หลังจากที่ได้อาบน้ำพักผ่อนกันสักพัก หานหรงอวี่กับหานหรงชาง ที่พักอยู่ห้องเดียวกัน ก็ออกมารอตรงห้องอาหาร มานั่งคุยกับหานหรงเหลียนเพื่อสอบถามเื่ราวที่ผ่านมาของนางและหานหนานหยาง พอได้ยินเื่ราวทั้งหมด หานหรงอวี่ก็คิดว่ามันมีหลายอย่างที่ผิดปกติ คนที่ร่างกายแข็งแรงมาตลอด แล้วอยู่ๆจะล้มป่วยจนกระทั่งเดินไม่ได้ ได้อย่างไร
"ท่านอาหญิง หลานคิดว่าเื่ราวที่พี่หนานกงล้มป่วย มันดูแปลกนะขอรับ ตามที่ท่านอาหญิงเล่ามา หลังจากเลิกงานกลับมา ตื่นมาตอนเช้าพี่หนานกงก็ไม่สามารถเดินได้อีก แถมหมอทุกคนยังไม่รู้สาเหตุ มันจะเป็ไปได้อย่างไร ไม่ใช่หมอพวกนั้นหลอกท่านอาหรือขอรับ"
"ใช่ ปกติคนป่วยหมอก็ต้องรู้บ้างว่าเกิดจากอะไร ถึงแม้ว่าการรักษายังไม่ได้ก็เถอะ หลานว่าต้องมีคนคิดร้ายกับพี่หนานกงแน่นอน อาจจะเป็คนที่ใกล้ชิดและเป็คนที่ท่านอากับพี่หนานกงเชื่อใจ เป็คนทำร้ายพี่หนานกงก็ได้นะขอรับท่านอาหญิง"
หานหรงชางเชื่อในสัญชาติญาณของพี่ชาย หากเขาพูดมาแบบนี้แสดงว่าเขาเริ่มเห็นอะไรบางอย่างแล้ว
หานหรงเหลียนใจกระตุก เริ่มคิดตามที่หลานชายพูดมา พอเริ่มนึกถึงบางอย่างได้ก็ใจสั่น มันจะเป็ไปได้อย่างไรที่คนผู้นั้นจะลงมือกับลูกชายของนาง แล้วถ้าหากใช่ละ เื่นี้คงต้องตรวจสอบอีกครั้ง นางไม่อยากจะปรักปรำใครโดยที่ไม่มีหลักฐาน
"ท่านอาลองคิดดี ๆ ซิขอรับว่าก่อนหน้านั้นพี่หนานกงทำอะไร อยู่ที่ไหน แล้วก็กินอะไรลงไปบ้าง มีคนรอบข้างท่าทางแปลกๆหรือเปล่า"
หานหรงอวี่เห็นสีหน้าที่ดูเปลี่ยนไปของหานหรงเหลียนก็รีบกระตุ้นความจำของนางทันที
"อาก็ไม่มั่นใจนัก เอาไว้ถามพี่ชายของเ้าก่อน อาเองก็ไม่เคยถามเขาเป็เื่เป็ราวจริง ๆจัง ๆสักที ส่วนอาการรอให้หมอหลี่ตรวจดูก่อน ว่าจะเหมือนกับที่หมอพวกนั้นพูดหรือเปล่า เดี๋ยวเราคงได้รู้ความจริงสักที เดี๋ยวอาไปเรียกพี่ชายกับพี่สะใภ้ของพวกเ้าก่อนนะ
ชางเอ๋อร์ไปเรียกคนของเ้าที่มาด้วย มารับอาหารที่ พี่สะใภ้เ้าเตรียมเอาไว้ให้แล้ว อยู่ในครัว ให้พวกเขามาช่วยกันยกเอาไปกินที่บ้านหลังนั้นได้เลย
"พี่ชายแต่งงานแล้วหรือขอรับ พวกเราไม่เห็นรู้เลย"
หานหรงเหลียนจึงเล่าเื่ราวของกุ้ยเหมยคร่าวๆ ให้หลานชายฟัง โดยไม่บอกว่านางวางยาหานหนานกง เพราะว่ามันผ่านมานานแล้ว หากครอบครัวทางฝั่งของนางรู้คงจะมองลูกสะใภ้ของนางไม่ดี จึงได้บอกว่า นางเป็กำพร้า แล้วหานหนานกงเห็นนางแล้วเกิดถูกใจ จึงได้แต่งนางเป็ภรรยา
