ทำไมเขาถึงเป็นแบบนี้? ธามิณียื่นมือไปจับข้อมือของศนิไว้หากเขาบาดเจ็บไปอีกคนเธอคงไม่สบายใจ
“เธอทำได้ยังไง”ศนิถามด้วยความประหลาดใจ
แต่ธามิณีประหลาดใจยิ่งกว่า“ธามทำอะไรหรือคะ”
ศนิเห็นผลึกกาลลอยกลับไปที่หัวใจของธามิณีทันทีที่เธอจับข้อมือของเขาเมื่อครู่หญิงสาวสูดหายใจยาวรู้สึกเบาสบายไม่เจ็บที่หน้าอกอีกแล้วแสดงว่าศนินำผลึกกาลกลับมาที่หัวใจของเธอได้แล้วอย่างนั้นหรือ
“เธอทำให้ผลึกกาลกลับไปหาตัวเองได้น่ะสิเธอไม่รู้ตัวเลยว่าทำอะไรได้บ้าง”
ธามิณียิ้มกว้างแม้ไม่รู้ว่าเธอทำแบบนั้นได้อย่างไรทว่าการที่รู้ว่าทำสิ่งที่พิเศษได้ทำให้เธอรู้สึกดีใจอย่างน้อยศนิก็จะได้ไม่ต้องเสียพลังเพราะต้องมาช่วยเธอในตอนนี้อีก แต่แล้วในนาทีต่อมาธามิณีก็รู้สึกได้ว่าร่างกายของตัวเองผิดปกติหญิงสาวยกแขนขึ้นมากอดตัวเองเมื่ออุณหภูมิในร่างกายลดลงอย่างรวดเร็ว
แย่แล้ว!
ศนิรู้ทันทีว่าพลังมนุษย์ของธามิณีถูกใช้ไปพร้อมกับผลึกกาลเพื่อช่วยเขาออกมาจากอุโมงค์เวลาทำให้ตอนนี้ร่างกายของเธอควบคุมพลังของผลึกกาลที่กลับมาไม่ได้ เขายกมือขึ้นวางเหนือร่างของเธอแล้วใช้พลังหยุดผลึกกาลไว้ชั่วคราวก่อนจะอุ้มธามิณีที่ตัวเย็นเฉียบไปยังห้องน้ำแล้วเปิดน้ำอุ่นลงในอ่าง
รออยู่ครู่หนึ่งเขาจึงก้าวลงไปนั่งแล้วประคองกอดธามิณีที่หมดสติไปแล้วถ้าปล่อยไว้ตามลำพังเธออาจจมน้ำตาย แขนของเขาประคองหลังเธอข้างหนึ่งส่วนอีกข้างกอดเอวบางเอาไว้หลวมๆ ใบหน้าของหญิงสาวอิงแอบกับอกกว้าง เปลือกตาทั้งสองข้างปิดสนิทศนิรู้ได้ถึงความเย็นยะเยือกจากร่างของหญิงสาวผ่านผิวกายที่สัมผัส
น้ำอุ่นในอ่างกำลังเพิ่มระดับขึ้นจนกระทั่งมาถึงระดับหน้าอกศนิใช้พลังทำให้ร่างของธามิณีไม่เย็นเฉียบไปมากกว่านี้ โดยมีน้ำอุ่นช่วยเพิ่มอุณหภูมิของร่างกายเธออีกทางถ้าหากเขาไม่อยู่ในสภาพบาดเจ็บ การช่วยธามิณีคงง่ายดายเพียงพริบตาเดียว
“อนทนไว้นะธาม”
ศนิเอนหลังไปกับอ่างอาบน้ำเพราะเขาเองก็สูญเสียพลังไปมากอีกทั้งยังประจวบกับคืนเดือนดับ แต่ไม่ว่าอย่างไรธามิณีต้องรอดชีวิตให้ได้ เขาจะใช้พลังที่มีเพื่อรักษาชีวิตของเธอไว้ตราบใดวันสิ้นอายุขัยของเธอยังไม่มาถึง
ธามิณีรู้สึกได้ถึงความอุ่นละมุนจากน้ำและความอุ่นที่แทรกซึมเข้ามาในทุกอณูของร่างกาย เธอกอดบางสิ่งที่คิดว่าเป็นหมอนข้างไว้แนบอกพลางซบแก้มกับหมอนนี่อุ่นสบาย แม้เธอจะยังรู้สึกหนาวจนสั่นแต่มันกำลังค่อยๆ ทุเลาลง
