นายเวย์กระชากอะไรบางอย่างออกจากมือของฉัน แล้วเขาก็ถอยกลับไปที่เดิม ใช่โทรศัพท์ โทรศัพท์เขาอยู่ในมือฉัน เขาเห็นด้วยหรอ
“เธอเอาของฉันมาทำไม นี่เธอริอาจเป็ขโมยหรอ” เขาพูดและมองฉันอย่างจับผิด
“เปล่านะ ฉันเห็นมันวางอยู่หน้าทีวีอ่า เลยสงสัย จึงหยิบมาดูเฉยๆ” ฉันตอบเสียงอ่อนอย่างสำนึกผิด
“เธอนี่ไม่มีมารยาทจริงๆ” เขาพูดและเอามันกลับไปวางไว้ที่เดิม ก่อนจะไปเปิดตู้เสื้อผ้า แล้วเอาเสื้อผ้ามาใส่ทีละตัว “ทีหลังเห็นอะไรของคนอื่นวางอยู่ก็อย่าไปจับหยิบไปทั่วโดยที่เ้าของเขาไม่อนุญาต ถ้าเกิดมันเสียหาย เธอจะรับผิดชอบยังไง”เขาพูดเสียงเรียบอย่างดูถูกฉัน
“โทรศัพท์เครื่องละแค่ไม่กี่หมื่น ทำไมคนอย่างฉันจะไม่มีปัญญาชดใช้ นายจะดูถูกฉันมากเกินไปแล้วนะนายเวย์” ฉันโต้ตอบเขาอย่างอวดดี คนอย่างนายถือดีอะไรมาดูถูกฉัน
“เธอแน่ใจหรอ” เขาพูดประโยคคำถามที่น้ำเสียงปนไปด้วยความขบขันและเยาะเย้ย “แม้แต่ที่ซุกหัวนอนเธอยังต้องมาอาศัยคนเก็บขยะอย่างฉันนอนเลย แล้วเธอจะเอาอะไรไปชดใช้ ตังค์ติดตัวสักบาท เธอยังไม่มีเลย หัดสำเหนียกตัวเองไว้บ้างว่าเธอไม่ใช่คุณหนูเหมือนเมื่อก่อนแล้ว” เขาตวาดออกมาอย่างเกรี้ยวกราด ทำเอาฉันกลัวจนตัวสั่น ฉันแค่หยิบโทรศัพท์มาดูทำไมนายต้องโมโหขนาดนี้ด้วย ทำอย่างกับฉันทำอะไรผิดที่ใหญ่หลวงมากนักแหละ
“ทำไมนายต้องดุฉันด้วย ฉันแค่สงสัยว่าคนแบบนายจะมีของแพงๆพวกนี้ได้ยังไง เลยลองหยิบมันมาดูแต่ฉันยังไม่ได้ทำอะไรมันเลยด้วยซ้ำ ถ้าฉันรู้ว่านายหวงขนาดนี้ฉันจะไม่ยุ่งของๆนายเลย” ฉันทำบีบน้ำตาซึมๆเหมือนจะร้องไห้ และเดินไปนั่งลงที่ขอบเตียงอย่างเสียใจ
“ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะดุเธอนะ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนลง และเดินมานั่งข้างฉัน เยส ได้ผล น้ำตามารยาหญิงใช้ได้กับผู้ชายทุกคน “ฉันแค่จะบอกเธอ ว่าอย่าไปหยิบของๆคนอื่นโดยที่เขาไม่อนุญาต เพราะถ้ามันเสียหาย เธอจะต้องชดใช้ และมันจะลำบากเธอ เพราะตอนนี้เธอไม่ใช่คุณหนูเหมือนแต่ก่อนแล้วนะ ไม่มีคนรายล้อมคอยเอาอกเอาใจ เธอจะทำอะไรตามใจตัวเองเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้แล้ว” เขาพูดปลอบประโลมฉันอย่างใจเย็น “แล้วอีกอย่างโทรศัพท์เครื่องนี้มันก็ไม่ใช่ของฉัน มันเป็ของเพื่อนฉัน ถ้ามันพังเสียหายมาจะไม่ใช่แค่เธอที่เดือดร้อน แต่มันเป็ฉันด้วยที่เป็คนรับผิดชอบโทรศัพท์ของมัน” เขาพูดอธิบายเพิ่มเติม
