บทที่ 12 บางทีอาจไม่มีอดีตและอนาคต มีเพียงปัจจุบัน
เมื่อคำอธิบายของเจียงเจ๋อจบลง ผู้ชมทางบ้านต่างก็ตกตะลึงจนตาค้าง คำว่า ‘ใช้ชีวิตอยู่ในปี 1980 ที่เป็อนาคต’ ประโยคนี้สั่นคลอนหัวใจของทุกคนอย่างรุนแรง
ไม่นานนัก กระแสคอมเมนต์ในไลฟ์ก็ะเิขึ้นทันที
[คอมเมนต์ : คำตอบของแกรนด์ฟาเธอร์ พาราด็อกซ์... ต้องเป็อันนี้แน่นอน!]
[คอมเมนต์ : ใช่เลย ต้องอันนี้แหละ พิธีกรเจียงเจ๋อเทพมาก เทพสุด ๆ ไปเลย!]
[คอมเมนต์ : ฉันยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ ทำไมถึงเป็แบบนั้น ถ้าปู่ตาย หลานก็ต้องไม่มีตัวตนสิ!]
[คอมเมนต์ : นั่นสิ ฉันไม่อยากคิดให้ซับซ้อนนะ แต่แกรนด์ฟาเธอร์ พาราด็อกซ์มันจะวนกลับมาที่ปู่ตาย หลานก็อยู่ไม่ได้เสมอ มีใครบอกฉันได้บ้าง?]
[คอมเมนต์ : ไม่รู้เหมือนกัน แต่รู้สึกว่ามันเทพชะมัด!]
...
มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์โมตู
ภายในหอพักที่ไม่มีใครอยู่ กงซุนจื้อจ้องมองโทรศัพท์มือถือด้วยความตกตะลึง หลังจากฟังการวิเคราะห์ของเจียงเจ๋อมือขวาของเขาก็สั่นไม่หยุด
สายแรกที่โทรเข้ามาคือสายของเขานั่นเอง!
ในขณะที่เพื่อนร่วมห้องต่างโดดเรียนไปเที่ยวผับ เขากลับเลือกที่จะอยู่ในหอพักเพียงลำพัง ด้วยความเบื่อหน่ายเขาจึงไถดูวิดีโอในโทรศัพท์มือถือ และบังเอิญไปเห็นไลฟ์สดของสถานีโทรทัศน์เมืองซู
เหตุผลหลักคือหัวข้อ ‘ไขปริศนาแกรนด์ฟาเธอร์ พาราด็อกซ์’ ที่ดึงดูดสายตาของเขา ตอนแรกเขาตั้งใจจะฟังเพื่อจับผิดเจียงเจ๋อ
ใน่แรกเจียงเจ๋อก็แค่พูดตามหลักการทั่วไปไม่มีอะไรพิเศษ จนกระทั่งต่อมาเจียงเจ๋อใช้กลศาสตร์ควอนตัมพิสูจน์เื่โทรจิตระหว่างฝาแฝดไข่ใบเดียวกันและระหว่างแม่กับลูกสาว… สิ่งนี้ทำให้เขารู้สึกว่าความคิดของเจียงเจ๋อนั้นแปลกประหลาดแต่สมเหตุสมผลอย่างยิ่ง!
ด้วยเหตุนี้กงซุนจื้อจึงดูต่อไป และยิ่งดูเขาก็ยิ่งรู้สึกใจสั่น การนำทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ที่มีอยู่แล้วในโลกนี้มาสร้างสรรค์เป็ทฤษฎีวิทยาศาสตร์ขึ้นมาใหม่ สิ่งนี้ไม่เพียงแต่ต้องมีความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่แข็งแกร่งเท่านั้น แต่ยัง้าวิธีคิดและตรรกะแบบใหม่โดยสิ้นเชิง นี่ไม่ใช่แค่สิ่งที่บัณฑิตจบใหม่ทั่วไปควรจะมี
ความจริงในตอนนั้น กงซุนจื้อก็รู้แล้วว่าความรู้ของเจียงเจ๋อนั้นห่างไกลจากคำว่าพิธีกรที่เพิ่งเรียนจบมาก แต่ใครจะไปคิดว่าเมื่อฟังจนจบ คำตอบบางอย่างของแกรนด์ฟาเธอร์ พาราด็อกซ์จะถูกเจียงเจ๋อเปิดเผยออกมาจริง ๆ!
"‘หลานใช้ชีวิตอยู่ในปี 1980 ที่เป็อนาคต’ ไม่ใช่ ‘ใช้ชีวิตอยู่ในปี 1980 ที่เป็อดีต’ ใช่แล้ว ‘ปี 1980 ในอดีต’ สำหรับหลานแล้ว มันคือ 'อนาคต' ของตัวหลานเองมาโดยตลอด ‘ปี 1980 ในอนาคต’ สำหรับหลานแล้ว ไม่ว่าปู่จะตายหรือไม่ มันไม่มีความเกี่ยวข้องหรือส่งผลกระทบใด ๆ ต่อหลานเลย!"
