็นอย่างโหดร้าย สตรีวัยสามสิบห้านั่งอยู่ข้างกายนางพร้อมกับบุรุษที่อายุแก่กว่าเพียงไม่กี่ปี ทั้งคู่เมื่อเห็นนางลืมตาก็พุ่งตัวเข้ามาสอบถามอาการอย่างเป็ห่วง
ภายในกระโจมมีเพียงแสงจากเทียนหนึ่งเล่มที่ถูกจุดไว้เท่านั้น เมื่อหน้าของทั้งคู่ใกล้เข้ามาจนนางเห็นได้อย่างชัดเจน น้ำตาของนางก็ไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ เป็คุณพ่อคุณแม่ของนางจริงๆ เพียงแต่พวกเขาใส่ชุดโบราณ คำพูดที่ใช้ก็เป็ภาษาสำเนียงโบราณทั้งหมด เมื่อพยุงตัวขึ้นนั่งได้ก็สำรวจตนเอง นางก็ใส่ชุดโบราณเช่นกัน
หากประมวลภาพตรงหน้าชุดที่นางใส่คงจะเป็ชุดนักโทษ เพียงแต่ความทรงจำในนางเดิมตอนนี้ช่างเลือนรางนัก ที่รู้มีเพียงนางเป็บุตรีเพียงคนเดียวของเสวี่ยป๋อเหวิน และเกาซูฮวา ตอนนี้ตระกูลของนางกำลังโดนเนรเทศเพราะคดียักยอกเงินสร้างเขื่อน นางออกมาจากเมืองหลวงไกลเพียงนี้คงไม่ง่ายหากนางจะสืบหาข้อมูล
แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่มีทางทำไม่ได้ คงต้องรอให้ถึงชายแดนเหนือเสียก่อนค่อยหาลู่ทางอีกครั้ง พระราชโองการมิได้บอกว่าให้ครอบครัวนางมาใช้แรงงานเพียงส่งมาควบคุมตัวไว้ที่นี่เท่านั้น ถึงตอนนั้นนางคงมีทางรอดแต่อย่างไรได้ เงินที่บิดาได้มาจากสหายก็ไม่มากพอที่จะทำการค้าได้ และนางไม่รู้ว่าการโดนควบคุมตัวนางสามารถทำสิ่งใดได้บ้าง
การเดินทางที่ยาวนานนับสามเดือนนี้แทบจะสูบิญญาของนางและครอบครัวออกไปจนหมด เกาซื่อนำข้าวต้มมาให้บุตรสาวที่ั้แ่ตื่นมาก็นั่งเหม่ออยู่บนเตียงเท่านั้น
"เยว่เออร์กินข้าวเสียหน่อยลูก เสบียงที่มีมาใกล้หมดแล้วแต่อีกไม่กี่วันก็จะเดินทางถึงเมืองโยวเป่ยที่พวกเราต้องไปอยู่แล้ว เ้าก็อดทนอีกหน่อยนะลูก" เกาซื่อส่งชามให้จินเยว่พร้อมทั้งลูบหัวนาง
"ท่านแม่ ข้า ข้าคิดถึงท่านเหลือเกิน" จินเยว่เอ่ยด้วยเสียงสะอื้น เป็เพราะนางคิดถึงคุณแม่ของนางมากจริงๆ แล้วมารดาของร่างนี้ก็เหมือนแม่ของนางราวกับคนเดียวกัน ความโหยหาตลอดสามปีที่ผ่านมามันกลั่นออกมาเป็คำพูดมิได้ มีเพียงกอดที่นางส่งไปให้เกาซื่อเท่านั้นที่บอกความรู้สึกของนางออกมาทั้งหมดแทน
"เ้าลูกคนนี้ เพียงหลับไปสามวันเท่านั้น จะมาคิดถึงแม่ได้อย่างไร" นางแสร้งดุแต่มือข้างที่ไม่ได้กอดบุตรสาวก็ยกขึ้นปาดน้ำตาทิ้งตลอด ์เท่านั้นที่จะรู้ว่านางกลัวสูญเสียบุตรสาวมากเพียงใด
เสวี่ยป๋อเหวินที่เข้ามาเห็นสองแม่ลูกกอดกันร้องไห้ก็รีบเดินเข้ามาสอบถามทั้งคู่ว่าเป็อันใด เมื่อรู้เื่ก็ดึงทั้งคู่มากอดพร้อมทั้งพร่ำบอกว่าเป็ตนเองที่อ่อนแอจนถูกคนใส่ร้าย
จินเยว่ลอบสาบานในใจว่านางจะหาหลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์ของบิดา และจะเอาคืนคนที่ทำให้ครอบครัวของนางเป็เช่นนี้อย่างสาสมเป็แน่