ออ ที่แท้ก็เป็ของเพื่อนสินะ ฉันก็ว่าอยู่ คนแบบนายไม่มีทางมีของพวกนี้ได้หรอก
“แล้วพวกเสื้อผ้าแบรนด์ในตู้ล่ะ แล้วไหนจะยังตู้เย็น ทีวี แล้วก็เ้าชีโร่อีก ของพวกนี้ ถ้าเป็คนเก็บขยะอย่างนายไม่มีปัญญาซื้อแน่ๆ จริงๆแล้วนายเป็ใครกันแน่” ฉันถามอย่างสงสัยและจับผิด
“ของทุกอย่างที่เทอเห็น มันเป็ของเพื่อนฉัน เสื้อผ้า โทรศัพท์ พรุ่งนี้ มันจะมาเอาคืนไป ส่วนตู้เย็น ทีวีเป็ของเก่าของมัน มันขายให้ฉันในราคาที่ฉันพอจ่ายไหวก็อย่างที่เธอเห็น ฉันมันก็แค่คนเก็บขยะ ไม่มีปัญญาซื้อหรอกของแพงๆพวกนี้ ส่วนเ้าชีโร่ มีคนเอามาทิ้งไว้หน้าบ้านฉัน ฉันเลยเก็บมาเลี้ยง” เขาอธิบายอย่างละเอียด
ของทุกอย่างเป็ของเพื่อนนายอย่างนั้นหรอ แล้วเพื่อนนายเป็ใครกัน ดูท่าเขาจะรวยใช่เล่น แล้วคนรวยๆแบบนั้น เขาจะมาคบกับคนแบบนายทำไม แถมยังจะมาฝากของมีราคาขนาดนั้นไว้กับนายอีก
“แล้วเพื่อนนายเป็ใครกัน ท่าทางเขาจะรวยมาก แล้วคนแบบนั้นเขาจะมาคบกับคนแบบนายทำไม” ฉันถามในสิ่งที่ตัวเองสงสัย
“อย่าถามมากน่ะ อยู่ๆไปเดี๋ยวก็รู้เองแหละ ไปอาบน้ำได้ละ ฉันจะได้นอน” เขาพูดเปลี่ยนเื่และกวักมือไล่ฉันให้ไปอาบน้ำ ไล่ตลอดเลยนะ แต่พอฉันคิดๆดูแล้วมันก็จริงอย่างที่เขาว่า อยู่นานๆไปเดี๋ยวฉันก็รู้เองแหล่ะ แต่ใครบอกล่ะว่าฉันจะอยู่กับนายนาน
“ฉันไม่อยากอยู่กับนายนานขนาดนั้นหรอกย่ะ เดี๋ยวตั้งตัวได้ฉันก็ไป แต่ก็ขอบใจนะที่ให้ฉันอยู่ด้วยอ่า” ฉันพูดและยิ้มขอบคุณเขาจากใจจริง ถึงเขาจะชอบทำหน้าั์ใส่ฉัน และดุฉัน แต่อย่างน้อยเขาก็ยอมให้ฉันมาอยู่ด้วยล่ะนะ ฉันจึงถือผ้าขนหนูและเสื้อไว้เปลี่ยนเดินเข้าในห้องน้ำ
ฉันมองไปรอบๆห้องน้ำ สภาพก็พอใช้ได้ แต่มันก็พุๆพังๆล่ะนะตามสภาพบ้าน
ฉันอาบน้ำอย่างสะบายใจ เสร็จแล้วเอาผ้าขนหนูมาซับน้ำตามตัวและพันรอบตัวเองไว้
ต๊อกๆๆๆตุ๊กแก
เสียงร้องนั้น ทำให้ฉันใ ฉันแหงนหน้าไปมองตามทางที่เสียงมา เห็นตุ๊กแกตัวใหญ่ตัวหนึ่งเกาะอยู่บนหลังคา
“อ๊าาาา ช่วยด้วย” ฉันร้องกรี๊ดออกมาด้วยความกลัว มือทั้งสองข้างจับกลอนประตูเพื่อเปิดออก แต่ด้วยความที่มือของฉันมันสั่นไปหมดและความรีบร้อนจึงทำให้ฉันไม่สามารถเปิดกลอนนั่นได้