"เขาพูดถูก เขาแก้ปัญหาแกรนด์ฟาเธอร์ พาราด็อกซ์ได้จริง ๆ ภายใต้เงื่อนไขของเส้นเวลาเดียว!" รอยยิ้มที่ดูคลุ้มคลั่งค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของกงซุนจื้อ
บางทีปฏิทรรศน์ทุกอย่างอาจมีทางแก้ เพียงแต่คนในโลกนี้ไม่มีวิธีคิดแบบใหม่เหมือนเจียงเจ๋อ!
"ยังอยู่ไหมครับ ถ้าไม่อยู่แล้ว ผมเตรียมจะเปลี่ยนเป็ผู้โชคดีทางบ้านท่านต่อไปแล้วนะครับ" เสียงของเจียงเจ๋อดังมาจากปลายสาย เมื่อเห็นว่าไม่มีใครพูดเขาก็รีบวางสายไปทันที
...
ภายในสถานีโทรทัศน์เมืองซู
เหล่าหวัง ผู้รับผิดชอบการตรวจสอบเรตติ้งมีสีหน้าตื่นตระหนกอีกครั้ง ตอนแรกเขาคิดว่ารายการใกล้จะจบแล้ว เรตติ้งก็ไม่น่าจะพุ่งขึ้นอีก แต่ใครจะไปคิดว่าใน่ท้ายรายการจำนวนคนดูออนไลน์ของสถานีโทรทัศน์จะทะลุหลักหนึ่งล้านคนไปแล้ว
"บ้าไปแล้ว จะจบรายการอยู่แล้วแต่ยังมีคนดูและยอดคนดูสูงขนาดนี้ การไขปริศนาแกรนด์ฟาเธอร์ พาราด็อกซ์มันเป็ที่นิยมขนาดนี้เลยเหรอ?"
หลังจากใได้ครู่หนึ่ง เขาก็รีบโทรศัพท์ไปบอกเหล่าจ้าว ผู้อำนวยการสถานี
เมื่อเหล่าจ้าวทราบข่าวเขาก็รู้สึกอึ้งไปเหมือนกัน สถานีโทรทัศน์ที่อื่นพอใกล้จบรายการ เรตติ้งก็มักจะต่ำที่สุด แต่สถานีของเรากลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง
"ก็ต้องสูงอยู่แล้วสิ เจียงเจ๋อแก้ปัญหาแกรนด์ฟาเธอร์ พาราด็อกซ์ได้ั้แ่คำถามแรกเลยนะ"
"อะไรนะ? แก้ได้? แก้ยังไง?"
"จะแก้ยังไงได้ล่ะ ก็หลานใช้ชีวิตอยู่ในปี 1980 ของอนาคต ไม่ใช่ปี 1980 ของอดีตไง!"
"นี่มัน..." พอคำตอบนี้ออกมา เหล่าหวังที่ไม่ได้ดูวิดีโอในโทรศัพท์มือถือเลยตลอดทั้งรายการก็ถึงกับอึ้ง
คำตอบที่แม้แต่คนเรียนไม่เก่งอย่างเขายังเข้าใจได้ แสดงว่าคนส่วนใหญ่คงจะเข้าใจคำตอบของเจียงเจ๋ออย่างทะลุปรุโปร่ง
หวังกั๋วเซิ่งหันไปมองหวังหลินที่มีสีหน้าครุ่นคิด "นายกำลังคิดอะไรอยู่ หวังหลิน?"
หวังหลินส่ายหัวอย่างขำตัวเอง "ใช้ชีวิตอยู่ในปี 1980 ของอนาคต ไม่เกี่ยวข้องกับการที่ปู่ในอดีตจะตายหรือไม่ นี่เป็คำตอบที่กล้าหาญมาก อาจารย์เจียงใช้แก่นของกลศาสตร์ควอนตัมมาอธิบายแกรนด์ฟาเธอร์ พาราด็อกซ์"
เซียวสืออีขมวดคิ้ว "แก่นเหรอ แก่นคืออะไร?"
หวังหลินสูดลมหายใจลึกแล้วอธิบายว่า "นอกจากเื่การสังเกตและการไม่สังเกตควอนตัมแล้ว ในกลศาสตร์ควอนตัมยังมีแก่นอีกอย่างหนึ่ง คือ อดีต ปัจจุบัน และอนาคต ดำรงอยู่พร้อม ๆ กัน"
เหล่าจ้าวทำหน้ามึนงง "ดำรงอยู่พร้อมกัน?"
