เดินถึงบ้าน จิ้งชูรีบหาถังไม้ใบใหญ่ใส่น้ำแล้วเทปลาที่อยู่ในตะกร้าลงไป เมื่อปลาได้น้ำก็สะบัดหางว่ายไปมาอย่างเริงร่า ส่วนหยุนซีก็ช้อนกุ้งฝอยไปล้างแล้วใส่กระจาดเพื่อตากแดดเหมือนเมื่อวาน
เด็ก ๆ ต่างนั่งลงมองปลาในถัง ส่วนจิ้งชูก็ล้างตะกร้าที่ใช้ดักปลาจนสะอาดแล้วผึ่งให้แห้ง
หยุนซีท้าวคางมองปลาที่ขังไว้อย่างใช้ความคิด ปลาเฉาตัวขนาด 2-3 ชั่ง มีอยู่ 6-7 ตัว ปลาตะเพียนขนาดตัวละหนึ่งชั่งมี 12 ตัว นอกจากนี้ยังมีปลาดุกขนาดใหญ่อีก 3 ตัว
เธอชอบกินอาหารที่มีรสชาติจัดจ้านเผ็ดร้อน สมาชิกในบ้านก็กินเผ็ดได้ เพียงแต่เครื่องปรุงรสและวัตถุดิบทำอาหารมีค่อนข้างจำกัด เท่าที่เห็นในครัว นอกจากเกลือก็มีพริกแห้ง กระเทียม ขิง
‘ทำอะไรกินดีน้า’ หยุนซีใช้มือทั้งสองข้างท้าวคางครุ่นคิด
ในบ้านเหลือเกลือกับน้ำมันไม่มากแล้ว ต้องใช้อย่างประหยัด เท่ากับเครื่องปรุงรสอาจจะไม่มี
ปลาต้มผักกาดดอง น่าจะเป็อาหารที่เหมาะกับสถานการณ์ในตอนนี้
ปลาต้มผักกาดดอง หรืออีกชื่อคือ ปลาต้มเปรี้ยวเผ็ด เป็อาหารเสฉวนที่ได้รับความนิยมเป็อย่างมาก เพราะรสชาติที่เป็เอกลักษณ์ เผ็ดเปรี้ยวเค็มครบรส อาหารจานนี้ใช้ปลาเฉาและผักกาดดองเป็วัตถุดิบหลัก
เนื้อปลานุ่ม ๆ เข้ากันได้ดีกับความเผ็ดของพริกและรสเปรี้ยวเค็มของผักกาดดอง น้ำแกงรสจัดจ้านอร่อยจนต้องยกซด
ปลามีโปรตีนสูงและยังมีแร่ธาตุ สารอาหารที่จำเป็ต่อร่างกาย ผักกาดดองมีกรดแลคติกที่ช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีขึ้นและเพิ่มความอยากอาหาร
‘ทำเ้านี่ก็แล้วกัน’
“อาเล็ก ที่บ้านมีผักกาดดองมั้ยเ้าคะ?”
“มีสิ แต่มันเปรี้ยวมากเลยนะซีซี”
เมื่อผักกาดที่ปลูกโตเต็มที่และเก็บกินไม่ทัน ชาวบ้านส่วนใหญ่จึงมักจะทำผักดองเก็บไว้กินตลอดทั้งปี แต่เพราะเกลือมีราคาแพง ส่วนใหญ่จึงละลายเกลือเพียงเล็กน้อยทำน้ำเกลือดองผัก ผลที่ได้คือผักที่ดองมีรสเปรี้ยวมาก
“เปรี้ยวก็ไม่เป็ไร ใช้ได้เ้าค่ะ เดี๋ยวอาเล็กช่วยฆ่าปลาเฉาตัวใหญ่ซัก 3 ตัว ควักไส้ขอดเกล็ดล้างให้สะอาดแล้วแล่เนื้อปลาเป็ชิ้น วันนี้เราจะกินปลาต้มผัดกาดดอง กับ กุ้งย่าง เป็มื้อเย็นกัน”
จิ้งชูจับปลาขึ้นมาสามตัวแล้วเดินเอาไปฆ่าด้านนอกครัวโดยไม่รีรอ
“อาเล็กควักไส้ล้างให้สะอาด ๆ นะเ้าคะ ไม่งั้นน้ำแกงจะขม” หยุนซีะโไล่หลังผู้เป็อาไป
อาหารที่ทำจากปลา ถ้าล้างทำความสะอาดไม่ดี ปลาจะมีกลิ่นคาวมาก กินไม่อร่อย
“รู้แล้ว ๆ เ้าก็ไปเล่นกับพวกพี่ชายรอเถอะ”
พอเห็นหลานสาวไม่ทำตามกลับมานั่งยอง ๆ อยู่ด้วยไม่ไกล จิ้งชูได้แต่ยิ้มน้อย ๆ
ยังไงหยุนซีก็ไม่ใช่เด็กจริง ๆ ซะหน่อย เธอจึงมานั่งมองอาหนุ่มฆ่าปลาควักไส้ ขอดเกล็ดปลาโดยไม่กลัว พวกพี่ชายอีกสามคนต่างก็เดินมานั่งมองเป็เพื่อนด้วย