“ช่วยด้วย หือๆๆๆ” ฉันเอามือทุบรัวๆที่ประตูห้องน้ำ ในใจกลัวตุ๊กแกมันจะะโลงมาหาฉัน ใครก็ได้เอามันออกไปที หรือช่วยพาฉันออกไปจากที่นี่ก็ได้
“เป็อะไรคุณ” เสียงของนายเวย์ดังอยู่นอกประตูอย่างวิตก
“ตุ๊กแก ช่วยฉันด้วย นาย ช่วยฉันด้วย” ฉันร้องออกมาด้วยความกลัวอย่างเสียสติ
“คุณ ใจเย็นๆนะ สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วเปิดกลอนประตูออกมา” เขาพูดด้วยน้ำเสียงร้อนรนที่ฟังแล้วรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย
ฉันทำตามที่เขาบอก และสุดท้ายประตูก็เปิดออกได้จริงๆ
ทันทีที่ประตูเปิดออก ฉันก็ถลาตัวเองวิ่งไปกอดเขาอย่างสั่นกลัวไปทั้งตัวด้วยความลืมตัว
“ช่วยด้วย ตุ๊กแกอยู่ในห้องน้ำ” ฉันกอดเขาและพูดเสียงสั่นด้วยความกลัว
“ใจเย็นๆนะ ผมอยู่นี่แล้ว ไม่มีอะไรแล้ว” เขาลูบมือที่หลังฉันอย่างปลอบประโลม และพูดเสียงอ่อนเสียงหวานทำให้ฉันรู้สึกอบอุ่นหัวใจและรู้สึกปลอดภัย
ฉันค่อยๆปล่อยมือออกจากตัวเขาและผละตัวเองออกมาจากอ้อมกอดของเขา รู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหน้าและหลบสายตาด้วยความอาย ยิ่งคิดได้ว่าตอนนี้ฉันใส่แค่ผ้าขนหนูผืนเดียวก็ยิ่งรู้สึกละอาย
“คุณรอแป๊บนึงนะ” เขาพูดและรีบวิ่งเข้าห้องน้ำปิดประตูทันที ทิ้งให้ฉันยืนงงอยู่หน้าห้องน้ำคนเดียว
พลัก พัง พลักๆ
“โอ้ย ซี๊ดด อย่าดุนักสิ อ่าาา” ฉันได้ยินเสียงแปลกๆจากในห้องน้ำ และเสียงร้องของเขามันทำให้ฉันคิดเป็อย่างอื่นไปไม่ได้เลย นอกจากเขากำลังช่วยตัวเอง
นี่เขากำลังช่วยตัวเองอย่างนั้นหรอ หรือว่านี่จะเป็ผลจากการที่ฉันกอดเขาเมื่อกี้ แล้วถ้าเขาออกมาแล้วทำอะไรฉันล่ะ เมื่อกี้ฉันคิดไปได้ไงว่าอยู่กับนายแล้วฉันจะปลอดภัย อ๊าาา ไม่นะ ไอโรคจิต ออกมานายตายแน่
ฉันเดินไปหาอุปกรณ์เพื่อป้องกันตัว และแล้วก็เจอกับไม้ช็อตยุงวางอยู่ข้างๆประตู
“ได้ละ อันนี้แหล่ะ นายเสร็จฉันแน่ ไอโรคจิต” ฉันพูดพึมพำกับตัวเองและเดินย่องไปทำท่าเตรียมง้างไว้รอฝาดที่ประตูห้องน้ำ แล้วประตูห้องน้ำก็ถูกเปิดออก
“ไอโรคจิต” ฉันฟาดไปเต็มแรง แต่เขากลับคว้ามือของฉันไว้ทัน และหมุนตัวฉันให้ไปอยู่ในอ้อมแขนของเขาอย่างชำนาญจนฉันตั้งตัวไม่ทันโดยที่ฉันหันหลังให้เขา และมือของเขาก็จับที่หัวไหล่ฉันจนฉันดิ้นไม่หลุด