ส่วนเื่จะยกนางมาให้เป็ฮูหยินน้อย กุ้ยเหมยบอกกับนางว่าอยากให้หานหนานกงหายดีกว่านี้ก่อน นางยังไม่รีบร้อนอะไร คนที่ร้อนใจก็มีเพียงแค่บุตรชายของนางที่ไม่ยอม ให้นางไปยื่นเื่เอาชื่อของกุ้ยเหมยเป็ฮูหยินเอก และหานหลินหลันเป็บุตร โดยเกิดจากฮูหยินเอกเรียบร้อย เมื่อเดือนที่ผ่านมา แล้วค่อยทำพิธีแต่งงานอย่างถูกต้อง ตอนที่หานหนานกงหายดีแล้ว
"พี่สะใภ้ช่างจิตใจงดงามนัก หาได้ยากที่จะมีคนมาร่วมทุกข์กับคนที่หมดสิ้นทุกอย่างแบบนี้ ข้านับถือนางจากใจจริงเลย"
สองคนพี่น้องพอได้ยินเื่ราวก็นับถือสตรีผู้นี้อยู่ในใจ ได้ยินว่านางอายุเพียงแค่ 18 หนาวกลับเข้มแข็งยิ่งกว่าบุรุษอีก นับว่าเป็โชคของหานหนานกงที่ได้เจอคนที่รักและจริงใจแบบนี้ ไม่อย่างนั้นชีวิตของญาติผู้นี้คงเหลือทิ้งไว้แต่กระดูกให้ดูต่างหน้าแล้ว
"ใช่ อาก็คิดแบบนั้น ตอนนี้เรียกได้ว่านางเป็เสาหลักของบ้านหลังนี้ เงินทองที่ทำให้อาและกงเอ๋อร์ ได้ใช้จ่ายโดยไม่กังวล ก็มาจากเงินปันผลที่เกิดจากข้าวของที่นางออกแบบ มาให้สหายของกงเอ๋อร์ผลิตออกมาขาย จนขายดีขนาดคนทำแทบไม่ทัน เฉพาะแค่ในเวลาไม่กี่เดือน ตระกูลโจวก้าวขึ้นมาเป็ผู้นำการค้าในเขตนี้แล้ว ตระกูลจ้าวยังไม่อาจสู้ได้เลย"
"นางออกแบบอะไรหรือขอรับท่านอาหญิง ข้าชักอยากจะเห็นเสียแล้ว"
"กำลังสนทนาอะไรกันอยู่ขอรับท่านแม่ ดูท่าทางจริงจังเชียว"
ทั้งสามคนหันไปมองตามเสียงที่ดังขึ้นมา สองคนพี่น้องเห็นบุรุษผู้ที่พวกเขาเห็นหน้าเพียงครั้งแรก ก็สามารถรู้ได้ว่าเป็หานหนานกง เพราะใบหน้าที่เหมือนกับท่านอาหญิงเกือบเจ็ดส่วน บวกกับผิวที่ขาวใส จึงได้แต่คิดว่าพี่ชายคนนี้มีรูปโฉมไม่รู้ว่าจะเรียกว่าหล่อเหลาหรือว่างดงามดี เื้ัเป็สตรีที่ดูบอบบางเกินกว่าจะเชื่อว่า นางผ่านความยากลำบากมาขนาดนั้น อย่างที่ได้ยิน ใบหน้าเรียวเล็ก ดวงตากลมโตเป็ประกายสดใสสมวัย แต่บรรยากาศรอบตัวกลับอบอุ่นอ่อนโยน แทบไม่น่าเชื่อว่าจะพบในร่างของสตรีอายุน้อยแบบนี้
"พี่หนานกง ข้าหรงอวี่บุตรชายคนรองของแม่ทัพหานขอรับ"
"ส่วนข้าหรงชางเป็บุตรชายคนเล็กขอรับ"
"พี่ขอบใจที่มานะ นี่กุ้ยเหมยภรรยาของข้า ได้ยินว่าพวกเ้าเป็ถึงรองแม่ทัพ ข้าเกรงใจพวกเ้ามาก ที่ต้องรบกวนเวลาทำงาน ต้องเดินทางไกลมาถึงที่นี่"
"พี่หนานกง อย่าได้เกรงใจ เราต่างเป็คนในครอบครัวเดียวกัน ตอนนี้ท่านก็ใช้แซ่เดียวกันกับพวกเราแล้ว เราจะนิ่งเฉยอยู่ได้อย่างไร คารวะพี่สะใภ้ขอรับ รบกวนฝากท้องที่นี่นะขอรับ ข้าเริ่มจะหิวแล้วจริง"
ทั้งสองคนทำความเคารพกุ้ยเหมยในฐานะพี่สะใภ้ และความนับถือนางจากใจจริง
กุ้ยเหมยทำหน้าไม่ถูก เพราะไม่ว่าชาติไหนก็ไม่เคยถูกเรียกแบบนั้นก็รู้สึกแปลกๆ มองไปที่รองแม่ทัพที่อายุเท่ากับเด็กมหาลัย ยังเด็กอยู่ แต่กลับสามารถเป็ถึงรองแม่ทัพได้ คงไม่ธรรมดาแน่นอน