ศนิยอมให้ธามิณีกอดแขนของเขาไว้เรียวปากบางยิ้มราวกับพอใจเมื่อได้แขนของเขาไปครอบครองหลายร้อยปีเพิ่งมีเธอเป็นคนแรกอีกครั้งที่เขายอมให้แตะต้องร่างกายโดยที่ไม่ได้ขออนุญาตก่อนการเป็นเทพกึ่งมนุษย์ทำให้เขาผ่านการใช้ชีวิตมามาก มีคืนที่ไม่เดียวดายเพราะมีหญิงสาวข้างกายมาสนองเรื่องธรรมชาติของมนุษย์มาก็ไม่น้อย
แต่สำหรับธามิณีแม้เขากับเธอจะอยู่ในช่วงเวลาที่แนบชิดและหวนให้เกิดความรู้สึกมากมายแต่ในเวลานี้เขากลับห่วงเธอเพียงเท่านั้น ความรู้สึกใดๆจากความแนบชิดเป็นเรื่องที่ถูกทิ้งไปจากสมองความรู้สึกแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นกับเขามานานเท่าไหร่แล้ว
ธามิณี...มนุษย์คนแรกที่เขาอยากทะนุถนอมชีวิตของเธอไว้
ธามิณีมีชะตากรรมที่ต้องมาเกี่ยวข้องกับผลึกกาลส่วนเขามีชะตากรรมใดถึงต้องมามีชีวิตเกี่ยวพันกันไปมาแบบนี้เธอเคยเป็นใครในอดีตสำหรับเขามาก่อน ทำอย่างไรเขาถึงจะได้รู้คำตอบ
เท้าเปล่าเปลือยของศนิก้าวขึ้นมาจากอ่างน้ำโดยในอ้อมแขนของเขากอดร่างของธามิณีไว้อย่างหวงแหนอ่อนโยนตอนนี้ร่างกายของเธออุ่นขึ้นเพราะพลังของผลึกกาลได้สงบลงแล้ว แต่มันแค่เพียงชั่วคราวเท่านั้นคราวก่อนที่นอร์เวย์ธามิณีถูกพลังของผลึกกาลเล่นงานอยู่ทั้งคืนคราวนี้คงเป็นเช่นเดิม หากเธอพยายามมากพอที่จะมีชีวิตผลึกกาลจะยอมรับเจ้าของร่างและปกป้องเธอจนกว่าจะหมดอายุขัย
ศนิทอดวางร่างของธามิณีลงบนเตียงอย่างเบามือเสื้อผ้าของเธอเปียกปอนเช่นเดียวกับเขา ความเป็นมนุษย์ยังคงเปราะบางหากอยู่ในเสื้อผ้าที่ชุ่มไปด้วยน้ำอีกไม่นานเธอคงป่วย แล้วหากไม่ได้รักษาคงทรุดหนักความเย็นชาและเมินเฉยต่อความเป็นไปของมนุษย์มาช้านานของศนิถูกทำลายลงเพราะเธอผู้นี้มนุษย์เล็กจ้อยที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อช่วยชีวิตเขาไว้ เขาซึ่งยังไม่มีวันตายร้ายแรงสุดก็แค่สลายไป แต่หากวันใดดวงจิตที่แตกสลายถูกรวบรวมกลับมาเขาจะมามีชีวิตได้อีกครั้ง เพียงแต่ในสภาพไหน
เพียงพริบตาจากพลังเล็กน้อยก็ทำให้เสื้อผ้าที่เปียกปอนหายไปจากร่างบอบบางก่อนจะแทนที่ด้วยเสื้อเชิ้ตตัวยาวสีดำของศนิ ผมที่ชื้นกลายเป็นแห้งหมาดไออุ่นจากแสงสีม่วงจางๆ ช่วยขับไล่ความเย็นของน้ำที่ผ้าห่มดูดซับไว้ออกไปร่างสูงขยับมาใกล้เพื่อห่มผ้าให้เจ้าของร่างที่นอนหลับใหลก่อนที่เขาจะเดินไปอีกห้องเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าพลังของเขาที่เหลือในคืนนี้ควรเก็บไว้เพื่อทำสิ่งที่สำคัญกว่านั้น
แสงสีม่วงสว่างวาบอีกครั้ง!