“นี่เธอจะฆ่าฉันรึไง แล้วใครโรคจิต” เขาเค้นเสียงถามฉันอย่างดุดัน
“ก็นายไปทำอะไรในห้องน้ำล่ะ” ฉันพูดตอบ
“ก็ไปจับไอตุ๊กแกนี่ไง คุณกลัวไม่ใช่หรอ แล้วคิดว่าผมเข้าไปทำอะไร” เขาถามด้วยน้ำเสียงยียวนปนหงุดหงิด
“เอ่อ…คือ…ฉัน…” ฉันอ้ำๆอึ้งๆ เพราะไม่รู้จะตอบยังไงดี ถ้าฉันตอบว่าฉันคิดว่านายไปช่วยตัวเองในห้องน้ำ มีหวังนายคงได้มองว่าฉันโรคจิตแน่ๆ โอ้ย ยัยปาล์มมี่ ตอบยังไงดี
“ฉันไม่ทำแบบที่เธอคิดหรอกนะ แบบเธอไม่ใช่สเป้กฉัน” เขาพูดอย่างดูแคลน หืยยย นายก็สเป้กฉันตายแหล่ะ แต่เอาเข้าจริง นายก็สเป้กฉันแหล่ะถ้าตัดไอตรงนิสัยเสียๆ ปากหมาๆ และอาชีพเก็บขยะของนายออกไปนะ แต่ถึงยังไงนายก็ไม่ใช่สเป้กฉันหรอก เพราะคนที่จะมาเป็แฟนฉันต้องดีกรีไฮโซระดับเดียวกันกับฉันเท่านั้น
เขาเอาเ้าตุ๊กแกออกไปทิ้งข้างนอก ฉันจึงรีบแต่งตัวใส่เสื้อผ้า
“เธอนอนบนเตียงเลย เดี๋ยวฉันนอนพื้นเอง” เขาเดินเข้ามาและพูดพร้อมกับลงมือปูที่นอนตรงพื้นข้างๆเตียงฉัน ว้าว นายก็เป็สุภาพบุรุษเหมือนกันนะนายเวย์ แต่เพื่อรักษาฟอร์มของตัวเองฉันเลยต้องทำเป็เข้ม
“มันก็ต้องเป็แบบนั้นอยู่แล้ว” ฉันพูดลอยหน้าลอยตา
“เธอนี่ ไม่มีมารยาทจริงๆ” เขาพูดและส่ายหัวไปมาแบบเอือมระอา “เวลามีคนให้ของหรือเสียสละอะไรบางอย่างให้ เธอต้องพูดว่าขอบคุณ” เขาพูดสอนฉันอย่างถือดี
นายถือดีอะไรมาสอนฉัน
“ฉันจำเป็ต้องขอบคุณนายด้วยหรอ” ฉันถามเขาลอยหน้าลอยตาแบบไม่รู้สึกรู้สา
“ไม่ต้องก็ได้นะ แค่เธอต้องออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้” เขาพูดอย่างถือสิทธิ์คนเป็เ้าของ ก็ได้ๆ ฉันขอบคุณก็ได้ เื่แค่นี้ถึงกับต้องไล่ฉันออกจากบ้านเลยหรอ
“ขอบคุณ” ฉันพูดห้วนๆสั้นๆแบบไม่เต็มใจ
“ความจริงใจ” เขาพูดเสียงเรียบ
“ขอบคุณนะคะ ที่อุตส่าห์เสียสละที่นอนของคุณให้ฉัน” ฉันพูดขอบคุณเขาแบบจริงใจกึ่งโดนบังคับ
“ค่อยน่ารักหน่อย” เขาพูดชมฉันก่อนจะล้มตัวลงนอนแล้วดึงผ้าห่มมาห่ม “ปิดไฟด้วย” เขาพูดและหลับตาลง ทำไมฉันต้องรู้สึกเขินกับคำชมของนายด้วยนะ ฉันเดินไปปิดไฟและขึ้นมานอนบนเตียง
“ฝันดีนะ” เสียงของนายเวย์ดังขึ้นทำให้ฉันรู้สึกอบอุ่นในหัวใจอย่างบอกไม่ถูก ฉันนอนกอดผ้าห่มและยิ้มให้กับคำพูดของเขาและนอนหลับไป