" รอสักพักนะเ้าคะ เดี๋ยวข้ายกอาหารมาให้"
"พวกข้าจะไปช่วยยกเอง งานนี้ข้าถนัดนัก" หรงชางน้องชายผู้สดใส รีบเดินตามกุ้ยเหมยเข้าไปในครัว นางจึงรีบหยิบเอาหม้ออาหารออกม าก่อนที่เขาจะเข้ามาข้างใน พอเขายกอาหารออกไป นางก็รีบร้อนเอาอาหารทั้งหมดออกมาอย่างรวดเร็ว ใจหายใจคว่ำเมื่อเขากลับมาเร็วกว่าที่คิด โชคดีที่นางหันหลังและเขากำลังจ้องมองอาหารแทบจะน้ำลายไหลออกมาอยู่แล้ว ก็เลยไม่ได้สังเกตเห็นความผิดปกติ
ระหว่างนั้นทหารที่ติดตามมาก็ช่วยกันขนอาหารที่กุ้ยเหมยทำ เอาออกไปกินตรงลานหน้าบ้าน กุ้ยเหมยจึงเอาเสื่อผืนใหญ่มาให้เขาปูพื้น เมื่อเห็นว่าเขาไม่กลับไปกินที่บ้านหลังเก่า โดยเอาน้ำกระเจี๊ยบใส่น้ำแข็งเย็นๆ ให้พวกเขาไปเพิ่มอีก 2 เหยือก
พอกลับมาที่ห้องอาหารกลับได้ยินเสียงคนะโเสียงดังขึ้นมาก็ใ
"์นี่มันคืออะไร!"
เสียงของหมอหลี่ดังขึ้นพร้อมกับถลาตัวออกมาลูบคลำรถเข็นของหานหนานกงด้วยความอยากรู้อยากเห็น ถ้าหากมีเ้าสิ่งนี้ ลูกชายของเขาก็ไม่ต้องนอนใช้ชีวิตอยู่ในห้องอย่างเงียบเหงาอีกต่อไป
เมื่อ10 ปีก่อน ลูกชายของเขาถูกโจรป่าทำร้าย ตอนย้ายถิ่นฐานมาเมืองหลวง ในปีนั้นเขาเหลือลูกชายแค่คนเดียวที่ภรรยาทิ้งเอาไว้ก่อนตาย เขาตัดสินใจมาเปิดโรงหมออยู่เมืองหลวง เพื่อให้ลูกชายเขามีโอกาสได้ร่ำเรียน เพราะมั่นใจในฝีมือของตัวเอง ไม่นึกว่าในระหว่างทาง กลับถูกปล้นชิงเอาทรัพย์สินไปไม่พอ มันยังฟันขาลูกชายวัย10 หนาวของเขาจนขาดกระเด็น ทำให้ลูกชายของเขาต้องกลายเป็คนพิการ เหลือขาซ้ายเพียงแค่ข้างเดียว ดีที่แม่ทัพหานผ่านมาช่วยพวกเขาเอาไว้ เขาจึงขอติดตามมาเป็หมอประจำตระกูลหานั้แ่นั้นเป็ต้นมา
"ท่านหมอหลี่ ใจเย็นก่อน ท่านเป็อะไรของท่านถึงได้ทำท่าแบบนั้น เดี๋ยวท่านอาหญิงของข้าใหมด"
หานหรงอวี่เอ่ยเตือนสติ หมอประจำตระกูลที่ตื่นเต้นกับรถเข็นจนเสียอาการ เขารู้ว่าเพราะอะไรท่านหมอหลีถึงได้มีอาการตื่นเต้นแบบนี้ คงอยากจะได้รถเข็นแบบนี้ไปให้ลูกชายกระมัง
พอได้ยินคุณชายรองเอ่ยเตือน เขาก็เริ่มตั้งสติได้ เมื่อสักครู่เขาเสียมารยาทมากเกินไปจริง จึงรีบประสานมือโค้งตัวขออภัยทั้งสองคนทันที
"ขออภัยที่ทำเสียมารยาทขอรับ คารวะฮูหยินกับคุณชายหนานกงขอรับ ข้าหลี่อานเป็หมอที่แม่ทัพส่งมาตรวจอาการของคุณชาย ข้าเห็นสิ่งที่คุณชายนั่งอยู่ มันน่าอัศจรรย์มาก จึงได้ลืมตัวไป หวังว่าฮูหยินกับคุณชายคงไม่ถือสานะขอรับ"
"ไม่เป็ไร หากท่านชอบ เดี๋ยวข้าจะให้ซิ่นเฉิงเอามาให้คันนึง สิ่งนี้เรียกว่ารถเข็น เหมยเอ๋อร์ภรรยาของข้าเป็คนคิดมันขึ้นมา หากสงสัยอะไรค่อยถามนางก็แล้วกัน"