คำพูดนี้ทำให้ทุกคนยิ่งงุนงงมากขึ้นไปอีก เมื่อเห็นดังนั้นหวังหลินจึงรีบหยิบกระดาษและปากกาข้างตัวมาวาดแผนผังคร่าว ๆ เพื่อประกอบคำอธิบาย ทุกคนต่างจ้องมองด้วยความอยากรู้
หวังหลินชี้ไปบนกระดาษแล้วพูดด้วยสีหน้าจริงจังว่า "ใช่ครับ พูดแบบนี้ก็ได้ บนเส้นเวลาเดียวกัน จริง ๆ แล้วมีเส้นจุดเวลาเล็ก ๆ สามเส้น ซึ่งสามเส้นนี้สอดคล้องกับ อดีต ปัจจุบัน และอนาคต"
"สำหรับหลาน ปู่ใช้ชีวิตอยู่ใน 'อดีต' ส่วนตัวหลานเองใช้ชีวิตอยู่ใน 'ปัจจุบัน' และสำหรับปู่ ตัวปู่เองใช้ชีวิตอยู่ใน 'ปัจจุบัน' ส่วนหลานใช้ชีวิตอยู่ใน 'อนาคต'"
เมื่อเล่าถึงตรงนี้ เขาก็ขีดฆ่าคำว่า 'อดีต' และ 'อนาคต' ของอีกสองเส้นทิ้ง สุดท้ายเขาตั้งกระดาษขึ้นตรง ๆ และอธิบายอีกครั้งว่า "ดังนั้นคำตอบจึงชัดเจน สำหรับปู่และหลานพวกเขาต่างคือคนที่ใช้ชีวิตอยู่ใน 'ปัจจุบัน'"
"สำหรับจิ๋นซีฮ่องเต้ จิ๋นซีฮ่องเต้ใช้ชีวิตอยู่ในปัจจุบัน สำหรับจิ๋นซีฮ่องเต้ ถังไท่จงใช้ชีวิตอยู่ในอนาคต และสำหรับถังไท่จง พวกเราใช้ชีวิตอยู่ในอนาคต"
"สำหรับพวกเรา ใครกันที่ใช้ชีวิตอยู่ใน 'อนาคต'? คำตอบคือไม่มี ไม่เคยมีสิ่งที่เรียกว่า ‘คนในอนาคต’ มีแต่ ‘คนปัจจุบันในอดีต’ ‘คนปัจจุบันในยุคนี้’ และ ‘คนปัจจุบันในอนาคต’"
"ขอแค่ทุกคนลองคิดตามนิดหน่อย ก็จะพบสัจธรรมที่เข้าใจง่ายว่า 'อดีต' และ 'อนาคต' เคยมีอยู่จริงหรือเปล่า? ดังนั้นคำตอบของอาจารย์เจียงจึงเป็การบอกสัจธรรมในระดับลึกเหล่านี้แก่พวกเรา!"
เมื่อคำอธิบายของหวังหลินจบลง ทุกคนในห้องประชุมต่างตกตะลึงและตกอยู่ในความเงียบเพื่อครุ่นคิด
นั่นสินะ จะมีอดีตกับอนาคตได้ยังไง อดีตสำหรับคนที่อยู่ในตอนนั้นคือ ‘ปัจจุบัน’ ในปัจจุบันสำหรับพวกเราคือ ‘ปัจจุบัน’ และอนาคตสำหรับพวกเขาในอนาคตคือ ‘ปัจจุบัน’
หากลองคำนวณตามสัดส่วนน้ำหนักจะพบได้อย่างชัดเจนว่า อดีตและอนาคตไม่เคยมีอยู่จริง! สิ่งที่มีอยู่ตลอดมาคือปัจจุบัน!
ในขณะที่เหล่าผู้บริหารกำลังจมอยู่ในความคิดจนถอนตัวไม่ขึ้น เสียงของเจียงเจ๋อก็ดังมาจากหน้าจอขนาดใหญ่
"เอาละ ขอเชิญผู้ชมทางบ้านท่านที่สองครับ!"
"ตื๊ด ตื๊ด ตื๊ด!" ดังขึ้นไม่กี่ครั้ง ตามด้วยเสียง คลิก! สายโทรศัพท์สายใหม่ถูกเชื่อมต่อสำเร็จ
ครั้งนี้ผู้ที่โทรเข้ามาเป็ชายวัยกลางคนถึงสูงอายุ น้ำเสียงทุ้มกังวานและมีเสน่ห์ "สวัสดีครับ อาจารย์เจียง ผมศาสตราจารย์เฝิงจื้อหย่วน จากมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์จิงตู สอนวิชาฟิสิกส์ทฤษฎีมหภาค ผมมีคำถามหนึ่งอยากจะขอคำชี้แนะจากคุณครับ!"
ทันทีที่คำพูดนี้หลุดออกมา ผู้ชมและเหล่าผู้บริหารต่างก็ตระหนักได้ทันที
ผู้ชมทางบ้านต่างรู้สึกประหลาดใจ ศาสตราจารย์สายวิทยาศาสตร์จากเมืองจิงตูถึงกับออกโรงเองเลยเหรอ?
ส่วนเหล่าผู้บริหารกลับมีสีหน้าแปลก ๆ คนที่ดูเป็มืออาชีพยิ่งกว่าครั้งก่อนปรากฏตัวออกมาแล้ว แบบนี้จะทำอย่างไรดี?