ศนิรีบเดินแกมวิ่งมาหาธามิณีที่ตอนนี้กำลังดิ้นทุรนทุรายเพราะผลึกกาลอีกแล้วมือหนาวางเหนือร่างของหญิงสาว เกิดการโรมรันของพลังจากแสงสีเดียวกันอีกครั้งแต่คราวนี้ศนิสามารถสยบผลึกกาลได้ง่ายขึ้น ธามิณีถอนใจยาวแล้วหลับไปอีกครั้งแต่ร่างกายของเธอกลับมาเย็นเฉียบอีกแล้ว
“ถ้ารู้ว่าพยายามมีชีวิตเพื่ออยู่ได้อีกแค่3 เดือน เธอจะยังพยายามต่ออีกไหม” ศนิถอนใจรู้สึกโมโหชะตากรรมของมนุษย์
ร่างสูงเอนกายนอนลงบนที่นอนแล้วเลื่อนแขนไปรองคอของธามิณีเพื่อรั้งร่างเล็กเข้ามาในอ้อมกอดหญิงสาวกอดร่างหนาไว้ราวกับแมวน้อยที่อยากหาไออุ่น เรียวปากของศนิยิ้มบางประโยชน์ของเขาสำหรับเธอในตอนนี้คงไม่ต่างจากฮีตเตอร์สักเท่าไหร่เขามองเธอหายใจเข้าแล้วหายใจออก บางครั้งสิ่งนี้ก็ไม่สำคัญสำหรับเขาเลยแต่ว่ามันคือสิ่งสำคัญสำหรับมนุษย์ที่ต้องการมีชีวิต
เขารู้สึกใจหายหากมนุษย์คนหนึ่งจะตายตามอายุขัยทำไมมนุษย์คนนั้นต้องเป็นธามิณีจะมีวิธีไหนที่เขาทำได้เพื่อช่วยเธอให้มีชีวิตยืนยาวโดยที่ไม่เกิดโศกนาฏกรรมตามมาบ้างไหม ชายหนุ่มถอนใจเพราะในเวลานี้ไม่มีวิธีใดเลย
ลมหายใจเป็นสิ่งแรกที่ธามิณีรู้สึกได้ว่าเป็นของขวัญของการลืมตาในเวลาใดเธอไม่แน่ใจนัก มีเพียงความสลัวรางที่ลอดผ่านม่านสีเทาเข้ามาภายในห้องที่เธอต้องทบทวนว่ามันคือที่ไหนหญิงสาวขยับตัวด้วยความประหลาดใจเพราะไม่รู้สึกเจ็บไปตามส่วนต่างๆ ของร่างกายแม้แต่นิดเดียวทว่าอ้อมแขนของเธอกลับกอดร่างหนึ่งไว้ แก้มแนบกับผนังที่แข็งและนุ่มในคราวเดียวกันพอเงยหน้าเธอถึงได้รู้คำตอบ หัวใจที่เต้นในจังหวะเดิมๆ ก็พลันเต้นแรงเมื่อปลายครางของศนิห่างจากจมูกของเธอไปเพียงนิดเดียวเท่านั้นเปลือกตาทั้งสองข้างของเขาปิดสนิท เธอถอนใจเบาๆ พลางเอนตัวห่างออกมา แต่กลับเพิ่งรู้ว่าแขนทั้งสองข้างของเขากอดเอวของเธอไว้แม้ว่าจะหลวมๆ แต่มือของเขาประสานกันทำให้ยากที่เธอจะออกไปจากอ้อมกอดนี้ได้โดยที่ไม่ทำให้เขาตื่น
ธามิณีนอนนิ่งๆหายใจเบาๆ ทว่ามีบางอย่างที่ไม่ปกติ เธอรู้สึกได้ถึงเสียงหัวใจของตัวเองแต่เธอกลับไม่ได้ยินเสียงหัวใจเต้นจากศนิเลย ด้วยความสงสัยระคนเป็นห่วงหญิงสาวจึงขยับใบหน้าเข้าไปใกล้อกหนาแล้วแนบหูตั้งใจฟังเสียงเต้นของหัวใจ แต่กลับตกใจยิ่งกว่า
หัวใจของศนิไม่เต้น!