หลังจากทำความสะอาดปลาเสร็จแล้วก็พักให้สะเด็ดน้ำ
จิ้งชูหยิบเขียงออกมาวาง จากนั้นเริ่มตัดหัวและหางปลาแยกไว้ในชามอีกใบ แล่เนื้อปลาออกมาแล้วหั่นเป็ชิ้นใหญ่ ๆ ตามคำบอกของหลานสาวที่ยืนกำกับอยู่ไม่ไกล หยิบหัวปลามาผ่าครึ่ง สับก้างปลาเป็ท่อน ๆ
‘อาเล็กนี่ ฝีมือทำครัวไม่ธรรมดาจริง ๆ’
“อาเล็ก โรยเกลือลงไปหมักปลานิดหน่อยเ้าค่ะ” เนื้อปลาหมักด้วยเกลือ รสชาติจะได้อร่อยขึ้น
ระหว่างนั้น หยุนไป่ก็จุดไฟตั้งหม้อต้มน้ำร้อนบนเตาเรียบร้อยแล้ว
จิ้งชูเดินไปหยิบไหใบใหญ่ที่อยู่มุมครัวขึ้นมา มันคือไหผักดองของที่บ้าน พอเปิดไห กลิ่นเปรี้ยวอันรุนแรงของผักดองก็โชยออกมาทันที
ตักผักกาดดองออกมา 2 หัว เอาไปลวกในน้ำร้อนแล้วล้างน้ำสะอาดอีกรอบ บีบน้ำออกจนหมาดแล้วหั่นเป็ชิ้น ๆ
จากนั้นหั่นกระเทียมเป็แว่น หั่นพริกแห้งและขึ้นฉ่ายเป็ท่อน สับขิงจนละเอียด เตรียมไว้
เอาหม้อมาตั้งไฟ ใส่น้ำมันลงไปเล็กน้อยสำหรับผัดหัว หางและก้างปลา ผัดจนสุกเหลืองแล้วตักออกใส่จาน
ล้างหม้อให้สะอาด ใส่น้ำมันนิดหน่อยผัดกระเทียม พริกแห้ง ขิงสับจนหอม ใส่ผักกาดดองลงไปผัดรวมกัน จากนั้นใส่ชิ้นส่วนปลาที่ผัดเตรียมไว้ลงไป เติมน้ำแล้วต้มจนเดือด หมั่นช้อนฟองทิ้ง ใส่เกลือเล็กน้อยแล้วลดไฟลงเหลือไฟอ่อน ต้มจนน้ำแกงต่อจนเดือด ตักผักกาดดองและก้างปลาออกใส่ก้นชาม
จากนั้นใส่เนื้อปลาลงไปต้มแค่สุก ปิดฝาแล้วยกออกจากเตา เวลาจะกินค่อยอุ่นให้ร้อนแล้วเทใส่ชามที่รองด้วยผักกาดดองและก้างปลา โรยหน้าด้วยขึ้นฉ่ายเป็อันเสร็จ
กลิ่นหอมเตะจมูก ส่งกลิ่นตลบอบอวลไปทั่วทั้งบ้าน ทำเอาแต่ละคนน้ำลายสอ
“อาเล็ก ต่อไปทำกุ้งย่างเ้าค่ะ ท่านปู่กับทุกคนใกล้จะกลับมาแล้ว” หยุนซีเขย่ามืออาหนุ่มพร้อมกับเอ่ยเตือน
“ได้” จิ้งชูรีบหาไม้ไผ่หลังบ้านมาเหลาเป็ท่อนยาวกว้างประมาณครึ่งนิ้วก้อย ยาวประมาณท่อนแขน เหลาปลายให้แหลมแล้วเสียบกุ้งตามหลานสาวบอก พวกพี่ชายต่างมาช่วยกันเสียบกุ้งเรียงเป็ไม้ ๆ จนเต็มกระจาด
จากนั้นโรยขี้เถ้าเล็กน้อยในเตาเพื่อลดความร้อน เอาไม้เสียบกุ้งวางพาดย่างด้วยไฟอ่อนจนตัวกุ้งเปลี่ยนเป็สีส้ม หยุนไป่เข้ามาช่วยย่างกุ้งโดยมีหยุนซียืนกำกับอยู่ด้านหลัง ย่างไปเรื่อย ๆ จนกุ้งที่เสียบไว้สุกหมด ระหว่างนั้นจิ้งชูก็หันไปตั้งหม้อต้มโจ๊กใส่หัวมันเตาข้าง ๆ
พวกเด็ก ๆ ที่เหลือก็วิ่งออกไปเตรียมสถานที่ จัดโต๊ะกินข้าวรอท่า
หยุนซีนั่งตรงที่ประจำใต้ต้นทับทิมหน้าบ้าน รอคอยสมาชิกที่เหลือกลับมา ส่วนพวกพี่ชายก็วิ่งเล่นอยู่ใกล้ ๆ กัน
เห็นเงาคนเดินมาแต่ไกล เช่นเคย ปู่หลี่กับย่าเถียนต่างวิ่งแข่งกันมาอุ้มหลานสาวตัวน้อย