"ข้าอยากได้ขอรับคุณชาย เออ...ขอคารวะฮูหยินน้อยขอรับ ฮูหยินช่างมีความสามารถ ที่คิดสิ่งนี้ออกมาได้ ข้าน้อยนับถือจากใจเลยขอรับ"
กุ้ยเหมยที่จัดเตรียมจานชามอยู่ ก็ต้องรีบรับการทักทายจากท่านหมอหลี่ทันที ใบหน้ามีสีแดงเพราะรู้สึกว่านางกำลังละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของคนอื่นอยู่ ของพวกนี้นางเป็คนคิดที่ไหนกัน นางเลียนแบบของที่เคยเห็นมาต่างหาก แต่ก็พูดไม่ออกเพราะในยุคนี้มันไม่มีรถเข็นแบบนี้จริงๆ แถมนางยังได้เงินจากการขายมันเป็กอบเป็กำอีกด้วย
"ท่านหมอหลี่อย่าได้พูดแบบนี้เลย ข้าเพียงคิดว่าจะมีอะไรสามารถช่วยสามีของข้าเท่านี้ ไม่ได้มีความสามารถอย่างที่ท่านชมเลยสักนิด มากินข้าวกันก่อนดีกว่าเ้าค่ะ เดี๋ยวอาหารเย็นก่อนจะไม่อร่อย" กุ้ยเหมยรีบเปลี่ยนเื่
นางเข็นรถสามีเข้ามาตรงโต๊ะกินข้าว ตอนนี้เขาสามารถใช้แขนได้ดีมากแล้ว จึงสามารถกลับไปใช้ตะเกียบได้ แต่เขายังบ่นว่าใช้ช้อนจนชินแล้ว กลับมาใช้ตะเกียบรู้สึกไม่ค่อยชินเท่าไหร่
เมื่อเห็นอาหารหน้าตาไม่เหมือนที่เคยเห็น บุรุษผู้มาใหม่ทั้งสามคนก็เลิกสนใจรถเข็นของหานหนานกง พอตักชิมคำแรกเท่านั้น สีหน้าแววตาปรากฏความพึงพอใจ จากนั้นก็ไม่มีใครพูดอะไรตลอดมื้ออาหาร ตั้งหน้าตั้งตากินกันเหมือนกับว่าพวกเขาอดข้าวอดน้ำมาเป็เวลานาน
สตรีที่นั่งอยู่ทั้งสองคนมองหน้ากันไปมา เมื่อเห็นการเติมข้าวคนละสามชามของหนุ่มๆ จนพวกนางทั้งสองคนต้องยอมแพ้
มีเพียงหานหนานกงที่ทำหน้าไม่รู้สึกอะไร แต่ั์ตาคมมีประกายความพึงพอใจชัดเจน ยืดตัวหลังตรงด้วยความภาคภูมิใจ ภรรยาของเขาทำอาหารอร่อยแบบนี้ คนพวกนี้คงจะรู้แล้วซินะว่า เขามีเมียที่ดีมากแค่ไหน
"โอ๊ะ! ไม่นะ ข้ามาไม่ทันอาหารกลางวันอย่างนั้นหรือ?!"
โจวซิ่นเฉิงที่มาฝากท้องตอนกลางวัน ร้องเสียงหลงด้วยความปวดใจ เขามาตรงเวลาแท้ๆ ทำไมอาหารกลับไม่เหลือ เขาอุตส่าห์เร่งงานมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ พวกตะกละพวกนี้เป็ใครถึงได้มาแย่งอาหารของเขาจนไม่เหลือเลย
เพราะเสียงนี้ทำให้คนทั้งหมดถึงได้เงยหน้าขึ้นมาจากอาหารที่อยู่ตรงหน้า ท่ามกลางความรู้สึกหลากหลายของคนมาใหม่ทั้งหมด ว่าบุรุษที่ทำท่าประหลาดผู้นี้เป็ใคร โดยที่เ้าของบ้านที่ชินกับการมากินข้าวโดยไม่ได้รับเชิญตลอดั้แ่วันแรกที่มาจนถึงวันนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะขำอาการของผู้ที่ได้ชื่อว่า เป็คุณชายที่ประสบความสำเร็จในการค้า อย่างโจวซิ่นเฉิงคนนี้