ธามิณีลุกขึ้นนั่งทันทีแล้วกดไหล่ศนิจากที่นอนตะแคงให้นอนราบกับที่นอนการทำ CPR ที่เคยเห็นจากคลิปต่างๆ น่าจะช่วยได้กระมัง เธอคลำหาส่วนล่างสุดของกระดูกอกที่ต่อกับกระดูกซี่โครง ก่อนจะวางนิ้วชี้และนิ้วกลางตรงตำแหน่งที่กระดูกซี่โครงต่อกับกระดูกอกส่วนล่างสุดวางสันมืออีกข้างบนตำแหน่งถัดจากนิ้วชี้และนิ้วกลางนั้น แล้วกดหน้าอกให้ลึกลงไปประมาณ 5 เซนติเมตรตามที่เคยอ่าน
“1…2…3…3…29…30”
ธามิณีจับใบหน้าของศนิให้แหงนไว้แล้วเชยคางของเขาขึ้นสูดหายใจยาวก่อนจะประกบริมฝีปากลงเพื่อเป่าปาก 2 ครั้งอย่างไม่ลังเล หลังจากนั้นมาทำการกดหน้าอกต่อ เธอนับเลขจำนวนครั้งอย่างตั้งใจพอครบ 30 ทีก็ประกบริมฝีปากลงไป แล้วเป่าลมทว่าในวินาทีนั้นเอง ศนิก็ลืมตามมองอย่างกับสงสัยมากกว่าดีใจ
“คุณฟื้นแล้ว”
ธามิณีโถมลงมาทับแล้วกอดศนิเอาไว้แน่นด้วยความดีใจว่าเธอทำCPR ช่วยชีวิตเขาไว้ได้ ในขณะที่คนถูกช่วยชีวิตนอนนิ่งแต่เพียงครู่เดียวก็ยิ้มบางเพราะรู้คำตอบแล้วว่าธามิณีได้ทำอะไรลงไป เธอคลายกอดจากเขาแล้วมองมาดวงตาคู่นั้นมีน้ำตาคลอเมื่อครู่เธอคิดว่าเขากำลังจะตายถึงได้ทำ CPR ช่วยชีวิตอย่างนั้นหรือ
“ฉันไม่ได้ฟื้นฉันแค่ตื่นเพราะเธอคิดว่าฉันกำลังจะตายต่างหาก”
ศนิมองธามิณีที่กำลังขมวดคิ้วคงลืมไปชั่วขณะว่ากำลังกึ่งนั่งกึ่งนอนเกยตัวของเขาอยู่สายตาของเธอที่มองเขาแทนที่ความดีใจด้วยความสงสัยแทน
“ก็คุณไม่หายใจหัวใจของคุณไม่เต้น” เธอฟังเสียงจนแน่ใจว่าหัวใจของเขาไม่เต้นจริงๆ ถึงได้ทำ CPR แต่เขากลับบอกว่าตื่นเพราะเธอ
“แน่ใจหรือว่าฉันไม่ได้หายใจหรือเพราะว่าเธอไม่ได้ยินเสียงหัวใจของฉันเต้นเท่านั้น”
ตอนนี้นอกจากธามิณีจะขมวดคิ้วแล้วยังขบริมฝีปากตัวเองราวกับเขาถามอะไรที่ยากจนต้องใช้เวลาคิดจนน่าปวดหัวแทน
“หัวใจของคุณไม่เต้นค่ะ”
มือหนาคว้ามือบางมาวางไว้ที่อกข้างขวาของเขาธามิณีจะชักมือกลับเพิ่งรู้ตัวว่าแทบจะนอนกอดเขาไปทั้งตัวอยู่แล้วแต่ศนิยื้อมือของเธอไว้จนกระทั่งรู้สึกได้ถึงหัวใจที่กำลังเต้นอยู่
โบว์ส่งต้นฉบับขอเพียงรักนี้นิรันดร ไปให้ MEBแล้วนะคะ ถ้าวางจำหน่ายแล้วจะมาแจ้งค่ะส่วนจะลงให้อ่านถึงบทที่เท่าไหร่ เดี๋ยวจะมาแจ้งที่หน้า wall ของนิยายนะคะ
ขอให้มีความสุขในวันหยุดขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านนะคะ
อัมราน_บรรพตี