“ซีซี ปู่กลับมาแล้ว”
“ซีซี คิดถึงย่ามั้ย?” ทุกคนยิ้มและหัวเราะอย่างขำขัน
“ท่านพี่ อีกหน่อยพวกเราคงตกกระป๋อง” จิ้งเหอพูดขำ ๆ
จิ้งชางหัวเราะหึ ๆ “ไม่ใช่อีกหน่อยหรอก เ้าไม่เห็นรึ? ท่านพ่อท่านแม่แสดงออกโจ่งแจ้งขนาดนั้น”
“ก็จริง” พวกผู้หญิงได้แต่ยิ้มขำกับบทสนทนาของสองพี่น้อง
หลังจากทุกคนล้างไม้ล้างมือเรียบร้อยแล้ว จิ้งชูก็ทยอยยกอาหารออกมา
บนโต๊ะมีชามไม้ขนาดใหญ่ใส่น้ำแกงปลาสีขาวนวล ต้นหอมและพริกแห้งลอยอยู่้า ดูน่ากินและกลิ่นก็หอมยั่วยวนจนต้องกลืนน้ำลาย ข้าง ๆ กันเป็ถาดใส่กุ้งย่างสีแดงส้มน่ากินกองพะเนินยั่วตา
“กลิ่นหอมน่ากินเหลือเกิน น้องเล็กฝีมือเ้าก้าวหน้าไปมาก” จิ้งเหอพูดไปก็กลืนน้ำลายไป อาหารวันนี้น่ากินและมีกลิ่นหอมยิ่งกว่าเมื่อวานซะอีก
ทุกคนต่างเฝ้ารอจะลิ้มรสอาหารวันนี้
“งั้นก็ลงมือกินกันเถอะ” เมื่อปู่หลี่เริ่มขยับตะเกียบ คนที่เหลือต่างพากันลงมือกินอย่างรวดเร็ว
ปลาต้มผักกาดดองมีรสเปรี้ยวออกเผ็ดเล็กน้อย เนื้อปลานุ่มแน่นไม่เละ กลืนน้ำแกงลงท้องแล้วกลิ่นรสยังค้างอยู่ในปาก ทำให้อยากกินไม่หยุด อร่อยจนแต่ละคนกินกันไม่เหลือมาด
“เนื้อปลานุ่มอร่อยจริง ๆ ” ปู่หลี่ที่เพิ่งกลืนเนื้อปลาเอ่ยชมไม่หยุดปาก
“ใช่ ๆ น้ำแกงนี่ซดแล้วคล่องคอ มีรสเปรี้ยวและเผ็ดนิด ๆ อร่อยจนหยุดไม่ได้” ย่าเถียนพึงพอใจมาก
หยุนซีหยิบกุ้งเผามาเด็ดหัวออก แกะเปลือกแล้วเอาเข้าปากไม่รอช้า ‘กุ้งสดมาก เนื้อหวานเด้งสู้ฟันสุด ๆ’
คนอื่น ๆ พอเห็นก็ทำตาม อร่อยจนติดใจ ทำให้เกิดาแย่งกุ้งเผา
“เ้ารอง แบ่งข้าบ้างสิ เ้ากินไปเยอะแล้วนะ”
“พี่ใหญ่ ข้าเพิ่งกินได้ไม่กี่ตัวเองนะ”
“ข้าควรเป็คนพูดประโยคนี้มั้ย ดูซากกุ้งตรงหน้าเ้าซะก่อน เหอะ!!”
“เอาล่ะ ๆ เถียงกันเป็เด็ก ๆ ไปได้ กุ้งยังมีอีกตั้งเยอะแยะ ไม่ต้องแย่งกัน, ตาเฒ่า!! เ้าขโมยกุ้งที่ข้าแกะไว้ไปใช่มั้ย? เผลอเป็ไม่ได้เชียว ฮึ่มมม!!!” ปู่หลี่ทำไม่รู้ไม่ชี้ เคี้ยวกุ้งในปากอย่างมีความสุข
“เอานี่ น้องเล็ก พี่แกะให้แล้ว” หยุนไป่เห็นน้องชอบเลยแกะกุ้งใส่ชามให้
“ขอบคุณเ้าค่ะ พี่ใหญ่ก็ต้องกินเยอะ ๆ นะเ้าคะ ต้องรีบด้วย ไม่งั้นอารองกินหมดก่อนแน่”
มื้อค่ำวันนี้เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ เสียงโวยวายสลับกันไป ทุกคนต่างมีความสุขและอิ่มหนำสำราญ
หยุนซีมองใบหน้ายิ้มแย้มของคนในครอบครัวอย่างมีความสุข อาหารวันนี้ไม่ได้อร่อยที่สุดสำหรับเธอ แต่ก็เป็ที่น่าพอใจในระดับนึง
แค่ได้ยินเสียงหัวเราะพูดคุยระหว่างมื้ออาหาร เห็นความพึงพอใจในรสชาติอาหารมื้อเย็นแปลกใหม่ แค่นี้ก็คือว่าเธอบรรลุเป้าหมายแล้ว